บทความที่เกี่ยวกับ tag : เกาะพีพี

Happy day @ พีพี – เกาะไข่

ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไงอากาศที่ภูเก็ตเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก วันนี้ฟ้าครึ้ม รุ่งขึ้นฟ้าแจ่ม ฝนตก ๆ หยุด ๆ ทำเอาหลาย ๆ คนออกอาการไม่ค่อยสบาย ผมเองก็เหนื่อยแสนเหนื่อยกับการขับรถวันละ 1 ชม.มาทำงาน ผ่านทะเลสวย ๆ ตรงหาดกะหลิมทุกวัน เห็นแล้วเกิดกิเลสอยากถ่ายภาพแต่ถ้าแวะมีหวังทำงานสายแน่ ๆ ครั้นจะตื่นเช้ากว่านี้ก็ม่ายไหว หุหุ แบบว่าวัยกำลังกินกำลังนอนจะให้พักผ่อนน้อยกว่า 8 ชม.ได้อย่างไร อิอิ

ว่าแล้วก็เลยผุดแผนการเที่ยวแบบใกล้ ๆ คลายเครียด ซะหน่อย … ติ๊กตอก ๆ คิดไป เอาเท้าก่ายหน้าผากไป ก็นึกไม่ออกว่าที่ไหนในระยะการเดินทางแบบ one day trip ที่จะสวยกว่า เกาะไข่ – เกาะพีีพี ไปอีกแล้ว แถมได้ข่าวว่าช่วงนี้ ปลาญี่ปุ่น ปลาจีน ชุกชุม ว่ายน้ำกันขวักไขว่ ก็เลยเลยมิรอช้า โทรหาผู้เชี่ยวชาญเรื่องทัวร์ภูเก็ตเจ้าประจำ จองวันอาทิตย์นั้นเลย พร้อมสั่งการเสร็จสรรพว่ากรุณาอัญเชิญคุณพระอาทิตย์ทำงานด้วย ถ้าฝนตกตรูไม่จ่ายเงินนะเฟ้ย อิอิ พอถึงวันปรากฎว่าได้ผลครับ ฝนไม่ตก แม้จะมีเมฆพอครึ้ม ๆ หน่อยแต่ก็ยังดีกว่าต้องตากฝนเล่นน้ำทะเล 555

ทริปนี้เดินทางด้วย speed boat ลำใหญ่แบบ 3 เครื่องยนต์ บรรทุกคนได้กว่า 40 คน ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องเครื่องยนต์พังกลางทะเลเพราะยังมีมืออีกกว่า 80 มือกับเท้าอีก 40 คู่ช่วยราน้ำ อิอิ … ก่อนเดินทางไกด์รูปหล่อก็บรรยายภาพรวมของทริป ข้อควรปฏิบัติและข้อควรระวังตลอดการเดินทาง พร้อทั้งแจกยาแก้เมาสำหรับคนที่ไม่ค่อยถูกกับคลื่นลมในทะเล ซึ่งนับเป็น first impression เลยทีเดียวเพราะมุขพี่แกเยอะเหลือเกิน ผมเห็นฝรั่งฟังไป หัวเราะไป เกือบนึกว่านั่งอยู่ใน cafe หุหุ

ลูกทัวร์กำลังฟัง guide brief อย่างตั้งอกตั้งใจ

speed boat แบบ 3 เครื่องยนต์

เราออกเดินทางจากท่าเรือแหลมตุ๊กแก ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะภูเก็ตราว ๆ เก้าโมงครึ่ง เรือใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงก็ถึงเกาะพีพีเล และแวะให้เราสัมผัสกับความงามของชายหาดและน้ำใส ๆ ที่อ่าวมาหยา หาดชื่อดังในใช้เป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง The Beach นั่นเอง … วันนี้อ่าวมาหยาีคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่สลับกับขึ้นลงเรือ ทำให้หามุมถ่ายภาพที่ไม่ติดคนยากสักหน่อย กว่าจะได้มุมน้ำทะเลสีฟ้า ตัดกับสีเขียวเข้มก็ต้องแทรกตัวหนีผู้คนพอสมควร

ในวันที่หาดแห่งนี้ไม่มีผู้คนผมคิดว่าคงสวยมาก ๆ ครับ เพราะหาดทรายที่นี่ขาวสะอาด และเม็ดทรายละเอียดมาก น้ำทะเลก็เป็นสีฟ้าใส แต่ถ้ามองไปไกลๆ ก็จะเห็นเป็นสีเขียวมรกต อ่าวเล็ก ๆ แห่งนี้ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูที่มีเสน่ห์ในแบบของเกาะพีพี นับว่าโชคดีมากที่เกาะแห่งนี้ไม่อนุญาตให้สร้างโรงแรมเนื่องจากอยู่ในเขตสัมปทานรังนกนั่นเอง ทำให้ธรรมชาติยังคงอยู่ไม่แตกต่างจากที่ผมเคยมาเมื่อ 10 กว่าปีก่อนมากนัก อ้าว…เวรกรรมเผลบอกเรื่องเวลาไป อย่างงี้ก็เดาอายุผมถูกอ่ะดิ หุหุ

น้ำใส ๆ

มุมนี้ผมจอง หุหุ

ใครมายืนบังกล้องผมอ่ะ

มาดู Video กันบ้าง

เราใช้เวลาเกือบชั่วโมงถ่ายภาพ เล่นน้ำ ชมนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเอเซียเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน (ส่วนใหญ่เป็นอย่างหลัง อิอิ) จนได้เวลานัดก็เดินมาเจอกันที่ speed boat ที่จอดรอเราอยู่ริมหาด …

อำลาอ่าวมาหยา
เรือค่อย ๆ แล่นออกจากอ่าว อ้อมไปด้านหลังเกาะเพื่อนำเราชมความงามรอบ ๆ เกาะพีพีเล โดยเรือนำเราเข้าไปชมความงามของอ่าวปิเละ อ่าวที่ห้อมล้อมไปด้วยหน้าผาหินสูงชัน ด้านในเป็นน้ำใสสีเขียวมรกต มีความลึกไม่มากนัก เหมาะสำหรับการว่ายน้ำเล่นเป็นอย่างยิ่ง

ความงามของอ่าวปิเละ

เรือแล่นเบา ๆ ให้พวกเราตะกายเรือถ่ายภาพกันพอหอมปากหอมคอ ก็นำเราไปยัง ถ้ำไวกิ้ง ซึ่งเป็นจุดที่มีการทำสัมปทานรังนก ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำเงินมหาศาลทีเดียว เสียดายมาทัวร์น่าจะแถมรังนกสักคนละกิโล อิอิ

ออกจากถ้ำไวกิ้ง เรือนำเรามุ่งหน้าสู่เกาะพีพีดอน โดยแวะที่ monkey beach เพราะที่นี่เป็นที่ซึ่งมีฝูงลิงมารอคอยทักทายนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย ว่าไปแล้วก็อิจฉาลิงจริง ๆ ที่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม มีคนตั้งชื่อหาดให้เป็นชื่อของมัน แถมมีคนเอาอาหารมาป้อนถึงที่ น่าอิจฉาซะนี่กะไร ว่าแล้วขอสมัครเป็นลูกสมุนด้วยดีก่า หุหุ หลังจากส่งอาหารให้เจ้าลิงสวาปามจนนึกได้ว่าไม่มีอาหารกินเล่นสำหรับวันนี้แล้ว เรือก็แล่นห่างฝั่งออกมาลอยลำให้พวกเรา snorkeling ชมความงามของปลาและปะการังบริเวณหน้าเกาะพีพีดอน สำหรับคนที่ไม่ประสงค์จะลงน้ำก็สามารถนั่งรอบนเรือได้ แต่อาจจะเมาคลื่นได้เพราะเรือค่อนข้างจะโคลง ดังน้นผมแนะนำเพื่อน ๆ ให้เตรียมพร้อมในการลงน้ำนะครับ เพราะไหน ๆ มาแล้วก็ต้องลงไปชมความงามกันหน่อย

ให้อาหารน้องลิงที่ Monkey Beach

จะ Snorkeling หรือจะพายเรือเล่นก็ได้

เรามีเวลาเล่นน้ำกันที่จุดนี้เกือบ ๆ หนึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาหิวพอดี … บริษัททัวร์ก็แสนจะรู้ใจรีบน้ำเราเข้าเทียบท่าที่ร้านอาหารบริเวณอ่าวต้นไทรของเกาะพีพีดอนโดยมิรอช้า เรียกได้ว่าลงเรือปั๊ปก็เดินเข้าร้านอาหารเล สุดโค่ยจริง ๆ .. และก็ทานอาหารกับบรรยากาศอันงดงามริมทะเลนั่นแหละครับ ซึ่งที่ตั้งของร้านอาหารที่ทางทัวร์เลือกให้นี้อยู่ในทำเลที่ดีมาก เพราะห่างจากท่าเรือใหญ่พอสมควร ทำให้ผู้คนไม่พลุกพล่านมาก และน้ำตรงจุดนี้ก็สวยกว่าตรงท่าเรือด้วย ใครที่ยังเล่นน้ำไม่หนำใจก็เ่ล่นต่อตรงนี้ได้เลย แต่ส่วนผมขอตัวไปทานอาหารเที่ยงดีกว่า ซึ่งอาหารก็จะเป็นแบบบุฟเฟต่ และเครื่องดื่มชากาแฟ แบบบริการตัวเอง รสชาติอาหารก็ไม่เลวทีเดียวโดยเฉพาะตอนที่กำลังหิวเช่นนี้ หุหุ

วิวสวย ๆ ที่หน้าร้านอาหาร

โปรแกรมช่วงบ่ายวันนี้ถือเป็น hi light เพราะเราจะไปแวะเกาะไข่นอก ระหว่างทางขากลับไปยังภูเก็ตนั่นเอง … เกาะไข่เป็นเกาะเล็ก ๆ (เล็กมากจริง ๆ) แต่มีชายหาดที่สวยสุดยอด น้ำใส มีปลาเยอะและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว ซึ่งผมอยากเรียกกว่าปลาตะกละมากกว่า เพราะมันหากินเองไม่เป็น ต้องรออหารจากนักท่องเที่ยวนั่นเอง จะว่าไปแล้วต้องโทษนักท่องเที่ยวรุ่นก่อน ๆ ที่ให้อาหารมันจนเคยตัว หุหุ

ทางทัวร์ให้เราใช้เวลาที่นี่กันเต็มที่ แถมมีเครื่องดื่มและผลไม้สดนำมาบริการให้ถึงบนเกาะ ใครจะเล่นน้ำ ใครจะ snorkeling หรือจะถ่ายภาพก็ตามอัทธยาศัย ส่วนผมกำลังตาลายกับสาว ๆ ที่เดินกันเต็มหาดไปหมด 555 … แอบดีใจลึก ๆ ว่าภูเก็ตเริ่มมีนักท่องเที่ยวกลับมาแล้ว service charge ของผมจะได้มากขึ้นซะที อิอิ

บรรยากาศสวย ๆ ของเกาะไข่ กับกิจกรรมของนักท่องเที่ยว

วันนี้น้ำขึ้นค่อนข้างสูงทำให้พื้นที่บนชายหาดเหลือไม่มากนัก แต่ก็ได้ภาพของใส ๆ มากฝากเพื่อน ๆ หลายภาพทีเดียว หวังว่าคงถูกใจเพื่อน ๆ นะครับ … ผมขอแนะนำเลยว่ามาภูเก็ตทั้งทีต้องมาเกาะไข่ให้ได้นะครับ รับรองไม่ผิดหวัง …

เราออกเดินทางจากเกาะไข่เพื่อเกลับเข้าฝั่งราว 4 โมงเย็น และใช้เวลาอีกราว 20 นาทีก็ถึงฝั่งโดยปลอดภัย จิตใจอิ่มเอมด้วยภาพสาวๆ เอ้ยภาพสวย ๆ ของหมู่เกาะและน้ำทะเลสีคราม ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ …

ทริปนี้ขอขอบคุณ Phuket Tour Holiday ครับที่จัดการเรื่องจองทัวร์ให้ในวันที่ฝนไม่ตก อิอิ จองกับทัวร์อื่นอาจโดนวันฝนตกนะเนี่ย 555 ใครสนใจทริปสนุก ๆ แบบนี้ติดต่อได้ที่ 089 726 17 88, 087 263 44 88 ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากดูทริปอื่น ๆ ก็แวะไปที่เวปเขาได้เลยครับ http://www.phukettourholiday.com/


วันเดียวเที่ยวสี่เกาะ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ภูเก็ตอากาศดีมาก ๆ  ฟ้าใสแจ๋ว  แม้จะมีเมฆบ้างแต่ก็ดูแทบไม่ออกว่ากำลังอยู่ในช่วงฤดูฝน   คงเป็นเพราะโลกของเราเพี้ยนไปแล้วจริง ๆ หุหุ … ฟ้าใสขนาดนี้มีหรือคนบ้างกล้องอย่างผมจะอยู่เฉยได้  ต้องหาเรื่องเที่ยวซักหน่อย  อิอิ   

แต่อย่างว่าแหละครับคนกำลังอยูในวัยทำงานเก็บเงิน (จะพยายามบอกว่าตัวเองอยู่ในช่วงวัยรุ่นว่างั้นเหอะ 555)  จะไปไหนไกล ๆ ก็กลัวโดนเจ้านายปลดจึงต้องหาโปรแกรมทัวร์ใกล้ๆ ประเภท one day trip   ซึ่งเพื่อน ๆ ที่มาเที่ยวภูเก็ตอาจจะเลือกโปรแกรมนี้ได้เช่นเดียวกันนะครับ  เพราะทุกอย่างสะดวกสบายและได้เปลี่ยนบรรยากาศออกนอกเกาะภูเก็ตบ้าง … และโปแกรมที่ผมจะเล่าให้ฟังวันนี้ก็คือโปรแกรมทัวร์เกาะใกล้ ๆ ภูเก็ตนั่นเอง  โดยผมเลือกทัวร์เกาะไข่-เกาะยาวน้อย-เกาะพีพี(s) แอบเติม s ท้ายเกาะพีพีก็เพราะว่าพีพีเป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะโดยมีเกาะที่สำคัญได้แก่เกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเลนั่นเอง  สรุปแล้วทริปนี้ผมได้ไปเยือนถึง 4 เกาะเลยทีเดียว … หลาย ๆ คนอาจมีคำถามว่าแล้วมันจะสนุกเหรอ มีเวลาแค่วันเดียวไปตั้ง 4 แห่ง ? … อยากรู้คำตอบใช่ไหมครับ  คำตอบอยู่ด้านล่างนี้แล้วครับ เชิญติดตามได้เลย

นาฬิกาบอกเวลา 8.45 นาทีไม่ขาดไม่เกิน  รถตู้จากบริษัททัวร์ก็มารับผมตามเวลาที่นัดหมายไว้ที่ lobby ของสุโขสปารีสอร์ท  และใช้เวลาราว 20 นาทีเพื่อรับชาวต่างชาติอีกกลุ่มซึ่งพักอยู่บริเวณถนนถลางเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือแหลมตุ๊กแก  ที่ซึ่งเรือได้จอดเทียบท่ารออยู่แล้ว … ครั้งแรกที่เห็นเรือผมถึงกับร้อง เฮ้ย .. ลำนี้เหรอ  เพราะไม่เคยเห็นเรือลักษณะนี้มาก่อน  เป็นเรือที่มีรูปร่างเป็นแคปซูลยาว ๆ คล้ายเรือดำน้ำแต่หัวเรือแหลม  ถ้าเป็นเครื่องบินก็เหมือนคองคอร์ดเลย หุหุ    ยังแอบคิดในใจเลยว่าซื้อทัวร์ผิดเผลอไปซื้อทริปเรือดำน้ำป่าวฟะ อิอิ

บรรยากาศบริเวณท่าเรือ

khai-phiphi-t1

เรือลำนี้บรรจุผู้โดยสารได้ราว 120 คน  แต่วันนี้นักท่องเที่ยวบางตามีคนร่วมทริปแค่ 24 คนเท่านั้น  ซึ่งผมก็แอบดีใจลึก ๆ เพราะไม่ต้องแย่งกันกินแย่งกันชมนั่นเอง …  หลังจากเรือออกทะเลได้สักพัก  ไกด์ก็เริ่มอธิบายภาพรวมของทริปและให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์รวมถึงแจกอุปกรณ์ snorkel เพื่อใช้ในการดูปะการังน้ำตื้นที่จุดดำน้ำต่าง ๆ ที่เราจะแวะในวันนี้

บรรยากาศในเรือครับ

khai-phiphi-t2

จุดหมายแรกของทริปนี้คือเกาะไข่ (เกาะไข่นอก)  ซึ่งอยู่ห่างจากภูเก็ตไม่มากนัก  และจะใช้เวลาเดินทางราว 20 นาทีจากท่าเรือ  ซึ่งนับว่าเป็นความเร็วที่ใกล้เคียงกับการเดินทางด้วย speed boat  แต่สะดวกสบายกว่า  เพราะนอกจากเรือลำนี้จะมีห้องน้ำ  ของว่างและเครื่องดื่มบริการบนเรือแล้ว  เรือยังวิ่งนิ่มไม่กระแทกกระเทือนเหมือนการนั่ง speed boat ทั่วไป  ซึ่งนับเป็นทางเลือกที่ดีกับผู้ที่กลัว speed boat และกลัวการเมาเรือ

ยืนชมวิวสวย ๆ ที่หัวเรือ

khai-phiphi-t3

เรือค่อย ๆ แล่นผ่านแหลมด้านทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ตที่เรียกว่าเกาะสิเหร่ ออกสู่ทะเลใหญ่  ผมจึงลุกจากที่นั่งมาเก็บภาพตรงหัวเรือเพราะฟ้ากำลังสวยมากทีเดียว … เรือแล่นผ่านเกลียวคลื่นได้ไม่นานก็ถึง “เกาะไข่”   โดยมีเรือหางยาวมารับนักท่องเที่ยวจากเรือลำนี้ไปยังฝั่งเนื่องจากวันนี้คลื่นลมค่อนข้างแรงทำให้ไม่สะดวกในการนำเรือไปจอดที่ชายหาด

วิวสวย ๆ ของเกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

ไกด์แจ้งว่าเรามีเวลา 1 ชั่วโมงบนเกาะไข่   ซึ่งนับว่าเพียงพอสำหรับการเดินถ่ายภาพรอบเกาะที่มีขนาดพอ ๆ กับสนามฟุตบอล  หรือจะเล่นน้ำให้อาหารปลาก็สนุกไปอีกแบบ  แต่ถ้าจะเล่นน้ำด้วย ถ่ายภาพแบบจริงจังด้วยก็คงต้องรีบหน่อยเพราะจุดสวย ๆ ในการถ่ายภาพนั้นมีเยอะเหลือเกิน

ฟ้าสวย น้ำใส

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

โชคดีมากที่ทัวร์บริษัทนี้แวะเกาะไข่ในช่วงเช้า  เพราะทิศทางของแสงเหมาะกับการถ่ายภาพที่เกาะไข่มาก  ทั้งนี้ผมเดินถ่ายภาพไปตามหาดเล็ก ๆ ที่อยู่ติด ๆ กันของเกาะไข่ซึ่งน้ำใสปิ๊ง  มีฝูงปลาตัวน้อย ๆ ว่ายกรูมาหาผมขณะที่เดินลงไปถ่ายภาพในน้ำเพราะมันคงคิดว่ากำลังจะได้ลิ้มรสอาหารเช้านั่นเอง

ฝูงปลาที่เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

 ลักษณะเด่นของเกาะไข่คือน้ำใสมองเห็นเป็นสีฟ้า  ทรายขาวละเอียดเหมาะกับการเล่นน้ำ  แต่ในจุดที่ลึกลงไปจะมีแนวปะการังที่ยังสวยงามพอสมควร ซึ่งน้ำในจุดเหล่านี้เป็นสีครามเข้มตัดกับสีฟ้าใสสวยงามมาก ๆ   นอกจากนี้ยังสามารถเดินขึ้นเนินเขาหลังร้านอาหารเพื่อไปเก็บภาพมุมสูงของเกาะได้อีกด้วย

ภาพมุมสูงของเกาะ

เกาะไข่

เกาะไข่

เวลา 1 ชั่วโมงผ่านไปยังรวดเร็ว   ไกด์เรียกลูกทัวร์กลับขึ้นเรือพร้อมกับแนะนำว่ากำลังเดินทางไปยังเกาะยาวใหญ่เพื่อทานอาหารเที่ยง  ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาทีเราก็ถึงเกาะยาวใหญ่   ซึ่งจุดนี้เป็นชุมชนเล็ก ๆ ของชาวบ้านที่มีอาชีพทำประมงในเขตนี้

บรรยากาศของเกาะยาว

 เกาะไข่

เกาะไข่

อาหารเที่ยงมื้อนี้เราทานกันอย่างง่าย ๆ ที่ร้านอาหารบนเกาะยาวใหญ่  ซึ่งดูแลโดยชาวบ้านบนเกาะ  ซึ่งจุดนี้มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำบริการด้วยสำหรับผู้ที่อยากล้างตัวหลังเล่นน้ำที่เกาะไข่ โดยอาหารวันนี้เสิร์ฟแบบเป็น set menu แบบที่คนไทยคุ้นเคย  พูดง่าย ๆ ก็คือโต๊ะละชุดนั่นเองเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากนัก  แต่ถ้าจำนวนมากกว่านี้ทางร้านก็จะจัดอาหารแบบบุฟเฟ่ต์แทน

หลังจากอิ่มหนำกับอาหารเที่ยงแล้วก็มีบริการแสดงเต้นรำของเด็ก ๆ บนเกาะเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี  ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกับนักท่องเที่ยว  ซึ่งแต่ละคนก็ได้ค่าขนมไปแบ่งกันกันคนละนิดละหน่อย  นับเป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยกระจายรายได้ให้กับชุมชนแห่งนี้  แต่ผมก็ไม่ได้ถามว่าถ้าเป็นวันที่โรงเรียนเปิดไม่ใช่วันอาทิตย์เหมือนวันนี้จะมีการแสดงแบบนี้หรือไม่  ถ้าเพื่อน ๆ ไปแล้วไม่เจอจะว่าผมไม่ได้นะ หุหุ

เกาะไข่

เราพักผ่อนกันที่เกาะยาวใหญ่แห่งนี้เป็นเวลา 1 ชั่วโมงก็ลงเรือเพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะพีพี    โดยช่วงนี้เรือแล่นออกสู่ทะเลนอกซึ่งวันนี้มีคลื่นลมพอสมควร สังเกตได้จากจะเห็นฟองคลื่นสีขาวอยู่ไกล ๆ เป็นระยะ ๆ   ทั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเรือก็มาลอยลำอยู่บริเวณทางเข้าอ่าวมาหยาของเกาะพีพีเล  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพกัน  โดยไกด์แจ้งว่าวันนี้ลมแรงไม่สามารถนำเรือเข้าไปใกล้กว่านี้ได้เราจึงมีเวลาเก็บภาพสวย ๆ ของอ่าวมาหยาจากมุมไกลเพียง 5 นาทีเท่านั้น  แต่ก็นับว่าคุ้มค่าที่ได้เห็นภาพของหาดทรายขาวสะอาด  และแนวหน้าผาอันสูงชันที่โอบล้อมทะเลสีครามเข้มตัดกับสีฟ้าใสบริเวณริมหาด  

ความงดงามของอ่าวมาหยา

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

จากนั้นเรือค่อย ๆ อ้อมไปทางหลังเกาะผ่านแนวหน้าผาที่เป็นภูเขาหินปูนของเกาะพีพีเล   ผ่านอ่าวโละซามะ และอ่าวปิเละ  ซึ่งความจริงแล้วทั้งสองอ่าวสวยและเหมาะกับการถ่ายภาพมากทีเดียวแต่ทัวร์ส่วนใหญ่จะไม่ได้จอดให้ถ่ายภาพเนื่องจากมีเวลาไม่พอและบางจุดน้ำอาจจะตื้นจนเรือเข้าไม่ได้   ผมแนะนำว่าถ้ามีเวลามากควรพักที่เกาะพีพีดอนสักหนึ่งคืนแล้วเช่าเรือหางยาวหรือ speed boat มาจะดีกว่าเพราะทิศของแสงในช่วงเช้าจะเหมาะกับการถ่ายภาพบริเวณนี้มากกว่าช่วงบ่าย ๆ

หลังจากแล่นมาได้สักระยะ  เรือแวะจอดให้ถ่ายภาพที่หน้าถ้ำไวกิ้งซึ่งวันนี้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเนื่องจากแสงแฟลชจากการถ่ายภาพของนักท่องเที่ยวรบกวนการทำรังของนกนางแอ่นซึ่งเป็นแหล่งรายได้ของเจ้าของสัมปทานรักนกที่นี่นั่นเอง

วิวทางด้านทิศตะวันออกของเกาะและบรรยากาศหน้าถ้ำไวกิ้ง

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

จากจุดนี้เรือมุ่งหน้าต่อไปยังเกาะพีพีดอนซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่อึดใจและอาศัยหน้าผาหินปูนหน้าเกาะพีพีดอนเป็นกำบังลมเพื่อจอดเรือให้นักท่องเที่ยวได้ลงไป snorkeling กัน  …. เนื่องจากไม่มีมุมให้ถ่ายภาพมากนัก ผมจึงตัดสินใจลง snorkeling ท่ามกลางแสงแดดช่วงบ่ายสองโมง  ทั้ง ๆ ที่กลัวดำ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลงไปชมแนวปะการังของเกาะพีพี หลังจากที่ไม่ได้มาเที่ยวเกาะพีพีหลายปีแล้ว

แนวปะการังหน้าเกาะพีพีจุดนี้ยังพอมีปะการังที่สมบูรณ์อยู่พอควรโดยเฉพาะที่ระดับน้ำลึก ๆ  แต่บริเวณน้ำตื้นแนวปะการังค่อนข้างจะถูกทำลายไปเยอะ คงเป็นเพราะพิษจากการท่องเที่ยวนั่นเอง

เรือจอดให้พวกเราได้สนุกสนานกันที่นี่ 1 ชั่วโมง  หลังจากนั้นจึงนำเราเข้าสู่ฝั่งของเกาะพีพีดอน เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวบนเกาะ  โดยไกด์แจ้งว่าพวกเรามีเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อเปิดหูเปิดตา

ดูกันชัด ๆ ครับ เรือที่พาเรามายังเกาะพีพี กำลังจอดเทียบท่าที่อ่าวต้นไทร เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เรือหางยาวรอรับนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งดำน้ำและชมวิว

เกาะพีพีดอน

เรือสวยลอยลำหน้าอ่าวต้นไทร

เกาะพีพีดอน

ผมเดินลัดเลาะจากท่าเรือที่อ่าวต้นไทรซึ่งวันนี้ดูแข็งแรงมั่นคงกว่าเมื่อหลายปีที่แล้วมาก  ผ่านร้านค้าชั่วคราวซึ่งยึดครองที่ว่างระหว่างอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม   โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงหาดทรายขาวฝั่งที่เป็นอ่าวโละดาลัมซึ่งมีนักท่องเที่ยวอยู่พอสมควร  แต่ก็ไม่ถึงกับหนาแน่นเนื่องจากช่วงนี้ไม่ใช่ช่วง high season นั่นเอง

ทิวทัศน์ฝั่งอ่าวโละดาลัม

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

ผมเดินเก็บภาพของอ่าวฝั่งนี้อยู่สักพักก็เดินกลับไปยังอ่าวต้นไทร  เพื่อหาอะไรทานเล่นและถือโอกาสเดินชมตลาดของเกาะพีพีด้วย … บนเกาะพีพีมีสิ่งอำนวนความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ธนาคาร ร้านอาหาร ฯลฯ  ซึ่งแม้ว่าจะทำให้บรรยากาศของเกาะแห่งนี้ขาดความสงบและดูพลุกพล่านต่างกับสมัยก่อน  แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับเมื่อเราต้องเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อนำรายได้มาสู่ท้องถิ่น  หวังก็เพียงแต่ว่าชุมชนและผู้ที่มาตักตวงผลประโยชน์จากมรกตแห่งอันดามันชิ้นนี้ช่วยกันรักษาให้เกาะพีพียังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันงดงามตลอดไป … อูย เขียนซะเหมือนจะจบงั้นแหละ  ยังครับ ยังไม่จบ ทัวร์ของเรายังไม่ถึงฝั่งเลย อิอิ

ได้เวลานัดผมจึงเดินกลับไปที่เรือเพื่อเดินทางกลับภูเก็ต  ซึ่งขากลับไกด์แจ้งกับเราว่าจะใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง   และขากลับนี่เองเรือต้องฝ่าคลื่นลมที่ค่อนข้างแรง  ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้านั่ง speed boat จะรู้สึกแย่แค่ไหนเพราะเรือคงต้องกระแทกคลื่นไปตลอดทาง   แต่ด้วยเรือลำนี้ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษทำให้ลดแรงกระแทกไปได้เยอะทีเดียว  แม้จะมีบางจังหวะหวาดเสียวบ้างเมื่อเจอคลื่นลูกใหญ่แต่ก็ไม่โหดร้ายเหมือนนั่ง speed boat ดังนั้นถ้าใครเมาเรือมาก ๆ และกลัว speed boat ก็ลองพิจารณาทัวร์ของบริษัทนี้ดูนะครับน่าจะช่วยได้เยอะเลย หุหุ

เรือมาถึงท่าเรือช้ากว่ากำหนดราว 10 นาที  คงเป็นเพราะคลื่นลมค่อนข้างแรงนั่นเอง  ไกด์คนเก่งของเรากล่าวอำลานักท่องเที่ยวที่ตอนนี้ดูอ่อนเพลียจากการเดินทาง  แต่แววตาของทุกคู่บ่งบอกว่าเพิ่งจากผ่านช่วงเวลาอันมีความสุขทั้งนี้รวมถึงตัวผมด้วยเช่นกัน

รถของบริษัททัวร์มารอรับเราอยู่แล้ว  และนำเรามาส่งยังสุโขสปารีสอร์ทอย่างปลอดภัย  นับเป็นการปิดทริปวันหยุดที่สนุกมากอีกทริปหนึ่งของผมเลยทีเดียว

ข้อมูลการเดินทาง

เนื่องจากทริปนี้เป็น one day trip  ที่รวมค่าบริการทุกอย่างที่ผมเล่าให้ฟังแล้วในราคาเพียง 1,200 บาท  ดังนั้นอย่างเดียวที่ต้องทำคือติดต่อทัวร์ครับ ที่เหลือเขาจัดการให้หมดเลย อิอิ (แบบว่าไม่ต้องใช้ต้องใช้สมอง หุหุ)   ซึ่งผมว่าเป็นทัวร์ที่ลงตัวมากทัวร์หนึ่งครับ  เพราะนอกจากความสะดวกสบายแล้ว  ช่วงเวลานั้นค่อนข้างเหมาะสมและการเดินทางในแต่ละจุดไม่ใช้เวลามากเกินไป  ทำให้มีเวลาท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ  

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจทัวร์ภูเก็ตนี้ลองติดต่อได้ที่  Yours Vacation ที่เบอร์ 0897261788, 0864768976  ได้เลยครับ


WordPress Themes