คือลมหายใจแห่งผืนป่า

เดือนที่แล้วกับเดือนนี้เป็นเดือนที่ผมรู้สึกว่าตัวเองน้ำหนักมากขึ้นมาหลายกิโล … อันมาด้วยเป็นฤดูแห่งผลไม้ที่ผมล้วนโปรดปรานทั้งน้าน ไม่ว่าจะเป็นเงาะ, มังคุด โดยเฉพาะทุเรียน … กลับ้บ้านทุกวันหลังอาหารมื้อเย็นกับครอบครัว  คุณแม่ก็จะเอาทุเรียนมาตั้งให้ 2-3 ลูก อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งตกใจครับ มันเป็นทุเรียนบ้านลูกนิ๊สสเดียว 2-3 ลูกน่ะเนื้อยังไม่เท่าทุกเรียนหมอนทองครึ่งลูกเลย   ถ้าผมไม่กินคุณแม่ท่านก็จะขู่ว่าท่านจะกินซะเอง .. อ้าว จะยอมได้ไงอ่ะครับท่านเป็นโรคความดันอยู่ขืนทานเข้าไปเยอะๆ มีหวังความดันขึ้น ก็เลยเป็นหน้าทีของผมต้องทำลายให้สิ้นซาก เหอ ๆ …  ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ยินไปถึงหูเพื่อน ๆ จึงได้ทีขอให้จัดทริปเล็ก ๆไปเที่ยวสวนทุเรียนกันตอนวันหยุด  ผมได้ทีหาคนช่วยแบกทุเรียนลงเขาโดยไม่ต้องไปจ้างพม่า ก็เลยยินยอมแต่โดยดี อิอิ

วันนั้นเรานัดกันที่บ้านผมตอนบ่ายโมง  ระหว่างรอเพื่อน ๆ ก็ฆ่าเวลาด้วยการสอยกระท้อนห่อหน้าบ้าน หนุกหนานไปตาม  ๆ กัน  ทำให้วันนี้คนที่แอบมาเก็บคงแปลกใจว่าลูกมันหายไปไหนหมดหว่า อิอิ … ที่จริงก็อยากให้มีคนมาช่วยกินเยอะ ๆ ครับเพราะเสียดายที่กระท้อนหวานลูกโต ๆ ต้องมาเน่าอยู่ใต้ต้นเพราะที่บ้านกินกันไม่ทัน

เมื่อได้ฤกษ์เดินทางผมก็เป็นคนขับรถกะบะขึ้นไปตามเส้นทางหลังบ้าน  ขึ้นเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทางขึ้นพระใหญ่  ระหว่างทางจะมองเห็นวิวทะเลและวัดฉลองสวยงามมาก  ใช้เวลาราว 15 นาทีเราก็ถึงทางเข้าสวน  ซึ่งต้องจอดรถไว้เนื่องจากเส้นทางหลังจากนี้ลาดชันและทุรกันดารพอสมควร

ลงรถเตรียมเดินเท้าเข้าสวน

durian1

เมื่อถึงสวนทุเรียนซึ่งเป็นสวนที่คุณปู่มอบไว้ให้กับคนรุ่นหลังพร้อม ๆ กับผลไม้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน, เงาะ, จำปาดะ, มังคุด, ลูกหยี, ลองกอง .. อย่าเพิ่งนึกว่าเป็นสวนใหญ่นะคร้าบ  เพราะที่พูดมาทั้งหมดมีเพียงอย่างละไม่กี่ต้น  ไว้สำหรับทานกันในครอบครัวเท่านั้น  แต่นี่ก็เป็นเสมือนมรดกอันล้ำค่าที่บรรพบุรุษของผมทิ้งไว้ให้  ผมจำได้ว่าสมัยเด็ก ๆ ในช่วงฤดูผลไม้จะต้องเดินขึ้นเขากับลูกพี่ลูกน้องเพื่อมาเก็บทุเรียนที่หล่นใต้ต้น   เรียกได้ว่ามานั่งรอกันทั้งวัน  พอได้ยินเสียงตุ๊บก็จะวิ่งแข่งกันไปหาใต้ต้นว่าใครจะเจอลูกทุเรียนก่อนกัน   ซึ่งยังคงเป็นภาพที่ประทับใจผมมาจนทุกวันนี้ 

เมื่อมาถึงก็พบกับทุเรียนกำลังออกลูกเต็มไปหมด  บางต้นมีหลายร้อยลูกเลยทีเดียว  นอกจากนี้ก็มีมังคุดด้วยแต่ยังสุกไม่เยอะจึงไม่ได้ถ่ายภาพมา

durian1

พวกเราช่วย ๆกันเก็บทุเรียนที่หล่นอยู่ ได้ราว ๆ 50 ลูก  มาดูบรรยากาศกันดีกว่า

durian1

durian1

durian1

durian1

เมื่อได้ชิมกันพอหอมปากหอมคอก็ได้เวลาขนกลับบ้าน  โดยมีคุณพ่อเป็นพระเอกขนไปตั้ง 3 ถุงใหญ่ ๆ จนผมกับเพื่อน ๆ ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าจะขับรถขึ้นเนินไหวเหรอ ? แต่ก็สบายมากครับเพราะท่านมาเก็บทุกวันแหละ อิอิ

durian1

durian1

durian1

แม้จะเป็นทริปเล็ก ๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมงแต่ผมก็มีความสุขดีครับ  มีความสุขที่ได้กลับมาคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ สมัยเด็ก ๆ ที่ต้องเดินขึ้นเขามาเก็บทุเรียน ยิงนก ตกปลา ตามประสาเด็กในสมัยที่เครื่องเล่นเกมส์ WII ยังไม่เกิด 555 และก็มีความสุขที่ได้นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์พ่ออีกครั้ง  :)

ถ้าไม่มีสวนทุเรียนแบบนี้ก็ไม่รู้ผืนป่าแถบนี้จะเปลี่ยนมือไปยังนายทุนเพื่อนำไปหาผลประโยชน์อย่างอื่นหรือเปล่า … ผมมาคิดดูสวนเล็ก ๆ แห่งนี้นอกจากจะให้ผลผลิตแก่ลูก ๆ หลาน ๆ แล้ว  ยังช่วยต่ออายุให้กับผืนป่าแห่งนี้ได้เป็นแหล่ง oxygen ของภูเก็ตสืบไป



เจอของดี

คู่รักวัยรุ่นแอบไปนั่งจู๋จี๋กันอยู่ในสวนสาธารณะ เมื่อสาวน้อยเกิดรู้สึกปวดท้องฉี่ขึ้นมากระทันหัน
“หลบไปหลังพุ่มไม้นั่นแล้วกัน” ไอ้หนุ่มว่า “ผมจะดูต้นทางให้เอง”
แม่สาวยอมตามเธอเดินหลบไปหลังต้นไม้
ไอ้หนุ่มได้ยินเสียงเธอถอดกางเกงออก เขาจินตนาการถึงภาพเหตุการณ์หลังพุ่มไม้นั่น ความคิดสกปรกเข้ามาเยือน เขาย่องไปใกล้ๆ แอบยื่นมือ ไปแตะขา และเมื่อไม่มีการต่อต้านจากสาวน้อย เขาจึงค่อยๆเลื่อนมือขึ้นไปที่โคนขา
“เฮ้ย…” เขาอุทานเสียงสั่นเมื่อมือลูบไปเจอวัตถุกลมยาวกลางหว่างขาของสาวเจ้า “สมศรี… คุณไม่ใช่ผู้หญิงเหรอ…”
“ใครว่า” สาวน้อยตอบเสียงเซ็ง “ชั้นแค่ไม่ได้ฉี่… ชั้นกำลังอึอยู่!!!”



วันเดียวเที่ยวสี่เกาะ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ภูเก็ตอากาศดีมาก ๆ  ฟ้าใสแจ๋ว  แม้จะมีเมฆบ้างแต่ก็ดูแทบไม่ออกว่ากำลังอยู่ในช่วงฤดูฝน   คงเป็นเพราะโลกของเราเพี้ยนไปแล้วจริง ๆ หุหุ … ฟ้าใสขนาดนี้มีหรือคนบ้างกล้องอย่างผมจะอยู่เฉยได้  ต้องหาเรื่องเที่ยวซักหน่อย  อิอิ   

แต่อย่างว่าแหละครับคนกำลังอยูในวัยทำงานเก็บเงิน (จะพยายามบอกว่าตัวเองอยู่ในช่วงวัยรุ่นว่างั้นเหอะ 555)  จะไปไหนไกล ๆ ก็กลัวโดนเจ้านายปลดจึงต้องหาโปรแกรมทัวร์ใกล้ๆ ประเภท one day trip   ซึ่งเพื่อน ๆ ที่มาเที่ยวภูเก็ตอาจจะเลือกโปรแกรมนี้ได้เช่นเดียวกันนะครับ  เพราะทุกอย่างสะดวกสบายและได้เปลี่ยนบรรยากาศออกนอกเกาะภูเก็ตบ้าง … และโปแกรมที่ผมจะเล่าให้ฟังวันนี้ก็คือโปรแกรมทัวร์เกาะใกล้ ๆ ภูเก็ตนั่นเอง  โดยผมเลือกทัวร์เกาะไข่-เกาะยาวน้อย-เกาะพีพี(s) แอบเติม s ท้ายเกาะพีพีก็เพราะว่าพีพีเป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะโดยมีเกาะที่สำคัญได้แก่เกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเลนั่นเอง  สรุปแล้วทริปนี้ผมได้ไปเยือนถึง 4 เกาะเลยทีเดียว … หลาย ๆ คนอาจมีคำถามว่าแล้วมันจะสนุกเหรอ มีเวลาแค่วันเดียวไปตั้ง 4 แห่ง ? … อยากรู้คำตอบใช่ไหมครับ  คำตอบอยู่ด้านล่างนี้แล้วครับ เชิญติดตามได้เลย

นาฬิกาบอกเวลา 8.45 นาทีไม่ขาดไม่เกิน  รถตู้จากบริษัททัวร์ก็มารับผมตามเวลาที่นัดหมายไว้ที่ lobby ของสุโขสปารีสอร์ท  และใช้เวลาราว 20 นาทีเพื่อรับชาวต่างชาติอีกกลุ่มซึ่งพักอยู่บริเวณถนนถลางเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือแหลมตุ๊กแก  ที่ซึ่งเรือได้จอดเทียบท่ารออยู่แล้ว … ครั้งแรกที่เห็นเรือผมถึงกับร้อง เฮ้ย .. ลำนี้เหรอ  เพราะไม่เคยเห็นเรือลักษณะนี้มาก่อน  เป็นเรือที่มีรูปร่างเป็นแคปซูลยาว ๆ คล้ายเรือดำน้ำแต่หัวเรือแหลม  ถ้าเป็นเครื่องบินก็เหมือนคองคอร์ดเลย หุหุ    ยังแอบคิดในใจเลยว่าซื้อทัวร์ผิดเผลอไปซื้อทริปเรือดำน้ำป่าวฟะ อิอิ

บรรยากาศบริเวณท่าเรือ

khai-phiphi-t1

เรือลำนี้บรรจุผู้โดยสารได้ราว 120 คน  แต่วันนี้นักท่องเที่ยวบางตามีคนร่วมทริปแค่ 24 คนเท่านั้น  ซึ่งผมก็แอบดีใจลึก ๆ เพราะไม่ต้องแย่งกันกินแย่งกันชมนั่นเอง …  หลังจากเรือออกทะเลได้สักพัก  ไกด์ก็เริ่มอธิบายภาพรวมของทริปและให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์รวมถึงแจกอุปกรณ์ snorkel เพื่อใช้ในการดูปะการังน้ำตื้นที่จุดดำน้ำต่าง ๆ ที่เราจะแวะในวันนี้

บรรยากาศในเรือครับ

khai-phiphi-t2

จุดหมายแรกของทริปนี้คือเกาะไข่ (เกาะไข่นอก)  ซึ่งอยู่ห่างจากภูเก็ตไม่มากนัก  และจะใช้เวลาเดินทางราว 20 นาทีจากท่าเรือ  ซึ่งนับว่าเป็นความเร็วที่ใกล้เคียงกับการเดินทางด้วย speed boat  แต่สะดวกสบายกว่า  เพราะนอกจากเรือลำนี้จะมีห้องน้ำ  ของว่างและเครื่องดื่มบริการบนเรือแล้ว  เรือยังวิ่งนิ่มไม่กระแทกกระเทือนเหมือนการนั่ง speed boat ทั่วไป  ซึ่งนับเป็นทางเลือกที่ดีกับผู้ที่กลัว speed boat และกลัวการเมาเรือ

ยืนชมวิวสวย ๆ ที่หัวเรือ

khai-phiphi-t3

เรือค่อย ๆ แล่นผ่านแหลมด้านทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ตที่เรียกว่าเกาะสิเหร่ ออกสู่ทะเลใหญ่  ผมจึงลุกจากที่นั่งมาเก็บภาพตรงหัวเรือเพราะฟ้ากำลังสวยมากทีเดียว … เรือแล่นผ่านเกลียวคลื่นได้ไม่นานก็ถึง “เกาะไข่”   โดยมีเรือหางยาวมารับนักท่องเที่ยวจากเรือลำนี้ไปยังฝั่งเนื่องจากวันนี้คลื่นลมค่อนข้างแรงทำให้ไม่สะดวกในการนำเรือไปจอดที่ชายหาด

วิวสวย ๆ ของเกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

ไกด์แจ้งว่าเรามีเวลา 1 ชั่วโมงบนเกาะไข่   ซึ่งนับว่าเพียงพอสำหรับการเดินถ่ายภาพรอบเกาะที่มีขนาดพอ ๆ กับสนามฟุตบอล  หรือจะเล่นน้ำให้อาหารปลาก็สนุกไปอีกแบบ  แต่ถ้าจะเล่นน้ำด้วย ถ่ายภาพแบบจริงจังด้วยก็คงต้องรีบหน่อยเพราะจุดสวย ๆ ในการถ่ายภาพนั้นมีเยอะเหลือเกิน

ฟ้าสวย น้ำใส

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

โชคดีมากที่ทัวร์บริษัทนี้แวะเกาะไข่ในช่วงเช้า  เพราะทิศทางของแสงเหมาะกับการถ่ายภาพที่เกาะไข่มาก  ทั้งนี้ผมเดินถ่ายภาพไปตามหาดเล็ก ๆ ที่อยู่ติด ๆ กันของเกาะไข่ซึ่งน้ำใสปิ๊ง  มีฝูงปลาตัวน้อย ๆ ว่ายกรูมาหาผมขณะที่เดินลงไปถ่ายภาพในน้ำเพราะมันคงคิดว่ากำลังจะได้ลิ้มรสอาหารเช้านั่นเอง

ฝูงปลาที่เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

 ลักษณะเด่นของเกาะไข่คือน้ำใสมองเห็นเป็นสีฟ้า  ทรายขาวละเอียดเหมาะกับการเล่นน้ำ  แต่ในจุดที่ลึกลงไปจะมีแนวปะการังที่ยังสวยงามพอสมควร ซึ่งน้ำในจุดเหล่านี้เป็นสีครามเข้มตัดกับสีฟ้าใสสวยงามมาก ๆ   นอกจากนี้ยังสามารถเดินขึ้นเนินเขาหลังร้านอาหารเพื่อไปเก็บภาพมุมสูงของเกาะได้อีกด้วย

ภาพมุมสูงของเกาะ

เกาะไข่

เกาะไข่

เวลา 1 ชั่วโมงผ่านไปยังรวดเร็ว   ไกด์เรียกลูกทัวร์กลับขึ้นเรือพร้อมกับแนะนำว่ากำลังเดินทางไปยังเกาะยาวใหญ่เพื่อทานอาหารเที่ยง  ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาทีเราก็ถึงเกาะยาวใหญ่   ซึ่งจุดนี้เป็นชุมชนเล็ก ๆ ของชาวบ้านที่มีอาชีพทำประมงในเขตนี้

บรรยากาศของเกาะยาว

 เกาะไข่

เกาะไข่

อาหารเที่ยงมื้อนี้เราทานกันอย่างง่าย ๆ ที่ร้านอาหารบนเกาะยาวใหญ่  ซึ่งดูแลโดยชาวบ้านบนเกาะ  ซึ่งจุดนี้มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำบริการด้วยสำหรับผู้ที่อยากล้างตัวหลังเล่นน้ำที่เกาะไข่ โดยอาหารวันนี้เสิร์ฟแบบเป็น set menu แบบที่คนไทยคุ้นเคย  พูดง่าย ๆ ก็คือโต๊ะละชุดนั่นเองเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากนัก  แต่ถ้าจำนวนมากกว่านี้ทางร้านก็จะจัดอาหารแบบบุฟเฟ่ต์แทน

หลังจากอิ่มหนำกับอาหารเที่ยงแล้วก็มีบริการแสดงเต้นรำของเด็ก ๆ บนเกาะเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี  ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกับนักท่องเที่ยว  ซึ่งแต่ละคนก็ได้ค่าขนมไปแบ่งกันกันคนละนิดละหน่อย  นับเป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยกระจายรายได้ให้กับชุมชนแห่งนี้  แต่ผมก็ไม่ได้ถามว่าถ้าเป็นวันที่โรงเรียนเปิดไม่ใช่วันอาทิตย์เหมือนวันนี้จะมีการแสดงแบบนี้หรือไม่  ถ้าเพื่อน ๆ ไปแล้วไม่เจอจะว่าผมไม่ได้นะ หุหุ

เกาะไข่

เราพักผ่อนกันที่เกาะยาวใหญ่แห่งนี้เป็นเวลา 1 ชั่วโมงก็ลงเรือเพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะพีพี    โดยช่วงนี้เรือแล่นออกสู่ทะเลนอกซึ่งวันนี้มีคลื่นลมพอสมควร สังเกตได้จากจะเห็นฟองคลื่นสีขาวอยู่ไกล ๆ เป็นระยะ ๆ   ทั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเรือก็มาลอยลำอยู่บริเวณทางเข้าอ่าวมาหยาของเกาะพีพีเล  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพกัน  โดยไกด์แจ้งว่าวันนี้ลมแรงไม่สามารถนำเรือเข้าไปใกล้กว่านี้ได้เราจึงมีเวลาเก็บภาพสวย ๆ ของอ่าวมาหยาจากมุมไกลเพียง 5 นาทีเท่านั้น  แต่ก็นับว่าคุ้มค่าที่ได้เห็นภาพของหาดทรายขาวสะอาด  และแนวหน้าผาอันสูงชันที่โอบล้อมทะเลสีครามเข้มตัดกับสีฟ้าใสบริเวณริมหาด  

ความงดงามของอ่าวมาหยา

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

จากนั้นเรือค่อย ๆ อ้อมไปทางหลังเกาะผ่านแนวหน้าผาที่เป็นภูเขาหินปูนของเกาะพีพีเล   ผ่านอ่าวโละซามะ และอ่าวปิเละ  ซึ่งความจริงแล้วทั้งสองอ่าวสวยและเหมาะกับการถ่ายภาพมากทีเดียวแต่ทัวร์ส่วนใหญ่จะไม่ได้จอดให้ถ่ายภาพเนื่องจากมีเวลาไม่พอและบางจุดน้ำอาจจะตื้นจนเรือเข้าไม่ได้   ผมแนะนำว่าถ้ามีเวลามากควรพักที่เกาะพีพีดอนสักหนึ่งคืนแล้วเช่าเรือหางยาวหรือ speed boat มาจะดีกว่าเพราะทิศของแสงในช่วงเช้าจะเหมาะกับการถ่ายภาพบริเวณนี้มากกว่าช่วงบ่าย ๆ

หลังจากแล่นมาได้สักระยะ  เรือแวะจอดให้ถ่ายภาพที่หน้าถ้ำไวกิ้งซึ่งวันนี้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเนื่องจากแสงแฟลชจากการถ่ายภาพของนักท่องเที่ยวรบกวนการทำรังของนกนางแอ่นซึ่งเป็นแหล่งรายได้ของเจ้าของสัมปทานรักนกที่นี่นั่นเอง

วิวทางด้านทิศตะวันออกของเกาะและบรรยากาศหน้าถ้ำไวกิ้ง

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

จากจุดนี้เรือมุ่งหน้าต่อไปยังเกาะพีพีดอนซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่อึดใจและอาศัยหน้าผาหินปูนหน้าเกาะพีพีดอนเป็นกำบังลมเพื่อจอดเรือให้นักท่องเที่ยวได้ลงไป snorkeling กัน  …. เนื่องจากไม่มีมุมให้ถ่ายภาพมากนัก ผมจึงตัดสินใจลง snorkeling ท่ามกลางแสงแดดช่วงบ่ายสองโมง  ทั้ง ๆ ที่กลัวดำ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลงไปชมแนวปะการังของเกาะพีพี หลังจากที่ไม่ได้มาเที่ยวเกาะพีพีหลายปีแล้ว

แนวปะการังหน้าเกาะพีพีจุดนี้ยังพอมีปะการังที่สมบูรณ์อยู่พอควรโดยเฉพาะที่ระดับน้ำลึก ๆ  แต่บริเวณน้ำตื้นแนวปะการังค่อนข้างจะถูกทำลายไปเยอะ คงเป็นเพราะพิษจากการท่องเที่ยวนั่นเอง

เรือจอดให้พวกเราได้สนุกสนานกันที่นี่ 1 ชั่วโมง  หลังจากนั้นจึงนำเราเข้าสู่ฝั่งของเกาะพีพีดอน เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวบนเกาะ  โดยไกด์แจ้งว่าพวกเรามีเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อเปิดหูเปิดตา

ดูกันชัด ๆ ครับ เรือที่พาเรามายังเกาะพีพี กำลังจอดเทียบท่าที่อ่าวต้นไทร เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เรือหางยาวรอรับนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งดำน้ำและชมวิว

เกาะพีพีดอน

เรือสวยลอยลำหน้าอ่าวต้นไทร

เกาะพีพีดอน

ผมเดินลัดเลาะจากท่าเรือที่อ่าวต้นไทรซึ่งวันนี้ดูแข็งแรงมั่นคงกว่าเมื่อหลายปีที่แล้วมาก  ผ่านร้านค้าชั่วคราวซึ่งยึดครองที่ว่างระหว่างอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม   โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงหาดทรายขาวฝั่งที่เป็นอ่าวโละดาลัมซึ่งมีนักท่องเที่ยวอยู่พอสมควร  แต่ก็ไม่ถึงกับหนาแน่นเนื่องจากช่วงนี้ไม่ใช่ช่วง high season นั่นเอง

ทิวทัศน์ฝั่งอ่าวโละดาลัม

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

ผมเดินเก็บภาพของอ่าวฝั่งนี้อยู่สักพักก็เดินกลับไปยังอ่าวต้นไทร  เพื่อหาอะไรทานเล่นและถือโอกาสเดินชมตลาดของเกาะพีพีด้วย … บนเกาะพีพีมีสิ่งอำนวนความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ธนาคาร ร้านอาหาร ฯลฯ  ซึ่งแม้ว่าจะทำให้บรรยากาศของเกาะแห่งนี้ขาดความสงบและดูพลุกพล่านต่างกับสมัยก่อน  แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับเมื่อเราต้องเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อนำรายได้มาสู่ท้องถิ่น  หวังก็เพียงแต่ว่าชุมชนและผู้ที่มาตักตวงผลประโยชน์จากมรกตแห่งอันดามันชิ้นนี้ช่วยกันรักษาให้เกาะพีพียังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันงดงามตลอดไป … อูย เขียนซะเหมือนจะจบงั้นแหละ  ยังครับ ยังไม่จบ ทัวร์ของเรายังไม่ถึงฝั่งเลย อิอิ

ได้เวลานัดผมจึงเดินกลับไปที่เรือเพื่อเดินทางกลับภูเก็ต  ซึ่งขากลับไกด์แจ้งกับเราว่าจะใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง   และขากลับนี่เองเรือต้องฝ่าคลื่นลมที่ค่อนข้างแรง  ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้านั่ง speed boat จะรู้สึกแย่แค่ไหนเพราะเรือคงต้องกระแทกคลื่นไปตลอดทาง   แต่ด้วยเรือลำนี้ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษทำให้ลดแรงกระแทกไปได้เยอะทีเดียว  แม้จะมีบางจังหวะหวาดเสียวบ้างเมื่อเจอคลื่นลูกใหญ่แต่ก็ไม่โหดร้ายเหมือนนั่ง speed boat ดังนั้นถ้าใครเมาเรือมาก ๆ และกลัว speed boat ก็ลองพิจารณาทัวร์ของบริษัทนี้ดูนะครับน่าจะช่วยได้เยอะเลย หุหุ

เรือมาถึงท่าเรือช้ากว่ากำหนดราว 10 นาที  คงเป็นเพราะคลื่นลมค่อนข้างแรงนั่นเอง  ไกด์คนเก่งของเรากล่าวอำลานักท่องเที่ยวที่ตอนนี้ดูอ่อนเพลียจากการเดินทาง  แต่แววตาของทุกคู่บ่งบอกว่าเพิ่งจากผ่านช่วงเวลาอันมีความสุขทั้งนี้รวมถึงตัวผมด้วยเช่นกัน

รถของบริษัททัวร์มารอรับเราอยู่แล้ว  และนำเรามาส่งยังสุโขสปารีสอร์ทอย่างปลอดภัย  นับเป็นการปิดทริปวันหยุดที่สนุกมากอีกทริปหนึ่งของผมเลยทีเดียว

ข้อมูลการเดินทาง

เนื่องจากทริปนี้เป็น one day trip  ที่รวมค่าบริการทุกอย่างที่ผมเล่าให้ฟังแล้วในราคาเพียง 1,200 บาท  ดังนั้นอย่างเดียวที่ต้องทำคือติดต่อทัวร์ครับ ที่เหลือเขาจัดการให้หมดเลย อิอิ (แบบว่าไม่ต้องใช้ต้องใช้สมอง หุหุ)   ซึ่งผมว่าเป็นทัวร์ที่ลงตัวมากทัวร์หนึ่งครับ  เพราะนอกจากความสะดวกสบายแล้ว  ช่วงเวลานั้นค่อนข้างเหมาะสมและการเดินทางในแต่ละจุดไม่ใช้เวลามากเกินไป  ทำให้มีเวลาท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ  

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจทัวร์ภูเก็ตนี้ลองติดต่อได้ที่  Yours Vacation ที่เบอร์ 0897261788, 0864768976  ได้เลยครับ



ถ่ายภาพทะเลให้ชวนฝัน

หลังจากที่เคยแนะนำการถ่ายภาพทะเลให้สวยสดงดงาม และการถ่ายภาพน้ำตกให้พริ้วไหวไปแล้ว  วันนี้เรามาดูการถ่ายภาพอีกแบบหนึ่งที่ผสมผสานสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันครับ

เพื่อน ๆ หลายคนคงชอบภาพทะเลที่สีฟ้าครามสดใสกับน้ำทะเลสีครามเข้มใช่ไหมครับ  และคงจะรู้สึกเซ็งถ้าวันไหนฟ้าหม่นหมองมีเมฆเต็มไปหมด  วันนี้ผมมีเทคนิคการถ่ายภาพทะเลในอีกรูปแบบหนึ่งที่ให้ภาพสวยไม่แพ้กัน และไม่ต้องแคร์ด้วยว่าวันนั้นฟ้าใสหรือเต็มไปด้วยเมฆ เพราะวันนี้เราจะเน้นไปที่การถ่ายภาพคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งกันครับ

แน่นอนล่ะว่าภาพแนวนี้ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพน้ำทะเลแบบนิ่ง ๆ  แต่จะเหมาะกับการถ่ายภาพจุดที่มีคลื่นเยอะๆ โดยเฉพาะริมฝั่งหรือบริเวณที่มีโขดหินก็จะให้ภาพสวยงามไปอีกแบบ … เทคนิคการถ่ายภาพรูปแบบนี้คือการบันทึกภาพโดยใช้ speed ต่ำมาก ๆ (1-10 วินาที)  เพื่อให้เกลียวคลื่นที่เราเห็นถูกบันทึกเป็นสายน้ำที่ดูพริ้วไหว  หรือดูแล้วเหมือนไอหมอกคลุมเหนือพื้นน้ำหรือโขดหินนั่นเอง   และเพื่อให้ใช้ shutter speed ต่ำ ๆ ขนาดนี้ได้เราจึงต้องเลือกใช้รูรับแสงแคบ ๆ (f/8 – f/22)  และ ISO (ความไวแสง) น้อย ๆ เพื่อให้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำที่สุด   นอกจากนี้ช่วงเวลาที่ถ่ายภาพแนวนี้ควรเป็นช่วงเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเล็กน้อย หรือหลังพระอาทิตย์ตกดินเพราะเป็นช่วงที่แสงน้อยส่งผลให้ shutter speed ต่ำแบบที่เราต้องการ  แถมด้วยแสงช่วงนี้จะเป็นโทนสีน้ำเงิน, สีชมพู, หรือสีเหลืองส้มแล้วแต่กรณีซึ่งทำให้ภาพดูงดงามไปอีกแบบ

และเมื่อใช้ shutter speed ต่ำขนาดนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือขาตั้งกล้อง  เพื่อให้ภาพไม่สั่นไหวหรือถ้าไม่มีจะวางกล้องบนโขดหิน, ขอนไม้ หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้กล้องไม่สั่นไหวขณะที่บันทึกภาพ (สั่นไหวไม่เท่าไหร่ ระวังมันตกน้ำ อิอิ)   นอกจากนี้อาจใช้สายลั่นชัตเตอร์หรือตั้งเวลาถ่ายภาพเพื่อให้กล้องนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

สาธยายมาเยอะแล้ว ลองมาดูตัวอย่างภาพกันดีกว่าครับ  ภาพนี้ผมบันทึกแสงประมาณ 3 วินาทีในช่วงพระอาทิตย์ตก  จะได้ภาพสายน้ำที่พริ้วไหวคล้าย ๆ กับการถ่ายภาพน้ำตก  แต่ก็ยังได้บรรยากาศของทะเลยามเย็นอันสุดแสนโรแมนติกด้วย

หาดในฝัน

ส่วนภาพที่สองใช้เวลาในการบันทึกภาพนานขึ้นเป็น 8 วินาที  จะเห็นได้ว่าน้ำจะดูเป็นหมอก ๆ มากกว่าเป็นสายเพราะเราบันทึกแสงนานกว่าภาพแรกนั่นเอง

ทะเลในฝัน

ทราบเทคนิคไปแล้ว  ยังไงก็ลองไปทำกันดูนะครับ  เพราะหน้าฝนแบบนี้อาจไม่มีโอกาสได้ถ่ายภาพแบบฟ้าใส  ก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาถ่ายภาพแนวทะเลในฝันกันบ้าง  อาจจะได้ภาพที่สวยงามกว่าแบบเดิม ๆ ก็ได้ใครจะไปรู้ จริงไม๊ครับ …



เรียกพ่อสิลูก

วันนึง ขณะที่แม่ และลูกสาววัยรุ่นกำลังดูโทรทัศน์กันอยู่ในบ้านอย่างอบอุ่น กระทั้ง มีผู้ชายร่างสูงใหญ่ แต่งกายภูมิฐานเดินเข้ามาในบ้าน พร้อมกล่าวทักทาย

ผู้ชาย : ” สวัสดีครับ ”

แม่ : ” สวัสดีคะ ” พร้อมหันกลับมาบอกลูกสาวว่า ” หญิง เรียก พ่อ สิลูก “  

ลูกสาว : ทำหน้างวยงง พลางคิดในใจ ” ฉันมีพ่อเพียงคนเดียว คนนี้ไม่ใช่พ่อฉัน หรือว่า แม่ฉันมีสามี ใหม่ เป็นไปไม่ได้ ”

ลูกสาว เงยหน้ามอง แล้วก็ก้มหน้าลง แต่ในใจลึกๆ คิดเสียใจเป็นอย่างมาก พลางบอกตัวเองว่า ไม่จริง

แม่ : ” แม่บอกให้เรียกพ่อไงจ๊ะ เรียกพ่อสิ ” แม่เริ่มโมโหที่ลูกสาวไม่ยอมเรียกพ่อ

ลูกสาว : คิดในใจ ” ไม่ฉันไม่ยอมรับนายคนนี้เป็นพ่อเด็ดขาด เขาไม่ใช่พ่อฉัน ฉันมีพ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น ”

แม่ : โมโห ตบศรีษะ ลูกฉาดใหญ่ ดัง ” เพี้ยะ!!! ”

ผู้ชาย : ตกใจ บอกผู้เป็นแม่ว่า ” อย่าทำครับ อย่าทำ เขาไม่เรียกไม่เป็นไร ผมทนรอได้ครับ ”

ในขณะนั้น ลูกสาว เจ็บทั้งตัว และเจ็บทั้งใจ ที่ทำไมแม่ถึงทำแบบนี้ พลางร้องไห้ไป สะอึกสะอื้นไป

แม่ : ตบลูกสาวอีกฉาดใหญ่ แล้วบอกว่า ” แกนี่เรียกพ่อสิ ทำไมไม่เรียกพ่อ ”

ลูกสาว : สะอึกสะอื้น กลั้นใจพูด ออกมาเบาๆ ว่า ” พ่อ “

แม่ : ” แกเรียกเบาอย่างนั้น พ่อแกอยู่หลังบ้านจะได้ยินเหรอ รีบไปบอกพ่อแกเลยนะว่า ผู้จัดการ ธนาคารเขามา เร็วๆ เลยนะ เดี่ยวนี้เลย (เง้อออออออ…..)



WordPress Themes