หนูน้อยตัวเล็กนั่งอยู่ที่โต๊ะมองคุณแม่ที่กำลังยืนล้างจานอยู่หันหลังให้เธอ ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นเส้นผมขาวบนศีรษะคุณแม่ เธอจึงทำหน้าสงสัย ทันใดนั้นคุณแม่ก็เหลียวมามองลูกน้อย คุณจึงเอ่ยปากถามว่า
แม่ : มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ
ลูกสาว: เปล่าค่ะ .. เพียงแต่หนูเห็นผมบางเส้นของแม่เป็นสีขาว ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นละคะ
คุณแม่ได้ยินคำถามที่น่าสนใจจากลูกน้อยจึงพูดว่า
แม่ : อืมม์ .. ก็ทุกครั้งที่หนูทำให้แม่เสียใจ แต่ละครั้งผมของแม่เส้นนึงก็กลายเป็นสีขาว
ลูกสาวได้ยินคุณแม่พูดอย่างนั้นก็เริ่มคิดต่อ ขณะที่คุณแม่ยังคงจ้องมองที่ลูกสุดที่รัก แล้วลูกน้อยก็พูดว่า
ลูกสาว: ก็คุณยายมีผมขาวเต็มไปหมด แสดงว่าคุณแม่ต้องทำให้คุณยายเสียใจมาก ๆ ใช่มั้ยค่ะ
แม่ : ??????
เด็ก ช เอ และเด็ก ญ บียืนอวดสรีระกันอย่างเคร่งเครียด ดช.เอบอกว่าเรามีนี่ด้วยแหละ (สะดือ)
ดญ.บีบอก นิ่เราก็มี–ดช.เอบอกเรามีนี่ด้วยนะ(ชี้ให้ดูนม) ดญ.บีบอกโถ่เอ้ย เค้าก็มี
ดช.เอนึกขึ้นใด้เลยถอดกางเกงแล้วชี้ไปที่.. (;; แล้วเธอมีคุณนี่มั้ย–ดญ.บีดูของตัวอย่างเจ็บใจแล้วร้องไห้กลับบ้าน TT0TT
วันต่อมาดญ.บีเดินผ่านมาเจอดช.เอ เลยโดนล้อว่าขี้แย
ดญ.บีถอดกางเกงแล้วชี้ไปที่น้องหนูพร้อมกับบอกว่า ” เค้าจะไม่ร้องไห้แล้วเพราะแม่เค้าบอกว่าตราบใดที่เค้ามีคุณนี่ o_o’เค้าจะหาคุณนั่นแบบของตัวเองอีกกี่อันก็ใด้ คิคิ” ;D ;D ;D
เด็กชายบุญล้วน กับเด็กหญิงสายเจียม เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เล็กเพราะพ่อแม่ของพวกเขาทำงานและ
กินอยู่กับฟาร์มเลี้ยงไก่ขนาดยักษ์ของบริษัท ซีบีฟาร์ม เมื่อทั้งคู่ต้องไปโรงเรียนที่อยู่ไม่ไกลจากฟาร์มเท่า
ไรนัก พวกเขาก็เรียนอยู่ชั้นและห้องเดียวกันมาโดยตลอด เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวันคนทั้งสองก็จะเอา
ปิ่นโตอาหารที่พ่อแม่เตรียมมาจากบ้านขึ้นมากินพร้อมกันทุกวัน แน่นอนอาหารที่อยู่ในปิ่นโตจะต้องเป็น
ไก่ทุกมื้อ เหตุการณ์ผ่านไปหลายปีจนกระทั่งทั้งคู่อายุได้ 12 ขวบ เที่ยงวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังนั่ง
รับประทานอาหารอยู่นั้น เด็กชายบุญล้วนสังเกตว่าอาหารในปิ่นโตของเด็กหญิงสายเจียมไม่ใช่ไก่
บุญล้วน : เธอไม่กินไก่แล้วหรือ ?
สายเจียม : ฉันไม่กินไก่อีกแล้ว เพราะฉันสังเกตเห็นว่าที่ตรงนั้นของฉันมันขึ้นขน สงสัยจะกินไก่มากไป
บุญล้วน : ขอฉันดูหน่อยได้ไหม ?
เด็กหญิงสายเจียมดึงกระโปรงของเธอขึ้น เด็กชายบุญล้วนเห็นขนที่ตรงนั้นตามที่เธอบอก
บุญล้วน : เออ จริงด้วยซี แต่แปลกแฮะฉันไม่เห็นเป็นอย่างเธอ
หลังจากวันนั้นเด็กชายบุญล้วนยังคงกินไก่เป็นอาหารกลางวันต่อไป ในขณะที่เด็กหญิงสายเจียมไม่ยอม
กินไก่อีกเลย เหตุการณ์ผ่านไปหนึ่งปี เที่ยงวันหนึ่งเด็กหญิงสายเจียมสังเกตเห็นว่าเด็กชายบุญล้วนไม่
ได้เอาไก่มากินเหมือนเช่นที่เคย
สายเจียม : เธอไม่กินไก่อีกแล้วหรือ ?
บุญล้วน : อ๋อ ฉันไม่กินแล้วเพราะฉันก็มีขนขึ้นที่ตรงนั้นเหมือนกัน
สายเจียม : ขอฉันดูหน่อยได้ไหม ?
เด็กชายบุญล้วนดึงกางเกงเขาลงมา เด็กหญิงสายเจียมเห็นเข้าถึงกับตาค้าง
สายเจียม : แย่แล้ว ฉันว่าเธอหยุดกินไก่ช้าไปหน่อยนะ เพราะไม่ใช่แค่ขนงอกออกมาเท่านั้น ตอนนี้
คอไก่มันก็ออกมาด้วยแถมยังมีกึ๋นออกมาอีกสองลูกต่างหาก
เศรษฐี 4 คนซึ่งสร้างคฤหาสอยู่ในหมู่บ้านสุดหรูแห่งเดียวกันในจังหวัดภูเก็ตกำลังคุยโม้ถึงความร่ำรวยของตัวเองอวดสาว ๆ อย่างออกรสออกชาติใน clubhouse ของหมู่บ้าน
เศรษฐีคนที่ 1 : พวกคุณรู้ไหม ผมเพิ่งอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเมื่อเช้านี้เอง ว่าผมเป็นอัครมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดของจังหวัดภูเก็ต
เศรษฐีคนที่ 2 : โอ้ว … งั้นเหรอ ยินดีด้วยนะ แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นิตยสารจัดอันดับความรวยของเศรษฐี เพิ่งจะโหวดให้ผมเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทย
เศรษฐีคนที่ 3 : อืม… พวกคุณนี่ไม่เลวเลยนะ แต่นิตยสาร Asia Week เพิ่งโทรมาบอกผมเมื่อกี้เองว่า ผมน่ะกำลังจะได้รับโหวดให้เป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดใน Asia
สาว ๆ ฟังเศรษฐีทั้งสามคนแรกแล้วก็ทำตาลุกวาว จากนั้นจึงหันมาหาเศรษฐีคนที่ 4 แล้วถามว่า “แล้วคุณล่ะ รวยขนาดไหน คงไม่บอกว่ารวยที่สุดในโลกนะ เพราะรู้ ๆ อยู่ว่าคนที่รวยที่สุดน่ะคือนายบิลเกต เจ้าพ่อไมโครซอฟท์”
เศรษฐีคนที่ 4 : อ๋อ … ไม่หรอก ผมก็แค่รวยกว่าทุกคนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้เท่านั้นเอง
1. การแต่งกาย
บริษัทขอแนะนำพนักงานทุกท่านว่าท่านควรแต่งกายให้เหมาะสมกับฐานเงินเดือนของท่านเพราะถ้าทางบริษัทเห็นว่าท่านใส่รองเท้า PRADA ราคา 30,000 บาท และถือกระเป๋า GUCCI ราคา 40,000 บาท มาทำงานแล้วล่ะก็บริษัทขอสันนิษฐานว่าฐานเงินเดือนของท่านเหมาะสมดีอยู่แล้วไม่เห็นควรต้องขึ้นเงินเดือนแต่อย่างใด
2. การลาป่วย
บริษัทไม่ยอมรับใบรับรองแพทย์หรือคำวินิจฉัยใด ๆ ที่ระบุว่าท่านป่วยเพราะถ้าท่านสามารถไปพบแพทย์ได้ท่านก็น่าจะมาทำงานได้
3. การผ่าตัด
ห้ามพนักงานทำการผ่าตัดใด ๆ ทั้งสิ้นตราบเท่าที่ท่านยังเป็นพนักงานของที่นี่ท่านจำเป็นต้องมีอวัยวะครบถ้วนท่านไม่สามารถตัดสินใจยักย้ายถ่ายเทหรือตัดอวัยวะใด ๆ ทิ้งเพราะบริษัทว่าจ้างท่านครบทุกส่วนและไม่บุบสลาย การยักย้ายถ่ายเทอวัยวะใด ๆถือว่าเป็นการละเมิดต่อสัญญาจ้างงาน
4. การลากิจ
พนักงานมีสิทธิ์ลากิจได้ 104 วันต่อปี ได้แก่ วันเสาร์และวันอาทิตย์
5. การลาพักร้อน
บริษัทยินดีอนุญาตให้พนักงานลาพักร้อนได้ ในช่วงเดียวกันของทุกปี โดยบริษัทขอประกาศให้ วันที่ 31 ธันวาคม และวันที่ 1 มกราคม เป็นวันหยุดพักผ่อนประจำปี
6. การลาเพื่อไปร่วมพิธีศพ
การลางานเพื่อไปร่วมพิธีศพไม่ถือว่าสมเหตุสมผล เนื่องจากท่านไม่สามารถทำให้ เพื่อน ญาติ หรือเพื่อนร่วมงานฟื้นขึ้นมาได้ แต่หากพนักงานจำเป็นต้องไปร่วมพิธีศพ พิธีควรจะจัดในช่วงเย็นหลังเวลาเลิกงาน บริษัทยินดีให้ท่านออกไป ก่อนเวลาเลิกงาน 1 ชั่วโมง
7. การลาอันเนื่องมาจากเสียชีวิต
ถือเป็นการลาอย่างสมเหตุสมผล อย่างไรก็ตามพนักงานควรแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน เพื่อที่บริษัทจะได้หาและฝึกพนักงานใหม่ขึ้นมาแทน
8. การใช้ห้องน้ำ
เนื่องจากเวลาในการใช้ห้องน้ำนานเกินไปจึงขอให้พนักงานปฏิบัติดังนี้ ให้พนักงานเข้าห้องน้ำเรียง ตามลำดับอักษร เช่น พนักงานที่ชื่อขึ้นต้นด้วย ‘ก’ ให้เข้าห้องน้ำในเวลา 8.30 – 8.50 น. และ พนักงานที่ชื่อขึ้นต้นด้วย ‘ข’ ใช้เวลา 8.50 – 9.10 น. ตามลำดับ ท่านใดที่ไม่สามารถ เข้าห้องน้ำได้ในเวลาที่กำหนด ขอให้รอเข้าในวันถัดไป เมื่อถึงรอบของท่านอีกครั้ง ถ้าท่านจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำ เป็นกรณีฉุกเฉิน ขอให้ สลับเวลากับพนักงานท่านอื่น แต่ทั้งนี้ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้างาน เป็นลายลักษณ์อักษร
9. เวลาพักกลางวัน
พนักงานที่มีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน สามารถพักกลางวันได้ 1 ชั่วโมง เพื่อรับประทานอาหารให้มากขึ้น จะได้ดูมี สุขภาพที่ดี สำหรับพนักงานที่มีน้ำหนัก อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สามารถพักได้ 30 นาที เพื่อจะได้รักษาหุ่นให้ดูดีเหมือนเดิม ส่วนพนักงาน ที่มีน้ำหนักเกินกว่ามาตรฐาน ถือว่าได้รับสารเพียงพอแล้ว สามารถพักได้ 10 นาที สำหรับการดื่มเครื่องดื่มธัญพืช และรับประทานยาลดความอ้วน