บทความที่เกี่ยวกับ tag : นิวซีแลนด์

สะพายกล้องท่อง New Zealand #5: อลังการ Milford Sound

ตอนที่แล้ว :   เมืองแห่งใบไม้เปลี่ยนสีที่ Arrow Town และสวรรค์ของนักช็อปที่ Queenstown

บทความทั้ง 12 ตอน
ก่อนเดินทาง : วันเดินทาง : Lake Tekapo/MT. Cook :
Arrow Town/Queenstown : Milford Sound : Teanau :
Wanaka/Fox Glacier : Lake Matheson/Franz Josef Glacier :
Pancake Rock/Arthur Pass : Christchurch : บทสรุป

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - -

วันนี้เป็นวันที่เราต้องขับรถกันยาวนานที่สุด  เพราะต้องเดินทางไปยัง Milford Sound ซึ่งต้องขับรถเกือบ 5 ชั่วโมง  เราจึงต้องเตรียมอาหารเช้าไปทานกันในรถและออกเดินทางกันตั้งแต่ 6 โมง … บรรยากาศริมทางสาย 6 วันนี้จึงสวยงดงามไปอีกแบบ  เพราะเราได้เห็นไอหมอกคลอเคลียอยู่กับทุ่งหญ้าและทิวเขา  อีกทั้งแสงอาทิตย์ที่ส่องไปบนยอดเขาซึ่งมีหิมะปกคลุมนั้นสวยงามจริง ๆ  เสียดายที่วันนี้เราต้องทำเวลาและผมก็เป็นผู้ขับรถ  จึงต้องบันทึกภาพเหล่านี้ไว้ในความทรงจำเท่านั้น

เราแวะเติมน้ำมันกันที่เมือง Te Anau  ซึ่งจะเป็นที่พักของเราคืนนี้   แล้วเดินทางต่อบนเส้นทางสาย 94  ซึ่งเป็นอีกเส้นหนึ่งที่สวยงามมาก  ในช่วงก่อนถึงอุโมงค์ลอดภูเขา  รถค่อย ๆ ไต่ระดับความสูง  โดยข้างทางเปลี่ยนจากทุ่งหญ้าเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ชุ่มชื้น และมีลำธารสีฟ้าใสไหลรินอยู่เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร

ลำธารสีฟ้ากับป่าเขียวชอุ่ม

Milford Sound

หลังจากที่ขับผ่านอุโมงค์ที่รถต้องรอคิวเนื่องจากถนนเป็นเลนเดียวแล้ว  ไม่นานนักก็ถึง Milford Sound  ทั้งนี้เราต้องรอเรือราว 1 ชั่วโมง  ผมจึงถือโอกาสเก็บภาพวิวบริเวณใกล้ ๆ  ลานจอดรถซึ่งนับว่าโชคดีที่วันนี้มีเมฆมากแต่ก็ยังมีฟ้าใส ๆ บ้างเป็นบางมุมทำให้ภาพดูแล้วไม่หมองหม่นจนเกินไป

ความงดงามของ Milford Sound

Milford Sound

Milford Sound  เป็นส่วนที่น้ำทะเลยื่นเข้ามาใน Fjord ทำให้ทิวทัศน์บริเวณนี้ดูยิ่งใหญ่ด้วยภูเขาที่มีน้ำตกหลายสายไหลลงมาจากยอดเขาอันเนื่องมาจากการละลายของหิมะนั่นเอง

เมื่อได้เวลาเรือออก  พวกเราก็รีบจองที่เพื่อตั้งโต๊ะทานอาหารเที่ยง  ฝรั่งหลาย ๆ คนคงรู้สึกแปลกตาเล็กน้อยกับ Thai style buffet ที่วันนี้เมนูเด็ดคือ แกงไตปลาแห้งจากภูเก็ตที่ผมนำมาฝาก  กับข้าวสวย (ที่ไม่ร้อนซะแล้วเพราะอากาศเย็นเหลือเกิน)

หลังจากเติมพลังแล้วผมก็รีบขึ้นดาดฟ้าเรือเพื่อจับจองมุมถ่ายภาพ … เรื่อค่อย ๆ แล่นห่างท่าไปเรื่อย ๆ ซึ่งช่วงแรกนี้ถ่ายภาพยากมาก  เพราะน้ำตกซึ่งอยู่ด้านขวาของเรือนั้นอยู่ภายใต้เงาของภูเขาแถมย้อนแสงอีก    ค่าที่วัดจากเครื่องวัดแสงในตัวกล้องนั้นแทบเชื่อไม่ได้เพราะแสงจะ over เนื่องจากโทนสีของใบไม้บนภูเขาหลอกให้กล้องนึกว่ามีแสงน้อยทำให้กล้องเปิดรับแสงนานกว่าที่ควรจะเป็น  ทำให้บางภาพผมต้องชดเชยแสงกว่า 2 สตอปจึงให้ค่าแสงที่ถูกต้อง   แต่สีก็ยังไม่สวยสดอยู่ดีเพราะเหมือนมีไอหมอกมาปกคลุมโดยตลอด

Milford Sound

ผมก็เลยถ่ายเก็บรรยากาศภาพบุคคลเป็นส่วนใหญ่และเลือกใช้ฉากหลังเป็นภูเขาอีกด้าน แม้ว่าไม่มีน้ำตกแต่ก็มีฟ้าใส ๆ มาชดเชย   และเมื่อเรือแล่นมาถึงทะเลใหญ่ก็หันหัวเรือกลับ  โดยขากลับจะแล่นเข้าไปใกล้ด้านที่มีน้ำตก  ซึ่งจะผ่านบริเวณที่มีเจ้าสิงโตทะเลนอนอาบแดดอยู่ด้วย  และ highlight ก็อยู่ตอนที่เรือแล่นเข้าไปหาน้ำตกในระยะประชิดจนผู้ชมตรงหัวเรือต้องวิ่งหนีกันเพราะกลัวเปียก  ส่วนผมนั้นก็หนีเหมือนกันแต่เพราะกลัวกล้องจะพัง หุหุ

เดิมทีผมคิดว่านี่คงเป็นสุดยอด highlight แล้ว  แต่ที่ไหนได้ก่อนถึงท่าเรือก็มีเจ้าโลมาฝูงใหญ่ปรากฏตัวให้เห็น  และไม่เพียงเท่านั้นมี 3-4 ตัวที่ว่ายน้ำขนาบเรือ  พร้อมกับกระโดดทั้งแบบธรรมดาและม้วนตัวเรียกเสียงปรบมื้อให้กับนักท่องเที่ยวบนเรือดังสนั่น  ทำเอาผมสนุกไปกับการกดชัตเตอร์จับจังหวะตอนเจ้าโลมากระโดดเสียจน memory แทบเต็มเลยทีเดียว

Milford Sound

ระหว่างทางขากลับผมแวะถ่ายภาพจุดที่หมายตาไว้  น่าเสียดายที่ได้แวะเพียงจุดเดียวเพราะรถอีกคันต้องรีบกลับเข้าเมืองเพราะนัดร้านเปลี่ยนยางเอาไว้   แม้แต่ mirror lake ซึ่งอยู่ริมทางที่ผมคิดว่าต้องแวะให้ได้ตอนขากลับก็ต้องขับผ่านไปด้วยความเสียดายเพราะเกรงใจผู้ร่วมเดินทางและต้องถือเรื่องความปลอดภัยของรถอีกคันเป็นหลัก

ค่ำคืนนี้เราพักกันที่โรงแรม  edge water ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบ    โดยห้องที่พวกเราพักนั้นอยู่บนชั้น 2  มีครัวที่เป็นสัดส่วนมีประตูกั้นแยกกับห้องรับแขก (ที่อื่น ๆ จะไม่มีประตูกั้นทำให้กลิ่นของอาหารเข้ามาในห้องรับแขก)   ทำให้ผมซึ่งอาสานอนที่ห้องรับแขกหลับง่ายสบายจมูกไปเลย อิอิ

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – -

ตอนต่อไป : จาก Te Anau สู่ Wanaka

 


สะพายกล้องท่อง New Zealand #4: เมืองแห่งใบไม้เปลี่ยนสีที่ Arrow Town และสวรรค์ของนักช็อปที่ Queenstown

ตอนที่แล้ว :   บนเส้นทางสู่  Lake Tekapo และ  MT. Cook

บทความทั้ง 12 ตอน
ก่อนเดินทาง : วันเดินทาง : Lake Tekapo/MT. Cook :
Arrow Town/Queenstown : Milford Sound : Teanau :
Wanaka/Fox Glacier : Lake Matheson/Franz Josef Glacier :
Pancake Rock/Arthur Pass : Christchurch : บทสรุป

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - -

วันนี้ผมตื่นแต่เช้าเพื่อเก็บภาพบรรยากาศใกล้ ๆ โรงแรม   และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นแม่คนิ้งเป็นครั้งแรกเพราะอยู่เมืองไทยยังไม่เคยเห็นซักที    นอกจากน้ำแข็งจะเกาะบนยอดหญ้าสีขาวโพลนไปหมดแล้ว  ยังเกาะหลังคารถของพวกเราทั้งสองคันจนต้องเอาน้ำร้อนมาราดก่อนที่จะออกเดินทางกันทีเดียว

น้ำแข็งเกาะยอดหญ้ากับแสงยามเช้าที่ Twizel

Twizel

เราออกโบกมือลา Twizel กันแล้วมุ่งหน้าลงใต้โดยแวะจอดที่ Salmon Farm ซึ่งอยู่ห่างจากเมือง Twizel เพียงไม่กี่อึดใจ  และถือโอกาสถ่ายภาพบรรยากาศสวย ๆ บริเวณอ่างเก็บน้ำตรงข้าม Salmon Farm ที่มีไอหมอกลอยละล่องอยู่เหนือผิวน้ำและมีภูเขาหิมะตระหง่านอยู่ด้านหลังโดยมีเมฆเคล้าคลออยู่เหมือนอยู่บนสวรรค์เลยทีเดียว (พูดยังกะเคยไปมาแล้ว อิอิ)

บรรยากาศตรงข้ามฟาร์มแซลมอน

Twizel

และใกล้ ๆ กับ Salmon Farm นี่เองมีบึงน้ำที่เต็มไปด้วยต้นไม้เปลี่ยนสี  ทำเอาพวกเราต้องแวะกันอีกครั้งเพื่อแทนที่พื้นที่ว่างใน memory card ด้วยภาพสวย ๆ ที่สุดแสนประทับใจ

เราขับรถบนเส้นทางสาย 8  โดยให้สาว ๆ นักช็อปซื้อเสื้อกันหนาวกันที่เมือง Omarama  ส่วนผมก็ถือโอกาสเก็บภาพบรรยากาศรอบ ๆ ร้านกับนางแบบส่วนตัว  ซึ่งท้องฟ้าตอนนี้สวยงามสะใจมาก  ก็เลยถือโอกาสถ่ายภาพด้วยเลนส์ไวด์กับมุมกล้องแบบแปลก ๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

เราออกเดินทางกันต่อผ่านเส้นทางที่เรียกว่า Lindis Pass ซึ่งภูมิประเทศเปลี่ยนเป็นภูเขาสลับซับซ้อน  ดูคล้าย ๆ ทะเลทรายแต่ภูเขาถูกปกคลุมด้วยหญ้าสลับกับดินสีน้ำตาลเข้มสวยแปลกตาไปอีกแบบ   และที่นี่เองรถอีกคันของคณะเรายางรั่วแถมยางอะไหล่ใต้ท้องรถก็ไม่มีลมซะอีก  จึงต้องออกแรงนำยางอะไหล่จากรถคันของผมไปเปลี่ยนให้แทน  แต่พวกเราก็ยังไม่อุ่นใจนักเพราะขนาดยางของรถสองคันไม่เท่ากัน (R15 กับ R16)   จากจุดนี้ไปพวกเราซึ่งเป็นคันหน้าจึงต้องขับโดยมองหลังตลอดและใช้ความเร็วไม่สูงมากนัก   เนื่องจากตอนยางรั่วรถคันของเราขับเลยไปไกลก่อนจะย้อนกลับมาหาเพราะมัวแต่สนุกกับการชมวิวและผลัดกันร้องเพลง  แถมเจ้าวิทยุสื่อสารที่ใช้ระหว่างรถสองคันก็มีแรงส่งไม่เพียงพอที่จะติดต่อกันได้อีกด้วย   … ถ้าเพื่อน ๆ เช่ารถขับเที่ยวไม่ว่าจะที่เมืองไทยหรือต่างประเทศก็ยอมเสียเวลาตรวจเช็คยางอะไหล่และอุปกรณ์เปลี่ยนยางทุกครั้งนะครับ  อย่าไปเชื่อใจฝรั่งมาก  ไม่งั้นอาจจะตกที่นั่งลำบากได้ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา

ภูเขาสลับซับซ้อนกับท้องฟ้าใสที่ Lindis Pass

Lindis Pass

Lindis Pass

Lindis Pass

พวกเราแวะทานข้าวเที่ยงกันที่เมือง Cromwell และซื้อผลไม้ติดมือเพื่อมาทานกันบนรถ  โดยมีไอศกรีมผลไม้สดเป็นของหวานสำหรับมื้อเที่ยง  ซึ่งรส Burry ที่ผมเลือกตามคำแนะนำจากหนังสืออร่อยตามคำล่ำลือจริง ๆ อันนี้ต้องยกเครดิตให้คุณ SF-The KOP แห่ง Pantip ครับ  และที่หน้าร้านนี้เองมีเจ้าต้นไม้ทรงสูงที่ผมเล่าให้ฟังไปแล้วปลูกเรียงรายเต็มไปหมด  แต่ด้วยสภาพแสงที่มีเมฆค่อนข้างเยอะทำให้ภาพที่ออกมาไม่สวยสดใสเท่าที่ควร

ผลไม้สด ๆ ที่ Cromwell

Cromwell

หลังจากซื้อของกันพอหอมปากหอมคอ  เราก็มุ่งหน้าต่อโดยทางในช่วงนี้เลียบลำธารโดยมีต้นไม้ใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนสีแซมอยู่เป็นระยะ   ถ้าเราทานข้าวกันใต้ต้นไม้ริมลำธารคงเป็นบรรยากาศที่สุดยอดจริง ๆ  เสียดายที่ช่วงนี้ผมรับหน้าที่เป็นพลขับก็เลยไม่มีโอกาสได้เก็บภาพมาฝาก  แต่ถ้าเพื่อน ๆ ใช้เส้นทางสายนี้ผมรับรองได้ว่าจะต้องได้ภาพที่สวยมาก ๆ แน่นอนครับ

เนื่องจากเราเสียเวลาไปกับเหตุการณ์ที่ไม่คิดคิดทำให้พวกเราถึงเมือง Arrow Town ที่เราจะพักค้างคืนช้ากว่ากำหนดการเล็กน้อย  แต่ก็ยังทันกับภาพอันงดงามของต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีทั่วไปทั้งเมือง  แม้แต่ต้นสนบนภูเขาที่อยู่ใกล้เมืองก็ยังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีส้มเต็มไปหมด   ทำเอาผมแทบจะต้องวิ่งรีบเก็บบรรยากาศอันตรึงตานี้แข่งกับเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะคล้อยไปด้านหลังภูเขาอันจะทำให้พลาดโอกาสที่จะได้ภาพของใบไม้ที่มีแสงส่องมาทางด้านหลังเหมือนกระจกสีระยิบระยับทั่วทั้งเมือง

Arrow Town กำลังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง-แดงไปทั่วทั้งเมือง

Arrow Town

Arrow Town

Arrow Town

Arrow Town

นอกจากความงดงามของต้นไม้และใบไม้แล้ว  ร้านค้า อาคารบ้านเรือนของที่นี่ยังถูกตกแต่งอย่างน่ารักมาก  จะว่าไปแล้วก็คล้าย ๆ เมืองปายบ้านเรานั่นเอง 

ตึกรามบ้านช่องสวยงาม น่ารักมากทีเดียว

Arrow Town

Arrow Town

Arrow Town

Arrow Town

ผมใช้เวลาเก็บบรรยากาศอยู่ราว 1 ชั่วโมงก็ได้เวลานัด  เพื่อเดินทางต่อไปยัง Queenstown ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักเพื่อไป shopping และหาซื้อหารสำหรับมื้อต่อ ๆ ไป  โดยระหว่างทางเราแวะขึ้นไปยัง Coronet Peak ซึ่งเป็นจุดเล่นสกีในช่วงฤดูหนาวเพื่อสัมผัสกับหิมะตัวเป็น ๆ เนื่องจากหลาย ๆ คนยังไม่เคยได้เจอรวมถึงตัวผมด้วย

วันนี้หิมะบนยอดเขามีไม่มากนัก  แต่ก็พอทำให้คนในเขตร้อนอย่างพวกเราตื่นเต้นกันได้พอสมควร  อีกทั้งวิวบนยอดเขาที่มองเห็นชานเมืองของ Queenstown และ Lake Wakatipu ก็ตรึงตาไม่น้อยทีเดียว

ชมวิวและสัมผัสหิมะที่ Coronet Peak

Coronet Peak

Coronet Peak

พวกเรามาถึง Queenstown ก็เย็นมากแล้ว  แถมอากาศก็เย็นจัดอีกต่างหากเพราะมีลมผสมด้วย  ผมรีบมุ่งตรงไปถ่ายภาพริมทะเลสาบช่วงที่ฟ้ากำลังเปลี่ยนสี  และเก็บบรรยากาศของท่าเรือยามค่ำในช่วงที่ฟ้ากำลังเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มซึ่งเป็นภาพแนวโปรดของผม  เพราะภาพแบบนี้จะสวยและดูต่างจากมองด้วยตาเปล่า  ใครเห็นก็มักจะถามทุกครั้งว่าถ่ายได้ยังไง  ทำให้ผมมีเรื่องฝอยได้อีกหลายนาทีไม่เสียยี่ห้อคนเล่นกล้อง หุหุ

บรรยากาศที่ Queenstwon

Queenstown

Queenstown

Queenstown

หลังจากเริ่มทนความหนาวไม่ได้จึงต้องอำลาทะเลสาบมุ่งเข้าเมืองเพื่อดูของที่ระลึกฝากเพื่อน ๆ และลูกน้อง   ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับได้ผลิตภัณฑ์จากแกะมาหลายกล่องแถมด้วยเสื้อกันหนาวจาก Wool ของคุณผู้หญิงเพื่อสวมใส่สกัดความหนาวสำหรับการท่องเที่ยวหลังจากนี้

บรรยากาศในเมือง Queenstown

Queenstown

ได้เวลานัดหัวหน้าทัวร์ของเราซึ่งเสียสละเป็นคนไปจัดซื้อวัตถุดิบปรุงอาหารก็มาถึงยังที่นัดหมายพร้อมกับหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวโต ๆ เพื่อเป็นอาหารมื้อเด็ดประจำคืนนี้  ร่วมกับแซลมอนสด ๆ จากฟาร์ม มาทำเป็นปลาดิบ  ทำเอาคอซีฟู้ดอิ่มจนพุงกางลืมปัญหาเรื่องยางรถเมื่อกลางวันกันทุกคน  โดยคืนนี้เราพักกันที่ Viking Lodge Motel  ที่ห้องพักเป็นทรงสามเหลี่ยมมี 2 ชั้น   ห้องพักแม้จะไม่กว้างขวางมากนัก  แต่ก็สะอาดและสวกสบายและเป็นอีกที่หนึ่งซึ่งน่าพักมากทีเดียว

Motel ที่ Arrow Town

Arrow Town

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – -

ตอนต่อไป :    อลังการ Milford Sound


WordPress Themes