ช่วงที่อากาศดี ๆ ช่างภาพหลายคนคงคันไม้คันมืออยากถ่ายภาพกันทุกคน ยิ่งถ้าได้นางแบบน่ารัก ๆ มาเป็นแบบด้วยแล้วล่ะก็ถ่ายกันสนุกสนานทีเดียว แต่บางครั้งกว่าจะนัดกันเจอก็สายจนเกือบจะเที่ยงแล้ว แต่ด้วยสปิริตของนางแบบ บวกกับ ความกระหายของช่างภาพก็เลยไม่ยอมยกเลิกภาระกิจ ถ่ายกันตอนแดดเปรี้ยง ๆ เที่ยงวันนั่นแหละครับ ก็เป็นที่รู้กันครับว่าแม้แสงตอนเที่ยงจะแรงสดใสสะใจ แต่เมื่อถ่ายภาพบุคคลจะเกิดปัญหาเงาบนใบหน้าของแบบ เช่น ถ้าตั้งกระบังสูงอาจจะบดบังทำให้หน้าหมองไปเลยก็มี บางครั้งก็จะทำให้บริเวณดวงตาดูเป็นวงกลมดำ ๆ เหมือนหมีแพนด้าตามที่ผมตั้งชื่อนั่นแหละครับ … แล้วจะแก้ปัญหายังไงน่ะหรือ ความจริงก็ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายซะทีเดียวครับ วิธีที่นิยมก็คือใช้ Reflex หรือแผ่นสะท้อนแสงสีขาวหรือสีเงินเปิดเงาบริเวณใบหน้าของแบบ (ถ้าไม่มีจะใช้กระดาษขาว หรือโฟมสีขาวก็ได้ สุดแท้แต่จะหาได้ในตอนนั้น) อีกวิธีก็คือใช้แฟลชเปิดเงา ซึ่งจะทำให้เราได้ประกายที่ดวงตาของแบบด้วยเป็นของแถม แบบว่าตาใส ปิ๊ง ๆ ว่างั้นเถอะ แต่อย่าลืมปรับให้แฟลช under สัก 1 stop เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติและถ้าเป็นไปได้ควรหากล่องกรองแสงหน้าแฟลช (ใช้ทิชชูก็พอได้ครับ) เพื่อให้แสงดูนุ่มนวลมากยิ่งขึ้นครับ
สำหรับภาพตัวอย่างนี้เป็นภาพที่ผมถ่ายพนักงานที่ สุโขสปา เพื่อส่งเข้าประกวด miss sukko ประจำปีนี้ จะเห็นได้ว่ารอบ ๆ ดวงตาเป็นเงาสีดำเสมือนหนึ่งน้อง ๆ แพนด้า ยังโชคดีที่นางแบบหน้าตาน่ารักก็เลยบดบังจุดด้อยไปได้ หากเป็นคนที่ดวงตาลึกก็จะยิ่งทำให้ภาพดูไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น … ดังนั้นถ้าถ่ายภาพช่วงเที่ยงวันอย่าลืมหา reflex หรือใช้ flash เพื่อเปิดเงาให้กับนางแบบของเราด้วยนะครับ ไม่งั้นจะกลายเป็นถ่ายภาพน้องแพนด้าไปซะ

มีน้องผู้หญิงคนนึงถามผมตอนถ่ายภาพว่า ทำไมกลางวันแสก ๆ แดดแรงขนาดนี้พี่ยังต้องใช้แฟลชด้วยคะ… “หน้ามืดน่ะน้อง” ผมตอบแบบไม่ได้คิดมาก … น้องผู้หญิงคนนั้นมองผมกลับด้วยสายตาขยะแขยงจนทำให้ผมต้องรีบทบทวนคำพูดใหม่แล้วรีบตอบไปว่า “ไม่ช่าย ไม่ช่าย อย่างนั้น พี่หมายถึงถ่ายภาพบุคคลกลางแดดจัด ที่ตัวแบบโดยเฉพาะที่หน้ามันจะมีเงาดำน่ะคร้าบ” .. “อ๋อ มันเป็นอย่างเองเหรอคะ น้องก็คิดมาก เพราะหน้าพี่มันให้อ่ะค่ะ” …
ความจริงแล้วการใช้แฟลชร่วมกับการถ่ายภาพช่วงกลางวันนั้นมีหลายกรณี แต่ทั้งนี้ก็เพื่อหวังผลในการ Balance แสงที่ตัวแบบกับฉากหลังนั่นเอง เพราะถ้าเราวัดแสงที่หน้าแบบ แม้ว่าเราจะได้ตัวแบบที่ได้แสงพอดีแต่ฉากหลังก็จะขาวจนไม่เห็นรายละเอียดนั่นเอง … สำหรับกล้องยุคปัจจุบันหากระยะการถ่ายภาพไม่ไกลเกินกำลังแฟลชมากนัก เราแทบจะไม่ต้องตั้งค่าอะไรพิเศษเลย เพียงบังคับให้กล้องเปิดแฟลชร่วมกับการถ่ายภาพเท่านั้นเอง (ถ้าใช้ระบบอัตโนมัติกล้องจะไม่เปิดแฟลชเพราะแสงมันพอกับการถ่ายภาพ) ซึ่งโดยทั่วไปจะกดที่ปุ่มรูปสายฟ้าแลบนั่นเอง หรือถ้าเป็นกล้องประเภท SLR ก็เพียงเปิดแฟลชที่ห้วกล้องก็เป็นอันใช้ได้ ส่วนการวัดแสงหรือ Balance แสงนั้นกล้องรุ่นใหม่ ๆ สามารถ Balace แสงได้อย่างดีอยู่แล้ว
อีกกรณีหนึ่งก็คือการถ่ายภาพที่ฉากหลังสว่างกว่าแบบ เพราะแบบอยู่ในที่ร่ม ถ้าไม่ใช้แฟลชภาพที่ได้จะค่อนข้างมืดที่ตัวแบบไม่เห็นรายละเอียดเท่าที่ควรจะเป็น ดังตัวอย่างภาพต่อไปนี้

ภาพต่อมาเปิดแฟลชแล้วลองถ่ายอีกครั้งพบว่า บริเวณที่มืดจะสว่างขึ้นทำให้มองเห็นรายละเอียดของแบบมากขึ้น แต่ก็ยังดูเป็นธรรมชาติอยู่เพราะแสงถูก Balance โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้การใช้แฟลชถ่ายภาพบุคคลยังช่วยเพิ่มประกายในดวงตาของแบบให้ดูสุกใสมากขึ้นด้วย เหมาะกับการถ่ายภาพแบบผู้หญิงวัยใส แต่ทั้งนี้หากไม่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์กระจายแสงอาจทำให้แสงดูแข็งไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าไม่มีงบประมาณก็ใช้ผ้าขาวบาง ๆ หรือกระดาษทิชชูครอบตรงแฟลชไว้จะช่วยให้ได้แสงที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นครับ
ได้อ่านกันแล้วทีนี้ก็ป้องกันอาการหน้ามืด (ของแบบ) ได้แล้วคร้าบ แต่ถ้าช่างภาพหน้ามืด อันนี้ช่วยม่ายได้ หุหุ