คุณแม่ไปเยี่ยมลูกสาวที่แต่งงานออกเรือนไปแล้ว
เธอพบลูกสาวเดินเปลือยกายอยู่ในบ้าน “ทำไมถึงได้โป๊แบบนี้ล่ะ” แม่ถาม
นี่เป็นชุดของความรักนะแม่ ลูกสาวตอบ
คุณแม่กลับมาถึงบ้านเธอก็เลียนแบบลูกสาวโดยการเปลือยกายรอสามีอยู่ที่โซฟา
สามีกลับมาถึงบ้าน “ทำไมมานั่งแก้ผ้าอยู่แบบนี้ล่ะ” สามีถาม
“นี่ชั้นกำลังใส่ชุดแห่งความรักอยู่นะ”
“เหรอ” สามีเหลือบตามอง
“รู้จักรีดเสียมั่งสิ”
หญิงสาวอายุ 16 เข้าไปสารภาพผิดกับ บาทหลวง
หญิงสาว : ” หลวงพ่อขา เมื่อวานหนูพูดคำไม่สุภาพกับผู้ชายคนหนึ่งคะ หนูด่าเขาว่า ไอ้สารเลว ค่ะ”
บาทหลวง: ” ทำไมหนูถึงไปว่าเขาแบบนั้นล่ะ”
หญิงสาว : ” เขาจับมือหนูโดยไม่ได้รับอนุญาติค่ะ”
บาทหลวง: ” อย่างนี้เหรอ ” (พูดแล้วก็จับมือหญิงสาว)
หญิงสาว : ” ใช่ค่ะ หลวงพ่อ”
บาทหลวง: ” เรื่องแค่นี้ไม่น่าถึงกับต้องด่าเขานี่”
หญิงสาว : ” แต่เขาจับหน้าอกหนูด้วยนะคะ หลวงพ่อ”
บาทหลวง: ” อย่างนี้เหรอ ” (พูดแล้วก็จับหน้าอกหญิงสาวด้วย)
หญิงสาว : ” ใช่ค่ะหลวงพ่อ แบบนี้เลยค่ะ”
บาทหลวง : ” ก็ยังไม่มีเหตุผลพอที่จะด่าเขาอยู่ดีนั่นแหละ”
หญิงสาว : “นอกจากนั้นแล้ว เขายังถอดเสื้อผ้าหนูด้วยนะคะ”
บาทหลวง : (น้าลายหก) “อย่างนี้เหรอ” (ว่าแล้วก็จัดแจงถอดเสื้อผ้าเธอ)
หญิงสาว : “ใช่ค่ะหลวงพ่อ”
บาทหลวง : (แสร้งทำหน้าเครียด) ” มันชักจะมากไปหน่อยแล้วนะ แต่หนูก็ยังไม่ควรว่าเขาอยู่ดี”
หญิงสาว : “แต่เขาก็เอาใส่เข้าไปในของหนูด้วยนะคะหลวงพ่อ”
บาทหลวง : (ได้โอกาส รีบเอาของตัวเองใส่เข้าไปบ้าง) “อย่างนี้เหรอออออออออ”
หญิงสาว : “ใช่ค่ะหลวงพ่อ” (หญิงสาวตอบเสียงสั่น)
บาทหลวง : (ทำตาลอย เคลิบเคลิ้ม) “เธอก็ยังไม่ควรด่าเขาว่าไอ้สารเลวอยู่ดี นั้นแหละ”
หญิงสาว : “แต่เขาเป็น เอดส์นะคะ”
บาทหลวง: ไอ้สารเลว !!!!

บ่ายวันหนึ่งระหว่างคนตัดไม้กำลังตัดไม้อยู่ริมน้ำนั้นขวานคู่มือก็หลุดมือจมลงน้ำไป
คนตัดไม้ก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ริมน้ำ
ทันใดนั้นเองเทวดาก็ลอยขึ้นมากผิวน้ำแล้วถามว่า “มีปัญหาอะไรรึ”
“ขวานผมตกลงไปในน้ำแล้ว และตรงนี้น้ำลึกมาก
ต่อไปผมจะเอาอะไรไปตัดไม้หาเลี้ยงลูกเมียได้หละท่าน”
เทวดาได้ยินดังนั้นก็ดำน้ำลงไปสักพักแล้วขึ้นมาพร้อมกับขวานทองคำ
“เอ้าขวานนี้ใช่ขวานของเจ้าใช่รึไม่?” เทวดาถามคนตัดไม้
“ไม่ใช่ครับ”
เทวดาก็ดำน้ำลงไปอีกครั้งกลับขึ้นมากับขวานเงิน
“เอ้าแล้วขวานนี้หละใช่ของเจ้ารึไม่?”
“ไม่ใช่ครับขวานของผมทำจากเหล็กมีด้ามไม้เก่าๆ ไม่ใช่ขวานเงิน ขวานทอง ”
เทวดาจึงดำลงน้ำไปอีกครั้งแล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับขวานเหล็กคู่มือคนตัดไม้
“เอ้าขวานของเจ้า แต่เราเห็นเจ้าเป็นคนดีซื่อสัตย์ไม่โกหก
เราจะให้ขวานเงิน กับขวานทองคำแก่เจ้าไปด้วย
เพื่อตอบแทนในการที่เจ้าเป็นคนดี ”
คนตัดไม้จึงรับขวานไว้แล้วกลับบ้านด้วยความสุข
หนึ่งเดือนต่อมา …
ระหว่างที่คนตัดไม้กำลังเดินเล่นอยู่ริมน้ำพร้อมกับภรรยาของเขาอยู่นั้น
ภรรยาก็ลืนตกน้ำไป คนตัดไม้ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้ริมน้ำ
ทันใดนั้นเทวดาองค์เดิมก็ปรากฏกายออกมาอีกครั้ง
“เอ้าคราวนี้เจ้ามีปญหาอะรรึ”
“ภรรยาผมลื่นตกน้ำไปเมื่อกี้นี้ครับ ”
ได้ยินดังนั้นเทวดาจึงดำน้ำลงไป
และขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนกันกับเจนิเฟอร์ โลเปซ
ตั้งแต่หัวจรดเท้า “ผู้หญิงคนนี้ใช่ภรรยาเจ้ารึไม่?”
“ใช่แล้วครับ” คนตัดไม้ตอบทันที
เทวดาจึงโกรธมากเพราะเห็นว่าคนตัดไม้โกหก และไม่ซื่อสัตย์เหมือนก่อน
“ขอภัยด้วยครับท่านเทวดา มันเป็นการเข้าใจผิดครับ ”
คนตัดไม้รีบชี้แจงทันใด
“ถ้าเกิดผมตอบว่าไม่ใช่ ผมเดาว่าท่านก็คงจะลงไปในน้ำอีกครั้ง
แล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงที่เหมือนกับ แคทธลีน ซีต้าโจนส์
และเมื่อผมปฏิเสธอีกท่าก็คงจำดำลงไปอีกครั้งแล้วนำภรรยาผมตัวจริงขึ้นมา
สุดท้ายท่านก็คงจะให้ผู้หญิงอีก 2 คนผมด้วย เพื่อตอบแทนที่ผมไม่โกหก
แต่่ท่าน …. ผมเป็นแค่คนตัดไม้จะมีปัญญาอะไรไปหาเงินเลี้ยงเมียพร้อมกัน 3 คน
ได้หละครับ ผมจึงจำเป็นต้องตอบว่าใช่ตั้งแต่แรก”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อใดที่ผู้ชายโกหก
แสดงว่าชายผู้นั้นจะต้องมีเหตุผลจำเป็นในการโกหก
และมีเจตนาดีอย่างแน่นอน (ตัวอย่างเช่นคนตัดไม้รายนี้)
ชายชาวอินเดียคนหนึ่ง เดินเข้าไปในธนาคารกลางเมืองนิวยอร์ค
ถามหาเจ้าหน้าที่สินเชื่อ ชายคนนี้บอกกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อว่า เขาจะต้องไปทำธุระที่ประเทศอินเดีย ประมาณ 2 สัปดาห์ ก็เลยจะขอกู้เงินสัก 170,000 บาท เจ้าหน้าที่สินเชื่อบอกกับเขาว่า การกู้ยืมเงินจะต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดังนั้นชายชาวอินเดียยื่นกุญแจรถเฟอร์รารี่รุ่นใหม่ล่าสุด ที่จอดอยู่หน้าธนาคาร พร้อมกับเสนอให้ใช้รถคันนี้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เจ้าหน้าที่สินเชื่อจึงตกลงให้กู้เงินโดยใช้รถค้ำประกัน
ผู้จัดการธนาคาร กับเจ้าหน้าที่สินเชื่อต่างก็ขบขันชายชาวอินเดีย
ที่เอารถเฟอร์รารี่ราคา 8,500,000 บาท มาค้ำประกันเงินกู้เพียงแต่ 170,000 บาท หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ธนาคารก็นำรถเฟอร์รารี่ขับเข้าไปจอดที่ลาดจอดรถชั้นใต้ดินของธนาคาร สองสัปดาห์ผ่านไป ชายชาวอินเดียก็กลับมาที่ธนาคารพร้อมด้วยเงิน 170,000 าท และดอกเบี้ยอีก 500 บาท นำมาชำระคืนให้กับ
เจ้าหน้าที่สินเชื่อพูดว่า
“ท่านครับ เรารู้สึกดีใจมากที ่คุณจัดการธุระของคุณได้เสร็จเรียบร้อย และการกู้เงินในครั้งนี้ก็เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี แต่ผมสงสัยอะไรนิดหน่อย ตอนที่คุณไปแล้ว เราได้เช็คประวัติของคุณดู ก็พบว่าคุณร่ำรวยเป็นอภิมหาเศรษฐีคนนึงเลย แต่ทำไมคุณถึงต้องมากู้เงินกับเราแค่ 170,000 บาทด้วยล่ะครับ”
ชาวชาวอินเดียตอบกลับไปว่า
“ไม่มีที่ไหนในนิวยอร์คอีกแล้ว ที่ผมจะสามารถจอดรถทิ้งไว้ได้ถึง 2 สัปดาห์ ด้วยเงินเพียง 500 บาท พร้อมกับความมั่นใจเต็มร้อยว่ารถผมจะไม่หาย”
เออ, คนอินเดียนี่ก็ช่างคิดเสียจริง
หลังจากที่กลับเข้าถึงบ้าน พ่อเจ้าระเบียบสอบถาม
ถึงผลสอบของลูกชายตัวดีทันที “เอาผลสอบมาดูหน่อยสิ”
ลูกชายตอบกลับมาทันทีว่า “เพื่อนขอยืมไปน่ะครับ
เห็นว่าจะเอาไปหลอกให้พ่อแม่มันตกใจเล่น”