บทความที่เกี่ยวกับ tag : แม่ฮ่องสอน

อีกครั้งที่ขุนแม่ยะ

ต่อจากตอนที่แล้ว (ปางอุ๋ง … บรรยากาศในฝันของนักเดินทาง)

การเดินทางจากปางอุ๋งมาขุนแม่ยะนั้นระยะทางไม่ไกลมาก  ผมจึงแวะที่ปายซึ่งครั้งนี้นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน  ซึ่งก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทุกครั้งที่มาถึง

ปายในวันนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนเช่นเดิม  มีร้านน่ารัก ๆ ผุดขึ้นมารองรับนักท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง  ร้านมิตรไทยยังคงเป็นจุดหมายหลักที่นักท่องเที่ยวมาเลือกซื้อเสื้อสวย และเขียน post card ถึงคนห่างไกล  ร้านกาแฟ coffee in love ขยายร้านเพิ่มเติมและยังคงเป็นจุดถ่ายภาพที่พลาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาแวะปาย

บรรยากาศเก๋ ๆ ในปาย
ปาย 

ปาย

ปาย

ปาย

หลังจากอาหารมื้อเที่ยงที่ร้านส้มตำหน้าอำเภอ (ร้านเขาชื่อนี้จริง ๆ ครับ และก็ตั้งอยู่ที่หน้าอำเภอด้วย)  ผมเดินทางต่อไปยังขุนแม่ยะซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก  โดยทางเข้าขุนแม่ยะก็ยังคงเหมือนเดิมคือเป็นทางลูกรังที่เป็นหลุมเป็นบ่อ  บางช่วงมีน้ำขัง  บางช่วงสูงชัน  ดังนั้นถ้าให้ปลอดภัยควรเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น  (ขากลับผมเห็นรถกะบะแต่เป็นแบบขับเคลื่อนสองล้อ  ต้องขับขึ้น ๆ ลง ๆ หลายรอบกว่าจะผ่านเนินสุดท้ายขาออกไปได้)

พวกเรามาถึงขุนแม่ยะก็เกือบจะค่ำแล้ว  และต้องจดรถไว้ที่ลานจอดเพราะทางสถานีไม่อนุญาตให้นำรถไปจอดบริเวณจุดชมซากุระ  เพราะบางคนจอดไม่เป็นระเบียบและไปทับเอาหญ้าที่ปลูกไว้เสียหาย   ซึ่งผมก็ว่าดีเหมือนกันบริเวณนั้นจะได้ปลอดจากเสียงรถและไม่มีอะไรมาบังทัศนยภาพ

พวกเราเลือกทำเลกางเต้นท์ภายใต้แนวสนโดยมีอาหารกล่องจากปายเป็นข้าวเย็น (ข้าวมันเย็นจริง ๆ ครับเพราะใส่กล่องมาหลายชั่วโมงและอากาศที่นี่ก็หนาวมาก อิอิ)    โดยคืนนี้เป็นคืนที่เรานอนกันลำบากเพราะต้องเบียดกัน 3 คนในเต้นท์ขนาด 2 ที่นอน แถมพวกเราก็ตัวเล็ก ๆ กันทั้งน้าาาน

เช้าที่ขุนแม่ยะวันนี้อากาศปิดมาก ๆ มีแต่หมอกเต็มไปหมด  ทำให้การถ่ายภาพซากุระของผมไม่สนุกเอาเสียเลย   เพราะสภาพแสงแบบนี้ทำให้ดอกไม้ดูไม่สดใสเท่าที่ควร   ทั้ง ๆ ที่ซากุระที่นี่กำลังออกดอกสวยงามไม่แพ้ที่ขุนช่างเคี่ยนและขุนวางเลยทีเดียว

ซากุระแห่งขุนแม่ยะ
ขุนแม่ยะ  

ขุนแม่ยะ

ขุนแม่ยะ

ขุนแม่ยะ

ขุนแม่ยะ

เรารอสภาพแสงกันจนเที่ยงก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น  จึงต้องจำใจอำลาทิ้งซากุระที่กำลังบานเต็มไปทั้งภูเขาไว้เบื้องหลัง  พร้อมกับสัญญากับตัวเองว่าจะต้องมาที่นี่อีกแน่นอนไม่วันใดก็วันหนึ่ง

ถ่ายภาพส่งท้ายที่บ้านพักรับรอง (ผมกับเพื่อนไม่ได้พักที่นี่หรอก แต่ขอใช้เป็น background)
ขุนแม่ยะ

Link ไปยังบทความที่เกี่ยวข้องในทริปนี้
ขุนช่างเคี่ยน  ขุนวาง  แม่เมย  ปางอุ๋ง  ขุนแม่ยะ  สันป่าเกี๊ยะ-แม่ตะมาน

การเดินทาง
หากเดินทางจากเชียงใหม่ทางแยกเข้าขุนแม่ยะจะอยู่บริเวณด่านตรวจซึ่งเลยห้วยน้ำดังมาราว 2-3 กม.  ระยะทางจากด่านตรวจถึงสถานีเกษตรขุนแม่ยะราว 8 กม.  เส้นทางเป็นลูกรังที่ค่อนข้างจะวิบากพอสมควร รถท้องต่ำไม่สามารถผ่านไปได้ (ถ้าผ่านได้ท้องต้องลายแน่นอน อิอิ)   บางช่วงมีน้ำขังหรือเป็นเนินสูงชัน   ดังนั้นควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อหรือต้องมีความชำนาญในการขับบนเส้นทางแบบนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

ที่พัก
ที่นี่ยังไม่มีบ้านพัก  แต่มีจุดให้กางเต้นท์โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม   มีห้องอาบน้ำและห้องส้วมแบบชั่วคราวซึ่งอาจไม่เพียงพอและอาจใช้ไม่ได้ในช่วงเทศกาล  นอกจากนี้ควรเตรียมอาหารการกินมาให้พร้อมเพราะที่นี่ไม่มีร้านค้าสวัสดิการและไม่อนุญาตให้ก่อกองไฟ (ใช้เตาตั้งพื้นได้ครับ)  ที่ควรทราบอีกอย่างคือไม่มีไฟฟ้าให้ใช้นะครับ


ปางอุ๋ง…บรรยากาศในฝันของนักเดินทาง

ต่อจากตอนที่แล้ว (รำลึกวันเก่า ๆ ที่แม่เมย)

ออกจากอช.แม่เมยแล้ว  ผมขับรถย้อนกลับมาเส้นทางเดิมสู่อำเภอแม่สะเรียง จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังแม่ฮ่องสอนซึ่งถนนหนทางอยู่ในสภาพดีกว่าเมื่อก่อนมาก  ทำให้สมาชิกในรถไม่มีใครเมารถสักคน  ยังคงเมาส์กันสนุกสนาน เสียงของพวกเธอกระตุ้นประสาทหูของผมตลอดเวลาจนไม่สามารถง่วงได้เลย อิอิ

เมื่อถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอนผมมุ่งตรงไปยังศูนย์ศิลปะชีพ  เพื่อขอรับบัตรเข้าพักที่ปางอุ๋งตามนโยบายจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยว  แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าถ้าเป็นวันนี้สามารถขึ้นไปได้เลย  ผมคิดในใจว่าแสดงคนคงน้อยแหงมเลย ดีเจงๆ จะได้ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาแย่งมุมถ่ายภาพ หุหุ

จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไม่ไกลนักก็ถึงทางแยกเข้าปางอุ๋งที่มีป้ายบอกไว้อย่างชัดเจน  ผมใช้เส้นทางผ่านหมู่บ้าน  ทุ่งนา ค่อย ๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ผ่านป่าสน  ซึ่งช่วงท้าย ๆ เส้นทางยังคงแคบเหมือนเมื่อสองปีก่อน  ผมล่ะจินตนาการไม่ออกจริง ๆ ว่าช่วงปีใหม่ที่คนเยอะ ๆ นี่เขาจะขับรถกันยังไง  คงอาการหนักกว่ารถติดที่กรุงเทพฯ ซะอีกนะเนี่ย   แต่สิ่งที่ต่างจากสองปีที่แล้วมากก็คือปีนี้หมู่บ้านรวมไทยบริเวณบ้านลุงปาละดูเหมือนตลาดนัดขนาดย่อม  แทบทุกบ้านมีของมาวางขาย หรือไม่ก็เป็น home stay  ในส่วนบ้านลุงปาละที่ผมมาพักคราวนี้ก็เปลี่ยนไปมาก  ด้านหลังมีที่กางเต้นท์เต็มไปหมด แสดงว่าที่นี่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นจริง ๆ

ผมยังไม่นำของลงจากรถแต่ขับเลยไปยังสวนสนโดยตั้งใจว่าจะไปเก็บแสงอุ่น ๆ ช่วงพระอาทิตย์ตกซะหน่อย  แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเพราะแม้คนจะไม่ถึงกับแน่น  แต่ก็มีไม่น้อย  ประมาณด้วยสายตาคงมีเต้นท์กางอยู่หลายสิบหลังทีเดียว  รถยนต์ก็จอดจดเกือบเต็มลานจอดรถ  ทำให้ผมต้องหนีไปจอดด้านหลังซึ่งอยู่ห่างสวนสนออกไปพอสมควร กว่าจะเดินมาถึงสวนสนพระอาทิตย์ก็ลับหลังเขาไปแล้ว  จึงได้แต่เก็บภาพแสงช่วงหลังพระอาทิตย์ตก  กับภาพบุคคลอีกนิดหน่อย

ขณะที่เดินกลับมายังที่จอดรถ  ลมหนาวพัดทำเอาพวกเราหนาวเหน็บไปตาม ๆ กัน   ที่หนาวยิ่งกว่าก็คือตอนอาบน้ำเพราะคืนนี้ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นเหมือนเมื่อสองคืนก่อน   แต่พวกเราก็เสี่ยงชีวิตอาบกันทุกคนเพราะกลัวจะถูกประณาม (หรือมีใครแอบเอาน้ำราดพื้นบ้างก็ไม่รู้นะ อิอิ)

เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราเดินฝ่าความหนาวไปขึ้นรถ  แล้วน้ำไปจอดไว้ตรงลานก่อนถึงสวนสน  เพราะผมคิดว่าถ้าเอารถเข้าไปแล้วต้องมีปัญหารถติดแน่ ๆ   จึงยอมเดินหน่อย  โดยผมเลือกทำเลถ่ายภาพตรงบริเวณสันเขื่อนก่อน   ซึ่งแสงตอนเช้าวันนี้ก็สวยสมใจสมเป็นบรรยากาศในฝันของนักเดินทางอย่างผม

บรรยากาศยามเช้าอันงดงาม
ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง

ผมถ่ายภาพท่ามกลางลมหนาวที่พัดมาปะทะใบหน้าอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งพระอาทิตย์เริ่มทอแสงสีทอง  ไอหมอกอันเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ลอยคลอเคลียอยู่เหนือผิวน้ำสวยอย่างงดงาม   เมื่อแดดเริ่มแรงขึ้นผมจึงย้ายทำเลไปยังบริเวณสวนสนเพื่อหามุมสวย ๆ ถ่ายภาพเหมือนที่เห็นในเรื่อง happy birthday  ซึ่งแม้จะไม่ใช่มุมเดียวกัน  แต่ก็ใกล้เคียง อิอิ   โดยมีเหล่านางเอกจำเป็นแบบนั่งทำท่าซึ้งอยู่ใต้ต้นสนกันคนละหลาย shot

บรรยากาศอันอบอุ่นที่ลานสน
ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง

มุมสงบ
ปางอุ๋ง

ผมใช้เวลาถ่ายภาพอยู่พักใหญ่จึงกลับไปเก็บข้าวของแล้วเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านรักไทยซึ่งอยู่เลยปากทางเข้าปางอุ๋งไปอีกราว 6 กม.   เพื่อชิมอาหารจีนยูนานต้นตำหรับที่พลาดไม่ได้ทานเมื่อคราวที่แล้ว   ทั้งนี้ผมสั่งแบบเป็นชุด 8 อย่าง 800 บาท   ก็ถือว่าพอดีสำหรับ 6 คน   ส่วนรสชาตินั้นก็ไม่ถึงกับประทับใจมากนักแต่ก็ดีกว่าที่เคยทานที่ปาย  (สงสัยลิ้นบ้าน ๆ ของพวกเราไม่ถูกกับอาหารจีน หุหุ)

เด็กลูกชาวบ้านที่แสนน่ารัก
หมู่บ้านรักไทย

บรรยากาศที่หมู่บ้านรักไทย

หมู่บ้านรักไทย

หลังจากอิ่มหนำกับอาหารและชิมชากันจำหนำใจแล้วก็เดินทางกันต่อเพื่อไปยังจุดหมายต่อไปของเรา “ขุนแม่ยะ”

Link ไปยังบทความที่เกี่ยวข้องในทริปนี้
ขุนช่างเคี่ยน  ขุนวาง  แม่เมย  ปางอุ๋ง  ขุนแม่ยะ  สันป่าเกี๊ยะ-แม่ตะมาน

การเดินทาง
เลยจากเขตเมืองแม่ฮ่องสอนมาราว ๆ 10 กม.  จะมีแยกซ้ายเมือเพื่อเข้าปางอุ๋ง  โดยทางช่วงแรกจะเป็นทางราบ  ผ่านหมู่บ้านและทุ่งนา  ช่วงกลางจะเริ่มลาดชันถึงลาดชันมาก  รถควรอยู่ในสภาพที่ดีและต้องระมัดระวังในช่วงขาลงเพราะเบรกอาจจะไหม้ได้ถ้าไม่ชำนาญในการขับ  ช่วงท้ายจะเป็นทางแคบ ๆ ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษและควรให้สัญญาณเมื่อถึงทางโค้ง   ทั้งนี้จากปากทางใหญ่ถึงปางอุ๋งระยะทางราว 23 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที

ที่พัก
บ้านลุงปาละ (ป้าศรี)  084-3701540, 083-5716668, 053-070589  (ที่พักมีความสะดวกพอสมควร  แต่ไม่มีปลั๊กสำหรับชาร์จไฟ  ถ้าจะชาร์จต้องขอนุญาตใช้ปลั๊กในบ้านของลุงนะครับ)
ศูนย์ศิลปาชีพ  ติดต่อบ้านพักและขออนุญาตเข้าพัก  053-611244, 053-611649


“ปาย” เมืองในกระแสที่รอคุณไปพิสูจน์

pai1.jpg
อ.ปาย” เมืองที่กำลังถูกพูดถึงกันอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย จะ “สวย” หรือ “ไม่สวย” จะ “น่าสนใจ” หรือ “ไม่มีอะไร” ตามไปดูกันครับ หลังจากถึงอ.ปาย ผมก็มุ่งตรงไปยังที่พัก “Rim Pai Cottage”

pai2.jpg

pai2-1.jpg
ซึ่งขออนุญาตชื่นชมไว้ตรงนี้ เพราะนอกจากสถานที่จะสวยงาม ราคาสมเหตุสมผล ทำเลดีเยี่ยมแล้ว พนักงานที่นี่ยังมีหัวใจบริการที่ดีเยี่ยมอีกด้วย หากจะไปพักที่ปาย ที่นี่น่าจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามครับ โชคดีมากครับ ที่วันที่ผมเดินทางไปเป็นวันเสาร์ซึ่งมีถนนคนเดิน และโรงแรมที่ผมพักก็อยู่ที่สุดถนนคนเดินพอดี จึงมีภาพบรรยากาศในวันที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนมาฝากกัน

pai3.jpg
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการขายของ (เสื้อผ้าและของประดับเป็นส่วนใหญ่) นอกจากนี้ก็จะเป็นอาหารทั้งแบบทั่วไปและอาหารพื้นเมือง

pai4.jpg
กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่ก็คงเป็นการส่ง Postcard สวย ๆ มีเอกลักษณ์ในแบบของปายไปให้เพื่อน ๆ หรือไม่ก็นั่งดื่มกาแฟในร้านที่ตกแต่งแบบ Art Art ที่ให้คุณเสพบรรยากาศไปพร้อม ๆ กับรสชาติกาแฟที่กลมกล่อม

pai5.jpg
สำหรับการท่องเที่ยวในคราวนี้ผมมีเวลาที่ปายไม่มากนัก จึงไม่มีภาพของสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอ.ปายมาให้ได้ชมกัน มีเพียงบรรยากาศนอกเมืองซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายของเมืองอันมีสไตล์แห่งนี้

pai6.jpg
โดยสรุปแล้วเมืองปาย เป็นเมืองที่มีสเนห์เฉพาะตัว มีภาพของความเรียบง่ายบริเวณนอกเมือง มีความเก๋ไก๋ในตัวเมือง มีบรรยากาศที่รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของผู้คนที่นี่ แต่จะถูกใจคุณหรือไม่คงต้องเดินทางมาพิสูจน์เองครับ….

อีกบันทึกการเดินทางของเมืองปาย “เก็บตกเมืองปาย


WordPress Themes