บทความที่เกี่ยวกับ tag : team building

วัน(ไม่)หยุดสุดสัปดาห์ ที่สองแพรก

ช่วงวันหยุด (ของชาวบ้านชาวช่อง) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  ผมและเพื่อน ๆ ชาวสุโขสปา เดินทางไปทำกิจกรรม team building กันที่พังงาริเวอร์ลอจ์ด ตำบลสองแพรก จังหวัดพังงา  ซึ่งการทำกิจกรรมครั้งนี้ก็เพื่อเตรียมงานสำหรับโครงการสุโขสปารีสอร์ท ที่กำลังจะเปิดต้นเดือนสิงหาคมนี้แล้ว…และเนื่องจากเป็นวันหยุด จะบังคับให้เหล่าผู้บริหารคนเก่งไฟแรงทั้งหลายช่วยกันออกไอเดียดี ๆ ที่ office ในวันหยุดก็เกรงว่าสมองจะไม่แล่น  ก็เลยจัดกิจกรรมนี้เพื่อให้ตายใจคิดว่าพาไปเที่ยวในวันหยุด  ที่ไหนได้โดนเค้นไอเดียกันหน้าดำคร่ำเครียด อิอิ แต่ก็ไม่ลืมที่จะแบ่งเวลาบางส่วนให้ได้ทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกันเพื่อให้สมกับชื่อ team building … วันนี้ก็เลยมีภาพมาฝาก  เพื่อชดเชยที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ update blog (ก็เพราะนั่งเตรียมงานหน้าดำคร่ำเครียดนี่แหละ อิอิ)

ภาพแรกเป็นภาพตัวเมืองพังงาในวันหยุด(เหล้า)เข้าพรรษาครับ  ผมล่ะชอบที่นี่จริง ๆ เรียกได้ว่าเป็นเมืองในหุบเขาก็ว่าได้เพราะมีภูเขารูปร่างหน้าตาแปลก ๆ โอบล้อมไว้  ยิ่งวันฝนตกด้วยแล้วจะมีหมอกไหลอ้อยอิ่งอยู่ตามยอดเขา สวยถูกใจช่างภาพมัก ๆ โดยภาพนี้ผมถ่ายใกล้ ๆ กับร้านดวง  ร้านอาหารแนะนำใจกลางเมืองพังงา อยู่ติดกับธนาคารกรุงเทพฯ ครับ  ใครมาพังงาก็แวะมาชิมได้ครับ รับประกันความอร่อยฮับ

หลังจากที่ทานอาหารเที่ยงกันแล้วพวกเราก็ขับรถผ่านตัวเมืองพังงามาราว 8 กม. ก็จะถึงทางแยกไปกระบี่และระนอง  จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปยังเส้นทางที่ไประนอง   ราว 1 กม.ก็จะถึงปากทางเข้าน้ำตกโตนปริวรรตซึ่งอยู่ทางด้านขวามือ  ต่อจากจุดนี้ก็ขับรถบนเส้นทางราดยางอย่างดีผ่านสวนยางและป่าไม้ตรงเข้าไปเกือบ 10 กม.ก็จะถึงรีสอร์ท  โดยภาพบรรยากาศข้างทางก็จะเป็นอย่างที่เห็นในภาพต่อไปนี้ครับ  ระหว่างทางบางช่วงจะผ่านสะพานแคบ ๆ และมีจุดบริการนั่งช้างเดินป่าอยู่ด้วย  ใครที่ชอบนั่งช้างก็อุดหนุนกันได้ครับ บรรยากาศดีทีเดียว

เมื่อมาถึงรีสอร์ทแล้วทุกคนต้องถ่ายภาพกันที่สะพานแขวนเพื่อเป็นที่ระลึก  ซึ่งทิวทัศน์จุดนี้สวยมากเนื่องจากมีลำธารน้ำใสไหลผ่าน และมี background เป็นภูเขาสีเขียวดูแล้วแสนจะสดชื่น เป็นที่ถูกอกถูกใจของบรรดานางแบบทั้งหลายยิ่งนัก อิอิ

อีกจุดหนึ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับช่างภาพก็คือน้ำตกที่ไหลผ่านรีสอร์ท  แม้ว่าจะเป็นน้ำตกเล็ก ๆ ที่สร้างโดยฝีมือมนุษย์  แต่ก็สวยยงามเหมาะกับการถ่ายภาพมากจนอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก

เมื่อมาถึงรีสอร์ทแล้ว  อีกกิจกรรมหนึ่งที่พลาดไม่ได้ก็คือ  การล่องแก่งที่จะมีสองช่วงคือช่วงสาย (ราว 11 โมง) และบ่ายสองโมง  ที่ต้องกำหนดเป็นรอบเพราะจะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนด้านบนรีสอร์ทวันละสองครั้งเพื่อให้ปริมาณน้ำมากขึ้นจนสามารถล่องแก่งได้อย่างสะใจอย่างที่เห็นในภาพ

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเน้นไปที่การระดมความคิดเพื่อเตรียมงาน  แต่บรรยากาศและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทางรีสอร์ทจัดก็ช่วยให้สมองเปิดโล่งพร้อมที่จะปลดปล่อยความคิดดี ๆ และรับความเห็นต่าง ๆ ได้อย่างสบายใจ … หากทีมงานของคุณอยู่ในภาวะการทำงานที่เคร่งเครียด  ลองชวนกันออกไปทำกิจกรรมสนุก ๆ ดูนะครับ  ผมเชื่อว่าเวลาที่สูญเสียไปคุ้มค่าแน่กับความสุขที่ได้รับแถมยังจะช่วยให้ได้งานและไอเดียติดไม้ติดมือกลับมา office ด้วยนะ.. จะบอกให้

สำหรับรายละเอียดที่พักและข้อมูลการท่องเที่ยวดูได้จาก website ของรีสอร์ทนะครับ  ออ! เกือบลืมบอกไปเลยว่าผมไม่ได้เดินทางไปชมน้ำตกโตนปริวรรตซึ่งอยู่ห่างจากรีสอร์ทไปอีกเล็กน้อยเนื่องจากต้องทำกิจกรรมอย่างที่เล่าไว้ข้างต้น  ชื่อของทริปนี้ก็เลยเป็นชื่อทริปสองแพรก (ชื่อตำบลที่ตั้งของรีสอร์ท) แทนที่จะเป็นโตนปริวรรตครับ


เล่านิทานสอนงานทีมตอน นายสาว

คุณนายสาวสวยคนหนึ่ง  หนีออกจากงานเลี้ยงที่แสนน่าเบื่อเพราะสามีเธอมัวแต่คุยเรื่องหุ้นกับเพื่อนนักธุรกิจซึ่งเธอไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย  เมื่อออกจากงานเลี้ยงเธอรีบขับรถกลับบ้านทันที  เมื่อถึงบ้านเธอก็พบว่าคนรับใช้หนุ่มรูปหล่อกำลังนั่งกินเหล้าอยู่ที่สวนข้างบ้าน  เธอจึงหันไปพูดกับเขา

“ตามชั้นมาที่ห้องเดี๋ยวนี้” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
คนรับใช้หนุ่มทำหน้าเลิกลั่กแต่ก็เดินตามเธอไปโดยดี
เมื่อเข้าไปในห้องนอนแล้ว  เธอก็เริ่มต้นสั่งอีกครั้ง
“ปิดประตูเดี๋ยวนี้  และก็ล็อคด้วย” เธอยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขัง
คนใช้หนุ่มรีบปิดประตูและล็อคอย่างว่าง่าย
“ทีนี้ก็ถอดเสื้อของฉันออก” เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เจ้าหนุ่มคนใช้มือสั่นค่อย ๆ ถอดเสื้อของเธอออก
“ยกทรงของฉันด้วย” เธอพูดพลางหน้าแดงเล็กน้อย
เจ้าหนุ่มคนใช้ปลดยกทรงเธอออกอย่างว่าง่าย
“ทีนี้ก็กระโปรงของฉัน” เธอว่าต่อไป
คนใช้หนุ่มค่อย ๆ บรรจงถอดกระโปรงของเธอออกช้า ๆ เธอมองเขาอย่างไม่ละสายตา

คุณคิดว่าเธอจะพูดอะไรต่อไป
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
แล้วเธอก็พูดว่า
“ถ้าแกเอาชุดของฉันมาใส่อีก  ฉันจะไล่แกออก”

แนวคิดในการสอนงาน
หากเล่าเรื่องนี้ให้ทีมงานฟังแล้วให้ทายตอนจบ  เชื่อว่าหลายคนคงทายตอนจบไปในแนว Rate R หรือไม่ก็ Rate X โน่นเลย (สารภาพมาซะดีๆ ใครทายแบบนั้นบ้าง หุหุ)  เราสามารถสอนทีมงานได้ว่าบางครั้งการคาดเดาสิ่งต่าง ๆ โดยไม่ฟังข้อมูลให้ครบถ้วนหรือไม่เห็นกับตาอาจจะทำให้เราตัดสินใจผิด ๆ และนำมาซึ่งการเข้าใจผิดอันใหญ่หลวงได้  เพราะบางครั้งประสบการณ์กับความเชื่อมั่นอาจหลอกเราได้เช่นกัน  และสุดท้ายก็ขอให้มองโลกในแง่ดี  เพราะบางเรื่องก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดนะคร้าบ :P


เล่านิทานสอนงานทีม : ม้ากับลา

มีพ่อค้าคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของม้าและลาอย่างละตัว
เขามักจะนำสินค้าจากหมู่บ้านหนึ่งไปขายให้อีกหมู่บ้านหนึ่ง
โดยจะแบ่งสินค้าทั้งหมดเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน โดยให้ลาบรรทุกส่วนหนึ่ง
และม้าบรรทุกส่วนหนึ่งทุกครั้งไป

อยู่มาวันหนึ่ง ม้าเจ้าเล่ห์คิดจะผ่อนแรงตัวเอง จึงออกอุบายบอกกับลาว่า 
“เพื่อนรัก ข้าเพิ่งเดินสะดุดก้อนหินเมื่อกี้นี้ เจ็บขาเหลือเกิน
คงแบกไม่ไหวแน่ ท่านช่วยแบ่งเอาของบนหลังข้าไปบ้างนะ”
ลาซึ่งไม่มีปากเสียงก็ยอมทนแบกของที่ม้าแอบถ่ายไปให้ส่วนหนึ่ง โดยไม่ปริปาก
แต่พอใกล้จะถึงหมู่บ้าน ลาซึ่งบรรทุกของหนักเกินกำลังก็เกิดหมดแรงล้มลง
เจ้าของหันมาเห็นเข้า จึงย้ายของทั้งหมดบนหลังลา
มาใส่บนหลังม้าแทน ม้าเจ้าเล่ห์จึงได้แต่รำพึงกับตัวเองว่า
“นี่เพราะความเห็นแก่ตัวแท้ ๆ เราถึงต้องมารับกรรมคนเดียวเช่นนี้”

แนวคิดในการสอนงาน
การทำงานแบบเอาเปรียบเพื่อนร่วมงานนั้น  นอกจากจะเป็นที่รังเกียจของผู้อื่นแล้ว บางครั้งยังอาจจะได้รับผลร้ายมาถึงตัวเองโดยที่คาดไม่ถึง  นอกจากนั้นยังทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กรลดลงจนถึงขั้นเกิดวิกฤตได้ถ้าหากทุกคนเห็นแก่ตัว, ไม่สามัคคีและไม่เสียสละให้กับส่วนรวม


WordPress Themes