บทความที่เกี่ยวกับ tag : เรื่องดีๆ

มะม่วงทองคำ

เมื่อนานมาแล้ว  มีชาวสวนคนหนึ่งมีบุตรชายสามคนปลูกต้นมะม่วงซึ่งผลของมันจะเป็นสีทองอร่ามประดุจทองคำบริสุทธิ์  ที่สำคัญรสชาติของมะม่วงต้นนี้อร่อยกว่ามะม่วงทุกสายพันธ์ในเมืองสยาม  มันจึงเป็นผลไม้ที่ทุกคนต้องการ แต่ละปีมะม่วงต้นนี้จะออกผลมากมายกว่า 500 ผล  ซึ่งชาวสวนได้ให้สิทธิ์ลูกชายทั้งสามของเขานำมะม่วงนี้ไปทานกันในครอบครัวของตัวเองครอบครัวละ 100 ผล ที่เหลืออีก 200 ผลนำไปขายแล้วนำเงินมาซื้อปุ๋ยพรวนดิน  และดูแลรักษาต้นมะม่วงต้นนี้

ปีหนึ่งเกิดภัยพิบัติร้ายแรงฝนไม่ตกตามฤดูกาล  ต้นมะม่วงทองคำจึงให้ผลผลิตน้อยกว่าทุกปี  แต่ลูก ๆ ทั้งสามก็ยังคงเก็บมะม่วงไปคนละ 100 ผลเท่าเดิม  ทำให้บนต้นเหลือมะม่วงเพียง 50 ผลเพื่อนำไปขาย  เงินที่ได้มาจึงสามารถซื้อปุ๋ยได้เพียงไม่กี่ถุงเท่านั้น

เพราะต้นมะม่วงได้ปุ๋ยน้อยกว่าที่ควรจะเป็น  ในปีต่อมามันจึงออกผลเพียง 300 ผล  ซึ่งลูก ๆ ทั้งสามได้แบ่งไปคนละ 100 ผลเท่าเดิม  โดยไม่เหลือไว้ขายแม้แต่ลูกค้าเดียว  

เมื่อถึงฤดูกาลเก็บมะม่วงปีต่อมา  ลูกชายทั้งสามของชาวสวนเดินทางมาเก็บมะม่วงไปทานเหมือนทุกปี  แต่ก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่า  ต้นมะม่วงที่เคยให้ผลสีทองอร่าม บัดนี้ได้กลายเป็นตอไม้ที่ไม่เหลือแม้แต่ใบให้ร่มเงาด้วยซ้ำ

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา  ก็ไม่มีใครเห็นชื่อมะม่วงทองคำอยู่ในชื่อผลไม้ของเมืองสยามอีกเลย

…………………………………………………………………………………………………………..

 อ่านเรื่องนี้แล้วลองมองดูตัวเรานะครับ

ในระดับชาติ : เราต่างเรียกร้องสิทธิ์มากมายของแต่ละคนแต่ละฝ่าย  เพื่อที่จะได้มาในสิ่งที่เราต้องการ  แต่เราลืมหน้าที่ของพลเมืองที่ต้องรักษาให้ประเทศนี้อยู่อย่างสงบสุขร่มเย็นกันอยู่หรือเปล่า? 

ในระดับองค์กร : เราต่างใช้สิทธิ์กันเต็มที่  หาหนทางให้สิทธิ์นั้นนำมาซึ่งผลประโยชน์กับตัวเรามากที่สุด แต่เรากำลังลืมอีกหน้าที่หนึ่งซึ่งสำคัญคือช่วยกันประหยัดและลดค่าใช้จ่ายเพื่อความอยู่รอดขององค์กรกันอยู่หรือไม่?

หากเราทุกคนรู้จักการใช้สิทธิ์อย่างพอเพียง  และสำนึกในหน้าที่ของเรา  ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน  ชาติหรือองค์กรก็จะผ่านปัญหานั้นไปได้   ในทางตรงข้าม ถ้าทุกคนรู้จักแต่ใช้สิทธิ์ของตัวเองเต็มที่ แต่ลืมหน้าที่อย่างหนึ่งที่ต้องช่วยกันรักษาชาติและองค์กรไว้ด้วยการใช้สิทธิ์แต่พอเพียง  เมื่อนั้นชาติหรือองค์กรก็คงเหมือนต้นมะม่วงที่เป็นเพียงตอไม้ซึ่งมีค่าเพียงแค่นิทานเรื่องหนึ่งที่ส่งเป็น forward mail


คุณค่า

อยากรู้มั้ยว่ามีอะไรในมือพ่อ
เมื่อคืนนี้หลังจากกราบพระกับคุณพ่อ คุณแม่แล้ว
คุณพ่อเรียกลูกเข้าไปพบ
แล้วบอกลูกว่าพ่อมีอะไรให้ดู สำคัญมากนะ
แล้วคุณพ่อก็หยิบอะไรสักอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ เอามือกำไว้
ถามว่าอยากรู้มั้ยว่ามีอะไรในมือพ่อ ลูกพยักหน้า
ลูกอยากทราบนี่คะ ว่าเป็นอะไร
ถ้าอยากรู้ต้องเอามือเขกพื้น 3 ที
ลูกทำตาม คุณพ่อว่า ไม่พอ ต้อง 5 ที
และเปลี่ยนเป็น 10 ที จนถึง 15 ที
ก็ลูกอยากทราบนี่คะ ว่าเป็นอะไร
เมื่อคุณพ่อแบมือออก มันคือเหรียญ 5 บาท ธรรมดานี่เอง
ลูกรู้แล้ว ไม่อยากดูอีก  “เบื่อ”
คุณพ่อหัวเราะ แล้วกำมือกับเหรียญ 5 บาทเดิม
ถามว่า อยากดูมั้ย เขกพื้น 10 ที
ลูกรู้แล้วไม่อยากดูค่ะ
คุณพ่อว่า เอ้า เขกพื้น 1 ทีก็ได้
ลูกก็บอกว่า ลูกรู้แล้ว ไม่อยากดูอีก “เบื่อค่ะ”
คุณพ่อว่าให้ดูฟรี ๆ ก็ได้ ลูกก็ดูไปอย่างนั้นเอง
 
สิ่งที่พึงหวงสำหรับสตรี เป็นสิ่งมีค่า ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควรก็จะไม่มีค่าอะไร
คุณพ่อเลยบอกว่า

” นี่ละลูก อะไรที่เป็นความลับคนมักยอมทำทุกอย่าง
ที่จะได้สมปราถนา อยากดู อยากรู้อยากเห็น
แต่เมื่อสมปราถนาแล้ว ดูบ่อยๆแล้วก็มักจะเบื่อ
ให้ดูฟรีๆ ยังไม่อยากดูเลย
แล้วสิ่งที่พึงหวงสำหรับสตรี เป็นสิ่งมีค่า
ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควรก็จะไม่มีค่าอะไร
ไม่ต่างกับเหรียญ 5 บาทที่พ่อให้ลูกดูฟรีหรอก “ 


ยิ่งเธอโกหก ผมยิ่งรักเธอ

ยิ่งเธอโกหก  ผมยิ่งรักเธอ : เรื่องจริงของผมเอง

ผมรู้จักผู้หญิงคนนึงมานานหลายปี
ตลอดเวลาที่ผมรู้จักเธอ  บ่อยครั้งที่ผมพบว่าเธอโกหกผม
และทุกครั้งผมรู้สึกได้ว่าเธอมีความสุขอย่างมากที่เห็นผมเชื่อในสิ่งที่เธอได้โกหก

เธอโกหกผมหลายต่อหลายครั้ง ทั้งเรื่องอาหารการกิน, เรื่องเสื้อผ้าที่เธอซื้อ และอีกหลาย ๆ เรื่อง ๆ
คุณรู้ไหมเธอโกหกผมว่าอะไรบ้าง?

เธอบอกว่าเสื้อที่เธอซื้อราคาไม่กี่บาท  ทั้งที่ความจริงราคาหลายร้อย

เธอบอกว่าญาติของผมที่กำลังจะแต่งงาน (ที่ผมเองก็ไม่ค่อยสนิทนักหรอก) บอกว่าอยากให้ผมไปร่วมงานด้วยมาก ๆ

ผมจะตักข้าวร้อน ๆ ในหม้อหุงข้าวให้กับเธอแต่เธอบอกว่าไม่ต้อง  เธอขอข้าวเย็นที่อยู่ในจานข้างๆ เพราะเธอไม่อยากทานข้าวร้อน ๆ

 เธอคนนี้คือ “คุณแม่” ของผมเองครับ

“คุณแม่ใช้เงินบำนาญของตัวเองซื้อเสื้อตัวใหม่ให้กับผม  โดยไม่ยอมบอกราคาจริง  เพราะกลัวว่าวันหลังผมจะห้ามไม่ให้เธอซื้ออีก”

“คุณแม่อยากให้ผมได้รู้จักญาติผู้ใหญ่และเป็นที่รักของญาติ ๆ ก็เลยอยากให้ผมไปร่วมงานต่าง ๆ ที่ต้องเจอญาติผู้ใหญ่”

“คุณแม่เลือกที่จะทานข้าวเย็นซึ่งเหลือจากมื้อก่อน  เพื่อให้ลูกทั้งสามคนได้ทานข้าวร้อน ๆ ที่เพิ่งจะหุงสำหรับมื้อนี้”

ทุกครั้งที่ผมรู้ว่าคุณแม่โกหกผม  มันยิ่งทำให้ผมรักคุณแม่มากขึ้นทุกวัน … คุณล่ะครับ  วันนี้ได้โกหกใครเพราะรักหรือยัง …


WordPress Themes