แอบไปดู “สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก”

ใช่แล้วครับ  ต้องใช้คำว่าแอบไปดูจริง ๆ เพราะแนวหนังก็บอกอยู่แล้วว่าเหมาะสำหรับวัยรุ่น  ไอ้เรามันก็เลยวัยนั้นมาพอควรแล้ว (ขออนญาตใช้คำว่า “พอควร” แทนคำว่า “มาก” อิอิ)  เกรงว่าเข้าไปดูแล้วเก้าอี้ข้าง ๆ จะหันมามอง แล้วคิดในใจว่า “ผิดวัยป่าวลุง” เหอ ๆ .. บอกตามตรงทีแรกไม่คิดจะดูด้วยซ้ำเพราะกลัวจะผิดหวัง เนื่องจากหนังแนวนี้หลาย ๆ เรื่องไม่โดนเอาซะเลย  แต่บังเอิญเมื่อคืนเน้องชายตัวดีบอกว่าเพื่อนไปดูมาแล้วบอกว่าดี  อ้าวเวร..ทีนี้ก็เลยลังเล  search หากะทู้ใน pantip เพื่อ confirm … ดูไปสองกะทู้ส่วนใหญ่บอกว่า OK  ไม่แน่ใจว่าหน้าม้าป่าว หุหุ  แต่ก็ใจง่ายเชื่อไปแล้ว เพราะลึก ๆ แล้วก็อยากดูเหมือนกันเพราะนางเอกน่ารักดี  555

ว่าแล้ววันนี้ก็มาเฝ้าประตู central ตั้งแต่ยังไม่เปิด  พอเปิดปั๊บก็รีบจองตั๋วรอบแรกเลย  เพราะคาดว่ารอบต่อ ๆ ไปจะมีเหล่าน้อง ๆ มาดูกันเยอะ  กลัวว่าจะต้องนั่งท่ามกลางเสียงกรี๊ดเหมือนหลาย ๆ เรื่องที่ไปดูพร้อม ๆ กับเด็ก ๆ อิอิ

ปกติแล้วกว่าหนังจะฉายก็มีโฆษณาไม่ต่ำกว่า 20 นาที  แต่แปลกที่วันนี้เข้าไปช้ากว่าเวลาในตั๋วแค่ 5 นาทีหนังเริ่มไปแล้ว งงมาก ๆ  สงสัยคงต้องรีบทำรอบเอาเงินแหงมเลย … โชคดีจริง ๆ ที่ทั้งโรงมีไม่น่าจะเกิน 20 คน ทำให้ไม่รู้สึกแปลกแยกมากนัก  ที่สำคัญที่นั่งใกล้ ๆ กันแก่กว่าเราอีก หุหุ  อย่างน้องตูก็ไม่ได้แก่ที่สุดในโรงเฟ้ย

เอ้า… มาว่ากันที่ตัวหนังดีกว่า ฝอยมาเยอะแล้ว .. หนังก็เป็นเรื่องของรักแรกในวัยมัธยมต้น ที่นางเอกของเราพยายามทำสวย ทำดีทุกวิถีทางเพื่อให้รุ่นพี่ ม.ปลายที่หล่อที่สุดในโรงเรียนหันมาสนใจ ท่ามกลางคู่แข่งทั้งเพื่อนรุ่นเดียวกัน และเพื่อนรุ่นพี่ … การเล่าเรื่องก็เรียบง่ายไม่ซับซ้อน เน้นความน่ารักสดใสของตัวละครที่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้ตลอดเรื่อง มีบทซึ้งระหว่างเพื่อนที่เรียกน้ำตาคนดู (บางคน) ได้เหมือนกัน  … ช่วงท้าย ๆ ของเรื่องก็จะมีการค่อย ๆคลี่คลายปมที่หนังผูกไว้ทีละปมช้า ๆ  แต่ผมคงไม่เล่าตรงนี้ละครับ เดี๋ยวจะเสียอัทธรสของท่านที่ัยังไม่ได้ไปชม … ที่มีเขียนนี่ก็แค่จะบอกว่า หนังเื่รื่องนี้ดูได้ดูดีครับ ไม่เสียดายตังค์  ถ้าจะเปรียบเทียบอารมณ์ผมว่าคล้าย ๆ กับ season change หรือไม่ก็ ความจำสั้น แต่รักฉันยาว น่ะครับ  ดูเสร็จออกมาก็อมยิ้ม และมานั่ง post อยู่นี่แหละ  (จนเพื่อนบางคนเริ่มแซวผมแล้วว่า เฮ้ย blog แกเป็น blog วิจารณ์หนังไปแล้วเรอะ - ทำไงได้ก็ปีนี้แทบไม่ได้เที่ยวเลยนี่ฝ่า 555) 

สุดท้ายก็ขอ confirm ครับว่าน้องโอ้หล่อเทพมากครับ  สาว ๆเตรียมตัวกรี๊ดได้เลย  ส่วนตัวแสดงอื่น ๆ ก็แสดงได้ดีดูแล้วเป็นธรรมชาติน่ารักดีทุกคน … ขอให้สนุกกับหนังนะครับ



เล่านิทานสอนงานนาย – ตอนสั่งงานลูกน้อง

การครั้งหนึ่งไม่นานมานี้เอง มีการจัดการแข่งขัน “พ่อครัวสะท้านโลก” เพื่อเฟ้นหาพ่อครัวที่เป็นสุดยอดฝีมือในการทำอาหาร  โดยผู้จัดการแข่งขันได้จัดผู้ช่วยซึ่งไม่เป็นงานด้านครัวเลยมาให้พ่อครัวแต่ละคนใช้เป็นลูกมือ  การแข่งขันครั้งนี้มีตัวเก็งคนหนึ่งคือ Chef กะทะทองแดงนั่นเอง  เมื่อเริ่มการแข่งขัน Chef กะทะทองแดงก็รีบสั่งลูกมือให้จัดการทำข้าวผัดอันสุดแสนจะง่ายดาย ในขณะที่เขาลงมือทำซุปสูตรพิเศษที่ต้องใช้ความพิถีพิถันเป็นอย่างยิ่ง  ระหว่างที่เขาสาละวนกับการหั่นเครื่องปรุง  ข้าวผัดที่เพิ่งจะทำเสร็จใหม่ๆ ก็วางลงข้าง ๆ Checf กะทะทองแดง  ทันที่ที่เขาเห็นก็หัวเสียทันที พร้อมกับหันไปบอกลูกมือว่า “จะบ้าเรอะ ทำไมมันถึงเปียกแบบนี้ แล้วจะเข้ากับน้ำซุปของฉันได้อย่างไร ไปทำมาใหม่”  ว่าแล้วเขาก็ก้มหน้าก้มตาทำสูตรเครื่องปรุงต่อไป   ยังไม่ทันถึง 5 นาที  ข้าวผัดที่ทำแสนง่ายดาย และแห้งดูน่ารับประทานก็มาว่างตรงหน้า Chef กะทะทองแดงอีกครั้ง … เขาเหลือบตาไปมองที่จานข้าวผัดแล้วก็ส่งสายตาที่ลูกตาเกือบจะถนนออกมามองไปยังลูกมือที่กำลังยืนตัวสั่น แล้วตะคอกว่า “โอ๊ย.. ทำไมเอาไข่ไปผัดรวมกับข้าว  ต้องทอดต่างหากแล้วนำไปประดับภายหลัง  ไปทำมาใหม่” … เจ้าลูกมือก็รีบหยิบข้าวผัดจานนั้นออกไปทันที  แล้วรีบนำจานใหม่ที่แก้ไขแล้วกลับมาขณะที่ Chef กำลังนำเครื่องปรุงลงไปเคี่ยวในหม้อ  และแล้วสิ่งที่ลูกมือกลัวก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อ chef กะทะทองแดง  ตะเพิดใส่เขาว่า “ทำไมจึงเอาข้าวผัดใส่ซะเต็มจาน   ต้องใช้ถ้วยเล็ก ๆ เป็นแม่พิมพ์แล้ววางลงกลางจานเพื่อให้เหลือพื้นที่ด้านข้างสำหรับตกแต่ง” … ยังไม่ทันที่ chef จะพูดอะไรต่อ  เจ้าลูกมืก็รีบยกจานไปดำเนินการโดยเร็ว  chef กะทะทองแดงรีบยกน้ำซุปใส่ถ้วยอย่างบรรจง และนำมาวางคู่กับข้าวผัดที่ตอนนี้ถูกจัดอยู่บนจานพร้อมของประดับอย่างสวยงามน่ารับประทาน… และแล้วเวลาประกาศผลการตัดสินก็มาถึง  ปรากฎว่า chef กะทะทองแดงได้คะแนนเป็นลำดับสอง  เพราะใช้เวลาในการทำเกินกำหนดไป 3 นาที ทำให้เขาหัวเสียมาก และสบถต่อหน้าผู้เข้ามาร่วมงานว่าเป็นเพราะลูกมือแท้ ๆ ที่ทำงานไม่เอาไหน  ทำให้เขาต้องพ่ายแพ้ในครั้งนี้

คุณเห็นด้วยกับ Chef กะทะทองแดงไหมครับ

เชื่อว่าคนที่ทำงานเป็นลูกน้องหลาย ๆ คนคงเจอนายอย่าง Chef กะทะทองแดงมาแล้ว   แต่นายอย่าง Chef กะทะทองแดงจะรู้ตัวบ้างไหมหนอว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเขานั้นมีส่วนด้วยเช่นกัน … เมื่อคุณเป็นนายคนและต้องสั่งงานลูกน้อง  โดยเฉพาะลูกน้องที่ยังอยู่ในระดับปฏิบัติการ  ซึ่งอาจยังขาดทักษะ และความรู้ที่มากพอ  การสั่งงานที่ไม่บอกเป้าหมายของงาน ไม่บอกวิธีที่ถูกต้อง ก็จะทำให้คุณไม่สามารถได้รับงานที่มีคุณภาพถูกใจคุณ เว้นเสียแต่ว่าลูกน้องจะเป็นคนที่มีพรสวรรค์จริง ๆ … นายหลายคนลืมตัวและคาดหวังว่าลูกน้องต้องรู้ว่าจะทำอย่างไร  ลองนึกดูสิครับ หากมีคนบอกคุณว่าให้ไปเจอกันที่ seven 11 แล้วคุณจะไปถูกไหมว่า ที่จะให้ไปน่ะสาขาไหน  ดีไม่ดีถ้าคนฟังมั่นใจในตัวเองมากไม่ถามต่อ อาจจะไปคนละสาขาก็เป็นได้

ดังนั้นการสั่งงานลูกน้องทุกครั้ง ควรสอบถามเสมอว่าเข้าใจคำสั่งหรือไม่  เมื่อลูกน้องทำงานไปได้สักระยะควรเข้าไปสอบถามว่ามีปัญหาอะไรไหม  ไม่เข้าใจตรงไหนบ้าง  ไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน  แต่ก็ควรปลีกเวลาไปดูเพราะหากพนักงานขาดทักษะ คุณก็ต้องให้เขาแก้งานซึ่งเป็นการเสียเวลาอยู่ดี  สู้เสียเวลาเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้เขาสักหน่อย เพื่อให้ได้งานที่ถูกต้องมีคุณภาพไม่ดีกว่าหรือ

นายหลายคนมักมองว่าที่เคี่ยวเข็น หรือดุด่าลูกน้องก็เพื่อให้งานออกมาดี  ตรงนี้ไม่มีใครเถียงครับ  แต่อยากให้ผู้ที่เป็นนายทุกคนลองทบทวนด้วยว่าเราโยนงานหรือมอบหมายงานลูกน้องกันแน่   เราได้ให้แนวทางกับเขาหรือยัง  เราได้พัฒนาทักษะเขาจนสามารถทำด้วยตัวเองหรือยัง …

สำหรับลูกน้อง  หากคุณไม่เข้าใจสิ่งที่นายสั่งก็ควรจะสอบถาม อย่ากลัว ไม่เช่นนั้นคุณก็ต้องโดนด่าอยู่ดี และจงจำไว้ว่าเมื่อเป็นนาย ต้องสั่งงานลูกน้องให้เป็น  วันนี้แค่นี้ ขอกลับไปรับคำสั่งนายก่อนคร้าบ :)



สุดสัปดาห์ที่ Two Villas Holiday

หลังจากร้างราการออกทริปท่องเที่ยวซะนาน แถมยังไม่มีหวังจะได้ไปทริปไหนไกล ๆ ในช่วงเวลาอันใกล้นี้ ก็เลยต้องหาสถานที่พักผ่อนใกล้ๆ แต่ได้บรรยากาศเสมือนลาไปพักผ่อนไกล ๆ … ในที่สุดก็มาลงตัวที่ Two Villas Holidays ครับ เพราะเป็น Pool Villa ที่มีหลายห้องนอนและมีพื้นที่ส่วนตัวให้ผมกับผองเพื่อนให้ผ่อนคลายกันอย่างเต็มที่ 555

Two Villas นั้นมีหลาย Project ครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้หาดไนหานอีกส่วนหนึ่งอยู่ใกล้หาดบางเทา และเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศของวันหยุดทั้งสองวันไม่ให้ซ้ำกัน คืนแรกผมพักที่โครงการ The Grand ส่วนคืนที่สองพักที่โครงการ Oxygen โดยทั้งสองโครงการอยู่ใกล้หาดไนหาน ห่างจากบ้านของผมไม่ถึง 15 นาที หุหุ

ก่อนจะเข้าที่พักเราติดต่อเพื่อ check in ที่สำนักงาน โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพนักงาน พร้อมกับให้ข้อมูลและกุญแจบ้านรวมถึงมือถือซึ่งใช้ติดต่อในกรณีต้องการความช่วยเหลือซึ่งสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชม. เรียกได้ว่าบนความสะดวกสบายของที่พักอันเป็นส่วนตัวเสมือนบ้านของตัวเองนั้นยังอุ่นใจว่าจะสามารถขอความช่วยเหลือจากพนักงานได้ตลอดเวลาอีกด้วย สุดยอดดดด

หลังจากสอบถามข้อมูลเบื้องต้นต่าง ๆ แล้ว พนักงานก็ขับรถนำพวกเราไปยังที่พัก ใครที่ไม่ได้นำรถหรือเช่ารถมาเองก็ไม่ต้องห่วงครับ ทาง Two Villas ไม่ปล่อยให้คุณถือแผนที่เดินไปบ้านพักเองแน่ ๆ อิอิ … ขับรถเปิดเพลงฟังอย่างสบายใจไม่ทันจบเพลงก็มาถึงที่พักสำหรับคืนนี้แล้วครับ บ้านพักหลังนี้ชื่อ The Grand 18 – Two Villas Style ซึ่งจากที่สอบถามถามพนักงานที่มาส่งก็ทราบว่าเป็นบ้านหนึ่งในสองหลังของโครงการต้นแบบอันป็นที่มาของชื่อ Two Villas นั่นเอง

ที่ The Grand 18 มีที่จอดรถสำหรับ 1 คัน พร้อมประตูทางเข้าแบบไฟฟ้า จึงสะดวกสบายและอุ่นใจได้ว่ารถของคุณยังจอดอยู่อย่างปลอดภัยขณะที่คุณพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์อยู่ภายในบ้าน เสียอย่างเดียวครับที่จอดรถค่อนข้างจะเล็กไปสักนิด รอบหน้าถ้าผมรวยกว่านี้เอาเบนซ์มาคงเข้าลำบากหน่อย แต่ผมว่าคงชาติหน้ามากกว่า อิอิ

และทันที่ที่เปิดประตูบ้านเข้าไปก็ต้องบอกว่าโดนครับ โดนจริง ๆ เพราะการตกแต่งดูหรูหรา แต่ยังคงกลิ่นอายอันอบอุ่นแบบตะวันออกไว้ จนทุกคนแทบจะกระโดดลงบนเตียงกันเลยทีเดียว แต่โชคดีที่ผมห้ามไว้ทัน และบังคับให้ทุกคนเอาของไปรวมกันในห้องครัวที่ตอนนี้เอาไว้เก็บของพวกเราแทน เพราะวันสบาย ๆ อย่างนี้อย่าหวังให้มาต้องทำครัวซะให้ยาก หุหุ ส่วนผมก็รีบทำเวลาหามุมในการถ่ายภาพ ก่อนที่เหล่าเพื่อนฝูงจะทนไม่ไหวทำลายความงามของเตียงที่จัดไว้ซะก่อน

ผมเก็บภาพทั้งในส่วนของโต๊ะทานอาหารค่ำที่จัดไว้อย่างสวยงาม ห้องนั่งเล่นกลางที่มี TV พร้อมเครื่องเล่น DVD ครบครัน นอกจากนี้ก็ยังมีห้องนอนอีก 3 ห้อง โดยทุกห้องสามารถมองเห็นวิวของสระว่ายน้ำในบ้านและเปิดประตูเดินลงสระได้เลย เรียกได้ว่าจัดวางตำแหน่งของห้องต่าง ๆ ได้อย่างลงตัวทีเดียว

ค่ำคืนแรกผมนอนหลับอย่างสบายในผ้าห่มผืนนุ่มท่ามกลางเสียงฝนพรำ ๆ ที่ตกในช่วงค่ำคืนของฤดูฝน สลับกับเสียงกบร้องไกล ๆ เสมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง ….

ผมตื่นขึ้นมารับอากาศสดใสยามเช้าท่ามกลางฟ้าอันสดใสหลังฝน และก็อดไม่ได้ที่ต้องนำกล้องมาบันทึกความประทับใจไว้อีกครั้งโดยเฉพาะบริเวณสระว่ายน้ำ และต้องคอยบอกเพื่อนที่กำลังสนุกสนานกับการว่ายน้ำในสระให้หลบหน่อย ตรูจะถ่ายภาพเฟ้ย … ได้ยินเสียงบนในใจดัง ๆ กลับมาว่า สระมีไว้ให้ว่ายน้ำเฟ้ย ไม่ใช่ไว้ถ่ายรูป … เออจริงของมันว่ะ 555

เช้าวันนี้เชฟของ Two Villas ได้เข้ามาทำอาหารให้เราถึงที่ ตามรายการที่เราได้เลือกไว้แล้วตั้งแต่ตอนที่ check in ซึ่งผมว่าดีเหมือนกันเพราะจะได้ทานตอนที่ร้อน ๆ และสามารถเลือกนั่งสบาย ๆ ที่โต๊ะทานข้าวหรือจะออกไปนั่งจิบกาแฟริมสระก็ได้ … โอ้ว จอร์จมันยอดเจง ๆ

หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วผมก็ลองขับรถไปยังหาดในหานซึ่งเป็นหาดใกล้สุดเพื่อลองดูว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ … ปรากฎว่าขับไปไม่ถึง 4 กม.ก็ถึงหาดในหานแล้วครับ ขับแบบช้า ๆ ก็ยังไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ ซึ่งจากจุดนี้จะไปจุดชมวิวกังหันลม, แหลมพรมเทพ ก็ใช้เวลาอีกไม่เกิน 10 นาที หรือจะขับไปจุดชมวิวสามอ่าว หาดกะตะก็ไม่เกิน 15 นาทีเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นทำเลสุดยอดจริง ๆครับ เหมาะมาก ๆ กับเพื่อน ๆ ที่มาเที่ยวภูเก็ตแบบเช่ารถขับเอง แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้เช่ารถก็ไม่ต้องห่วงครับเพราะทาง Two Villas มีรถ shuttle bus คอยบริการทุก ๆ สองชั่วโมงไปยังจุดสำคัญต่าง ๆ แต่ในช่วง low season แขกไม่เยอะมากก็บอกน้อง ๆ ได้ครับเพราะเขาพร้อมบริการตลอด

ไหน ๆ ก็มาถึงทะเลแล้วก็เอาภาพหาดไนหานและจุดชมวิวกังหันลมมาฝากกันด้วยครับ

ตกเย็นเราก็ทำการย้ายบ้านกันครับ .. ไม่ต้องทำอะไรมากครับเพราะน้อง ๆ เขาบริการช่วยขนของอันพะรุงพะรังของผมมายังวิลล่าหลังต่อไปเรียบร้อยครับ ผมก็แค่ขนเพื่อน ๆ ที่เหลือตามมาเท่านั้นเอง .. คืนที่สองเราพักกันที่โครงการ The Oxygen ซึ่งต้องบอกว่าบรรยากาศแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ เพราะโครงการนี้มีลักษณะเหมือนคอนโดหรู ๆ โดยออกแบบพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัวมากทีเดียว … ชั่นล่างจะเป็นสระว่ายน้ำ ห้องโถงนั่งเล่น พื้นที่ทานอาหาร ห้องครัว และห้องชมภาพยนต์พร้อมจอ LCD และเครื่องเล่น DVD สุดหรู ภายในวิลล่าและเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ใช้สีขาวเพื่อให้ดูหรูหรา โล่ง โปร่งสบาย สลับกับเฟอร์นิเจอร์บางส่วนในโทนสีเข้มทำให้ดูลงตัวจริง ๆ

ชั้นบนจะเป็นห้องนอนสองห้องที่ตกแต่งในโทนเดียวกันกับชั้นล่าง มีห้องน้ำในตัวซึ่งกั้นกับห้องนอนด้วยกระจกใส เรียกได้ว่า sexy อย่าบอกใคร อิอิ

ข้อดีอีกอย่างของ Oxygen ก็คือมี TV ให้ดูทุกห้องครับ ทำให้ไม่ต้องแย่งกันดูที่ห้องนั่งเล่น หุหุ ใครอยากดูละครช่อง 3 เกมส์โชว์ช่อง 7 ก็ดูกันไป 555 แต่ผมสนุกกับการถ่ายภาพอย่าบอกใคร เพราะกลัวไปพักอย่างเดียวเอามาโม้ไม่ได้ว่าตรูไปพักมาแล้วนะเฟ้ย Two Villas Holiday …

สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังจะมาเที่ยวภูเก็ต โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อน ๆ ตั้งแต่ 4-8 คนนี่ผมว่าที่ Two Villas เหมาะมากครับ เลือก project ได้ตามใจชอบเลยครับ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมลองดูในเวปได้ที่นี่เลยครับ Two Villas Holiday



อิ่มอร่อยไม่จำกัดกับ TAPAS SILK STYLE ที่ Silk Restaurant & Bar – Andara Resort & Villas

มีข่าวดีมาบอกเพื่อน ๆ คร้าบ…  อิ่มอร่อยไม่จำกัดกับ  TAPAS SILK STYLE ที่ Silk Restaurant & Bar  ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็โทรสอบถามกันได้ที่เบอร์โทรด้านล่างนะครับ



ครั้งหนึ่งในชีวิตกับ 1 วัน 1 คืนบน Yacht

จั่วหัวซะหรูไม่ใช่เพราะถูกหวยจนเหลือเงินไปนั่งเรือยอร์ชกะเขาหรอกนะครับ แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่โรงแรม Andra ซึ่งผมทำงานอยู่ได้มอบหมายให้ผมเป็นผู้ประสานงานกับบริษัท Helicam ซึ่งรับงานถ่ายภาพและวิดีโอทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ (บังคับวิทยุ) โดยทางโรงแรมได้ว่าจ้างให้ helicam ถ่ายภาพเรือยอร์ชทั้งสองลำของโรงแรมได้แก่ Andara และ Celebrity เพื่อนำไปทำ VDO presentation และผมก็รับหน้าที่ติดต่อประสานงานรวมถึงเป็นช่างถ่ายภาพด้วยอีกตำแหน่ง

ทั้งนี้ตาม concept เราต้องการเก็บภาพบรรยากาศของ Yacht Trip ทั้งวันตั้งแต่รุ่งเช้าจนถึงบรรยากาศโรแมนติกยามค่ำ ทางทีมงานจึงตกลงใจว่าเราจะนอนค้างคืนกันบนเรือเลย เนื่องจากท่าเรือ Yacht Heaven นั้นอยู่ไกลมาก หากต้องเดินทางไปตอนเช้าคงไม่สะดวกแน่ ๆ … ค่ำวันพฤหัสตัวผมและทีมงานจึงลงเรือและออกเดินทางจากท่า ไปลอยลำอยู่หน้าเกาะละวะใหญ่ เพื่อรอแสงแรกของวันรุ่งขึ้นท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดของทะเลอันดามัน

ผมใช้เวลาว่างก่อนนอนถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ ภายแรกเป็น Living area ภายในเรือยอร์ชครับ

ภาพนี้เป็นห้องนอนของผมคืนนี้ครับ หุหุ

แต่ละห้องนอนมีห้องน้ำในตัว สะดวกสบายด้วยน้ำร้อน-น้ำเย็นและสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนโรงแรม 5 ดาว

อย่างที่เห็นในภาพครับ ห้องพักในเรือยอร์ชจะสะดวกสบายไม่ต่างจากห้องพักของโรงแรมเลยแม้แต่น้อย เพราะมีห้องน้ำในตัว, น้ำอุ่น, LCD TV แถมเตียงก็ยังนุ่มและกว้างขวางสะดวกสบาย แต่ผมก็นอนไม่ค่อยจะหลับเพราะค่อนข้างจะแปลกที่ และกังวลว่าจะไม่ตื่นตามเวลาที่ได้นัดหมายกันไว้ตอนตี 5 ครึ่งของวันรุ่งขึ้น … ผมนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ จนกระทั่งเสียงมือถือที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ดังขึ้นตอนตี 5 ตรง … หลังจากจัดการกับภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยก็ออกไปพบกับทีมงานและแอบดีใจไม่น้อยเพราะอากาศวันนี้ค่อนข้างสดใส ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานมีเมฆมากแถมมีฝนตกช่วงกลางคืนด้วย นับว่าเป็นโชคดีของทีมงานจริง ๆ … บรรยากาศยามเช้ากลางทะเล มีลมพัดเอื่อย ๆ กับกาแฟร้อน ๆ และอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ที่น้อง ๆ staff ของเรือยอร์ชนำมาเสิร์ฟนี่มันช่างแสนวิเศษจริง ๆ ผมทานอาหารไปก็แอบจินตนาการว่าเป็นเจ้าของเรือไปด้วย อิอิ

มาชมบรรยากาศยามเช้าหน้าเกาะละวะใหญ่กันดีกว่า

ผมและทีมงานลงเรือเล็ก (dingy) เพื่อเก็บภาพเรือทั้งสองลอยลำท่ามกลางทะเลและแสงแดดยามเช้า

หลังจากรองท้องกันแล้ว ผมกับทีมงานของ Helicam ก็ลงเรือน้อย dingy เพื่อถ่ายภาพเรือทั้งสองลำที่กำลังลอยลำรอพระอาทิตย์ขึ้นมาทักทายเราในเช้าวันใหม่ … เราใช้เวลากันอยู่นานพอสมควรเพื่อเก็บภาพแสงสีทองของเช้าวันใหม่กับเรือทั้งสองลำก่อนที่จะกลับขึ้นเรือเพื่อมุ่งหน้าสู่อ่าวพังงา จุดหมายต่อไปของเรา

การถ่ายภาพจากเฮลิคอปเตอร์นั้นไม่ใช่ง่าย ๆ ทาง Helicam ใช้เจ้าหน้าที่สองคน คนหนึ่งบังคับวิทยุ อีกคนบังคับกล้อง ซึ่งต้องทำหน้าที่ประสานงานกันอย่างดีเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด ตลอดเวลาของการบังคับเห็นได้ชัดว่าคนบังคับนั้นสีหน้าเคร่งเตรียดมิใช่น้อย เพราะคงเป็นห่วงกลัวเจ้าเฮลิคอปเตอร์กับกล้องจะตกทะเลนั่นเอง โดยเราได้ให้เรือทั้งสองลำแล่นคู่ขนานกับไปในท้องทะเลด้วยความเร็วเกือบเต็มสปีด และให้เฮลิคอปเตอร์บินวนเพื่อเก็บบรรยากาศจากมุมสูง โดยแต่ละรอบของการบินจะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีเนื่องจากต้องนำลงมาเปลี่ยนแบตเตอร์รี่นั่นเอง

อุปกรณ์ของทีมงาน Helicam มีเยอะทีเดียวครับ

ดูกันใกล้ ๆ

ทีมงานกำลังทำงานอย่างเคร่งเครียด (คนหนึ่งบังคับเฮลิคอปเตอร์ คนหนึ่งบันทึกภาพ)

เจ้าเฮลิคอปเตอร์กำลังบินถ่ายภาพอยู่เหนือเรือที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง

ภาพนี้ทางทีมงานกำลังบังคับนำเครื่องลง

เรือแล่นไป ถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ ผ่านเกาะพนัก ซึ่งเป็นเกาะที่ทัวร์มักจะหยุดให้นักท่องเที่ยวพายเรือแคนูลอดถ้ำเข้าไปชมความงามด้านใน จากนั้นก็ไปยังเกาะห้อง ซึ่งเป็นอีกจุดที่ทัวร์แคนูทุกรายหยุดให้นักท่องเที่ยวได้นั่งแคนูชมความงามของเกาะแห่งนี้ … เราใช้เวลาในการถ่ายภาพรวมถึงวิดีโอที่บริเวณอ่าวพังงานานพอสมควร เพราะจุดที่เรายร้อมด้วยเขาหินปูนอันงดงามของพังงานั่นเอง

เรือกำลังลอยลำเข้าสู่เขตอ่าวพังงา

อ่าวพังงามีเสน่ห์ที่รูปร่างของเกาะและภูเขาหินปูน ซึ่งมีรูปทรงแปลกตา แต่น้ำบริเวณนี้จะไม่ใส และไม่มีหาดขาว ๆ ที่เหมาะกับการเล่นน้ำ ดังน้้นเราจึงวางแผนกันว่าจะไปถ่ายภาพกันต่อที่เกาะนาคา ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากมีหาดทรายที่ขาวและน้ำใสกว่าที่นี่ … ระหว่างการเดินทางซึ่งใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง เราทานอาหารเที่ยงกันอย่างเอร็ดอร่อยโดยฝีมือของ Chef ประจำเรือ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกค้าที่ใช้บริการ Yacht ทุกคนจึงประทับใจมาก เพราะนอกจากวิวที่งดงาม การบริการท่ี่ประทับใจแล้ว อาหารยังรสชาติอร่อยมากอีกด้วย

ความงดงามของอ่าวพังงา

เรามาถึงเกาะนาคาน้อยหลังเที่ยงเล็กน้อย แดดกำลังดี ฟ้าและน้ำสดใสมาก ผมเองก็ต้องขึ้นเรือลำโน้นที ลำนี้ทีเพื่อถ่ายภาพให้ได้บรรยากาศของเรือทั้งสองลำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และนอกจากเรือแล้วเรามีนางแบบอีกสองคนมาร่วมทริปกับเราด้วย เพื่อให้ภาพที่ออกมาได้บรรกาศที่มีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งนี้ผมและทีมงานได้นั่ง dingy ขึ้นฝั่งไปพร้อมกับนางแบบเพื่อเก็บภาพบรรยากาศบนชายหาดด้วยเช่นกัน

ฟ้าสวยน้ำใสที่เกาะนาคา

มาดูนางแบบของเรากันบ้างดีกว่า อิอิ

ช่วงบ่ายของวันนี้ เรานำเรือออกสู่ท้องทะลเพื่อถ่ายภาพจากมุมสูงอีกครั้ง โดยมีการเปลี่ยนจากกล้องวิดีโอเป็นกล้องถ่ายภาพนี่งบ้าง เพื่อนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน และมีการเปลี่ยนมุมมองของการถ่ายภาพหลาย ๆ แบบเพื่อให้ได้งานที่หลากหลายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งกว่าจะได้ภาพสวยสมความตั้งใจก็ตกเย็นพอดี

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยลงหลังเขา เรือทั้งสองลำก็มุ่งหน้ากลับท่าเรือ yacht heaven และผมก็ใช้เวลาในช่วงนี้บันทึกบรรยากาศช่วงเย็นจากบนเรือ ซึ่งก็ไดแสงสีที่สวยงามไปอีกแบบ แม้ว่าการถ่ายภาพจะค่อนข้างยากเพราะเรือแล่นด้วยความเร็วสูงในขณะที่ shutter speed ต่ำทำให้ภาพมีโอกาสที่จะสั่นไหวได้ง่าย แต่นั่นก็ทำให้ผมได้ภาพบรรยากาศของเรือที่กำลังแล่นไปในท้องทะเลท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของแสงยามค่ำได้อย่างที่ไม่เคยถ่ายภาพแบบนี้มาก่อน

แล่นเรือกลับทางกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น

เรามาถึงท่าเรือตอนแสงเกือบจะหมดจากท้องฟ้าแล้ว … แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยกับการถ่ายภาพกลางแดดทั้งวัน แต่ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมากทีเดียว เพราะนอกจากได้เห็นเบื้องหลังการถ่ายภาพจากเฮลิคอปเตอร์, ได้ชมความงามของหมู่เกาะพังงา และเกาะนาคาแล้ว ยังได้ทดลองรูปแบบการถ่ายภาพใหม่ ๆ ในสถานการณ์ที่ไม่เคยลองมาก่อนด้วย …นับเป็น 1 วัน กับ 1 คืนที่แสนจะคุ้มค่าจริง ๆ

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากมีทริปสุดหรูบนเรือยอร์ชก็ติดต่อได้ครับที่ Andara 076-338777



WordPress Themes