บทความที่เกี่ยวกับ tag : ราชพฤกษ์ 49

ข้อมูลการเดินทาง-ที่พัก : Trip-ภูเก็ต-ราชพฤกษ์-อ่างขาง-ห้วยน้ำดัง-ปาย-ปางอุ๋ง-แม่อูคอ

fin.jpg

ข้อมูลการเดินทาง

ไปกลับ ภูเก็ต-กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ : สายการบินไทย ราคาพิเศษสำหรับช่วงนี้ที่ผมเดินทาง 7,500 บาท (รวมภาษีทุกอย่าง)

เชียงใหม่-อ่างขาง : ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง เลยอ.เชียงดาวมาเล็กน้อย จะมีป้ายบอกทางขึ้นดอยอ่างขาง ขับรถมาจนเจอด่านของทหาร อาจมีการสอบถามเล็กน้อยก่อนปล่อยใหัขับต่อไป เลยมาอีกเล็กน้อยจะเป็นหมู่บ้านอรุโนทัยซึ่งเป็นทางแยกขึ้นดอย (ระยะทางจากเชียงใหม่ประมาณ 110 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ช.ม. เนื่องจากเส้นทางบางช่วงอยู่ระหว่างการก่อสร้างทำให้ขับได้ไม่เร็วนัก) จากทางแยกขึ้นถึงยอดดอยระยะทางประมาณ 30 กิโลเศษ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สภาพทางสูงชันเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงใกล้ถึงยอดดอย ควรเช็คสภาพรถให้ดีก่อนเดินทางครับ

อ่างขาง-ปาย : ใช้เส้นทางเดิม แต่เลี้ยวขวาที่ตลาดแม่มาลัยเข้าสู่เส้นทางไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านห้วยน้ำดัง (จากตลาดแม่มาลัยถึงห้วยน้ำดังระยะทางประมาณ 64 กม. ใช้เวลาประมาณ 1:30 ชั่วโมง) เส้นทางอยู่ในสภาพค่อนข้างดี มีโค้งหักศอกช่วงก่อนถึงห้วยน้ำดัง ผ่านจากห้วยน้ำดังแล้วอีกประมาณ 32 ก.ม. ก็จะถึงอำเภอปาย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เส้นทางช่วงนี้มีโค้งหักศอกอยู่หลายโค้ง ลาดชันพอสมควร และสภาพถนนบางช่วงขรุขระมาก ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการขับ สำหรับคนที่เมารถช่วงนี้เป็นช่วงที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด

ปาย-ปางมะผ้า-ปางอุ๋ง : จากปายถึง อ.ปางมะผ้า ระยะทางประมาณ 40 กว่า ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที จากปางมะผ้าถึงทางแยกเข้าปางอุ๋ง (ปางตอง) ระยะทางประมาณ 50 ก.ม. (ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 15-16 ก.ม.) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง จากปากทางผ่านน้ำตกผาเสื่อ ถึงทางแยกเข้าปางอุ๋ง เส้นทางสูงชันพอสมควรและมีโค้งหักศอกหลายโค้ง ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่อย่างมาก ระยะทางประมาณ 22 ก.ม. ทางซ้ายมือจะมีตู้โทรศัพท์สาธารณเป็นจุดสังเกต (ถ้าเลยไปอีกราว 6 ก.ม. จะเป็นหมู่บ้านรักไทยซึ่งเป็นจุดที่จะไปชิมชา – ทานอาหารจีนยูนาน) ระยะทางจากปางทางถึงอ่างเก็บน้ำประมาณ 7 กม. เป็นเส้นทางแคบ ๆ ผ่านหมู่บ้านและป่าไม้ กรณีมีรถสวนจะค่อนข้างมีปัญหามาก เพื่อความปลอดภัยบริเวณทางโค้งควรให้เสียงสัญญาณทุกครั้ง

ปางอุ๋ง-แม่ฮ่องสอน-ขุนยวม-แม่อูคอ : จากปางอุ๋งเดินทางกลับเส้นเดิม เข้าสู่ตัวแม่ฮ่องสอน จากนั้นเดินทางต่อไปยัง อ.ขุนยวม ระยะทางประมาณ 63 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เส้นทางมีโค้งบ้างแต่สภาพถนนส่วนใหญ่ดีมาก ทำให้ทำเวลาได้ค่อนข้างดี อาจมีการซ่อมถนนหรือดินถล่มอยู่ข้างทางบ้างแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคมากนักกับการเดินทาง จากแยก อ.ขุนยวมเลี้ยวซ้าย (เส้นทาง ขุนยวม-แม่แจ่ม) ระยะทาง 12 ก.ม จะถึงทางแยก เลี้ยวซ้ายขึ้นดอยแม่อูคออีก 14 ก.ม. ระยะทางช่วงหลังอาจมีสูงชันบ้าง ใช้เวลาเดินทางจาก อ.ขุนยวมถึงทุ่งบัวตองประมาณ 30 นาที

แม่อูคอ-แม่แจ่ม-อินทนนท์-เชียงใหม่ : เนื่องจากผมต้องรีบเดินทางมาขึ้นเครื่องทีเชียงใหม่ จึงเลือกใช้เส้นทางกลับเชียงใหม่ที่ใกล้ที่สุด โดยเมื่อลงจากดอยแม่อูคอแล้วเลี้ยวซ้ายไปยังอ.แม่แจ่ม (ป้ายจะบอกว่าไป ปางอุ๋ง ชื่อเดียวกับที่เราเพิ่งจะเดินทางออกมา แต่เป็นคนละสถานที่กัน) จากทุ่งบัวตองถึงแม่แจ่มระยะทางประมาณ 80 กม. เป็นเส้นทางสูงชันเกือบตลอดทาง มีบ้างช่วงเป็นเส้นทางที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ใช้เวลาเดินทางในช่วงนี้ประมาณ 2 ชั่วโมง เลยอ.แม่แจ่มมาเล็กน้อยจะมีทางแยก ทางซ้ายไปดอยอินทนนท์ ทางขวาไป ฮอด ซึ่งทั้งสองทางสามารถไปยังเชียงใหม่ได้เช่นเดียวกัน แต่ผมเลือกทางดอยอินทนนท์ซึ่งใกล้กว่ามาก แต่ก็สูงชันกว่า (แต่ถ้าผ่านเส้นทางก่อนหน้านี้มาได้ เส้นนี้ก็ไม่มีปัญหา) สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากคือถนนในช่วงก่อนถึงด่านตรวจที่ 2 ของดอยอินทนนท์ค่อนข้างจะแคบมาก และมีโค้งหักศอกหลายโค้ง จะขับรถยากมากถ้ามีรถอยู่ด้านหน้าและต้องการแซง ระยะทางจากแม่แจ่มถึงด่านตรวจที่ 2 ประมาณ 25 ก.ม ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากนั้นเดินทางต่อสู่ อ.จอมทอง ใช้เวลาอีกราว 30 นาที ระยะทาง 35 ก.ม. เส้นทางสะดวกสบาย ไม่สูงชันมากนัก จากนั้นก็จะเข้าสู่ถนนเส้นหลักสู่เมืองเชียงใหม่ ซึ่งเหลือระยะทางประมาณ 60 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางราว 45 นาที รวมเวลาเดินทางในช่วงนี้ประมาณ 4 ชั่วโมง

หมายเหตุ : ระยะทางที่ผมให้ข้อมูลได้มาจากการจดตัวเลขระยะกิโลของรถที่ผมเช่า อาจคลาดเคลื่อนจากระยะทางของทางหลวง ซึ่งไม่แน่ใจว่าอันไหนจะเชื่อถือได้มากกว่ากัน (ของทางหลวงคงน่าเชื่อถือกว่าอยู่แล้วล่ะ อิอิ) ส่วนเวลาผมขับรถไม่เร็วมากนัก เพราะไม่ชินเส้นทางและไม่ต้องการให้ผู้โดยสารเมารถ และเวลาอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยเพราะบางครั้งผมแวะถ่ายภาพ หรือเข้าห้องน้ำบ้าง สำหรับคนที่ชินเส้นทางน่าจะทำเวลาได้เร็วกว่านี้ครับ

รถเช่า : บริษัท เจอร์นี่ จำกัด Tel. 053-208787 , e-mail journey@journeycnx.com
Suzuki Vitara 2.0 Liters วันละ 1,400 บาทสำหรับใครที่จะเช่ารถคันนี้ผมให้ข้อมูลดังนี้ครับ : กท 666 สภาพรถปานกลาง กินน้ำมันตลอดการเดินทางเฉลี่ย 4.4 บาท/กม. (6 ก.ม./ลิตร) ระบบเกียร์ 4WD มีปัญหาสะดุดเป็นระยะทำให้ต้องใช้แบบธรรมดาแทน แต่ก็สามารถขึ้นทางชันได้ตลอดการเดินทาง (อ่างขาง-แม่ฮ่องสอน-ปางอุ๋ง-แม่อูคอ-แม่แจ่ม-อินทนนท์)

ที่พัก

เชียงใหม่ : Lotus ปางสวนแก้ว
ค่าที่พักคืนละ 1,000 เศษ ๆ/ห้อง (ราคาพิเศษของพนักงานการบินไทย)
สภาพห้องกว้างขวางดี สิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน

อ่างขาง : หน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะ (053-450017)
ค่าที่พักคืนละ 100 บาท/คน (ผมพักบ้านจามจุรี นอนได้ประมาณ 6 คน) มีห้องน้ำในตัว มีที่ทำน้ำอุ่น (แต่ถ้าเปิดน้ำแรงจะเปลี่ยนเป็นเครื่องทำน้ำเย็นทันที อิอิ) ถ้าต้องการอาหารด้วยคิดหัวละ 180 บาท/คน รสชาติอาหารอร่อยดีครับ มื้อกลางคืนมีกับข้าวให้ 4 อย่าง มื้อเช้าเป็นข้าวต้มกับกาแฟ

ปาย : Rim Pai Cottage (053-699133 , e-mail rsvn@rimpaicottage.com) ค่าที่พักแบบ Garden View 1200 บาท/หลัง นอนได้ 2 คน (ห้องแบบอื่น ๆ ดูใน Web นะครับ) มีห้องน้ำในตัว มีเครื่องทำน้ำอุ่น ไม่มีแอร์ แต่เนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนาวจึงไม่มีปัญหา ที่ตั้งอยู่สุดถนนคนเดินเส้นเดียวกับที่ตั้งของร้านค้าดัง ๆ ของปาย อีกด้านติดแม่น้ำปาย ภายในตกแต่งแบบเรียบง่าย ร่มรื่นมาก อีกทั้งพนักงานก็บริการดีมาก ๆ ถือว่าประทับใจที่นี่มากทีเดียว

ปางอุ๋ง : ลุงปาละ Home Stay (053-692144)
ผมได้ข้อมูลการจองใน Internet และโทรติดต่อจองที่พักแบบเหมา 350 บาท/คน รวมอาหาร 2 มื้อ ห้องพักมีห้องน้ำในตัว เป็นกระท่อมแบบห้องรวมนอนได้ 4-6 คน (กลุ่มของผมมี 4 คน) บรรยากาศเรียบง่ายเหมือนบ้านในชนบททั่วไป มีหลอดไฟหน้าบ้าน 1 หลอดใช้แบตเตอรี่ ในห้องนอนและห้องน้ำใช้เทียนไข ที่ตั้งอยู่ใกล้จุดชมวิวอ่างเก็บน้ำห่างกันประมาณ 500 เมตร จะเดินไปก็ได้แต่ถ้าให้สะดวกคงต้องเอารถไป เพราะจุดที่เหมาะสำหรับถ่ายภาพอีกจุดหนึ่งจะอยู่ไกลออกไปอีกพอสมควร อาหารมื้อเย็นมีกับข้าว 5 อย่างรสชาติอร่อยดี มื้อเช้าเป็น กาแฟ-ขนมปัง-ข้าวต้ม ผมลองสอบถามค่าห้องกับค่าอาหารแบบแยก (ไม่เหมาจ่าย) พบว่าถูกกว่าที่ผมจองไว้พอสมควร แต่เนื่องจากเห็นว่าราคาโดยรวมก็ไม่ได้สูงมากนักจึงไม่ได้ว่าอะไร ถ้าเพื่อน ๆ จะไปพักน่าจะลองสอบถามรายละเอียดดูก่อนก็จะดีครับ

ข้อมูลการถ่ายภาพNikon D70S + Lens 18-70 Nikkor & 70-210 mm Nikkor


เข้าชมงานราชพฤกษ์กันเลยครับ

flora2.jpg
ต่อมาเป็นจุดแรก ๆ ที่จะได้พบเมื่อเข้างานครับ ได้แก่สวนสวัสดี และสวนของหน่วยงานต่าง ๆ โดยสวนที่ผมค่อนข้างชอบคือสวนของ CP, สวนของธนาคารกรุงไทย ส่วนที่เหลือก็ใช้ได้ครับ แต่ไม่ถึงกับโดดเด่นมากนัก ภาพถ่ายส่วนใหญ่ผมจะเลือกถ่ายเฉพาะดอกไม้นะครับ เลยไม่ค่อยมีภาพสวนแบบเต็ม ๆ มาให้ได้ดูกัน เพราะวันนั้นอากาศไม่ดี ฟ้าไม่สวย ผมก็เลยไม่อยากถ่ายภาพแบบกว้าง ๆ ครับ

flora3.jpg
ส่วนต่อมาเป็นอีกจุดที่ผมชอบมาก คือส่วนของการแสดงกล้วยไม้ ซึ่งมีมากมายหลายพันธุ์ และมีการจัดสวนกล้วยไม้แบบต่าง ๆ ให้ชมกันอย่างจุใจ รวมถึงจัดแสดงที่สุดของกล้วยไม้ในด้านต่าง ๆ และกล้วยไม้หายากอีกมากมาย

flora4.jpg
อีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจคือสวนนานาชาติ ที่ผมชอมก็คือ เบลเยียม, ลาว, ญี่ปุ่น, ภูฏาน, อินเดีย และจีน

flora5.jpg
หอคำหลวง ถือเป็นจุดเด่นที่สุดของงาน ซึ่งนับเป็นสถาปัตยกรรมที่วิจิตรสวยงามทั้งภายนอกภายใน มีความสวมงามทั้งกลางวันและกลางคืน

flora6.jpg
การแสดงขบวนพาเหรดประดับไฟ เป็นการแสดงปิดท้ายก่อนที่จะปิดงานในแต่ละวัน ซึ่งสามารถเรียกเสียงฮือฮาจากคนชมได้พอสมควร เพราะสีสันของแสงไฟนั้นสวยสดงดงามเป็นอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากผมไม่ได้นำขาตั้งกล้องไปด้วยเพราะเกรงจะหนักระหว่างเดินชมงาน ก็เลยถ่ายภาพได้ไม่ค่อยดีนักและสั่นไหวเป็นส่วนใหญ่ จึงนำมาให้ชมพอหอมปากหอมคอครับ

flora7.jpg
นอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมีส่วนอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายจุดครับ อาทิอาคารแสดงนิทรรศการซึ่งจะสลับเปลี่ยนหมุนเวียนหัวข้อไปเรื่อย ๆ, สวนไม้ต่าง ๆ , เรือนไทย 4 ภาค, และบริเวณเขียนข้อความถวายพระพรบนใบโพธิ์เพื่อนำไปหล่อเป็นพระพุทธรูปพร้อมกับตีระฆังเพื่อรับน้ำมนต์ เป็นต้น

โดยสรุปของงานราชพฤกษ์แล้ว ถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่งครับ อาจจะเพราะไม่ได้คาดหวังมากนักเนื่องจากมีหลายท่านที่ไปมาก่อนติไว้ค่อนข้างมาก ส่วนตัวแล้วผมให้คะแนนเป็นบวกครับ แม้จะไม่ว้าว แต่ก็สมควรที่จะไปเยี่ยมชมครับ

สิ่งที่ต้องชื่นชมมาก ๆ คือ น้อง ๆ ที่คอยให้ข้อมูลซึ่งพบได้ทั่วพื้นที่งาน ซึ่งทำงานกันน่ารักมาก ๆ และพยายามสอบถามว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่อยู่ตลอดเวลา
ในเรื่องของอาหาร ผมคิดว่ามีซุ้มอาหารน้อยไปหน่อย ส่วนราคาถือว่าเป็นราคาปกติสำหรับแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติ (ราคาพอ ๆ กับที่ภูเก็ตบ้านผมเลยครับ) แต่ถ้าเทียบกับในตัวเมืองก็ถือว่าราคาค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกันในบางซุ้ม

ส่วนที่ต้องติ คือเรื่องของห้องน้ำที่มีน้อยโดยเฉพาะบริเวณส่วนองค์กรต่าง ๆ อีกเรื่องคือรถที่พานั่งชมรอบงานไม่เพียงพอต่อความต้องการ (รอคิวนานมาก) แต่เนื่องจากผมไปแต่เช้าและเลือกที่จะเดินไปเรื่อย ๆ ก็เลยไม่เจอปัญหานี้ (แต่เห็นคิวแล้วก็หนาวเหมือนกัน)

สำหรับเรื่องโปรแกรมของผม ผมเข้างานโดยใช้บัตร e-ticket ซึ่งไม่ต้องรอคิว หลังจากนั้นเดินชมสวนองค์กรต่าง ๆ ในช่วงเช้า เกือบ ๆ เที่ยง (ซึ่งเริ่มร้อน) ก็เข้าไปชมสวนกล้วยไม้ เมื่อชมเสร็จแล้วเดินไปทานอาหรที่ซุ้ม Noodle เมื่อทานอาหารเที่ยงเสร็จก็เดินชมงานในอาคารใกล้ๆ และเรือนไทยสี่ภาค ช่วงบ่ายเดินเข้าชมนิทรรศการซึ่งเป็นอาคารในร่มและติดแอร์ ออกมาจากอาคารก็เดินเที่ยวชมสวนนานาชาติและสวนของโครงการหลวง เสร็จจากบริเวณนี้ก็เริ่มเย็นแล้วจึงเที่ยวชมหอคำหลวงทั้งภายนอกและภายใน พอพระอาทิตย์ตกก็ทานข้าวที่ซุ้มการบินไทย (ราคาแพงหน่อยนะครับ) ทานเสร็จก็เดินขึ้นหอชมวิวจากทางด้านบน เห็นหอคำหลวงเด่นเป็นสง่า และได้เห็นสวนนานาชาติอีกหลายสวนในรูปแบบกลางคืน (ที่ชอบคือของเบลเยี่ยม) ลงจากหอเสร็จก็ไปชมน้ำพุดนตรีประกอบการฉายภาพ และสุดท้ายก็มารอชมขบวนพาเหรดที่ลานราชพฤกษ์และออกจากงานราว 2 ทุ่มเศษครับ

night1-1.jpg
ทริปในวันนี้ผมไม่จบแค่นี้ครับ ผมนั่งรถของทาง Night Safariที่จัดบริการฟรี ไปเที่ยวชมที่นี่อีก เสียค่าเข้าชมคนละ 250 บาท เป็น Zone สัตน์นักล่า ก็มีสัตว์ให้ดูพอประมาณแต่ไม่ถึงกับน่าตื่นเต้น จากนั้นก็ไป zone สวันน่า จำนวนสัตว์มีมากกว่า และน่าสนใจกว่าเล็กน้อย และปิดท้ายคือเดินเที่ยวชมสัตว์ที่อยู่ตามกรงรอบ ๆ สระน้ำ กว่าจะออกจากที่นี่ก็ราว ๆเที่ยงคืน ต้องเหมารถสองแถวกลับโรงแรมในราคา 200 บาท เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางของวันแรก กลับถึงโรงแรมอาบน้ำเสร็จก็หลับปุ๋ยเลย…


เริ่มต้นการเดินทาง – ราชพฤกษ์ 49

flora1.jpg
สถานที่แรกซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายหลักของการเดินทางครั้งนี้ครับ งานราชพฤกษ์ 49 ขออนุญาตมีภาพนางแบบ (จำเป็น) เป็นบางภาพนะครับ เพื่อความสดใสและเรื่องราวของภาพ ในภาพนี้อยู่ใกล้ ๆ บริเวณทางเข้าครับ ซึ่งในจุดนี้มีมุมถ่ายภาพสวย ๆ หลายมุม ไม่ว่าจะกำแพงเมือง,สวนดอกไม้และต้นไม้ด้านหน้า, ร่มยักษ์ รวมถึงน้อง ๆ สวมชุดชาวเขาที่คอยต้อนรับอยู่หน้างาน


WordPress Themes