บทสรุปส่งท้าย : Trip New Zealand
ตอนที่แล้ว : สำรวจ Christchurch
บทความทั้ง 12 ตอน
ก่อนเดินทาง : วันเดินทาง : Lake Tekapo/MT. Cook :
Arrow Town/Queenstown : Milford Sound : Teanau :
Wanaka/Fox Glacier : Lake Matheson/Franz Josef Glacier :
Pancake Rock/Arthur Pass : Christchurch : บทสรุป
- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - -
เราอำลา Christchurh โดยเที่ยวบินของ Emirate ในบ่ายวันรุ่งขึ้น แต่ก็ไปถึงสนามบินกันตั้งแต่ก่อนเที่ยงเพื่อจัดการเรื่องคืนรถและได้มีเวลาให้ขาช๊อปของเราสั่งลา New Zealand กันแบบที่กระเป๋าไม่เหลือที่ว่าง
Trip New Zealand ครั้งนี้นับเป็นทริปที่ผมประทับใจมากอีกครั้งหนึ่ง เพราะตลอด 10 วันเต็ม ๆ ของการท่องเที่ยวนั้นแทบจะลืมภาระงานทั้งหมดจริง ๆ เรียกได้ว่าปิดสวิทย์ชาร์จไฟครั้งใหญ่ก็ว่าได้ ทั้งนี้ก็เพราะธรรมชาติที่สวยงามมากของที่นี่ เพื่อนร่วมเดินทางที่ดี อีกทั้งคนนิวซีแลนด์ก็เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมากนั่นเอง
ผมถือโอกาสให้ข้อมูลการเดินทางใน Trip นี้คร่าว ๆ เพื่อเป็น idea สำหรับเพื่อน ๆ ที่วางแผนจะไปเที่ยวเกาะใต้ ทั้งนี้ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลท่องเที่ยวและแผนการท่องเที่ยวของเพื่อน ๆ นะครับ หากเพื่อน ๆ มีเวลามากกว่านี้น่าจะสามารถเก็บรายละเอียดได้มากกว่าผม เพราะยังมีอีกหลายเมืองสวย ๆ ที่ผมและคณะไม่สามารถเดินทางไปได้ภายใต้ช่วงเวลาที่จำกัดเพียง 11 วัน
ค่าใช้จ่ายโดยรวม
ในเรื่องการค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางรอบนี้ (ค่าตั๋ว+VISA+ภาษีสนามบิน+อาหารทุกมื้อ+ค่าที่พัก+ค่าเดินทาง) ไม่รวมตั๋วเดินทางไป-กลับ ภูเก็ต-กรุงเทพฯ และไม่รวมค่า shopping ส่วนตัวอยู่ที่ 59,500 บาท เรียกได้ว่าไม่แพงเลยสำหรับ Trip ที่สุดแสนประทับใจครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรานำอาหารแห้งไปทำกันเองโดยซื้อเฉพาะของสดซึ่งที่ New Zealand มีให้เลือกมากมายในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป
การเดินทาง
การเดินทางในทริปพวกเราใช้รถ Toyota Previa ซึ่งมี 8 ที่นั่ง แต่พวกเรานั่งกัน 6-7 คน และยังมีที่ว่างพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก/กลางสำหรับทุกคน สำหรับค่าเช่ารถลองหาดูจาก internet นะครับเพราะ rate ราคานั้นต่างกันไปแล้วแต่บริษัทและฤดูกาลท่องเที่ยว
สำหรับแผนการเดินทางเพื่อน ๆ สามารถดูได้จากบทความแต่ละตอนที่ผมเขียน ประกอบกับแผนที่ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถดูได้ที่นี่ ทั้งนี้ผมไม่ขอกล่าวรายละเอียดในเรื่องของระยะทาง และเวลาเพราะ link ที่ทำผมไว้ให้สามารถคำนวณระยะทางและเวลาได้อย่างแม่นยำอยู่แล้ว เพื่อน ๆ สามารถปรับแผนการท่องเที่ยวได้ตามที่ตัวเองต้องการ แต่ต้องระลึกอยู่เสมอว่าการขับรถที่ New Zealand นั้นไม่สามารถทำเวลาได้เหมือนบ้านเรา เพราะการวิ่งนอกเมืองถูกจำกัดความเร็วที่ 100 กม./ชั่วโมงเท่านั้น แต่สำหรับช่างภาพต้องไม่ลืมที่จะเผื่อเวลาแวะถ่ายภาพเยอะ ๆ เพราะที่นี่เป็นดินแดนแห่งการเขมือบ memory กล้องอย่างแท้จริง
ที่พัก
ที่พักเราเลือกแบบ Motel แบบที่มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีครัวและห้องรับแขก โดยสมาชิก 1-2 คนจะนอนที่ห้องรับแขก ซึ่งโซฟาสามารถปรับเป็นเตียงได้ ราคาต่อห้อง (สำหรับ 5-6 คน) อยู่ที่ประมาณ 200-250 $ ขึ้นอยู่กับเมืองและ Location
อาหาร
ในทริปนี้พวกเราเลือกทานอาหารที่ร้านอาหารเพียงมื้อเดียวในวันที่เราเดินทางมาถึง ที่เหลือทำกันเองอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ของแห้งที่พวกเราเตรียมเป็นแบบบรรจุซองสำเร็จ ประกอบด้วยข้าวสาร น้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรสต่าง ๆ (ยี่ห้อ lobo) น้ำพริกกุ้งเสียบและไตปลาแห้งจากภูเก็ต ทั้งนี้รวมถึงถุงพลาสติก, ช้อน, จานพลาสติก และที่สำคัญคือหม้อหุงข้าวไฟฟ้า โดยพี่ตะวันหัวหน้าทัวร์ของเราได้ฝากหม้อหุงข้าวไฟฟ้าไว้ที่โรงแรม Bush Inn ที่ Christchurch และยินดีให้เพื่อน ๆที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวยืมใช้ได้ โดยไม่คิดตังค์ ขอให้บอกเจ้าของ Motel ว่าเป็นเพื่อนของ Mr. Varong ครับ แต่ยืมแล้วก็ช่วยคืนด้วยนะครับเพราะพี่ตะวันและเพื่อน ๆ คงต้องกลับไปเยือน New Zealand อีกในไม่ช้านี้ “”"
Shopping และของฝาก
ของใช้ที่น่าซื้อของ New Zealand คือเสื้อผ้ากันหนาวที่มีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่แบบราคาไม่สูง (ตัวละ 15-20 $) ไปจนกระทั่งผลิตภัณฑ์จาก Wool ที่ราคา 150$ ขึ้นไป สามารถหาซื้อได้ตามเมืองใหญ่ เช่น Queenstown, Christchurch, Graymount, Te Anau และเท่าที่สังเกตราคาในเมืองใหญ่สุดอย่าง Christchurch ก็ไม่ได้ถูกกว่าเมืองที่เล็กลงไปอย่าง Queentown หรือ Graymount
Wine : ที่นี่มี Wine ดี ๆ ราคาถูกให้เลือกมากมาย สำหรับคอ wine คงจะถูกอกถูกใจเพราะสามารถซื้อ wine ที่เมืองไทยขายขวดละ 3,000 – 4,000 บาทได้ในราคาไม่ถึงพัน
อาหารเสริม อาทิ Vitamin C, E และอีกมากมาย รวมถึงยาบำรุงต่าง ๆ ที่ฐานการผลิตอยู่ใน Zone นี้ ราคาถูกกว่าบ้านเรามาก ที่ผมซื้อมาจะเป็นของ Black More ครับ
ครีมต่าง ๆ ที่เป็นผลิตภัฑณ์จากแกะ ที่นี่ก็ราคาถูกเมื่อเทียบกับบ้านเราเนื่องจากเป็นแหล่งผลิตนั่นเอง สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายของฝากตามเมืองใหญ่ ๆ ครับ
Chocolate : มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ แต่ที่อร่อยและอยากแนะนำให้ซื้อคือ Cadbury และ whitaker โดยเฉพาะที่สอดใส้ Giwi สามารถหาซื้อได้ตาม Discount Store เช่น Count Down หรือ New World ซึ่งถ้าเป็นช่วง Promotion ราคาจะถูกมากเพียง 3-5 $ ต่อกล่องเท่านั้น
ของฝาก : ของฝากที่ราคาไม่สูง 1-3 $ ต่อชิ้น หาซื้อได้ที่ Christchurch เป็นร้านขาย Souvenir อยู่ใกล้กับจัตุรัส ซึ่งจะสารพัดของฝากในราคาไม่แพง ผมเข้าไปร้านนี้เจอแต่คนไทยเต็มไปหมด คาดว่าคงได้รับการแนะนำต่อ ๆ กันมานั่นเอง หลังจากลองสืบราคาดูก็พบว่าส่วนใหญ่จะถูกกว่าร้านอื่นจริง ๆ
สำหรับช่างภาพ
ก่อนไปควรตรวจสอบสภาพของกล้องให้พร้อมใช้งาน เลนส์ทุกประเภทรับรองว่าได้ใช้งานอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะ Wide อย่าลืมที่ชาร์จแบตเตอร์รี่ พร้อมเตรียมปลั๊กหรือ adaptor สำหรับใช้ที่ New Zealand ได้ รวมถึง Memory แบบเต็มพิกัดเพราะราคาของ Memory ที่โน่นแพงกว่าบ้านเรามาก และสถานที่ท่องเที่ยวหลาย ๆ แห่งโดยเฉพาะที่ไม่ใช่เมืองใหญ่ไม่มี Memory ขาย แต่กลับมีฟิล์มขาย ผมละงงจริง ๆ
ที่สำคัญอีกอย่างคือศึกษาให้ดีว่าแต่ละที่นั้นควรไปถึงเมื่อใดแสงจึงจะเหมาะกับการถ่ายภาพ เพราะบางทีประมาณบ่าย 3 โมงหรือ 4 โมง พระอาทิตย์ก็จะโดนภูเขาบังทำให้แสงไม่ปิ๊งเท่าที่ควร และสำหรับฤดูใบไม้ร่วงจะสว่างประมาณ 7 โมงครึ่งและเริ่มค่ำตั้งแต่ 5 โมงครึ่ง ทำให้มีเวลาในการถ่ายภาพจำกัดกว่าบ้านเราพอสมควร
พบกันใหม่ทริปหน้าครับ
