ลัà¸à¸©à¸à¸°à¹à¸à¸à¸²à¸°à¸à¸¢à¹à¸²à¸à¸à¸¶à¸à¸à¸à¸à¸¨à¸´à¸¥à¸à¸´à¸à¸à¹à¸à¸·à¸à¸à¹à¸à¸à¸¡à¸à¸à¹à¸¥à¸à¹à¸«à¹à¸¡à¸±à¸à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¹à¸à¹à¸²à¹à¸§à¹Â à¹à¸¡à¹à¸§à¹à¸²à¸à¸à¸à¸à¸£à¸´à¸à¸¡à¸±à¸à¸à¸°à¸à¸µà¹à¹à¸«à¸£à¹à¹à¸à¹à¹à¸«à¸à¸à¹à¸à¸²à¸¡Â à¸à¹à¸²à¸à¸²à¸£à¸¡à¸à¹à¸¨à¸´à¸¥à¸à¸´à¸à¹à¸à¹à¸²à¸ªà¸´à¸à¹à¸¡à¸·à¹à¸à¹à¸«à¸£à¹à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸à¸à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸²à¸¡à¹à¸ªà¸²à¸°à¹à¸ªà¸§à¸à¸«à¸²à¸¡à¸¸à¸¡à¸à¸±à¸à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¹à¸«à¹à¹à¸à¹à¹à¸¡à¸·à¹à¸à¸à¸±à¹à¸ … à¸à¹à¸²à¸à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¸à¸µà¸à¸±à¹à¸à¸à¹à¸à¸à¸¡à¸à¸à¹à¸«à¹à¸à¹à¸à¸ªà¸´à¹à¸à¸à¸µà¹à¸à¸à¸à¸±à¹à¸§à¹à¸à¸¡à¸à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸«à¹à¸à¸«à¸£à¸·à¸à¸¡à¸à¸à¸à¹à¸²à¸¡Â à¹à¸¥à¸°à¸à¹à¹à¸à¹à¸à¸´à¸ªà¸±à¸¢à¹à¸à¸à¸à¸µà¹à¹à¸«à¸¥à¸°à¸à¸°à¸à¸³à¹à¸«à¹à¹à¸£à¸²à¹à¸à¹à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¹à¸à¸¥à¸à¸à¸²à¸ªà¸³à¸«à¸£à¸±à¸à¸à¸à¸à¸±à¹à¸§à¹à¸Â à¹à¸à¹à¸à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸¥à¸à¸à¸±à¸à¸ªà¸²à¸¢à¸à¸²à¸à¸¹à¸à¸¹à¸à¸à¸¹à¹à¸à¸¥à¸à¸à¸µà¹à¸à¸à¸à¸·à¹à¸à¸à¸¹à¹à¸§à¸¥à¸²à¹à¸£à¸²à¸à¹à¸¡ ๠à¹à¸à¸¢ ๠à¸à¹à¸²à¸¢à¸ าà¸à¸à¸°à¹à¸£à¸ªà¸±à¸à¸à¸¢à¹à¸²à¸à¸à¸µà¹à¸à¸¹à¹à¸¥à¹à¸§à¹à¸¡à¹à¸à¹à¸²à¸à¸°à¹à¸à¹à¸²à¸à¹à¸²à¹à¸¥à¸¢
วัà¸à¸à¸µà¹à¸à¸¡à¹à¸à¸²à¸ าà¸à¸¡à¸²à¸à¸²à¸à¸ªà¸à¸à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¸à¹à¸²à¸¢à¹à¸¡à¸·à¹à¸à¸§à¸²à¸à¸à¹à¸§à¸à¸à¸²à¸£à¸¡à¸à¹à¸¨à¸´à¸¥à¸à¸´à¸à¹à¸à¹à¸²à¸ªà¸´à¸ à¹à¸à¸£à¸²à¸°à¸à¸³à¸à¸²à¸à¸à¹à¸§à¸à¸à¸¥à¸²à¸à¸§à¸±à¸à¹à¸«à¸à¸·à¹à¸à¸¢à¸¡à¸²à¸Â à¸à¸à¹à¸¢à¹à¸à¸à¹à¹à¸¥à¸¢à¹à¸à¸´à¸à¹à¸à¸£à¹à¸à¹à¸à¸£à¹à¸«à¸²à¸à¸°à¹à¸£à¸à¹à¸²à¸¢à¸ าà¸à¹à¸à¹à¸£à¸·à¹à¸à¸¢à¹à¸à¸·à¹à¸à¸¢ à¸à¸²à¸£à¸¡à¸à¹à¸à¸£à¸°à¸¡à¸²à¸à¸à¸à¹à¸à¸´à¸à¸«à¸²à¸«à¸±à¸§à¹à¸«à¸§à¸à¹à¸à¸à¸£à¸à¸µà¹à¸à¸³à¸«à¸¥à¹à¸à¸à¸±à¹à¸à¹à¸«à¸¥à¸°Â à¹à¸à¸à¸´à¸à¸ªà¸²à¸¢à¸à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸à¹à¸² ๠à¸à¸µà¹à¸¡à¸µà¹à¸«à¹à¸à¸à¸¶à¹à¸à¸à¸¢à¸¹à¹Â à¸à¹à¹à¸¥à¸¢à¹à¸à¸²à¸à¸¹à¸¡à¸à¹à¸§à¸à¹à¸à¹à¸¥à¸à¸à¸à¸¡à¸²à¸à¹à¸²à¸¢à¹à¸à¸¢à¹à¸¥à¸·à¸à¸à¸£à¸¹à¸£à¸±à¸à¹à¸ªà¸à¸à¸§à¹à¸²à¸à¸ªà¸¸à¸à¹à¸à¸·à¹à¸à¹à¸«à¹à¸ าà¸à¸à¸±à¸à¹à¸à¸à¸²à¸°à¸à¸¸à¸à¸à¸µà¹à¹à¸à¸à¸±à¸ª (à¸à¹à¸²à¸à¸ าà¸à¹à¸à¸²à¹à¸£à¸µà¸¢à¸à¸«à¸¥à¸±à¸à¸à¸£à¸°à¸à¸²à¸¢Â มัà¸à¹à¸à¹à¸à¸±à¸à¸à¸²à¸£à¸à¹à¸²à¸¢à¸ าà¸à¸à¸¸à¸à¸à¸¥ à¹à¸à¹à¸§à¸±à¸à¸à¸µà¹à¸«à¸²à¸à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸à¹à¸à¹à¹à¸¥à¸¢à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸à¸ à¸à¸´à¸à¸´)  à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸²à¸¡à¸«à¸²à¸¡à¸¸à¸¡à¸à¸µà¹à¹à¸à¹à¸à¸²à¸à¸«à¸¥à¸±à¸à¹à¸à¹à¸à¸ªà¸µà¹à¸à¸µà¸¢à¸§à¹à¸à¹à¸¡à¸à¸±à¸à¸à¸±à¸à¸ªà¸µà¸à¸à¸à¹à¸«à¹à¸ หรืà¸à¹à¸¡à¹à¸à¹à¹à¸¥à¸·à¸à¸à¹à¸«à¹à¸¡à¸µ highlight à¸à¹à¸²à¸à¹à¸à¸·à¹à¸à¹à¸«à¹à¸ าà¸à¸à¸¹à¹à¸¥à¹à¸§à¸¡à¸µà¸à¸µà¸§à¸´à¸à¸à¸µà¸§à¸²Â à¸à¸¥à¸à¹à¸à¸à¸à¸¡à¸²à¸à¸¢à¹à¸²à¸à¸à¸µà¹à¹à¸«à¹à¸à¸à¸µà¹à¹à¸«à¸¥à¸°à¸à¸£à¸±à¸Â à¹à¸¡à¹à¹à¸à¹à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¸à¸°à¹à¸£à¸¡à¸²à¸à¸¡à¸²à¸¢ à¹à¸à¹à¸à¹à¸à¸¹à¹à¸¥à¹à¸§à¸ªà¸à¸²à¸¢à¸«à¸¹à¸ªà¸à¸²à¸¢à¸à¸²à¸à¸µ … à¹à¸à¸·à¹à¸à¸ ๠à¸à¸µà¹à¸à¸¢à¸²à¸à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸²à¸à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¸à¸µÂ à¹à¸§à¸¥à¸²à¸¡à¸µà¸à¸¥à¹à¸à¸à¸à¸¢à¸¹à¹à¹à¸à¸¡à¸·à¸ à¸à¹à¸à¸à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸²à¸¡à¸¡à¸à¸à¹à¸«à¹à¹à¸«à¹à¸à¸ªà¸´à¹à¸à¸à¸µà¹à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¸à¸µà¹à¸à¸¢à¸¹à¹à¸£à¸à¸à¸à¹à¸²à¸à¸à¸±à¸§à¹à¸£à¸²à¸à¸°à¸à¸£à¸±à¸Â à¸à¸²à¸à¸à¸£à¸±à¹à¸à¸à¸à¸à¹à¸¥à¹à¸ ๠à¸à¹à¸à¸¢ à¹à¸à¸µà¹à¹à¸£à¸²à¸¡à¸à¸à¸à¹à¸²à¸¡à¸à¸±à¹à¸à¸à¸²à¸à¸¡à¸µà¸¡à¸¸à¸¡à¸à¸µà¹à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¸à¹à¸à¸à¸«à¸£à¸·à¸à¹à¸à¸à¸à¸¢à¸¹à¹à¸à¹à¹à¸à¹ à¸à¸¢à¸¹à¹à¸à¸µà¹à¸§à¹à¸²à¹à¸£à¸²à¸à¸°à¸¡à¸à¸à¹à¸«à¹à¸à¸¡à¸±à¸à¸«à¸£à¸·à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸à¹à¸à¸±à¹à¸à¹à¸à¸ … à¸à¸°à¸§à¹à¸²à¹à¸à¸à¸²à¸£à¸¡à¸µà¸à¸´à¸ªà¸±à¸¢à¸à¹à¸²à¸à¸ าà¸à¸à¸±à¹à¸à¸ªà¸²à¸¡à¸²à¸£à¸à¸à¸³à¹à¸à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸à¸à¸´à¸à¸à¸µà¹à¸à¸µà¹à¸à¸à¸²à¸£à¸à¸³à¸à¸²à¸à¹à¸à¹à¸à¸µà¸à¸à¹à¸§à¸¢Â à¸à¸·à¸à¹à¸«à¹à¹à¸£à¸²à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸²à¸¡à¸¡à¸à¸à¸«à¸²à¸à¹à¸²à¸à¸à¸µà¹à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡ หรืà¸à¸à¹à¸²à¸à¸à¸µà¹à¸à¸µà¸à¸à¸à¹à¸à¸·à¹à¸à¸à¸£à¹à¸§à¸¡à¸à¸²à¸Â à¹à¸£à¸²à¸à¹à¸à¸°à¸à¸³à¸à¸²à¸à¸à¸±à¸à¹à¸à¸²à¹à¸à¹à¸à¸¢à¹à¸²à¸à¸¡à¸µà¸à¸§à¸²à¸¡à¸ªà¸¸à¸ à¹à¸«à¸¡à¸·à¸à¸à¸à¸±à¸à¸à¸µà¹à¸à¸¡à¸¡à¸µà¸à¸§à¸²à¸¡à¸ªà¸¸à¸à¸à¸±à¸à¸à¸²à¸£à¸à¹à¸²à¸¢à¸ าà¸à¸ªà¸à¸à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¸à¸£à¸±à¸ … à¸à¸à¹à¸«à¹à¸¡à¸µà¸à¸§à¸²à¸¡à¸ªà¸¸à¸à¸à¸±à¸à¸à¸¸à¸à¸à¸à¸à¸£à¸±à¸


ช่วงที่อากาศดี ๆ ช่างภาพหลายคนคงคันไม้คันมืออยากถ่ายภาพกันทุกคน ยิ่งถ้าได้นางแบบน่ารัก ๆ มาเป็นแบบด้วยแล้วล่ะก็ถ่ายกันสนุกสนานทีเดียว แต่บางครั้งกว่าจะนัดกันเจอก็สายจนเกือบจะเที่ยงแล้ว แต่ด้วยสปิริตของนางแบบ บวกกับ ความกระหายของช่างภาพก็เลยไม่ยอมยกเลิกภาระกิจ ถ่ายกันตอนแดดเปรี้ยง ๆ เที่ยงวันนั่นแหละครับ ก็เป็นที่รู้กันครับว่าแม้แสงตอนเที่ยงจะแรงสดใสสะใจ แต่เมื่อถ่ายภาพบุคคลจะเกิดปัญหาเงาบนใบหน้าของแบบ เช่น ถ้าตั้งกระบังสูงอาจจะบดบังทำให้หน้าหมองไปเลยก็มี บางครั้งก็จะทำให้บริเวณดวงตาดูเป็นวงกลมดำ ๆ เหมือนหมีแพนด้าตามที่ผมตั้งชื่อนั่นแหละครับ … แล้วจะแก้ปัญหายังไงน่ะหรือ ความจริงก็ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายซะทีเดียวครับ วิธีที่นิยมก็คือใช้ Reflex หรือแผ่นสะท้อนแสงสีขาวหรือสีเงินเปิดเงาบริเวณใบหน้าของแบบ (ถ้าไม่มีจะใช้กระดาษขาว หรือโฟมสีขาวก็ได้ สุดแท้แต่จะหาได้ในตอนนั้น) อีกวิธีก็คือใช้แฟลชเปิดเงา ซึ่งจะทำให้เราได้ประกายที่ดวงตาของแบบด้วยเป็นของแถม แบบว่าตาใส ปิ๊ง ๆ ว่างั้นเถอะ แต่อย่าลืมปรับให้แฟลช under สัก 1 stop เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติและถ้าเป็นไปได้ควรหากล่องกรองแสงหน้าแฟลช (ใช้ทิชชูก็พอได้ครับ) เพื่อให้แสงดูนุ่มนวลมากยิ่งขึ้นครับ
สำหรับภาพตัวอย่างนี้เป็นภาพที่ผมถ่ายพนักงานที่ สุโขสปา เพื่อส่งเข้าประกวด miss sukko ประจำปีนี้ จะเห็นได้ว่ารอบ ๆ ดวงตาเป็นเงาสีดำเสมือนหนึ่งน้อง ๆ แพนด้า ยังโชคดีที่นางแบบหน้าตาน่ารักก็เลยบดบังจุดด้อยไปได้ หากเป็นคนที่ดวงตาลึกก็จะยิ่งทำให้ภาพดูไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น … ดังนั้นถ้าถ่ายภาพช่วงเที่ยงวันอย่าลืมหา reflex หรือใช้ flash เพื่อเปิดเงาให้กับนางแบบของเราด้วยนะครับ ไม่งั้นจะกลายเป็นถ่ายภาพน้องแพนด้าไปซะ

บรรยากาศสวย ๆ บางครั้งก็มาในยามที่ช่างภาพไม่พร้อมอยู่บ่อย ๆ โชคร้ายที่สุดเห็นจะเป็นการได้พบกับบรรยากาศนั้นโดยไม่มีกล้องติดมือไปด้วย ได้เพียงเก็บไว้ในความทรงจำ แต่บางครั้งมีกล้องอยู่ด้วยแท้ ๆ แต่เอาอุปกรณ์มาไม่ครบ อันนี้ยิ่งเจ็บใจเหลือหลาย ก็เลยต้องอาศัยพึ่งพิงสิ่งรอบตัวเป็นตัวช่วยอยู่บ่อย ๆ …
เคยเจอเหตุการณ์ที่ได้พบบรรยากาศยามค่ำคืนอันสวยงาม และบังเอิญมีกล้องติดตัวแต่กลับไม่ได้เอาขาตั้งกล้องมาด้วยไหมครับ (ขาตั้งกล้องช่วยให้สามารถถ่ายภาพโดยใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำเพื่อเก็บบรรยากาศในสภาพแสงน้อยได้โดยไม่สั่นไหว) … ผมน่ะเป็นอยู่บ่อย ๆ เพราะชอบหิ้วกระเป๋ากล้องไป-กลับ บ้าน-ที่ทำงาน (หวงเหมือนลูก อิอิ) ก็เลยต้องหาตัวช่วยและที่ใช้บ่อยที่สุดก็เห็นจะเป็นโต๊ะนี่แหละครับ เพราะมันเรียบและมั่นคงเป็นที่สุด แม้ว่าจะไม่สามารถตั้งกล้องให้ก้มหรือเงยได้สะดวกนักแต่ก็ดีกว่าไม่มีเอาเสียเลย … สำหรับมือใหม่อาจจะงงว่าทำไมไม่ใช้แฟลชล่ะ? ก็ต้องอธิบายหน่อยครับว่าการใช้แฟลชถ่ายภาพยามค่ำคืนนั้นจะได้แสงเฉพาะสิ่งที่อยู่ใกล้กับกล้อง แถมภาพที่ออกมาก็ดูแข็ง ๆ เพราะแสงของแฟลชไม่ใช่แสงโดยธรรมชาติ ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะเสมอไปครับ จะเป็นเก้าอี้, เสา, กำแพง ฯลฯ ก็ได้ขอให้วางกล้องได้นิ่งก็เป็นพอ แนะนำเทคนิคเพิ่มนิดนึงคือควรใช้ระบบการตั้งเวลาถ่ายเพื่อให้เราสามารถใช้มือกดกล้องได้แน่นและนิ่งที่สุดตอนที่กล้องเปิดรับแสง เพราะหากใช้มือกดชัตเตอร์หากไม่นิ่งพอก็จะทำให้ภาพไหวได้เหมือนกัน ยิ่งถ้าได้สายลั่นชัตเตอร์ยิ่งดีครับ (ขนาดขาตั้งกล้องยังไม่เอามาเลย แล้วจะเอาสายลั่นมาเร้อ… หุหุ)
วันนี้เอาตัวอย่างภาพที่ไปงานเลี้ยงสังสรรค์มาให้ดูครับ ทีแรกไม่ได้คิดว่าจะถ่ายภาพแต่เห็นบรรยากาศในห้องสวยดีก็เลยอดไม่ได้ โชคดีที่มีโต๊ะตัวใหญ่วางอยู่กลางงานเลี้ยง ก็เลยถือโอกาสใช้แทนขาตั้งกล้องซะเลย
บางครั้งถ่ายให้เห็นขอบโต๊ะแบบมัว ๆ หน่อย (ใช้รูรับแสงกว้าง) ก็ช่วยเพิ่มมิติให้ภาพดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ภาพสุดท้ายเน้นให้เห็นโต๊ะแบบเต็ม ๆ ไปเลย เพราะแสงสะท้อนบนโต๊ะก็สวยงามไปอีกแบบ

หวังว่าเพื่อน ๆ คงนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ยามจำเป็นได้นะครับ เพราะบรรยากาศอันงดงามนั้นบางครั้งเกิดให้เราเห็นเพียงครั้งเดียวในชีวิต (ฟังดูเวอร์ไปหน่อย แต่บางครั้งมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับโดยเฉพาะภาพช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก) ดังนั้นอะไรอยู่ใกล้ตัวก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์เหมือนกรณี “โต๊ะจำเป็น” ที่ผมยกตัวอย่างนี่แหละครับ
หลังจากเคยเขียนเรื่อง “เล่นกับไฟ” มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งในครั้งนั้นใช้เทคนิคง่าย ๆ คือเปิดชัตเตอร์นาน ๆ แล้วส่ายกล้องไปมา ก็จะได้ไฟเป็นเส้นสายสวยงาม ยิ่งไฟมีสีสันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดูสดใสสวยงามมากขึ้นเท่านั้น
วันนี้ผมนำภาพแนวคล้าย ๆ กันมาฝากอีกครั้ง เพราะได้มีโอกาสไปเที่ยวงานวัดฉลอง (จะว่าไปเที่ยวก็ไม่เชิงเพราะตั้งใจไปถ่ายภาพแสงไฟโดยเฉพาะ) ซึ่งอยู่ใกล้บ้านมากขี่มอเตอร์ไซด์ 2 นาทีก็ถึง ปกติแล้วงานวัดจะมีช่วงเดือนมกราคมของทุกปีและจะมีคนมาเที่ยวงานวัดฉลองเยอะมากเพราะเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของภูเก็ต แต่ปีนี้พิเศษหน่อยคือมีงาน 2 ครั้ง ครั้งแรกจัดไปแล้วเมื่อตอนต้นปี แต่ช่วงนี้จัดเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีมรณภาพของหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง (วัดไชรธาราราม) ซึ่งเป็นหลวงพ่อที่ชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงนับถือกันเป็นอย่างมาก ก็เลยมีงานมหรสพคล้าย ๆ กับเมื่อต้นปี แต่ว่างานนี้มีการประดับไฟตกแต่งมากกว่าตั้งแต่ปากทางเข้างานไปจนถึงในวัด ผมขับรถผ่านทุกวันก็เล็ง ๆ ไว้แล้วว่าจะต้องมาถ่ายภาพสักหน่อย วันนี้ช่วงค่ำไม่มีอะไรทำก็เลยแชว๊ปไปถ่ายภาพเสียเลย
ลักษณะของการประดับไฟก็เหมือนภาพข้างล่างนี่แหละครับ ดู ๆไปก็สวยดี เพราะหลอดไฟที่เป็นสี ๆ มันหมุนได้ด้วย (เหมือนชิงช้าสวรรค์ขนาดย่อม)

แต่การถ่ายภาพแบบภาพนี้ก็ดูจะธรรมดาไปหน่อย ไม่สมกับการแบกขาตั้งกล้องและกระเป๋ากล้องขึ้นมอเตอร์ไซด์มา ภาพต่อมาผมก็เลยเล็งไปที่ชุดหลอดไฟที่กำลังหมุน ตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องแล้วเลือกความเร็วชัตเตอร์ต่ำหน่อย (ราว ๆ 1.5 วินาที) ภาพที่ได้ก็เป็นอย่างนี้ครับ

ทีนี้ก็เลยชักสนุกครับ เนื่องจากเลนส์ที่ใช้เป็นซูมก็เลยใช้ประโยชน์ซะให้เต็มที่ โดยลดความเร็วชัตเตอร์ต่ำลงไปอีกเป็น 4 วินาที แล้วขณะที่กล้องกำลังเปิดรับแสงก็ซูมภาพใกล้เข้าไปทีละนิด ภาพที่ได้ก็อย่างที่เห็นครับ เห็นเงาคนที่เดินผ่านไปมาเป็นสีดำ ๆ ด้วย ได้อารมณ์แฟนตาซีไปอีกแบบ

หลังจากทดลองถ่ายมุมนี้หลาย ๆ ภาพเพื่อกันเหนียวแล้ว ก็เดินไปยังบริเวณป้ายหน้าวัด ซึ่งเพิ่งจะสร้างเสร็จใหม่ ๆ และมีไฟประดับด้วย (แต่ที่นี่ไม่หมุนครับ) ก็เลยมาใช้เทคนิคการซูมทอีกครั้ง ได้ผลดังภาพต่อไปนี้

หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปชมงานด้านใน แต่ก็ยังมองหาไฟประดับเพื่อถ่ายภาพเพิ่มเติม ก็ได้มาหลากหลายรูปแบบ ลองดูก็แล้วกันครับว่าชอบอันไหน





เป็นไงบ้างครับ เอามาฝากหลากหลายรูปแบบหวังว่าคงถูกใจเพื่อน ๆ นะครับ … หลังจากถ่ายภาพเสร็จบังเอิญไปเจอซุ้มของโรงพยาบาลซึ่งมาให้บริการตรวจสุขภาพฟรี ก็เลยเข้าไปวัดความดันดู ปรากฎว่าความดันสูงครับ … เอ้า..เวรกรรม… ( มิน่าล่ะช่วงนี้ปวดหัวบ่อย ๆ :O )… หมอก็เลยแนะนำว่าอย่านอนดึก งั้นคืนนี้คงต้องขอตัวไปนอนแล้วล่ะครับ ไม่งั้นต้องล้มหมอนนอนเสื่อล่ะก็แย่เลย บ๊าย บาย คับ