วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมได้รับเกียรติจากทาง ททท.ให้เป็นผู้บรรยายให้กับผู้อบรมการตลาดท่องเที่ยวเชิงบูรณาการระดับผู้บริหารของธุรกิจเพื่อสุขภาพและสปา ที่จังหวัดภูเก็ต เกี่ยวกับการเพิ่มช่องทางขายด้วย e-marketing ซึ่งการบรรยายครั้งนี้จะต่างกับครั้งก่อน ๆ เพราะผู้เข้าฟังเป็นผู้ที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันและอยู่ในพื้นที่เดียวกันด้วย เดิมทีผมก็ไม่แน่ใจว่าผู้เข้ารับฟังจะรู้สึกไม่ดีหรือไม่เพราะถ้ามองในมุมหนึ่งก็เป็นเหมือนคู่แข่งกัน แต่ผมเองรู้สึกอยากตอบแทน ททท. และภาครัฐบ้างที่ก่อนหน้านี้ได้จัดหลักสูตรอบรมเรื่องเกี่ยวกับ e-marketing ให้กับภาคธุรกิจในจังหวัดภูเก็ตหลายครั้ง และผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่เข้าไปเก็บเกี่ยวความรู้ในทุกครั้งที่สามารถไปร่วมได้ อีกประการก็คือการที่ผู้ประกอบการร่วมกันใช้ e-marketing มาก ๆ และใช้ในทางที่สร้างสรรค์และเป็น positive อย่างที่ผมเน้นย้ำในทุกครั้งที่บรรยาย จะทำให้ภาพของภูเก็ต และสปาภูเก็ตที่ออกไปสู่สายตานักท่องเที่ยวมีมากขึ้นและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ก็หวังไว้ในใจลึก ๆ ว่าสิ่งที่ถ่ายทอดจะสามารถจุดประกายให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปเป็นแรงบันดาลใจและแนวคิดในการนำไปใช้ในธุรกิจของตนเองให้สำเร็จได้ ส…า..า ธุ
สาธายายมาตั้งย่อหน้าแล้วยังไม่เข้าเรื่อง “น้องสุขใจ” เลย อิอิ … เรื่องของเรื่องก็คือผมได้ “น้องสุขใจ” เป็นของที่ระลึกจากทาง ททท. ซึ่งผมดีใจมาก เพราะอยากได้มานานแย้ว หุหุ พอกลับถึงบ้านก็เลยเอามาถ่ายภาพคู่กับ 9MOT ตัวส้มซะเลย … เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ผู้รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันพิเศษอีกวันหนึ่ง เพราะนอกจากจะได้ “สุขใจ” ที่ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน ชาวช่องแล้ว ยังได้ “น้องสุขใจ” ติดมือกลับบ้านด้วย คืนนี้คงหลับฝันดีแหงเลย หุหุ ขอให้เพื่อน ๆ หลับฝันดีทุกคนนะครับ …
ที่จริงไม่อยากใช้หัวข้อนี้เลย เพราะขนาดเพื่อนยังเรียกว่า “เพื่อนแก่” มันก็แสดงว่าเราก็ “แก่” เหมือนกัน หุหุ แบบว่ารับความจริงม่ายได้ .. แต่ก็ขอเขียนแบบนี้แล้วกันเพราะใคร ๆ เขาก็พูดกันแบบนี้เมื่อได้เจอกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานแสนนาน
จะเรียกว่าความบังเอิญก็คงได้เพราะผมได้รับมอบหมาย(อีกแล้ว)ให้เข้าอบรม(สงสัยนิสัยไม่ดี ต้องถูกอบรมเยอะๆ) ในโครงการ e-marketing ที่จัดโดย software park ซึ่งได้เชิญผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวเข้าร่วมสัมนาเชิงปฏิบัติการที่เรียกโก้ๆ ว่า workshop เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการตื่นตัวในการใช้ e-maketing ในการเพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านการตลาด
หลังจากการสัมนา e-marketing day คราวที่แล้วซึ่งไปในฐานะผู้บรรยาย คราวนี้ปลอมตัวมาในฐานะนักเรียนบ้าง เพื่อเติมเต็มความรู้ส่วนที่ยังขาดวิ่นให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และก็เป็นอะไรที่บังเอิญเพราะวิทยากรที่มาบรรยายทั้งสามท่านเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันสมัยมหา’ลัย ทีแรกก็จำกันไม่ได้ ถามไปถามมา อ้าว.. รุ่นเดียวกัน ก็เลยได้ถือโอกาสพาเพื่อนเก่า เพื่อนแก่ (พอ ๆ กับเรา) ไปทานอาหารด้วยกัน และคุยกันสัพเพเหระเกี่ยวกับชีวิตหลังเรียนจบ
น่าแปลกที่ตอนเรียนไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ เพราะที่คณะมีนิสิตแต่ละรุ่นราว 700 คน ซึ่งผมเองสนิทอยู่ไม่กี่คน ส่วนใหญ่เป็นคนที่อยู่ภาควิชาเดียวกัน แต่พอมาเจอกันภายหลังกลับคุยกันถูกคอสนุกสนานเหมือนรู้จักกันมานานเลยทีเดียว
อีกอย่างที่ได้จากงานนี้นอกจากความรู้ประดับสมองก็คือ เพื่อนใหม่ ๆ จากหลากหลายธุรกิจที่ทำให้เราหูตากว้างขวางขึ้น และมีมิตรมากขึ้นอีกเยอะเลย…
มีมิตรมันก็ดีอย่างนี้นี่เอง ไม่ว่าจะสหายเก่า มิตรใหม่ ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้เรารู้สึกดีทั้งนั้น … ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าแล้วพี่น้องคนไทยจะมาเป็นศัตรูกันทำไม .. มาเป็นมิตรกันดีกว่าครับ
ไม่ต้องงงครับ…ไม่ต้องงง ไม่ได้เข้ามาผิด blog ครับ แต่วันนี้ขอนอกเรื่องจากหัวข้อที่เขียนเป็นประจำสักหน่อยครับ… เนื่องจากวันนี้ผมได้เป็นแขกของทาง ททท. ที่มาจัดงาน e-marketing days เพื่อให้ความรู้กับผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต โดยเชิญผมพูดในหัวข้อ case study (“หนูทดลอง” หรือที่เรียกแบบสวย ๆ ว่า กรณีศึกษา อิอิ) ซึ่งผมได้เล่าประสบการณ์ในการใช้ e-marketing เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายให้กับ สุโขสปา (บ้านหลังที่ 2 ของผม) ที่ผมทำมาตลอด 3 ปี และเป็นช่วงที่ผมหมั่นศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมมาโดยตลอด รวมทั้งเข้าอบรมในทุกครั้งที่มีการจัด ไม่ว่าจะเป็นของ ททท., Sipa, SME และหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งแต่ละครั้งมีวิทยากรที่ผมถือว่าเป็นครูของผมมาให้ความรู้ใหม่ ๆ เสมอ อย่างครั้งนี้หนึ่งในคุณครูของผมคือคุณเนืองนิมมาน แห่ง born distinction ก็ยังนำเรื่องใหม่ ๆ ที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนมาเปิดโลกทัศน์ ถ่ายทอดให้ผมและผู้ร่วมสัมนาฟังเพื่อนำไปใช้ในการทำงานของตัวเองเหมือนเช่นทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา
การได้มีโอกาสเล่าถึงส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่เราได้ทำไป ก็เหมือนได้ส่งการบ้านที่ครูให้ไว้เมื่อสอง-สามปีก่อน และรู้สึกดีใจที่ได้นำประสบการณ์มาถ่ายทอดให้เพื่อน ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันได้นำไปใช้ประโยชน์บ้าง ผมพูดตอนหนึ่งในสัมนาว่าในโลกของ e-marketing นั้น ขอให้คุณเป็นผู้ให้ 80% และเป็นผู้รับ 20% แล้วคุณจะมีความสุขและประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน หนึ่งในผลิตผลของการให้ก็คือ blog ที่คุณอ่านอยู่นี่แหละครับ ผมตั้งใจทำเพื่อถ่ายทอดความคิด ข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ โดยหวังว่าคนที่อ่านจะมีความสุข หรือสามารถนำมันไปใช้ประโยชน์ได้ … (แต่ก็ไม่ลืมอีก 20% แห่งการรับ รู้ไหมเอ่ยว่าผมซ่อนมันไว้ที่ไหน) เพื่อน ๆ ล่ะครับ เมื่อได้รับความรู้และแรงบันดาลใจแล้ว เพื่อน ๆ นำไปทำเป็นการบ้านบ้างหรือเปล่า ?