บทความที่เกี่ยวกับ tag : เทคนิคการถ่ายภาพ

อารมณ์ศิลปิน

ลักษณะเฉพาะอย่างนึงของศิลปินก็คือต้องมองโลกให้มันสวยงามเข้าไว้  แม้ว่าของจริงมันจะขี้เหร่แค่ไหนก็ตาม  ถ้าอารมณ์ศิลปินเข้าสิงเมื่อไหร่เป็นต้องพยายามเสาะแสวงหามุมอันสวยงามให้ได้เมื่อนั้น … ช่างภาพที่ดีนั้นต้องมองเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็นหรือมองข้าม  และก็ไอ้นิสัยแบบนี้แหละจะทำให้เราได้ภาพที่แปลกตาสำหรับคนทั่วไป  แต่ก็ต้องแลกกับสายตาดูถูกดูแคลนที่คนอื่นดูเวลาเราก้ม ๆ เงย ๆ ถ่ายภาพอะไรสักอย่างที่ดูแล้วไม่น่าจะเข้าท่าเลย

วันนี้ผมเอาภาพมาฝากสองภาพที่ถ่ายเมื่อวานช่วงอารมณ์ศิลปินเข้าสิง เพราะทำงานช่วงกลางวันเหนื่อยมาก  ตกเย็นก็เลยเดินเตร็ดเตร่หาอะไรถ่ายภาพไปเรื่อยเปื่อย อารมณ์ประมาณคนเดินหาหัวแหวนเพชรที่ทำหล่นนั่นแหละ  เผอิญสายตอไม้เก่า ๆ ที่มีเห็ดขึ้นอยู่  ก็เลยเอาซูมช่วงเทเลออกมาถ่ายโดยเลือกรูรับแสงกว้างสุดเพื่อให้ภาพชัดเฉพาะจุดที่โฟกัส (ช่างภาพเขาเรียกหลังกระจาย  มักใช้กับการถ่ายภาพบุคคล แต่วันนี้หาคนไม่ได้ก็เลยได้ตอไม้แทน อิอิ)   พยายามหามุมที่ได้ฉากหลังเป็นสีเขียวเข้มตัดกับสีของเห็น หรือไม่ก็เลือกให้มี highlight บ้างเพื่อให้ภาพดูแล้วมีชีวิตชีวา  ผลก็ออกมาอย่างที่เห็นนี่แหละครับ  ไม่ได้สวยงามอะไรมากมาย แต่ก็ดูแล้วสบายหูสบายตาดี … เพื่อน ๆ ที่อยากเป็นช่างภาพที่ดี  เวลามีกล้องอยู่ในมือ ต้องพยายามมองให้เห็นสิ่งที่สวยงามที่อยู่รอบข้างตัวเรานะครับ  บางครั้งของเล็ก ๆ น้อย ๆที่เรามองข้ามนั้นอาจมีมุมที่สวยงามซ่อนหรือแฝงอยู่ก็ได้ อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นมันหรือไม่แค่นั้นเอง … จะว่าไปการมีนิสัยช่างภาพนั้นสามารถนำไปเป็นข้อคิดที่ดีในการทำงานได้อีกด้วย  คือให้เราพยายามมองหาด้านที่สวยงาม หรือด้านที่ดีของเพื่อนร่วมงาน  เราก็จะทำงานกับเขาได้อย่างมีความสุข เหมือนกับที่ผมมีความสุขกับการถ่ายภาพสองภาพนี้ครับ … ขอให้มีความสุขกันทุกคนครับ

เห็ดบนขà¸à¸™à¹„ม้


หมีแพนด้า… effect

ช่วงที่อากาศดี ๆ ช่างภาพหลายคนคงคันไม้คันมืออยากถ่ายภาพกันทุกคน  ยิ่งถ้าได้นางแบบน่ารัก ๆ มาเป็นแบบด้วยแล้วล่ะก็ถ่ายกันสนุกสนานทีเดียว  แต่บางครั้งกว่าจะนัดกันเจอก็สายจนเกือบจะเที่ยงแล้ว  แต่ด้วยสปิริตของนางแบบ บวกกับ ความกระหายของช่างภาพก็เลยไม่ยอมยกเลิกภาระกิจ  ถ่ายกันตอนแดดเปรี้ยง ๆ เที่ยงวันนั่นแหละครับ  ก็เป็นที่รู้กันครับว่าแม้แสงตอนเที่ยงจะแรงสดใสสะใจ แต่เมื่อถ่ายภาพบุคคลจะเกิดปัญหาเงาบนใบหน้าของแบบ  เช่น ถ้าตั้งกระบังสูงอาจจะบดบังทำให้หน้าหมองไปเลยก็มี   บางครั้งก็จะทำให้บริเวณดวงตาดูเป็นวงกลมดำ ๆ เหมือนหมีแพนด้าตามที่ผมตั้งชื่อนั่นแหละครับ … แล้วจะแก้ปัญหายังไงน่ะหรือ  ความจริงก็ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายซะทีเดียวครับ  วิธีที่นิยมก็คือใช้ Reflex หรือแผ่นสะท้อนแสงสีขาวหรือสีเงินเปิดเงาบริเวณใบหน้าของแบบ (ถ้าไม่มีจะใช้กระดาษขาว หรือโฟมสีขาวก็ได้  สุดแท้แต่จะหาได้ในตอนนั้น)  อีกวิธีก็คือใช้แฟลชเปิดเงา  ซึ่งจะทำให้เราได้ประกายที่ดวงตาของแบบด้วยเป็นของแถม แบบว่าตาใส ปิ๊ง ๆ ว่างั้นเถอะ  แต่อย่าลืมปรับให้แฟลช under สัก 1 stop เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติและถ้าเป็นไปได้ควรหากล่องกรองแสงหน้าแฟลช (ใช้ทิชชูก็พอได้ครับ)  เพื่อให้แสงดูนุ่มนวลมากยิ่งขึ้นครับ

สำหรับภาพตัวอย่างนี้เป็นภาพที่ผมถ่ายพนักงานที่ สุโขสปา  เพื่อส่งเข้าประกวด miss sukko  ประจำปีนี้  จะเห็นได้ว่ารอบ ๆ ดวงตาเป็นเงาสีดำเสมือนหนึ่งน้อง ๆ แพนด้า   ยังโชคดีที่นางแบบหน้าตาน่ารักก็เลยบดบังจุดด้อยไปได้  หากเป็นคนที่ดวงตาลึกก็จะยิ่งทำให้ภาพดูไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น  … ดังนั้นถ้าถ่ายภาพช่วงเที่ยงวันอย่าลืมหา reflex หรือใช้ flash เพื่อเปิดเงาให้กับนางแบบของเราด้วยนะครับ  ไม่งั้นจะกลายเป็นถ่ายภาพน้องแพนด้าไปซะ

แพนดา effect


โต๊ะจำเป็น

บรรยากาศสวย ๆ บางครั้งก็มาในยามที่ช่างภาพไม่พร้อมอยู่บ่อย ๆ  โชคร้ายที่สุดเห็นจะเป็นการได้พบกับบรรยากาศนั้นโดยไม่มีกล้องติดมือไปด้วย  ได้เพียงเก็บไว้ในความทรงจำ  แต่บางครั้งมีกล้องอยู่ด้วยแท้ ๆ แต่เอาอุปกรณ์มาไม่ครบ อันนี้ยิ่งเจ็บใจเหลือหลาย ก็เลยต้องอาศัยพึ่งพิงสิ่งรอบตัวเป็นตัวช่วยอยู่บ่อย ๆ …

เคยเจอเหตุการณ์ที่ได้พบบรรยากาศยามค่ำคืนอันสวยงาม และบังเอิญมีกล้องติดตัวแต่กลับไม่ได้เอาขาตั้งกล้องมาด้วยไหมครับ (ขาตั้งกล้องช่วยให้สามารถถ่ายภาพโดยใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำเพื่อเก็บบรรยากาศในสภาพแสงน้อยได้โดยไม่สั่นไหว) … ผมน่ะเป็นอยู่บ่อย ๆ เพราะชอบหิ้วกระเป๋ากล้องไป-กลับ บ้าน-ที่ทำงาน (หวงเหมือนลูก อิอิ)  ก็เลยต้องหาตัวช่วยและที่ใช้บ่อยที่สุดก็เห็นจะเป็นโต๊ะนี่แหละครับ  เพราะมันเรียบและมั่นคงเป็นที่สุด  แม้ว่าจะไม่สามารถตั้งกล้องให้ก้มหรือเงยได้สะดวกนักแต่ก็ดีกว่าไม่มีเอาเสียเลย … สำหรับมือใหม่อาจจะงงว่าทำไมไม่ใช้แฟลชล่ะ?  ก็ต้องอธิบายหน่อยครับว่าการใช้แฟลชถ่ายภาพยามค่ำคืนนั้นจะได้แสงเฉพาะสิ่งที่อยู่ใกล้กับกล้อง แถมภาพที่ออกมาก็ดูแข็ง ๆ เพราะแสงของแฟลชไม่ใช่แสงโดยธรรมชาติ  ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะเสมอไปครับ จะเป็นเก้าอี้, เสา, กำแพง ฯลฯ ก็ได้ขอให้วางกล้องได้นิ่งก็เป็นพอ  แนะนำเทคนิคเพิ่มนิดนึงคือควรใช้ระบบการตั้งเวลาถ่ายเพื่อให้เราสามารถใช้มือกดกล้องได้แน่นและนิ่งที่สุดตอนที่กล้องเปิดรับแสง  เพราะหากใช้มือกดชัตเตอร์หากไม่นิ่งพอก็จะทำให้ภาพไหวได้เหมือนกัน  ยิ่งถ้าได้สายลั่นชัตเตอร์ยิ่งดีครับ (ขนาดขาตั้งกล้องยังไม่เอามาเลย แล้วจะเอาสายลั่นมาเร้อ… หุหุ) 

วันนี้เอาตัวอย่างภาพที่ไปงานเลี้ยงสังสรรค์มาให้ดูครับ ทีแรกไม่ได้คิดว่าจะถ่ายภาพแต่เห็นบรรยากาศในห้องสวยดีก็เลยอดไม่ได้  โชคดีที่มีโต๊ะตัวใหญ่วางอยู่กลางงานเลี้ยง ก็เลยถือโอกาสใช้แทนขาตั้งกล้องซะเลย

ถ่ายภาพบรรยากาศกลางคืน 

บางครั้งถ่ายให้เห็นขอบโต๊ะแบบมัว ๆ หน่อย (ใช้รูรับแสงกว้าง) ก็ช่วยเพิ่มมิติให้ภาพดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ถ่ายภาพบรรยากาศกลางคืน

ภาพสุดท้ายเน้นให้เห็นโต๊ะแบบเต็ม ๆ ไปเลย เพราะแสงสะท้อนบนโต๊ะก็สวยงามไปอีกแบบ

ถ่ายภาพบรรยากาศกลางคืน

หวังว่าเพื่อน ๆ คงนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ยามจำเป็นได้นะครับ  เพราะบรรยากาศอันงดงามนั้นบางครั้งเกิดให้เราเห็นเพียงครั้งเดียวในชีวิต (ฟังดูเวอร์ไปหน่อย แต่บางครั้งมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับโดยเฉพาะภาพช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก) ดังนั้นอะไรอยู่ใกล้ตัวก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์เหมือนกรณี “โต๊ะจำเป็น” ที่ผมยกตัวอย่างนี่แหละครับ


เล่นกับไฟ ภาค 2

หลังจากเคยเขียนเรื่อง “เล่นกับไฟ” มาแล้วครั้งหนึ่ง  ซึ่งในครั้งนั้นใช้เทคนิคง่าย ๆ คือเปิดชัตเตอร์นาน ๆ แล้วส่ายกล้องไปมา  ก็จะได้ไฟเป็นเส้นสายสวยงาม  ยิ่งไฟมีสีสันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดูสดใสสวยงามมากขึ้นเท่านั้น

วันนี้ผมนำภาพแนวคล้าย ๆ กันมาฝากอีกครั้ง  เพราะได้มีโอกาสไปเที่ยวงานวัดฉลอง (จะว่าไปเที่ยวก็ไม่เชิงเพราะตั้งใจไปถ่ายภาพแสงไฟโดยเฉพาะ)  ซึ่งอยู่ใกล้บ้านมากขี่มอเตอร์ไซด์ 2 นาทีก็ถึง  ปกติแล้วงานวัดจะมีช่วงเดือนมกราคมของทุกปีและจะมีคนมาเที่ยวงานวัดฉลองเยอะมากเพราะเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของภูเก็ต  แต่ปีนี้พิเศษหน่อยคือมีงาน 2 ครั้ง  ครั้งแรกจัดไปแล้วเมื่อตอนต้นปี  แต่ช่วงนี้จัดเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีมรณภาพของหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง (วัดไชรธาราราม) ซึ่งเป็นหลวงพ่อที่ชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงนับถือกันเป็นอย่างมาก  ก็เลยมีงานมหรสพคล้าย ๆ กับเมื่อต้นปี  แต่ว่างานนี้มีการประดับไฟตกแต่งมากกว่าตั้งแต่ปากทางเข้างานไปจนถึงในวัด  ผมขับรถผ่านทุกวันก็เล็ง ๆ ไว้แล้วว่าจะต้องมาถ่ายภาพสักหน่อย  วันนี้ช่วงค่ำไม่มีอะไรทำก็เลยแชว๊ปไปถ่ายภาพเสียเลย

ลักษณะของการประดับไฟก็เหมือนภาพข้างล่างนี่แหละครับ  ดู ๆไปก็สวยดี  เพราะหลอดไฟที่เป็นสี ๆ มันหมุนได้ด้วย (เหมือนชิงช้าสวรรค์ขนาดย่อม) 

เทคนิคการถ่ายภาพไฟกลางคืน

แต่การถ่ายภาพแบบภาพนี้ก็ดูจะธรรมดาไปหน่อย ไม่สมกับการแบกขาตั้งกล้องและกระเป๋ากล้องขึ้นมอเตอร์ไซด์มา  ภาพต่อมาผมก็เลยเล็งไปที่ชุดหลอดไฟที่กำลังหมุน  ตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องแล้วเลือกความเร็วชัตเตอร์ต่ำหน่อย (ราว ๆ 1.5 วินาที) ภาพที่ได้ก็เป็นอย่างนี้ครับ

เทคนิคการถ่ายภาพไฟกลางคืน

 ทีนี้ก็เลยชักสนุกครับ  เนื่องจากเลนส์ที่ใช้เป็นซูมก็เลยใช้ประโยชน์ซะให้เต็มที่   โดยลดความเร็วชัตเตอร์ต่ำลงไปอีกเป็น 4 วินาที แล้วขณะที่กล้องกำลังเปิดรับแสงก็ซูมภาพใกล้เข้าไปทีละนิด  ภาพที่ได้ก็อย่างที่เห็นครับ  เห็นเงาคนที่เดินผ่านไปมาเป็นสีดำ ๆ ด้วย  ได้อารมณ์แฟนตาซีไปอีกแบบ

เทคนิคการถ่ายภาพไฟกลางคืน

หลังจากทดลองถ่ายมุมนี้หลาย ๆ ภาพเพื่อกันเหนียวแล้ว ก็เดินไปยังบริเวณป้ายหน้าวัด ซึ่งเพิ่งจะสร้างเสร็จใหม่ ๆ และมีไฟประดับด้วย (แต่ที่นี่ไม่หมุนครับ) ก็เลยมาใช้เทคนิคการซูมทอีกครั้ง ได้ผลดังภาพต่อไปนี้

เทคนิคการถ่ายภาพไฟกลางคืน

หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปชมงานด้านใน แต่ก็ยังมองหาไฟประดับเพื่อถ่ายภาพเพิ่มเติม ก็ได้มาหลากหลายรูปแบบ ลองดูก็แล้วกันครับว่าชอบอันไหน

เทคนิคการถ่ายภาพไฟกลางคืน

เทคนิคการถ่ายภาพไฟกลาง<br /> คืน

เทคนิคการถ่ายภาพไฟกลางคืน 

เทคนิคการถ่ายภาพไฟกลางคืน

เทคนิคการถ่ายภาพไฟกลางคืน

เทคนิคการถ่ายภาพไฟกลางคืน

เป็นไงบ้างครับ เอามาฝากหลากหลายรูปแบบหวังว่าคงถูกใจเพื่อน ๆ นะครับ … หลังจากถ่ายภาพเสร็จบังเอิญไปเจอซุ้มของโรงพยาบาลซึ่งมาให้บริการตรวจสุขภาพฟรี ก็เลยเข้าไปวัดความดันดู ปรากฎว่าความดันสูงครับ … เอ้า..เวรกรรม… ( มิน่าล่ะช่วงนี้ปวดหัวบ่อย ๆ :O )… หมอก็เลยแนะนำว่าอย่านอนดึก งั้นคืนนี้คงต้องขอตัวไปนอนแล้วล่ะครับ ไม่งั้นต้องล้มหมอนนอนเสื่อล่ะก็แย่เลย บ๊าย บาย คับ


WordPress Themes