บทความที่เกี่ยวกับ tag : พังงา

“เกาะตาชัย” …ในวันที่ฟ้าเป็นใจ

เดือนพฤศจิกายนมาถึงทีไร ก็ทำให้หาเรื่องเที่ยวทุกที เพราะช่วงเวลานี้ทางภาคเหนือของเราก็อากาศเย็นกำลังดี ดอกไม้ออกดอกสวยงาม  ส่วนภาคใต้ก็ฟ้าใสทะเลสวย เหมาะกับการโดดงานเอ้ย! ลางานไปเที่ยวยิ่งนัก หุหุ … แต่มาปีนี้ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาต่อเนื่องมาจนถึงต้นเดือนพฤศจิกากลับมีแต่ข่าวพายุ น้ำท่วมไม่เว้นแต่ละวันทั่วทุกภาครวมถึงภูเก็ตและพังงาใกล้บ้านผมด้วย ทำเอาต่อมเที่ยวผมหดเหี่ยวไปเยอะทีเดียว… แต่แล้วผมก็ได้รับโทรศัพท์เสียงสวรรค์จากน้องโอ๋แห่ง Phuket Tour Holiday บริษัททัวร์นำเที่ยวภูเก็ตเจ้าประจำของผมว่าต้นเดือน พ.ย. นี้จะจัดทริปไป “เกาะตาชัย”  หนึ่งในเกาะภายใต้การดูและของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันที่มีเพียงน้อยคนที่เคยไปสัมผัส  เพราะเกาะนี้ห่างจากเกาะอื่น ๆ ที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยมากโขอยู่  งานนี้ลืมเรื่องข่าวพายุไปชั่วคราวรีบโอนเงินจองทัวร์ไว้ก่อน กลัวว่าที่นั่งจะเต็มเพราะทัวร์รอบนี้มีกลุ่มเพื่อนช่างภาพจากเวป Phuket Neo Photo  ไปร่วมแจมกันด้วยหลายคน ขืนช้ามีหวังไม่มีที่นั่ง อิอิ … แต่แล้วทริปรอคอยในวันที่ 7 พ.ย.  ก็ต้องมีอันถูกเลื่อนเนื่องจากมีข่าว Tsunami และพายุจะเข้าภูเก็ตและพังงาในวันดังกล่าว ทำให้ผู้จัดทัวร์เกรงจะไม่ปลอดภัยกับลูกทัวร์  จึงได้เลื่อนไปเป็นวันที่ 13 พ.ย.  ช้าไปหนึ่งอาทิตย์ที่ทำเอาผมนั่งนับนิ้วมือนิ้วเท้ารอว่าเมื่อไหร่จะถึงซะทีว้าาาา..  ในที่สุดก็ถึงวันนัดหมายและเป็นที่มาของ one day trip ที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟังนี่แหละ  ได้เวลาขึ้นเรือแล้วครับ ตามผมมาเลย …

ลูกทัวร์ทั้งหมดกว่า 30 ชีวิตนัดรวมตัวกันที่สโมสรทหารเรือ  ท่าเรือทับละมุจังหวัดพังงา  โดยมีคุณสตางค์เจ้าของบริษัททัวร์ Love Andaman ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ระหว่างที่ผมตรงเข้าหากาแฟที่ทางบริษัททัวร์เตรียมไว้ให้  คุณสตางค์ก็เิริ่มแนะนำโปรแกรมท่องเที่ยวในวันนี้ รวมถึงข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามต่าง ๆ  ที่สำคัญที่คุณสตางค์ย้ำหนักย้ำหนาก็คือการช่วยกันดูแลและรักษาธรรมชาติของทะเลไทยให้ยังคงอยู่เพื่อลูกหลานของเรา … ต้องขอปรบมือให้ดัง ๆ ครับที่ปลุกจิตสำนึกให้กับนักท่องเที่ยวก่อนที่จะเข้าไปชมความงามของธรรมชาติ

เรือค่อย ๆ แล่นออกจากท่าเรือทับละมุ  โดยทีมงานแจ้งว่าเราจะใช้เวลาเิดินทางกันราว 1 ชั่วโมง 10 นาที   เรื่อมุ่งหน้าสู่ทะเลอันดามันท่ามกลางฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆสีเทา  แม้จะไม่มีฝนแต่สำหรับช่างภาพแล้วนี่เป็นเสมือนศัตรูตัวร้ายในการถ่ายภาพทะเลทีเดียว … แต่เหมือนฟ้ามาโปรดราว 15 นาทีก่อนจะถึงเกาะตาชัย  ฟ้าด้านทิศตะวันออกก็ค่อยเผยโฉมให้เห็นสีครามเข้ม  แต่งแต้มด้วยเส้นสายของเมฆสีขาว  พวกเราจึงลงความเห็นด้วยมติเป็นเอกชัย..เอ้ยเอกฉันท์ว่าจะขึ้นเกาะเพื่อถ่ายภาพกันก่อน โดยโปรแกรม snorkeling จะตามมาภายหลังเพราะทุกคนทราบดีว่า  ฟ้าสวย ๆ แบบนี้อาจจะอยู่กับเราไม่นาน เพราะอีกด้านหนึ่งของเกาะมีเงาเมฆฝนทะมึนอยู่ไกล ๆ …

ทันที่ที่เรือเริ่มเข้าสู่อ่าวหน้าเกาะตาชัย  ลูกทัวร์ทุกคนที่ส่วนใหญ่เป็นชาวภูเก็ตซึ่งเห็นทะเลมาแต่เล็กแต่น้อย  แต่ก็ไม่มีใครเก็บอาการได้สักคน  เสียงชัตเตอร์เริ่มดังเป็นระยะ สลับกับเสียงอู้หู .. โอ้ว สุดยอด … ผมเองก็ไม่ได้หันไปดูว่าคนด้านหลังครางอะไรกัน  แต่ก็คิดว่าคงกำลังตื่นเต้นกับภาพทะเลตรงหน้ามากกว่าเสียงครางอย่างอื่น อิอิ

ผมลง dingy ลำน้อยเข้าสู่ฝั่ง  รีบเก็บภาพอันงดงามตรงหน้าชนิดไม่ยั้งมือ ถ้ากล้องเป็นปื่น เป้าตรงหน้าคงพรุนเลยทีเดียว เพราะแต่ละคนล้วนแต่เป็นช่างภาพทีเหมือนจะเก็บกดมานานทั้งน้าาน  เดินถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนานเพราะทั้งเกาะมีแค่กรุ๊ปของพวกเราเท่านั้น Oh! Gorge มันยอดเจง ๆ

ความสวยความใสของน้ำ  ความขาวของทราย ไม่บรรยายดีกว่าครับ  ดูภาพกันเลยว่าทำไมถึงทำให้เด็กเกาะที่เห็นทะเลมาทั้งชีวิตอย่างผมอดไม่ได้ที่จะพึมพำในใจว่า “โคตรสวยเลย”

ถ่ายภาพกันได้สักพัก  บางกลุ่มก็แยกตัวกันขึ้นเรือเล็กไป Snorkeling ส่วนผมเลือกที่จะถ่ายภาพ portriat สลับกับ landscape แถมด้วย VDO ให้สมกับที่ฟ้าเป็นใจให้  มาดู VDO กันบ้างครับว่าสวยขนาดไหน

 

ได้เวลาอาหารเที่ยง  ทีมงานก็ได้เตรียมอาหารเครื่องดื่มไว้รอพวกเราแบบไม่ต้องกลัวว่าจะต้องแย่งกันทาน  ตักกันได้เต็มที่  แต่แล้วระหว่างที่กำลัง enjoy eating ฝนก็กระหน่ำลงมาอยากหนัก  และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด  ทำเอาผมหมดหวังจะได้ถ่ายภาพสวย ๆ ของทะเลในช่วงบ่ายวันนี้แล้ว แต่ก็มิวายหยิบเอาครีมกันแดดมาทา นัยว่าต้องใช้ไสยศาสตร์เข้าช่วยหุหุ

คุณสตางค์เห็นแล้วคงกลัวพวกเราจะสติแตกมากกว่านี้ จึงชวนพวกเราเดินไปสำรวจป่าใกล้ ๆ ที่ทำการซึ่งเป็นที่อยู่ของปูไก่  ปูขนาดใหญ่ที่กลางคืนจะมีเสียงร้องเหมือนไก่ จนเป็นที่มาของชื่อมันนั่นเอง … เดินเข้าเขตป่าโปร่งไปไม่ถึง 20 ก้าว  พวกเราก็เจอกับปูไก่ หลบอยู่ตามโพรงของต้นไม้เยอะแยะไปหมด เรียกเสียงฮือฮาจากพวกเราได้เป็นอย่างดี  บางคนถ่ายภาพนิ่ง บางคนถ่ายภาพ VDO กันอย่างสนุกสนาน  … เส้นทางนี้จะเลาะไปตามแหล่งน้ำจืดของเกาะซึ่งเป็นที่ชื้นแฉะอันเป็นลักษณะภูมิประเทศที่ปูไก่ชอบอาศัยนั่นเอง

เราใช้เวลาเดินทาง 15 นาทีก็มาทะลุอีกด้านหนึ่งของชายหาดอันขาวสะอาด  และฟ้าก็เป็นใจอีกครั้งเมื่อเมฆสีเทาได้หายไปและกลายเป็นสายเมฆสีขาวสลับท้องฟ้าสีครามเข้ม  ทำให้พวกเราได้่ถ่ายภาพกันสนุกสนานอีกครั้งหนึ่ง  ทั้งวิว, ภาพเดี่ยว, ภาพหมู่, ภาพปู, ภาพหอย … เรียกได้ว่ากดกันไม่ยั้ง  สนุกขนาดไหนชมได้จากบรรยากาศในภาพต่อไปนี้เลยครับ

เราใช้เวลาอยู่บนเกาะกันอย่างสนุกสนานจนถึง 4 โมงเย็นจึงอำลาเกาะตาชัยทั้ง ๆ ที่หลาย ๆ คนยังไม่อยากกลับและอยากจะค้างซะทีนี่ด้วยซ้ำรวมถึงผมด้วย  …  จึงได้แต่หวังว่าอีกไม่นานจะได้มาเยือนอีก และหวังอีกด้วยว่าฟ้าจะเป็นใจให้ผมอีกครั้ง

ข้อมูลการเดินทาง

เกาะตาชัยอยู่ในเขตจังหวัดพังงา  เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน  แต่เกาะตาชัยจะอยู่เลยหมู่เกาะสิมิลันขึ้นไปทางทิศเหนือเกือบจะถึงหมู่เกาะสุรินทร์  ปกติแล้วเกาะตาชัยจะไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยี่ยมชม เว้นเสียแต่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาดำน้ำใกล้ๆ เกาะตาชัยอาจแวะขึ้นฝั่งเพื่อชมความงาม  แต่ในปีนี้บริษัท Love Andaman ได้เปิดเกาะตาชัยเป็นหนึ่งในโปรแกรมท่องเที่ยว  สามารถซื้อทัวร์ได้แบบ One Day Trip  หากท่านเดินทางมาจากภูเก็ต  ผมแนะนำให้ติดต่อคุณโอ๋ Phuket Tour Holiday ตามรายละเอียดด้านล่าง  เพื่อให้จัดโปรแกรมให้จะสะดวกที่สุด  ราคาค่าทัวร์ประมาณ 3,xxx ครับ  ขึ้นอยู่กับจำนวนคน  และรูปแบบการเดินทาง

ถ้าเดินทางจากภูเก็ต  จะใช้เวลาจากภูเก็ตถึงท่าเรือประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษ และจากท่าเรือถึงเกาะตาชัยในวันที่อากาศดีจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกับสิบนาที  แต่ถ้ามีคลื่นก็อาจจะใช้เวลามากกว่านี้ครับ … รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จาก Love Andaman หรือ Phuket Tour Holiday นะครับ

Love Andaman  ดูข้อมูลได้จาก website : http://www.loveandaman.com 

Phuket Tour Holiday : website http://www.phukettourholiday.com/  หรือจะโทรคุยกับคุณโอ๋ก็ได้ที่  089-726 17 88 หรือ 087-263 44 88


มุมสงบที่ “สามช่อง”

หลังจากที่คันไม้คันมือมาตลอดหลายเดือน เพราะไม่มีเวลาได้ถ่ายภาพแบบจริง ๆ จัง ๆ เอาซะเลย  วันหยุดหลังจากพาคุณพ่อไปทานอาหารมื้อพิเศษเนื่องในวันพ่อแล้ว  ผมจึงถือโอกาสขับรถไปจังหวัดใกล้ ๆ กับเพื่อน ๆ อีก 3 คนเพื่อหามุมสงบ ๆ ถ่ายภาพให้หนำใจ

จะว่าไปแล้วสถานที่แห่งนี้ผมเคยเฉียด ๆ เข้าไป  แต่ว่าเป็นการไปทานอาหารทะเลสด ๆ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง  มิใช่เป็นการตั้งใจไปถ่ายภาพเหมือนครั้งนี้   … เหตุผลที่ได้หมายปองที่นี่ก็เพราะได้เห็นภาพจาก Multiply ของคุณแอ๊ว ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจอยากไปถ่ายภาพที่นี่บ้าง  เพราะดูแล้วสงบ เยือกเย็น ซึ่งผมเองก็ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวแนว ๆ นี้มากนัก  อีกอย่างบรรดาเพื่อน ๆ ของผมที่สดแสนจะหลงไหลกับ yoga คงจะสนุกสนานกับการ post ท่าต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูสงบแบบนี้แน่ ๆ .. นี่จึงเป็นที่มาของการเดินทางไปเยือน “สามช่อง” ของผมในครั้งนี้

วันอาทิตย์ที่ 6 ธ.ค. ผมขับรถฝ่าสายฝนที่ตกหนักมาก ๆ ไปตระเวนรับเพื่อนๆ เพื่อมุ่งหน้าไปยังอำเภอกะโสมซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนสนิทที่เมื่อก่อนเคยร่วม trip ท่องเที่ยวด้วยกันทุกปี  แต่บัดนี้เธอได้กลายเป็นคุณแม่ไปเสียแล้ว โอ้อนิจจา เลยอดเที่ยวแบบพวกเราเลย อิอิ .. แต่เธอก็ยังเป็นที่คิดถึงของพวกเราเพราะบ้านของเธอนั้นอยู่ใกล้กับสามช่องพอดี  แถมมีห้องหับระดับห้าดาวให้พวกเรานอนตีพุงกันอย่างสบายใจกันตลอดคืน

เราไปถึงที่พักก็ค่ำมากแล้ว  โชคยังพอเข้าข้างอยู่บ้างที่จังหวัดพังงาฝนไม่ตกเหมือนกับภูเก็ต  แต่บนท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยเมฆหนาทึบ  ทำให้ผมจิตใจหดหู่เล็กน้อยเพราะคิดว่าคงหมดโอกาสได้ถ่ายภาพงาม ๆ แน่ในวันรุ่งขึ้น

ตีห้าตรงเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น และหลังจากที่ทำธุระส่วนตัวกันเรียบร้อยเราก็เดินทางออกจากที่พักมุ่งสู่ “สามช่อง”   ซึ่งจุดที่เราจะไปเรียกว่า “สามช่องใต้”  โดยที่นี่เป็นชุมชนชาวประมงที่มีสะพานปลายื่นลงไปในทะเล  โดยมีเรือหางยาวจอดสงบนิ่งอยู่หลายลำ

บรรยากาศเช้านี้ก็ไม่ต่างจากที่ผมจินตนาการไว้มากนัก  ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆ  แต่โชคดีที่ฝนไม่ตก และสีสันแบบนี้ก็ดูจะเหมาะกับ concept สงบ ๆ แบบที่ผมนึกเอาไว้   โดยไม่รีรอผมรีบนำกล้องออกมาประกอบขาตั้ง  กดชัตเตอร์ไปเรื่อยๆ  ในขณะที่สาว ๆ นางแบบโยคะนอนพักผ่อนรอให้สว่างมากกว่านี้… ผมเลือกใช้ชัตเตอร์สปีดประมาณ 5-10 วินาที  โดยที่รูรับแสงประมาณ f/8  เพื่อเก็บบรรยากาศของแสงยามเช้าอันงดงาม  … จุดเด่นอย่างหนึ่งของที่นี่สำหรับช่างภาพอย่างผมคือเรือที่จอดลอยลำ และไม้หลักปักขี้เลนที่ปักอยู่ประปรายทำให้องค์ประกอบของภาพดูสมบูรณ์และมีเรื่องราวมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งมีคลื่นเล็ก ๆ ทำให้ภาพของน้ำที่เกิดจากการเปิดรับแสงนาน ๆ ดูนุ่มนวลชวนฝันมาก ๆ

มาชมภาพบรรยากาศกันเลยดีกว่าครับ

ส่วนภาพนี้ก็เป็นภาพการ post ท่าโยคะของบรรดาสาว ๆ ซึ่งมีเยอะมากแต่เอามาให้ชมพอเป็นน้ำจิ้มกันหนึ่งภาพครับ

แม้ว่าอากาศจะไม่ดีสมใจ เพราะเกือบเก้าโมงแล้วยังไม่เห็นพระอาทิตย์และแสงอุ่น ๆ ยามเช้าเลย โปรแกรมถ่ายภาพ candid ของวิถีชีวิตชาวบ้านแถวนั้นก็เลยเป็นอันต้องยกเลิกไป เอาไว้มีโอกาสจะกลับมาแก้ตัวอีกทีคร้าบ


พาเจ้า D80 ไปเปิดหูเปิดตาที่พังงา

หลังจากที่เก็บเงินมาค่อนปี ในที่สุดก็ได้ถอยเจ้า Nikon D80 ที่ผมแอบเมียงมองมานานซะที  แม้จะไม่ใช่ตัวใหม่ป้ายแดงแต่ก็ยังไม่มีริ้วรอยบนเรือนร่างของเธอ แถมประหยัดงบได้เกือบหมื่น  ไม่เท่านั้นยังได้ Lens Zoom ยอดนิยม Tamron 17-50 f/2.8 ติดมาด้วยในราคารวม 25,000 โอ้ว! ต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ตอนแรกเกือบครึ่ง  … ทำให้ตอนนี้ต้องเอางบที่เหลือไปเสาะแสวงหา Super Wide อย่าง Sigma 10-20mm or Tokina 12-24mm มาเสริมทัพให้ถ่ายภาพมุมกว้างได้สะใจยิ่งขึ้น  ทีนี้ไปเที่ยวก็จะได้ครบช่วงตามที่ต้องการซะที  แต่น้ำหนักสัมภาระเมื่อรวมกับเจ้า 70-210 mm. ด้วยคงจะทำให้หลังแอ่นเลยทีเดียว

เมื่อได้ของใหม่ (ไม่แกะกล่อง) มาแล้วก็ต้องมีการนำไปทดสอบดูสักหน่อย   บังเอิญต้องเดินทางไปพังงาเพื่อตรวจงานที่สาขาต่าง ๆ ก็เลยนำติดตัวไปด้วย   วันนี้ก็เลยมีภาพจาก D80+Tamron 17-50mm มาฝากเพื่อน ๆ เนื่องในเทศกาลปีใหม่ ไปชมกันเลยคร้าบ …

ภาพแรก เป็นดอกกล้วยไม้ดินที่ถ่ายแบบมาโคร  แม้เลนส์ตัวนี้จะมีกำลังขยายไม่สูงมากนัก  แต่ก็ถือว่าถ่ายภาพมาโครได้ดีในระดับหนึ่งทีเดียว

picture-from-tamron-17-50.jpg

เมื่อนำ D80 มาประกอบกับ Nikkor 70-210 ตัวเก่า  ปรากฎว่าสามารถโฟกัสได้เร็วกว่าตอนที่ใช้คู่กับ F801s หรือ D70 อย่างเห็นได้ชัด  ประกอบกับจำนวนจุดโฟกัสมากกว่าทำให้สะดวกต่อการโฟกัสมากขึ้น

picture-from-d80-nikkor-70.jpg

เมื่อใช้ Zoom ช่วงกว้างสุดของ Tamron 17-50 จะสามารถเก็บภาพได้กว้างพอสมควร  เกิด Distrotion น้อย และอาการขอบมืดที่มุมทั้งสี่แทบไม่มีให้เห็นเมื่อใช้รูรับแสงแคบกว่า f/4  (สถานที่ : โรงแรม Andamania หาดคึกคัก จังหวัดพังงา)

picture-from-tamron-17-50-01.jpg

บรรยากาศสุดแสนเงียบสงบและโรแมนติก บนชายหาดหน้าโรงแรม Andamania ทำให้คิดถึงภูเก็ตเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

picture-from-tamron-17-50-02.jpg

อีกมุมหนึ่งของ หาดคึกคักที่ยาวสุดลูกหูลูกตา ต่อเนื่องกับหาดปะการัง

picture-from-tamron-17-50-03.jpg

ต้นมะพร้าวที่เรียงรายริมหาดเป็นฉากหน้าที่ยอดเยี่ยมสำหรับการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก (ภาพนี้วัดแสงแบบ spot ที่ท้องฟ้าบริเวณข้าง ๆ ดวงอาทิตย์)

picture-from-tamron-17-50-04.jpg

ภาพต่อไปนี้ถ่ายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับภาพบนแต่เลือกวัดแสงใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น (บริเวณรัศมีรอบนอก) ทำให้ได้อีกบรรยากาศหนึ่ง

picture-from-tamron-17-50-05.jpg

ส่งท้ายกันที่อีกมุมหนึ่งใกล้โรงแรม Andamania เช่นกัน  … แล้วพบกันใหม่ครับ

picture-from-tamron-17-50-06.jpg


WordPress Themes