บทความที่เกี่ยวกับ tag : new zealand

สะพายกล้องท่อง New Zealand #10 : สำรวจ Christchurch

ตอนที่แล้ว :  Surprise Pancake Rock และเส้นทางแห่งความทรงจำที่ Arthur’s pass

บทความทั้ง 12 ตอน
ก่อนเดินทาง : วันเดินทาง : Lake Tekapo/MT. Cook :
Arrow Town/Queenstown : Milford Sound : Teanau :
Wanaka/Fox Glacier : Lake Matheson/Franz Josef Glacier :
Pancake Rock/Arthur Pass : Christchurch : บทสรุป

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - -

เช้าวันนี้เป็นอีกวันที่ฟ้าใส  และก็เป็นโชคดีที่เราจะเยี่ยมชม Botanic Garden ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง Christchurch กันในวันนี้   โดยเราจอดรถกันที่ YMCA ตรงข้าม Botanic Garden เพื่อประหยัดค่าจอดรถ (ยอมเสี่ยงหน่อยเพราะถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาจโดนล็อคล้อได้)

ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีทั่ว Christchurch

christchurch-01

หัวหน้าทัวร์ของเราให้เวลาที่ Botanic Garden  1 ชั่วโมงเต็ม  ซึ่งผมก็ใช้เวลาเก็บภาพต้นไม้รูปทรงแปลกตา  รวมถึงบรรยากาศใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีแบบที่ชอบได้อย่างจุใจ  ทั้งนี้สวนแห่งนี้มีจุดเด่นที่ต้นไม้ใหญ่ที่หลากหลาย  แต่ดอกไม้นั้นสวยสู้ดอยตุงบ้านเราไม่ได้  อาจเป็นเพราะนี่ไม่ใช่ฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนก็เป็นไปได้

 ต้นไม้และดอกไม้สวย ๆ ใน Botanic Garden

botanic-01

botanic-01

botanic-01

botanic-01

botanic-01

ดอกไม้ก็มีเหมือนกันแต่ไม่สวยเท่าบ้านเรา

botanic-01

เมื่อได้เวลานัดพวกเราก็นัดหมายเวลาพบกันอีกครั้งในช่วงเย็น  และแยกย้ายกันเดินตามแต่ความชอบของแต่ละคน  ทั้งนี้ผมแวะไปชม Art Center ซึ่งมีมุมถ่ายภาพสวย ๆ หลายมุม และถือโอกาสชมผลิตภัณฑ์พื้นบ้านของชาว New Zealand ด้วย  นอกจากนี้ด้านหลังยังมีจุดขายอาหาร  ซึ่งมีร้านอาหารไทยอยู่ 2-3 ร้าน  แสดงว่าอาหารไทยคงถูกปากคนที่นี่เหมือนกัน (แต่ผมไม่ได้ชิมว่ามันเพี้ยนไปจากบ้านเราแค่ไหน)    เลยจุดนี้ไปเล็กน้อยมีการเปิดซุ้มขายของซึ่งผมไม่แน่ใจว่ามีทุกวันหรือไม่  หรือมีเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น   โดยของที่ขายก็มีตั้งแต่เสื้อผ้า, เครื่องประดับและของที่ระลึกที่ดูมีดีไซน์เก๋ ๆ แต่ราคาก็สูงเอาการเหมือนกัน

บรรยากาศบริเวณ Art Center

botanic-01

botanic-01

botanic-01

เลยจากจุดนี้ไปก็เริ่มเข้าสู่เขตสำหรับนัก Shopping  ที่เรียกว่า Cathedral Square ซึ่งที่นี่มีร้านค้าขายเสื้อผ้า, เครื่องประดับและของที่ระลึกเช่นเดียวกับเมืองใหญ่ทั่ว ๆ ไป   นอกจากนี้ยังมีจุดถ่ายภาพที่สำคัญได้แก่ กรวยเงิน Chalice และจัตุรัส Cathedral, รถราง รวมถึงบรรยากาศของสวนต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Avon ซึ่งสวยงามไปด้วยต้นไหม้น้อยใหญ่ที่บางต้นกำลังเปลี่ยนสีอย่างงดงาม

สำรวจเมือง Christchurch

botanic-01

botanic-01

botanic-01

botanic-01

botanic-01

botanic-01

กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ได้เวลานัดแล้วผมจึงต้องกลับไปยัง YMCA ซึ่งเป็นจุดนัดพบ  จากนั้นจึงขับรถกลับไปแวะซื้อของที่ห้าง Count Down ใกล้ที่พัก  โดยวันนี้หัวหน้าคณะทุ่มงบเต็มทื่ซื้อหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์  , ปลาแซลมอล, รวมถึง wine ขาวและ wine แดง  เพื่อฉลองปิดทริปของพวกเรากันอย่างสนุกสนานสมกับเป็นทริปในฝันของผมที่จะไม่มีวันลืมเลือนตลอดไป

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – -

ตอนต่อไป :  บทสรุปส่งท้าย


สะพายกล้องท่อง New Zealand #9: Pancake Rock และเส้นทางแห่งความทรงจำที่ Arthur’s pass

ตอนที่แล้ว : เงาสะท้อนสีครามที่ Lake Matheson และธารน้ำแข็งแห่ง Franz Josef Glacier

บทความทั้ง 12 ตอน
ก่อนเดินทาง : วันเดินทาง : Lake Tekapo/MT. Cook :
Arrow Town/Queenstown : Milford Sound : Teanau :
Wanaka/Fox Glacier : Lake Matheson/Franz Josef Glacier :
Pancake Rock/Arthur Pass : Christchurch : บทสรุป

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - -

 เช้าวันนี้อากาศค่อนข้างเย็น และมีหมอกเยอะเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาฝนตกหนัก  ทำให้เส้นทางที่เราใช้เพื่อไปชม Pancake Rock ซึ่งอยู่ตอนเหนือของ Graymount เต็มไปด้วยหมอกงดงามไปอีกแบบ  และโชคดีที่วันนี้ผมเป็นคนนั่งข้างคนขับก็เลยถ่ายภาพได้เต็มที่แม้จะไม่ได้จอดรถก็ตาม

บรรยากาศช่วงออกเดินทางจาก Greymount มีแต่หมอกเต็มไปหมด

Greymount

Greymount

Greymount

ทิวทัศน์ก่อนถึง Pancake Rock

west-coast-04

west-coast-05

ผมเห็นภาพและได้ข้อมูลของ Pancake Rock มาบ้างแล้วจากการอ่านหนังสือและค้นคว้าจาก Internet  ซึ่งก็ไม่ได้ตั้งความหวังไว้มากนักเพราะจินตนาการไว้ว่าคงเป็นแนวโขดหินที่มีคลื่นซัดแรงจนน้ำพุ่งสูงขึ้นมาเหมือนกับที่ปรากฏอยู่บน Postcard

การเดินเข้าชม Pancake Rock นั้นฟรีเช่นเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่น ๆ ของ New Zealand  โดยจะมีจุดให้ชมวิวเป็นระยะ   แต่ Highlight นั้นอยู่ที่จุดซึ่งเป็นภาพใน Post Card นั่นเอง  เพราะที่จุดนี้และจุดใกล้ ๆ กันจะมีคลื่นซัดเข้าสู่ช่องว่างระหว่างโขดหินทำให้เกิดภาพเหมือนทะเลคลั่ง   บางจุดมีเสียงเหมือนไอน้ำจากหวูดรสไฟ  บางจุดมีมีละอองน้ำทะเลพุ่งขึ้นมาเป็นระยะ   และตรงจุดสำคัญเมื่อคลื่นลูกใหญ่เข้ามากระทบจะเกิดน้ำพุ่งขึ้นสูงจนเปียกไปทั่วจุดชมวิว  จนทำให้ผมต้องนำผ้าเช็ดเลนส์ไว้ในกระเป๋ากางเกงเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และต้องคอยเอาตัวบังละอองน้ำอยู่ตลอดเวลา   ปกติแล้วถ้ามาชม Pancake Rock ตอนเช้าจะมีโอกาสเห็นรุ้งเมื่อมีน้ำพวยพุ่งขึ้นมาเพราะเกิดละอองน้ำในอากาศ  แต่เนื่องจากวันนี้มีฝนพรำ ๆ ทำให้เกิดรุ้งขึ้นที่ทะเลซึ่งฉากหลังด้วย  นับว่าเป็นโชคดีของผมจริง ๆ ที่ฝนมาตกเอาในวันที่เหมาะกับสถานการณ์แบบนี้

Pancake Rock

Pancake Rock

Pancake Rock

Pancake Rock

และที่ Pancake Rock แห่งนี้ก็ได้พิสูจน์อีกครั้งว่า  บางครั้งภาพถ่ายก็ไม่สามารถถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้เท่ากับการมาสัมผัสด้วยตัวเอง   ผมต้องยอมรับว่าที่นี่ surprise ผมมาก ๆ เพราะมันไม่ใช่แค่น้ำซัดโขนหินที่พุ่งสูงเท่านั้น  แต่มีองค์ประกอบอีกมากมายที่สร้างความสมบูรณ์ให้กับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้

หลังจากสนุกสนานกับการวิ่งหนีละอองน้ำกันแล้ว  เราเดินทางกลับไปยัง Graymount เพื่อซื้อของเพิ่มเติมและเดินชมเมืองกันเล็กน้อย  จากนั้นจึงมุ่งหน้าเข้าถนนสาย 73 ซึ่งเชื่อมไปยัง Christchurch จุดหมายของเราในวันนี้    ซึ่งเส้นทางนี้จะผ่านแนวเขาสูงที่สำคัญอีกแนวหนึ่งที่เรียกว่า Arthur’s Pass  ซึ่งช่วงนี้ปกคลุมไปด้วยหิมะ  โดยเฉพาะก่อนถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว Arthur’s Pass เล็กน้อยนั้นมีหิมะตกด้วยแต่ไม่หนาแน่นมากนัก  และวิวสองข้างทางก็สวยมาก ๆ  เสียดายที่ในช่วงนี้ผมรับหน้าที่เป็นคนขับจึงได้แต่เก็บภาพเหล่านั้นไว้ในความทรงจำ 

ในช่วงหลังของเส้นทาง Arthur’s Pass  หัวหน้าทัวร์คงสงสารผมจึงอาสาขับรถให้  ผมจึงได้ทำหน้าที่ช่างภาพอีกครั้ง  และพยายามเก็บบรรยากาศสองข้างทางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้   ซึ่งแม้ว่าวันนี้ฟ้าจะไม่แจ่มใสและเต็มไปด้วยเมฆแต่ทิวทัศน์นั้นถือว่าสวยงามสุดยอด  โดยเฉพาะช่วงที่พวกเราอยู่ในวงล้อมของภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะจนผมเลือกไม่ถูกว่าจะถ่ายภาพมุมไหนดี   นี่เองกระมังครับที่หลายคนพูดว่าที่นี่นั้น “สวยไปหมด” ซึ่งเป็นคำสั้น ๆ ที่ตรงกับความหมายจริง ๆ

เส้นทางที่งดงามและหลากหลายของ Arthur’s Pass

Arthur's Pass

Arthur's Pass

Arthur's Pass

Arthur's Pass

Arthur's Pass

Arthur's Pass

Arthur's Pass

Arthur's Pass

ช่วงใกล้ค่ำสภาพแสงก็เปลี่ยนไป

Arthur's Pass

Arthur's Pass

Arthur's Pass

Arthur's Pass

ผ่านพ้นจากแนวเทือกเขาที่เราได้แอบแวะไปสัมผัสกับหิมะอีกครั้งแล้ว   ก็เริ่มเข้าสู่เขตทุ่งหญ้าเป็นการบ่งบอกว่า Christchurch นั้นอยู่ไม่ไกลแล้ว    โดย 2 คืนต่อจากนี้พวกเราพักกันที่ Bush Inn Court Motel ซึ่งเป็นโรงแรมเดิม และห้องเดิมเหมือนที่เรามาพักในคืนแรก 

ตลอดคืนผมนอนคิดถึงบรรยากาศแต่ละวันที่ผ่าน ๆ มา  พร้อม ๆ กับการขอให้เวลาผ่านไปช้า ๆ อย่าได้ถึงวันที่ต้องอำลาที่นี่ไปเลยจนหลับไปโดยไม่รู้ตัว

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – -

ตอนต่อไป : สำรวจ Christchurch


สะพายกล้องท่อง New Zealand #8: เงาสะท้อนสีครามที่ Lake Matheson และธารน้ำแข็งแห่ง Franz Josef Glacier

ตอนที่แล้ว :    อลังการ Milford Sound

บทความทั้ง 12 ตอน
ก่อนเดินทาง : วันเดินทาง : Lake Tekapo/MT. Cook :
Arrow Town/Queenstown : Milford Sound : Teanau :
Wanaka/Fox Glacier : Lake Matheson/Franz Josef Glacier :
Pancake Rock/Arthur Pass : Christchurch : บทสรุป

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - -

เช้าวันนี้เราออกเดินทางกันอย่างไม่เร่งรีบนัก   โดยขับรถออกจากเมืองไปเล็กน้อยเพื่อชมความงามของ Lake Matheson  ซึ่งเมื่อถึงลานจอดรถแล้วต้องเดินเท้าบนเส้นทางที่กำหนด  โดยมีจุดให้ชมวิวหลัก ๆ สามจุด  แต่เราเลือกเดินไปถึงเพียงจุดแรกที่เรียกว่า Jetty View เนื่องจากใช้เวลาเพียง 20 นาที  และมุมมองจากจุดนี้ก็สวยงามไม่แพ้จุดอื่น ๆ ที่ต้องเดินทางเป็นชั่วโมงขึ้นไป  (ที่ทราบก็เพราะผมดูจาก post card นั่นเอง หุหุ)

ทะเลสาบ Matheson ใสเหมือนกระจกเงา

Lake Mathenson

จากจุดชมวิวนี้เราจะสามารถมองเห็น MT. Tasman และ MT. Cook สะท้อนอยู่บนผิวน้ำของทะเลชัดเจนราวกับว่าเป็นกระจกเงาเลยทีเดียว  อีกทั้งวันนี้ฟ้าก็เป็นสีครามสดใสสวยงามทำให้ภาพที่ได้จากจุดนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ผมชอบมากที่สุดของทริปนี้

เราใช้เวลาชมวิวและถ่ายภาพพอสมควรก็เดินย้อนกลับมาตามเส้นทางเดิม   โดยผมหยุดถ่ายภาพมอสและเฟิร์นริมทางเป็นระยะ  และเมื่อถึงบริเวณลานจอดรถก็อดไม่ได้ที่จะเก็บภาพอันงดงามเบื้องหน้าอีกหลายภาพไว้เป็นที่ระลึก

บนเส้นทางสู่ Lake Matheson

Lake Mathenson

Lake Mathenson

จุดท่องเที่ยวหลักของเราวันนี้คือการเดินเข้าไปชมความงามของ Franz Josef Glacier  ที่อยู่ห่างจาก Fox Glacier ไม่ไกลนัก   แต่การเดินทางเข้าชม Franz Josef Glacier นั้นจะต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่ามากผ่านเส้นทางที่เป็นหินคล้าย ๆ หินแม่น้ำ  โดยมีธารน้ำแข็งตั้งตระหง่านรออยู่เบื้องหน้า … การเดินทางสู่ Glacier ใช้เวลาราว 45 นาทีก็จะถึงแนวที่เจ้าหน้าที่กั้นไว้  ซึ่งเลยจากจุดนี้ไปควรมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้นำทางเข้าไป  เนื่องจากอาจเกิดอันตรายได้   ซึ่งระหว่างที่พวกเราถ่ายภาพกันที่แนวกั้น  ก็มีบางคณะที่ปีนขึ้นไปบนธารน้ำแข็ง  ดูแล้วน่าสนุกดีเหมือนกัน  นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงฮอเป็นระยะเพราะมีบริการทัวร์ขึ้นฮอไปชม Glacier รวมถึงชม MT. Cook ด้วย

ความยิ่งใหญ่ของ Franz Josef Glacier

Franz Josef Glacier

Franz Josef Glacier

ดูกันใกล้ ๆ

Franz Josef Glacier

ก้อนน้ำแข็งที่ถูกพัดพามาจาก Glacier

Franz Josef Glacier

ผมถ่ายภาพ Glacier และก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณริมลำธารที่ไหลมาจาก Glacier สักพักก็เดินกลับ  โดยระหว่างทางถือโอกาสถ่ายภาพน้ำตก 3 สายติดกันที่เกิดจากการละลายของหิมะข้างทางมาด้วย 

Franz Josef Glacier

ออกจาก Franz Josef Glacier แล้ว   พวกเรายังคงเดินทางโดยใช้ถนนสาย 6 มุ่งขึ้นทางทิศเหนือ  เพื่อไปยังจุดหมายของเราวันนี้  นั่นคือเมือง Graymount

เมือง Graymount เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดด้านตะวันตกของเกาะใต้  โดยมีถนนสายหลักเชื่อมกับ Christchurch   เมืองนี้จึงมีลักษณะเหมือนเมืองท่าโดยทั่วไป  ไม่น่ารัก น่าอยู่อาศัยเหมือนเมืองอื่น ๆ ที่ผ่านมา   แต่หัวหน้าทัวร์ของเราก็เอาใจลูกทัวร์โดยพาไปช็อปกันที่ห้าง Warehouse ซึ่งมีเสื้อผ้าราคาโรงงานให้เลือกมากมาย  จะว่าไปที่นี่ก็เหมือนแมคโครบ้านเรา  แต่คิดว่าคุณภาพและมาตรฐานของการตัดเย็บเสื้อผ้าคงจะดีกว่าที่บ้านเรา  พวกเราจึงซื้อของกันสนุกสนานด้วยราคาสบาย ๆ กระเป๋า

ค่ำคืนนี้เราพักกันที่ Graymount Motel  ซึ่งเป็นโรงแรมเดียวที่ไม่ยอมให้เราทำอาหารประเภทใช้เครื่องแกง หรืออาหารที่ทำจากปลา  แต่เรื่องอื่น ๆ ก็ถือว่าสะดวกสบาย และสะอาดใกล้เคียงกับที่อื่น ๆ ครับ

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – -

ตอนต่อไป :    Surprise Pancake Rock และเส้นทางแห่งความทรงจำที่ Arthur’s pass


สะพายกล้องท่อง New Zealand #7: จากเมืองแห่งทะเลสาบสู่ดินแดนตะวันตก

ตอนที่แล้ว : จาก Te Anau สู่ Wanaka

บทความทั้ง 12 ตอน
ก่อนเดินทาง : วันเดินทาง : Lake Tekapo/MT. Cook :
Arrow Town/Queenstown : Milford Sound : Teanau :
Wanaka/Fox Glacier : Lake Matheson/Franz Josef Glacier :
Pancake Rock/Arthur Pass : Christchurch : บทสรุป

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - -

ผมตื่นขึ้นมาเช้านี้แบบคนหลับไม่ค่อยเต็มอิ่มเพราะเมื่อคืนตื่นมาดูฟ้าอยู่หลายรอบนั่นเอง  และออกจะผิดหวังเล็ก ๆ เพราะเช้านี้มีเมฆมากพอสมควร  แต่ก็ยังโชคดีที่ฝนไม่ตกเหมือนตอนที่ดูพยากรณ์อากาศก่อนที่จะเดินทางมา   … หลังจากรีบรองท้องด้วยอาหารเช้าแบบง่าย ๆ แล้วผมรีบเดินไปยังทะเลสาบเพื่อหามุมถ่ายภาพล่วงหน้า    จะว่าไปแล้วแต่ละเมืองท่องเที่ยวที่โด่งดังของเกาะใต้ล้วนแล้วแต่อยู่ริมทะเลสาบเกือบทั้งสิ้น  แต่ทะเลสาบริมเมืองที่ผมชอบที่สุดก็คือก็คือ Wanaka นี่เอง  เพราะที่นี่นอกจากน้ำใสแล้ว  ยังมีสะพานไม้ที่ดูเหมาะกับทะเลสาบ (ในความคิดของผม)  ต้นไม้ริมทะเลสาบก็สวยถูกใจผมมาก ๆ   และที่สำคัญ MT. Aspiring ที่ตระหง่านเป็นฉากหลังนั้นสวยงามจริง ๆ 

บรรยากาศยามเช้าที่ Lake Wanaka

Lake Wanaka

Lake Wanaka

ถ่ายภาพได้สักพักผมจึงรีบเดินทางกลับไปยังห้องพักเพื่อเก็บของ  จากนั้นจึงขับรถมายังทะเลสาบอีกครั้งพร้อมกับคณะ  โดยเลือกถ่ายภาพบุคคล และเก็บบรรยากาศที่แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อีกเล็กน้อยก็ได้เวลาอำลา Lake Wanaka  ที่ผมคิดหวังว่าคงจะได้กลับมาเยือนอีกครั้งหนึ่ง

Lake Wanaka

Lake Wanaka

Lake Wanaka

ออกจากเมือง Wanaka มาเล็กน้อย  เราแวะที่ Puzzle World ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสัมผัสกับเกมส์หรือภาพลวงตาสนุก ๆ  แต่ผมไม่ได้เข้าชมเพราะไม่อยากเสียตังค์อิอิ …  นอกจากไม่ยอมจ่ายตังค์เข้าชมแล้วยังถือโอกาสเข้าไปถ่ายภาพภาพวาดหน้าห้องน้ำอันโด่งดัง  แถมด้วยการถ่ายภาพกับประติมากรรมแปลก ๆ ตรงทางเข้าด้วย  คิดซะว่าไม่ซื้อของเขาแล้วก็เอาเขาไปโปรโมทหน่อย หุหุ

มุมมหาชนที่ Puzzle World

Puzzle World

Puzzle World

ในขณะที่ชาวคณะสนุกสนานกับการถ่ายภาพด้านหน้า Puzzle World ผมปลีกตัวออกมาเก็บภาพใบไม้เปลี่ยนสีที่สวนตรงข้าม Puzzle World ซึ่งบางต้นใบเหลืองทั้งต้นงามสุด ๆ

เมื่อลูกทัวร์เก็บภาพกันสมใจแล้วเราก็เดินทางกันต่อ  โดยวันนี้เราต้องมุ่งหน้าไปยังฝั่งตะวันตกของเกาะใต้โดยใช้เส้นทางสาย 6  ซึ่งเส้นทางนั้นขนาบด้วย Lake Wanaka และ Lake Hawea  ทำให้ช่วงแรกของการเดินทางนั้นมีทะเลสาบโผล่มาให้เราเห็นทางซ้ายบ้างทางขวาบ้างสลับกันไป

เส้นทางอันงดงามสู่ West Coast

Route 6

Route 6

Route 6

Route 6

ก่อนถึงชายฝั่งด้านตะวันตกจะเป็นส่วนที่เรียกว่า Haast Pass  ซึ่งภูมิทัศน์จะเปลี่ยนจากทุ่งหญ้าเป็นภูเขาที่อุดมสมบูรณ์มีแม่น้ำสีฟ้าไหลผ่าน  โดยมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายจุด  หนึ่งในนั้นคือ Blue Pool ซึ่งน้ำสีฟ้าใสสมชื่อแต่พวกเรากลับขับรถเลยไปเพราะมัวแต่ร้องเพลงกันสนุกสนานนั่นเอง   แต่หัวหน้าทัวร์ของเราก็พาแวะชมป่าไม้สวย ๆ และน้ำตกริมทางเพื่อเป็นการชดเชย

ความชุ่มชื้นของ Hasst Pass

 Hasst Pass

Hasst Pass

Hasst Pass

เมื่อพวกเรามาถึงยังดินแดนตะวันตก  ภูมิทัศน์ก็เปลี่ยนไปอีกแบบ  เรียกได้ว่าวันนี้ได้สัมผัสบรรกาศสุดหลากหลายจริง ๆ  โดยตลอดเส้นทางในช่วงนี้จะมีจุดชมวิวให้ถ่ายภาพเป็นระยะ   แต่ผมนั้นไม่ได้ตื่นเต้นนักเพราะส่วนใหญ่เป็นทะเลเหมือนกับที่บ้านเกิด “ภูเก็ต” ของผมนั่นเอง    … จะว่าไปแล้วชายหาดของที่นี่ไม่ขาวสะอาดเหมือนทะเลบ้านเรา  อีกทั้งลมและคลื่นยังแรงมากไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ  แต่สภาพของหน้าผาและโขดหินก็มีลักษณะแปลกตาสวยไปอีกแบบ

เส้นทางริมฝั่งตะวันตก

West Coast

West Coast

West Coast

เรามาถึง Fox Glacier ซึ่งเป็นที่ท่องเที่ยวหลักของวันนี้ช่วงเย็น ๆ   … Fox Glacier เป็นธารน้ำแข็งที่สามารถพบได้ที่ New Zealand และที่ขั้วโลกเท่านั้น  โดยลานชม Fox Glacier จะเข้าไปได้ใกล้แค่ไหนขึ้นอยู่กับว่ามีน้ำท่วม, หินถล่มลงมาหรือเปล่า   ซึ่งวันนี้เราเดินไปได้เพียงนิดเดียวก็เจอกับป้ายห้ามเข้าที่เจ้าหน้าที่ทำไว้  ปล่อยให้พวกเรามองเห็น Fox Glacier อยู่ไกล ๆ …  ถ้าดูจากภาพแล้ว Fox Glacier ดูเหมือนจะเล็ก ๆ แต่ถ้ามีภาพคนประกอบ หรือถ้ามาเจอของจริงจะรู้ว่าบางครั้งภาพถ่ายไม่สามารถถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบนอกเสียจากคุณจะได้มาสัมผัสด้วยตัวคุณเอง

ความยิ่งใหญ๋ของ Fox Glacier

Fox Glacier

Fox Glacier

น้ำที่ไหลจาก Glacier จะเป็นสีนม

Fox Glacier

คืนนี้พวกเราพักกันที่ Rain Forest Motel ซึ่งเป็นโรงแรมที่คณะของพวกเราลงความเห็นว่าเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในทริปครั้งนี้  เนื่องจากมีอุปกรณ์ครบครันและห้องก็กว้างขวาง  แต่ในความรู้สึกของผมก็ไม่ถึงกับแตกต่างกับที่อื่นมากนักครับ

ในขณะที่คนอื่น ๆ พักผ่อนและทำอาหารเย็นกัน  ผมซึ่งไม่ติดคิวทำอาหารก็ผละตัวมาถ่ายภาพตรงข้ามโรงแรม  ซึ่งเป็นสนามหญ้าสีเขียว กับรั้วขาว  มีต้นไม้ใหญ่เป็นพระเอก  โดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้ากับปุยเมฆที่กำลังเปลี่ยนสีในช่วงหลังพระอาทิตย์ตก   ทั้งนี้ผมถ่ายภาพไว้ทั้งแบบแสงพอดี, over , under เพื่อนำไปทำภาพแบบ HDR  ที่ผมกำลังฝึกฝนวิทยายุทธอยูในช่วงนี้

ภาพถ่ายแนว HDR ที่หน้าโรงแรม

Fox Glacier

นอกจากถ่ายภาพในช่วงเย็นแล้ว  ก่อนนอนผมยังออกมาเก็บภาพของทิวทัศน์หน้าโรงแรม  เพราะวันนี้เป็นข้างขึ้นที่ดวงจันทร์เกือบเต็มดวง แถมมีดวงดาวเต็มท้องฟ้าอีกด้วย  ทำให้ได้ภาพที่ดูสวยงามส่งท้ายคืนอันเหน็บหนาวที่ Fox Glacier

บรรยากาศยามค่ำคืน

Fox Glacier

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – -

ตอนต่อไป : เงาสะท้อนสีครามที่ Lake Matheson และธารน้ำแข็งแห่ง Franz Josef Glacier


สะพายกล้องท่อง New Zealand #6: Te Anau สู่ Wanaka

ตอนที่แล้ว :    อลังการ Milford Sound

บทความทั้ง 12 ตอน
ก่อนเดินทาง : วันเดินทาง : Lake Tekapo/MT. Cook :
Arrow Town/Queenstown : Milford Sound : Teanau :
Wanaka/Fox Glacier : Lake Matheson/Franz Josef Glacier :
Pancake Rock/Arthur Pass : Christchurch : บทสรุป

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - -

ที่จริงแล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เส้นทางค่อนข้างยาวไกล  แต่เนื่องด้วยไม่ต้องรีบไปขึ้นเรือเหมือนวันที่ผ่านมา  เราจึงใช้เวลาช่วงเช้าจัดการเรื่องปะยางรถจนเรียบร้อย  เสียค่าแรงไป 30 $  เทียบกับบ้านเราแล้วสุดแสงจะแพง  แถมเจ้าฝรั่งที่บริการก็ยังใช้เราทำโน่นทำนี่ซะอีก ไม่ได้บริการดีเหมือนบ้านเรา   ผมจึงไม่แปลกใจเลยที่ฝรั่งโดยส่วนใหญ่ชอบหัวใจในการบริการของคนไทย 

เมื่อจัดการปัญหาเรื่องยางที่ทำให้เราพะวงกับการขับรถเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็ฉลองด้วยการทานไอศกรีมกันที่ร้าน Tip Top ข้างปั๊มนั่นแหละ  โดยมีรสที่หัวหน้าทัวร์แนะนำก็คือ Hoky Poky  ซึ่งก็อร่อยสมคำล่ำลือครับ (ผมเลือกอีกก้อนเป็นรสเบอร์รี่เพื่อแก้เลี่ยนด้วย)   ถ้ามาที่ Te Anau ก็ทานได้เลยครับเพราะที่ผมลองเช็คราคาดู  ราคาต่อก้อนของที่นี่ถูกกว่าที่เมืองอื่นพอสมควร 

อิ่มอร่อยจากไอศกรีมแล้ว  เราก็ยกขบวนกันไปถ่ายภาพริมทะเลสาบ  โดยจุดแรกถ่ายกันที่ park ใกล้ ๆ i-site ซึ่งเป็นสถานที่ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวที่มีอยู่ทุกเมือง 

ถ่ายภาพกันที่ Park ใกล้ ๆ กับ i-site

Teanau

จากนั้เราเคลื่อนขบวนไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งมีมุมถ่ายภาพสวย ๆ อีกหลายมุม   แต่ก็ใช้เวลาไม่นานนักเพราะฝนเริ่มมีทีท่าว่าจะตก  ทำให้เราต้องโบกมืออำลาเมือง Te Anau ไปในที่สุด

ทิวทัศน์ริมทะเลสาบ

Teanau

Teanau

Teanau

Teanau

เราเดินทางย้อนกลับไปเส้นทางเดิม  แต่รอบนี้พอมีเวลาที่จะแวะถ่ายภาพได้บ้าง  และหัวหน้าทัวร์ของเราก็เสียสละเป็นผู้ขับรถเองโดยให้ผมทำหน้าที่ถ่ายภาพเก็บบรรยากาศตลอดทาง  ทำให้ผมได้ถือโอกาสเก็บตกบรรยากาศบางส่วนที่พลาดไปเมื่อวานนี้ 

เส้นทางขากลับอันงดงาม

route-04

route-04

route-04

route-04

route-04

และเนื่องจากยังพอมีเวลาอยู่  หัวหน้าทัวร์จึงเปิดโอกาสให้ขา shop ได้แวะ Queenstown อีกครั้งเพื่อลดน้ำหนักแบงค์ในกระเป๋า   และบางส่วนขอนั่งกระเช้าเดินทางขึ้นไปยัง Skyline Gondola Restaurant เพื่อชมวิวของเมือง Queenstown  ซึ่งผมเองก็ได้ถือโอกาสนี้เก็บภาพบรรยากาศตอนกลางวันอีกรอบ  แม้ว่าขณะนั้นฟ้าจะไม่ใสนักก็ตาม

เมื่อได้เวลานัดหมายพวกเราพร้อมกันที่รถและมุ่งหน้าขึ้นเหนือผ่านเมือง Cromwell อีกครั้ง  โดยคราวนี้แวะที่ Lake Dunstan เพื่อเก็บภาพสวย ๆ  กัน   ก่อนที่จะใช้เส้นทางสาย 6 ผ่านภูเขาและทุ่งหญ้า  มุ่งหน้าสู่ Wanaka ซึ่งเป็นจุดหมายของเราในวันนี้

กว่าจะถึง Wanaka  ก็จวนค่ำแล้ว  และวันนี้ก็เป็นคิวที่รถคันของผมจะต้องช่วยกันทำอาหารเย็น  ผมจึงไม่ได้ออกไปตระเวนถ่ายภาพหน้าโรงแรมมากนัก  เพราะต้องคอยเป็นลูกมือให้แม่ครัวคนเก่งของเรา  ที่ทำซุปน่องไก่อันสุดอร่อย กับ หมี่ผัดให้เราได้อิ่มหนำกัน

 ตลอดค่ำคืนนี้ผมตื่นเปิดประตูห้องนอนของ  Alpine Motel  ออกมาดูท้องฟ้าเป็นระยะ  เพราะจากที่หาข้อมูลมา  ทะเลสาบ Wanaka นั้นสวยงามมาก  และคงจะดีไม่น้อยถ้าเช้าวันรุ่งขึ้นฟ้าสดใส  ซึ่งดูครั้งใดฟ้าก็ยังเต็มไปด้วยดวงดาวตลอดคืน  จนกระทั่ง 6 โมงเช้าปรากฎว่าเมฆมาจากไหนก็ไม่รู้เต็มไปหมด  ทำเอาผมต้องกลับไปนอนซุกผ้าห่มหวังลึก ๆ ว่าเมื่อสว่างกว่านี้จะได้เห็นท้องฟ้าอันสดใสไร้เมฆหมอกกวนใจ …

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – -

ตอนต่อไป :   จากเมืองแห่งทะเลสาบสู่ดินแดนตะวันตก 


WordPress Themes