บทความที่เกี่ยวกับ tag : 9mot

ครั้งหนึ่งในชีวิตกับ 1 วัน 1 คืนบน Yacht

จั่วหัวซะหรูไม่ใช่เพราะถูกหวยจนเหลือเงินไปนั่งเรือยอร์ชกะเขาหรอกนะครับ แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่โรงแรม Andra ซึ่งผมทำงานอยู่ได้มอบหมายให้ผมเป็นผู้ประสานงานกับบริษัท Helicam ซึ่งรับงานถ่ายภาพและวิดีโอทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ (บังคับวิทยุ) โดยทางโรงแรมได้ว่าจ้างให้ helicam ถ่ายภาพเรือยอร์ชทั้งสองลำของโรงแรมได้แก่ Andara และ Celebrity เพื่อนำไปทำ VDO presentation และผมก็รับหน้าที่ติดต่อประสานงานรวมถึงเป็นช่างถ่ายภาพด้วยอีกตำแหน่ง

ทั้งนี้ตาม concept เราต้องการเก็บภาพบรรยากาศของ Yacht Trip ทั้งวันตั้งแต่รุ่งเช้าจนถึงบรรยากาศโรแมนติกยามค่ำ ทางทีมงานจึงตกลงใจว่าเราจะนอนค้างคืนกันบนเรือเลย เนื่องจากท่าเรือ Yacht Heaven นั้นอยู่ไกลมาก หากต้องเดินทางไปตอนเช้าคงไม่สะดวกแน่ ๆ … ค่ำวันพฤหัสตัวผมและทีมงานจึงลงเรือและออกเดินทางจากท่า ไปลอยลำอยู่หน้าเกาะละวะใหญ่ เพื่อรอแสงแรกของวันรุ่งขึ้นท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดของทะเลอันดามัน

ผมใช้เวลาว่างก่อนนอนถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ ภายแรกเป็น Living area ภายในเรือยอร์ชครับ

ภาพนี้เป็นห้องนอนของผมคืนนี้ครับ หุหุ

แต่ละห้องนอนมีห้องน้ำในตัว สะดวกสบายด้วยน้ำร้อน-น้ำเย็นและสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนโรงแรม 5 ดาว

อย่างที่เห็นในภาพครับ ห้องพักในเรือยอร์ชจะสะดวกสบายไม่ต่างจากห้องพักของโรงแรมเลยแม้แต่น้อย เพราะมีห้องน้ำในตัว, น้ำอุ่น, LCD TV แถมเตียงก็ยังนุ่มและกว้างขวางสะดวกสบาย แต่ผมก็นอนไม่ค่อยจะหลับเพราะค่อนข้างจะแปลกที่ และกังวลว่าจะไม่ตื่นตามเวลาที่ได้นัดหมายกันไว้ตอนตี 5 ครึ่งของวันรุ่งขึ้น … ผมนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ จนกระทั่งเสียงมือถือที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ดังขึ้นตอนตี 5 ตรง … หลังจากจัดการกับภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยก็ออกไปพบกับทีมงานและแอบดีใจไม่น้อยเพราะอากาศวันนี้ค่อนข้างสดใส ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานมีเมฆมากแถมมีฝนตกช่วงกลางคืนด้วย นับว่าเป็นโชคดีของทีมงานจริง ๆ … บรรยากาศยามเช้ากลางทะเล มีลมพัดเอื่อย ๆ กับกาแฟร้อน ๆ และอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ที่น้อง ๆ staff ของเรือยอร์ชนำมาเสิร์ฟนี่มันช่างแสนวิเศษจริง ๆ ผมทานอาหารไปก็แอบจินตนาการว่าเป็นเจ้าของเรือไปด้วย อิอิ

มาชมบรรยากาศยามเช้าหน้าเกาะละวะใหญ่กันดีกว่า

ผมและทีมงานลงเรือเล็ก (dingy) เพื่อเก็บภาพเรือทั้งสองลอยลำท่ามกลางทะเลและแสงแดดยามเช้า

หลังจากรองท้องกันแล้ว ผมกับทีมงานของ Helicam ก็ลงเรือน้อย dingy เพื่อถ่ายภาพเรือทั้งสองลำที่กำลังลอยลำรอพระอาทิตย์ขึ้นมาทักทายเราในเช้าวันใหม่ … เราใช้เวลากันอยู่นานพอสมควรเพื่อเก็บภาพแสงสีทองของเช้าวันใหม่กับเรือทั้งสองลำก่อนที่จะกลับขึ้นเรือเพื่อมุ่งหน้าสู่อ่าวพังงา จุดหมายต่อไปของเรา

การถ่ายภาพจากเฮลิคอปเตอร์นั้นไม่ใช่ง่าย ๆ ทาง Helicam ใช้เจ้าหน้าที่สองคน คนหนึ่งบังคับวิทยุ อีกคนบังคับกล้อง ซึ่งต้องทำหน้าที่ประสานงานกันอย่างดีเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด ตลอดเวลาของการบังคับเห็นได้ชัดว่าคนบังคับนั้นสีหน้าเคร่งเตรียดมิใช่น้อย เพราะคงเป็นห่วงกลัวเจ้าเฮลิคอปเตอร์กับกล้องจะตกทะเลนั่นเอง โดยเราได้ให้เรือทั้งสองลำแล่นคู่ขนานกับไปในท้องทะเลด้วยความเร็วเกือบเต็มสปีด และให้เฮลิคอปเตอร์บินวนเพื่อเก็บบรรยากาศจากมุมสูง โดยแต่ละรอบของการบินจะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีเนื่องจากต้องนำลงมาเปลี่ยนแบตเตอร์รี่นั่นเอง

อุปกรณ์ของทีมงาน Helicam มีเยอะทีเดียวครับ

ดูกันใกล้ ๆ

ทีมงานกำลังทำงานอย่างเคร่งเครียด (คนหนึ่งบังคับเฮลิคอปเตอร์ คนหนึ่งบันทึกภาพ)

เจ้าเฮลิคอปเตอร์กำลังบินถ่ายภาพอยู่เหนือเรือที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง

ภาพนี้ทางทีมงานกำลังบังคับนำเครื่องลง

เรือแล่นไป ถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ ผ่านเกาะพนัก ซึ่งเป็นเกาะที่ทัวร์มักจะหยุดให้นักท่องเที่ยวพายเรือแคนูลอดถ้ำเข้าไปชมความงามด้านใน จากนั้นก็ไปยังเกาะห้อง ซึ่งเป็นอีกจุดที่ทัวร์แคนูทุกรายหยุดให้นักท่องเที่ยวได้นั่งแคนูชมความงามของเกาะแห่งนี้ … เราใช้เวลาในการถ่ายภาพรวมถึงวิดีโอที่บริเวณอ่าวพังงานานพอสมควร เพราะจุดที่เรายร้อมด้วยเขาหินปูนอันงดงามของพังงานั่นเอง

เรือกำลังลอยลำเข้าสู่เขตอ่าวพังงา

อ่าวพังงามีเสน่ห์ที่รูปร่างของเกาะและภูเขาหินปูน ซึ่งมีรูปทรงแปลกตา แต่น้ำบริเวณนี้จะไม่ใส และไม่มีหาดขาว ๆ ที่เหมาะกับการเล่นน้ำ ดังน้้นเราจึงวางแผนกันว่าจะไปถ่ายภาพกันต่อที่เกาะนาคา ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากมีหาดทรายที่ขาวและน้ำใสกว่าที่นี่ … ระหว่างการเดินทางซึ่งใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง เราทานอาหารเที่ยงกันอย่างเอร็ดอร่อยโดยฝีมือของ Chef ประจำเรือ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกค้าที่ใช้บริการ Yacht ทุกคนจึงประทับใจมาก เพราะนอกจากวิวที่งดงาม การบริการท่ี่ประทับใจแล้ว อาหารยังรสชาติอร่อยมากอีกด้วย

ความงดงามของอ่าวพังงา

เรามาถึงเกาะนาคาน้อยหลังเที่ยงเล็กน้อย แดดกำลังดี ฟ้าและน้ำสดใสมาก ผมเองก็ต้องขึ้นเรือลำโน้นที ลำนี้ทีเพื่อถ่ายภาพให้ได้บรรยากาศของเรือทั้งสองลำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และนอกจากเรือแล้วเรามีนางแบบอีกสองคนมาร่วมทริปกับเราด้วย เพื่อให้ภาพที่ออกมาได้บรรกาศที่มีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งนี้ผมและทีมงานได้นั่ง dingy ขึ้นฝั่งไปพร้อมกับนางแบบเพื่อเก็บภาพบรรยากาศบนชายหาดด้วยเช่นกัน

ฟ้าสวยน้ำใสที่เกาะนาคา

มาดูนางแบบของเรากันบ้างดีกว่า อิอิ

ช่วงบ่ายของวันนี้ เรานำเรือออกสู่ท้องทะลเพื่อถ่ายภาพจากมุมสูงอีกครั้ง โดยมีการเปลี่ยนจากกล้องวิดีโอเป็นกล้องถ่ายภาพนี่งบ้าง เพื่อนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน และมีการเปลี่ยนมุมมองของการถ่ายภาพหลาย ๆ แบบเพื่อให้ได้งานที่หลากหลายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งกว่าจะได้ภาพสวยสมความตั้งใจก็ตกเย็นพอดี

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยลงหลังเขา เรือทั้งสองลำก็มุ่งหน้ากลับท่าเรือ yacht heaven และผมก็ใช้เวลาในช่วงนี้บันทึกบรรยากาศช่วงเย็นจากบนเรือ ซึ่งก็ไดแสงสีที่สวยงามไปอีกแบบ แม้ว่าการถ่ายภาพจะค่อนข้างยากเพราะเรือแล่นด้วยความเร็วสูงในขณะที่ shutter speed ต่ำทำให้ภาพมีโอกาสที่จะสั่นไหวได้ง่าย แต่นั่นก็ทำให้ผมได้ภาพบรรยากาศของเรือที่กำลังแล่นไปในท้องทะเลท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของแสงยามค่ำได้อย่างที่ไม่เคยถ่ายภาพแบบนี้มาก่อน

แล่นเรือกลับทางกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น

เรามาถึงท่าเรือตอนแสงเกือบจะหมดจากท้องฟ้าแล้ว … แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยกับการถ่ายภาพกลางแดดทั้งวัน แต่ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมากทีเดียว เพราะนอกจากได้เห็นเบื้องหลังการถ่ายภาพจากเฮลิคอปเตอร์, ได้ชมความงามของหมู่เกาะพังงา และเกาะนาคาแล้ว ยังได้ทดลองรูปแบบการถ่ายภาพใหม่ ๆ ในสถานการณ์ที่ไม่เคยลองมาก่อนด้วย …นับเป็น 1 วัน กับ 1 คืนที่แสนจะคุ้มค่าจริง ๆ

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากมีทริปสุดหรูบนเรือยอร์ชก็ติดต่อได้ครับที่ Andara 076-338777


คือลมหายใจแห่งผืนป่า

เดือนที่แล้วกับเดือนนี้เป็นเดือนที่ผมรู้สึกว่าตัวเองน้ำหนักมากขึ้นมาหลายกิโล … อันมาด้วยเป็นฤดูแห่งผลไม้ที่ผมล้วนโปรดปรานทั้งน้าน ไม่ว่าจะเป็นเงาะ, มังคุด โดยเฉพาะทุเรียน … กลับ้บ้านทุกวันหลังอาหารมื้อเย็นกับครอบครัว  คุณแม่ก็จะเอาทุเรียนมาตั้งให้ 2-3 ลูก อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งตกใจครับ มันเป็นทุเรียนบ้านลูกนิ๊สสเดียว 2-3 ลูกน่ะเนื้อยังไม่เท่าทุกเรียนหมอนทองครึ่งลูกเลย   ถ้าผมไม่กินคุณแม่ท่านก็จะขู่ว่าท่านจะกินซะเอง .. อ้าว จะยอมได้ไงอ่ะครับท่านเป็นโรคความดันอยู่ขืนทานเข้าไปเยอะๆ มีหวังความดันขึ้น ก็เลยเป็นหน้าทีของผมต้องทำลายให้สิ้นซาก เหอ ๆ …  ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ยินไปถึงหูเพื่อน ๆ จึงได้ทีขอให้จัดทริปเล็ก ๆไปเที่ยวสวนทุเรียนกันตอนวันหยุด  ผมได้ทีหาคนช่วยแบกทุเรียนลงเขาโดยไม่ต้องไปจ้างพม่า ก็เลยยินยอมแต่โดยดี อิอิ

วันนั้นเรานัดกันที่บ้านผมตอนบ่ายโมง  ระหว่างรอเพื่อน ๆ ก็ฆ่าเวลาด้วยการสอยกระท้อนห่อหน้าบ้าน หนุกหนานไปตาม  ๆ กัน  ทำให้วันนี้คนที่แอบมาเก็บคงแปลกใจว่าลูกมันหายไปไหนหมดหว่า อิอิ … ที่จริงก็อยากให้มีคนมาช่วยกินเยอะ ๆ ครับเพราะเสียดายที่กระท้อนหวานลูกโต ๆ ต้องมาเน่าอยู่ใต้ต้นเพราะที่บ้านกินกันไม่ทัน

เมื่อได้ฤกษ์เดินทางผมก็เป็นคนขับรถกะบะขึ้นไปตามเส้นทางหลังบ้าน  ขึ้นเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทางขึ้นพระใหญ่  ระหว่างทางจะมองเห็นวิวทะเลและวัดฉลองสวยงามมาก  ใช้เวลาราว 15 นาทีเราก็ถึงทางเข้าสวน  ซึ่งต้องจอดรถไว้เนื่องจากเส้นทางหลังจากนี้ลาดชันและทุรกันดารพอสมควร

ลงรถเตรียมเดินเท้าเข้าสวน

durian1

เมื่อถึงสวนทุเรียนซึ่งเป็นสวนที่คุณปู่มอบไว้ให้กับคนรุ่นหลังพร้อม ๆ กับผลไม้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน, เงาะ, จำปาดะ, มังคุด, ลูกหยี, ลองกอง .. อย่าเพิ่งนึกว่าเป็นสวนใหญ่นะคร้าบ  เพราะที่พูดมาทั้งหมดมีเพียงอย่างละไม่กี่ต้น  ไว้สำหรับทานกันในครอบครัวเท่านั้น  แต่นี่ก็เป็นเสมือนมรดกอันล้ำค่าที่บรรพบุรุษของผมทิ้งไว้ให้  ผมจำได้ว่าสมัยเด็ก ๆ ในช่วงฤดูผลไม้จะต้องเดินขึ้นเขากับลูกพี่ลูกน้องเพื่อมาเก็บทุเรียนที่หล่นใต้ต้น   เรียกได้ว่ามานั่งรอกันทั้งวัน  พอได้ยินเสียงตุ๊บก็จะวิ่งแข่งกันไปหาใต้ต้นว่าใครจะเจอลูกทุเรียนก่อนกัน   ซึ่งยังคงเป็นภาพที่ประทับใจผมมาจนทุกวันนี้ 

เมื่อมาถึงก็พบกับทุเรียนกำลังออกลูกเต็มไปหมด  บางต้นมีหลายร้อยลูกเลยทีเดียว  นอกจากนี้ก็มีมังคุดด้วยแต่ยังสุกไม่เยอะจึงไม่ได้ถ่ายภาพมา

durian1

พวกเราช่วย ๆกันเก็บทุเรียนที่หล่นอยู่ ได้ราว ๆ 50 ลูก  มาดูบรรยากาศกันดีกว่า

durian1

durian1

durian1

durian1

เมื่อได้ชิมกันพอหอมปากหอมคอก็ได้เวลาขนกลับบ้าน  โดยมีคุณพ่อเป็นพระเอกขนไปตั้ง 3 ถุงใหญ่ ๆ จนผมกับเพื่อน ๆ ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าจะขับรถขึ้นเนินไหวเหรอ ? แต่ก็สบายมากครับเพราะท่านมาเก็บทุกวันแหละ อิอิ

durian1

durian1

durian1

แม้จะเป็นทริปเล็ก ๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมงแต่ผมก็มีความสุขดีครับ  มีความสุขที่ได้กลับมาคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ สมัยเด็ก ๆ ที่ต้องเดินขึ้นเขามาเก็บทุเรียน ยิงนก ตกปลา ตามประสาเด็กในสมัยที่เครื่องเล่นเกมส์ WII ยังไม่เกิด 555 และก็มีความสุขที่ได้นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์พ่ออีกครั้ง  :)

ถ้าไม่มีสวนทุเรียนแบบนี้ก็ไม่รู้ผืนป่าแถบนี้จะเปลี่ยนมือไปยังนายทุนเพื่อนำไปหาผลประโยชน์อย่างอื่นหรือเปล่า … ผมมาคิดดูสวนเล็ก ๆ แห่งนี้นอกจากจะให้ผลผลิตแก่ลูก ๆ หลาน ๆ แล้ว  ยังช่วยต่ออายุให้กับผืนป่าแห่งนี้ได้เป็นแหล่ง oxygen ของภูเก็ตสืบไป


9MOT คืนชีพ

ชื่อ post ออก ๆ แนวผีดิบน่ากลัวแต่ความจริงแล้วไม่มีอะไรน่ากลัวครับ หุหุ … ที่ตั้งชื่อแบบนี้ก็เพราะ post นี้เป็น post แรกของผมนับตั้งแต่ Blog ที่ผมเพียรพยายามเขียนมา 1 ปี  ถูกปิดไปด้วยสาเหตุที่ไปละเมิดข้อบังคับการใช้งานของเจ้าของผู้ให้บริการ blog ที่โดยมิได้ตั้งใจ  เป็นเหตุให้ 9mot.wordpress.com ถูกระงับการใช้งานแบบที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้  ทำให้ผมต้องยอมควักกระเป๋าจดโดเมนใหม่เป็น Blog ส่วนตัวของผมเองในนาม www.9mot.com เพื่อให้สามารถเขียนเนื้อหาและทำงานได้เป็นอิสระยิ่งขึ้น  เพื่อน ๆ ที่เคยเป็นแฟนประจำก็คงจะสบายใจได้ระดับหนึ่งเพราะคราวนี้คงไม่ถูกปิดไปง่าย ๆ อีกแล้ว อิอิ  และแน่นอนว่าที่นี่ยังคงมีเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว, ถ่ายภาพ, ข้อมูลท่องเที่ยวภูเก็ตแบบที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงบทความดี ๆ อีกมากมายให้เพื่อนๆ  ได้อ่านและติดตามเหมือนเช่นเคยครับ :)


WordPress Themes