การเดินทางเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งที่… ขุนช่างเคี่ยน

เมื่อเทศกาลวันหยุดปีใหม่ 2552 ผ่านพ้นไป   บรรดานักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกลับไปทำงาน  เรื่องราวการเดินทางประจำปีของผมกับเหล่าผองเพื่อนขาประจำจึงเริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  ….

หลังจากปีที่แล้วผมแทบไม่ได้ชมดอกซากุระเมืองไทยหรือนางพญาเสือโคร่งเพราะดอกร่วงเกือบหมดแล้ว (แห้วไปเลย ว่างั้นเหอะ)  ปีนี้ผมจึงวางแผนการรบเอ้ยแผนการเดินทางค่อนข้างกระชั้นชิดกับวันเดินทางเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่พลาดเหมือนปีที่แล้ว  เพราะเจ้าซากุระนี่จะบานเมื่อไหร่ เอาแน่เอานอนกะหล่อนไม่ได้ทั้งนี้แล้วแต่สภาพอากาศของแต่ละปี  และในที่สุดช่วงเวลาที่ผมเลือกคือสัปดาห์แรกหลังจากวันหยุดปีใหม่เนื่องจากไม่ต้องการแย่งอากาศหายใจกับบรรดานักท่องเที่ยวที่จะเยอะมากในช่วงดังกล่าว  และดอกซากุระก็น่าจะยังบานอยู่มากพอสมควร 

ผมเดินทางถึงเชียงใหม่ค่ำของวันที่ 5 มกราคม 2552 และพักที่บ้านเพื่อนใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่  นอนหลับบ้างตื่นบ้างเพราะไม่ชินกับสถานที่และตื่นเต้นกับภาพที่จะปรากฏเบื้องหน้าตลอดการเดินทางในครั้งนี้

หกโมงตรงเสียงนาฬิกาปลุกให้ลุกขึ้นอาบน้ำและเตรียมออกเดินทาง   อากาศยามเช้าที่เย็นกำลังสบายทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกแม้ว่าจะยังนอนไม่เต็มอิ่มก็ตาม …. ล้อรถเริ่หมุนขณะนาฬิกาบอกเวลาหกโมงครึ่งพอดี   เรามุ่งหน้าไปทานอาหารเช้ากันก่อนที่ร้านโจ๊กสมเพชรริมคูเมืองเชียงใหม่  จากนั้นจึงมุ่งหน้าขึ้นดอยสุเทพ   ขับรถผ่านพระธาตุดอยสุเทพ  และเลยพระตำหนักภูพิงค์มาเล็กน้อย  จากจุดนี้เราเริ่มเห็นต้นซากุระชูช่อดอกบานสะพรั่งอยู่ริมทางช่วยให้อุ่นใจได้ว่าปีนี้ซากุระคงไม่ร่วงโรยจดหมดต้นเหมือนปีที่แล้วแน่ ๆ

ห่างจากพระตำหนักไม่มากนัก  เป็นทางแยกเข้าสู่บ้านช่างเคี่ยน  ซึ่งหนทางเริ่มแคบลงและลัดเลาะไปตามไหล่เขา  ผมขับรถผ่านแมกไม้อันร่มรื่นราว 10 นาทีก็ได้พบกับต้นซากุระที่กำลังออกดอกสีชมพูสะพรั่งตลอดแนวถนน  เสียงชัตเตอร์บันทึกภาพของผองเพื่อนที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขดังขึ้นเป็นระยะ   สลับกับการถ่ายภาพบรรยากาศโดยรอบที่วันนี้มีผู้คนไม่หนาแน่นนักเนื่องจากเลยเทศกาลวันหยุดไปแล้ว

สีชมพูเป็นทิวแถว
ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

สีชมพูตัดกับสีเขียวของผืนป่า
ขุนช่างเคี่ยน

แหงนมองจากใต้ต้น
ขุนช่างเคี่ยน
 
บางต้นเริ่มมียอดอ่อนแล้ว
ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

หลังจากถ่ายภาพกันพอสมควรแล้วผมก็ขับรถต่อไปยังร้านกาแฟชื่อดังประจำขุนช่างเคี่ยน   ณ ที่นี่เราได้ดื่มด่ำกับกาแฟหอมกรุ่นภายใต้บรรยากาศอันงดงามของดอยสีชมพูแห่งนี้   ช่วยเติมความสุขให้กับพวกเราหลังจากที่ล้ากับงานหนักตลอดปีได้โขทีเดียว  

ร้านกาแฟที่บรรยากาศสวยงามสุดบรรยาย
ขุนช่างเคี่ยน

ใต้ร่มซากุระกะคนรู้ใจ
ขุนช่างเคี่ยน

เลยจากร้านกาแฟไปหน่อยเป็นจุดกางเต้นท์และสวนผลไม้ที่เขียนบอกไว้ว่าต้นพลัมซึ่งกำลังออกดอกสีขาวสะพรั่งงดงามจนมีช่างภาพมาล้อมถ่ายภาพกันเต็มไปหมดไม่แพ้ต้นซากุระเลยทีเดียว  

ดอกพลัมสีขาวสดใส
ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

หลังจากอิ่มกับบรรยากาศงาม ๆ แล้ว  ผมเดินทางต่อไปยังบ้างม้งดอยปุยเพื่อหาซื้อของฝากและทานอาหารเที่ยง    ซึ่งอาหารเด็ดของที่นี่ก็หนีไม่พ้นข้าวซอยดอยปุยครับ  รสชาติเข้มข้นอร่อยจริง ๆ    และสำหรับคนรักดอกไม้ที่นี่มีสวนสวย ๆ ให้ได้ถ่ายภาพกันพอหอมปากหอมคอ  โดยเสียค่าบริการแค่คนละ 10 บาทเท่านั้นเอง

ดอยปุย : แหล่งช็อปปิ้งที่ถูกใจสาว ๆเป็นที่สุด
ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

แม่อุ้ย
ขุนช่างเคี่ยน

ดอกไม้สวย ๆ ในสวนม้ง
ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

ลงจากดอยผมขับรถไปยังอำเภอจอมทองเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไปของเรา  “ขุนวาง”

Link ไปยังบทความที่เกี่ยวข้องในทริปนี้
ขุนช่างเคี่ยน  ขุนวาง  แม่เมย  ปางอุ๋ง  ขุนแม่ยะ  สันป่าเกี๊ยะ-แม่ตะมาน

การเดินทาง
ขุนช่างเคี่ยนอยู่ห่างจากเมืองเชียงใหม่ราว 32 กม.  บนเส้นทางดอยสุเทพดอยปุย  โดยทางแยกเข้าบ้านช่างเคี่ยนจะอยู่เลยจากพระตำหนักภูพิงค์ไปเล็กน้อย  เส้นทางในช่วง 8 กม.สุดท้ายเป็นถนนลาดยางแต่ค่อนข้างแคบต้องระมัดระวังในการขับขี่  และถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลเพราะรถจะติดมาก    การเดินทางจากเมืองเชียงใหม่ถึงจุดชมซากุระ  ขับแบบเรื่อย ๆ และรถไม่ติดมากใช้เวลาประมาณ 1 ชม.

ที่พัก
ที่พักที่ขุนช่างเคี่ยนมีเป็นบ้านพักในความรับผิดชอบของมช. และสามารถขออนุญาตกางเต้นท์ได้  โดยติดต่อคุณบุญนาค (มช. 053-944052)

Comment with facebook
Share