บทความที่เกี่ยวกับ tag : นางพญาเสือโคร่ง

อำลาความหนาวที่แม่ตะมาน

ต่อจากตอนที่แล้ว (อีกครั้งที่ขุนแม่ยะ)

เดิมทีในคืนแรกของทริปนี้ผมตั้งใจที่จะพักขุนช่างเคี่ยนหนึ่งคืน  แต่เมื่ออ่าน web board ทุกวันจนรู้ว่าซากุระกำลังเข้าสู่ช่วงที่เริ่มมียอดอ่อนและดอกกำลังจะโรยแล้ว  จึงต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางในวันแรกโดยการไม่พักขุนช่างเคี่ยนแต่ขับรถไปนอนที่ขุนวางแทน  ทำให้ยังมีเงินมัดจำค่าที่พักที่ขุนช่างเคี่ยนค้างอยู่  และบังเอิญว่าที่พักในการดูแลของมช.อีกที่หนึ่งก็คือ สันป่าเกี๊ย-แม่ตะมาน  ที่ผมเคยประทับใจมากเมื่อการเดินทางปีที่แล้ว  ผมจึงขออนุญาตเจ้าหน้าที่เปลี่ยนที่พักไปเป็นแม่ตะมานแทน  ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ยินดีให้เปลี่ยน  ทำให้การอำลาทริปรอบนี้ของผมถูกปิดท้ายที่นี่  “สันป่าเกี๊ย-แม่ตะมาน”

แม้ว่าการเดินทางขึ้นแม่ตะมานของผมรอบนี้เป็นรอบที่สองแล้ว  แต่ก็ยังรู้สึกว่าเส้นทาง 18 กม. สุดท้ายบนเส้นทางสุดวิบากยังคงนานเหมือนเดิม  แม้ว่ารอบนี้จะทำเวลาได้ดีกว่าปีที่แล้วคือใช้เวลาราว 1 ชม. 10 นาที   เร็วกว่าปีที่แล้ว 20 นาที   ซึ่งอาจเป็นเพราะได้มีการปรับปรุงเส้นทางหลาย ๆ จุดให้ดีขึ้น  แต่ผมขอเรียกว่าแย่น้อยลงน่าจะเหมาะกว่า อิอิ

พวกเรามาถึงสถานีเกษตรทันเวลาถ่ายภาพแสงสุดท้ายของวันกับดอยหลวงเชียงดาวพอดี  แต่น่าเสียดายที่ซากุระที่นี่แทบไม่เหลือแล้ว  มีเพียงใบอ่อนที่ชูช่อรับลมอันหนาวเหน็บ จนพวกเราต้องรีบหาเสื้อกันหนาวมาให้ความอบอุ่น

แสงยามเย็นที่ สันป่าเกี๊ย-หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน 
สันป่าเกี๊ย-แม่ตะมาน

สันป่าเกี๊ย-แม่ตะมาน

สันป่าเกี๊ย-แม่ตะมาน

สันป่าเกี๊ย-แม่ตะมาน

การมาในครั้งนี้เราได้บ้านพักตรงจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นพอดี  ไม่เหมือนปีที่แล้วซึ่งพักตรงที่พักของหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมานซึ่งอยู่ห่างกันราว 700 เมตร   ทำให้เช้าวันรุ่งขึ้นเราไม่ต้องรีบตื่นมาก  เพราะสามารถมองเห็นวิวได้จากหน้าต่างห้องพักเลย

บรรยากาศยามเช้าที่สถานีเกตรสันป่าเกี๊ยะ
สันป่าเกี๊ย-แม่ตะมาน

สันป่าเกี๊ย-แม่ตะมาน

สันป่าเกี๊ย-แม่ตะมาน

สันป่าเกี๊ย-แม่ตะมาน

โชคดีที่ช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ไม่มีลมเหมือนตอนกลางคืน  ก็เลยทำให้ไม่ทรมานกับการออกมาตั้งกล้องถ่ายภาพยามเช้ามากนัก   แต่เมื่อแสงแดดค่อย ๆ แผ่กระทบกับหมอกเบื้องล่าง  ทำให้หมอกเหล่านั้นลอยฟุ้งเป็นไอเย็นมากระทบใบหน้าเป็นระยะ ๆ

ไอหมอกกำลังลอยขึ้นหลังจากแสงแดดส่องกระทบ
สันป่าเกี๊ย-แม่ตะมาน

หนาวกันสุด ๆ
สันป่าเกี๊ย-แม่ตะมาน

ยิ่งแดดแรงกลับกลายเป็นว่าแสงยิ่งน้อยลงเพราะมีแต่หมอกลอยคลุ้งเต็มไปหมด  ผมจึงถือโอกาสอำลาทริปนี้ด้วยความหนาวเหน็บกายแต่อบอุ่นใจที่ดอยแห่งนี้  “แม่ตะมาน”

Link ไปยังบทความที่เกี่ยวข้องในทริปนี้
ขุนช่างเคี่ยน  ขุนวาง  แม่เมย  ปางอุ๋ง  ขุนแม่ยะ  สันป่าเกี๊ยะ-แม่ตะมาน

การเดินทาง
จากอำเภอแม่มาลัย  ขับรถขึ้นเหนือตามทางหลวงหมายเลข 107  ราว 30 กม.  จะถึงบ้านแม่นะ  มีป้ายบอกทางไปยังหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน   เป็นเส้นทางผ่านหมู่บ้านราว 3 กม.  จากนั้นเป็นเส้นทางลูกรังสูงชันและขรุขระ 18 กม.  ใช้เวลาเดินทางในช่วงนี้ประมาณชั่วโมงครึ่ง

สรุปรวมการเดินทางของผมครั้งนี้เป็นระยะทาง 1404 กม. โดยใช้รถ Isuzu MU7  Auto 4 WD ที่เช่าจากบริษัท Northwheel  โดยกินน้ำมันเฉลี่ย 8.7 กม/ลิตร  ซึ่งนับว่าประหยัดกว่าทริปที่แล้วซึ่งเป็นรถ Mitsubishi G-Wagon พอสมควร  แม้ว่าจะมีค่าเช่าสูงกว่าแต่ก็ประหยัดค่าน้ำมันไปได้มากกว่าและสภาพรถก็ใหม่กว่าด้วย  ถ้าจะเช่ารถขอให้คำนึงถึงอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันด้วยนะครับเพราะบางครั้งเช่าแพงกว่าวันละ 200-300 บาท  แต่อาจประหยัดน้ำมันกว่าวันละ 500 บาทเลยทีเดียว

ที่พัก
มีที่พัก 2 แห่งได้แก่  หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน  ติดต่อคุณอ้วน 089-5539549
สถานีวิจัยเกษตรสันป่าเกี๊ยะ-แม่ตะมาน  ติดต่อที่สำนักงาน มช.  คุณบุญนาค 053-944052


อีกครั้งที่ขุนแม่ยะ

ต่อจากตอนที่แล้ว (ปางอุ๋ง … บรรยากาศในฝันของนักเดินทาง)

การเดินทางจากปางอุ๋งมาขุนแม่ยะนั้นระยะทางไม่ไกลมาก  ผมจึงแวะที่ปายซึ่งครั้งนี้นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน  ซึ่งก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทุกครั้งที่มาถึง

ปายในวันนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนเช่นเดิม  มีร้านน่ารัก ๆ ผุดขึ้นมารองรับนักท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง  ร้านมิตรไทยยังคงเป็นจุดหมายหลักที่นักท่องเที่ยวมาเลือกซื้อเสื้อสวย และเขียน post card ถึงคนห่างไกล  ร้านกาแฟ coffee in love ขยายร้านเพิ่มเติมและยังคงเป็นจุดถ่ายภาพที่พลาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาแวะปาย

บรรยากาศเก๋ ๆ ในปาย
ปาย 

ปาย

ปาย

ปาย

หลังจากอาหารมื้อเที่ยงที่ร้านส้มตำหน้าอำเภอ (ร้านเขาชื่อนี้จริง ๆ ครับ และก็ตั้งอยู่ที่หน้าอำเภอด้วย)  ผมเดินทางต่อไปยังขุนแม่ยะซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก  โดยทางเข้าขุนแม่ยะก็ยังคงเหมือนเดิมคือเป็นทางลูกรังที่เป็นหลุมเป็นบ่อ  บางช่วงมีน้ำขัง  บางช่วงสูงชัน  ดังนั้นถ้าให้ปลอดภัยควรเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น  (ขากลับผมเห็นรถกะบะแต่เป็นแบบขับเคลื่อนสองล้อ  ต้องขับขึ้น ๆ ลง ๆ หลายรอบกว่าจะผ่านเนินสุดท้ายขาออกไปได้)

พวกเรามาถึงขุนแม่ยะก็เกือบจะค่ำแล้ว  และต้องจดรถไว้ที่ลานจอดเพราะทางสถานีไม่อนุญาตให้นำรถไปจอดบริเวณจุดชมซากุระ  เพราะบางคนจอดไม่เป็นระเบียบและไปทับเอาหญ้าที่ปลูกไว้เสียหาย   ซึ่งผมก็ว่าดีเหมือนกันบริเวณนั้นจะได้ปลอดจากเสียงรถและไม่มีอะไรมาบังทัศนยภาพ

พวกเราเลือกทำเลกางเต้นท์ภายใต้แนวสนโดยมีอาหารกล่องจากปายเป็นข้าวเย็น (ข้าวมันเย็นจริง ๆ ครับเพราะใส่กล่องมาหลายชั่วโมงและอากาศที่นี่ก็หนาวมาก อิอิ)    โดยคืนนี้เป็นคืนที่เรานอนกันลำบากเพราะต้องเบียดกัน 3 คนในเต้นท์ขนาด 2 ที่นอน แถมพวกเราก็ตัวเล็ก ๆ กันทั้งน้าาาน

เช้าที่ขุนแม่ยะวันนี้อากาศปิดมาก ๆ มีแต่หมอกเต็มไปหมด  ทำให้การถ่ายภาพซากุระของผมไม่สนุกเอาเสียเลย   เพราะสภาพแสงแบบนี้ทำให้ดอกไม้ดูไม่สดใสเท่าที่ควร   ทั้ง ๆ ที่ซากุระที่นี่กำลังออกดอกสวยงามไม่แพ้ที่ขุนช่างเคี่ยนและขุนวางเลยทีเดียว

ซากุระแห่งขุนแม่ยะ
ขุนแม่ยะ  

ขุนแม่ยะ

ขุนแม่ยะ

ขุนแม่ยะ

ขุนแม่ยะ

เรารอสภาพแสงกันจนเที่ยงก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น  จึงต้องจำใจอำลาทิ้งซากุระที่กำลังบานเต็มไปทั้งภูเขาไว้เบื้องหลัง  พร้อมกับสัญญากับตัวเองว่าจะต้องมาที่นี่อีกแน่นอนไม่วันใดก็วันหนึ่ง

ถ่ายภาพส่งท้ายที่บ้านพักรับรอง (ผมกับเพื่อนไม่ได้พักที่นี่หรอก แต่ขอใช้เป็น background)
ขุนแม่ยะ

Link ไปยังบทความที่เกี่ยวข้องในทริปนี้
ขุนช่างเคี่ยน  ขุนวาง  แม่เมย  ปางอุ๋ง  ขุนแม่ยะ  สันป่าเกี๊ยะ-แม่ตะมาน

การเดินทาง
หากเดินทางจากเชียงใหม่ทางแยกเข้าขุนแม่ยะจะอยู่บริเวณด่านตรวจซึ่งเลยห้วยน้ำดังมาราว 2-3 กม.  ระยะทางจากด่านตรวจถึงสถานีเกษตรขุนแม่ยะราว 8 กม.  เส้นทางเป็นลูกรังที่ค่อนข้างจะวิบากพอสมควร รถท้องต่ำไม่สามารถผ่านไปได้ (ถ้าผ่านได้ท้องต้องลายแน่นอน อิอิ)   บางช่วงมีน้ำขังหรือเป็นเนินสูงชัน   ดังนั้นควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อหรือต้องมีความชำนาญในการขับบนเส้นทางแบบนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

ที่พัก
ที่นี่ยังไม่มีบ้านพัก  แต่มีจุดให้กางเต้นท์โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม   มีห้องอาบน้ำและห้องส้วมแบบชั่วคราวซึ่งอาจไม่เพียงพอและอาจใช้ไม่ได้ในช่วงเทศกาล  นอกจากนี้ควรเตรียมอาหารการกินมาให้พร้อมเพราะที่นี่ไม่มีร้านค้าสวัสดิการและไม่อนุญาตให้ก่อกองไฟ (ใช้เตาตั้งพื้นได้ครับ)  ที่ควรทราบอีกอย่างคือไม่มีไฟฟ้าให้ใช้นะครับ


โลกใบนี้เป็นของเราที่…ขุนวาง

ต่อจากตอนที่แล้ว (การเดินทางเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งที่..ขุนช่างเคี่ยน)

ผมขับรถจากเมืองเชียงใหม่ราว 60 กม. เลี้ยวขวาตรงแยกก่อนถึงอำเภอจอมทองเล็กน้อย  เพื่อเข้าสู่เส้นทางขึ้นดอยอินทนนท์   ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ  ผ่านทิวทัศน์อันงดงามของอุทยานแห่งชาติอินทนนท์  จนถึงกม. 31 จึงเลี้ยวขวาเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายของวันนี้  “ขุนวาง”

ระหว่างทางเราผ่านหมู่บ้านชาวเขา  และวิวอันงดงามของน้ำตกสิริภูมิ  โดยมีต้นซากุระริมทางชูดอกต้อนรับเราเป็นระยะ   คืนนี้เราพักกันที่โครงการหลวงขุนวาง  ซึ่งที่นี่แม้จะมีต้นซากุระไม่มากนัก  แต่ที่พักสะอาดและสะดวกสบายพอสมควร  ที่สำคัญมีน้ำอุ่นให้เราอาบท่ามกลางความเหน็บหนาวของดอยแห่งนี้ด้วย  

น้ำตกสิริภูมิหลังที่ทำการอุทยาน
ขุนวาง

แสงแรกของวันที่โครงการหลวง
ขุนวาง

ขุนวาง

เช้าวันรุ่งขึ้นเราอิ่มอร่อยกันด้วยสลัดผักสด ๆ กับข้าวต้มร้อน ๆ ของร้านสวัสดิการโครงการหลวง  หลังจากนั้นก็ขับรถต่อไปอีกราว 2 กม. จึงถึงจุดชมดอกซากุระที่สวยที่สุดนั่นของที่นี่ก็คือ  สถานีเกษตรขุนวาง   

ที่นี่ปลูกต้นซากุระไว้เยอะมาก  ในอนาคตหุบเขาทีนี่คงเต็มไปด้วยสีชมพูในช่วงปีใหม่ และคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังแน่ ๆ เพราะบรรยากาศสถานที่รวมถึงที่พักจัดไว้เหมือนสอร์ทดัง ๆ เลยทีเดียว

ซากุระกำลังออกดอกทั่วทั้งสถานีเกษตรขุนวาง
ขุนวาง

ซากุระที่นี่ปลูกไว้ริมถนนเป็นแนวยาว  ภาพที่ถ่ายออกมาเหมือนอยู่เมืองนอกเลยทีเดียว (ไม่เคยไปก็เลยคิดเข้าข้างตัวเองว่าเหมือนเมืองนอก อิอิ)   โดยเฉพาะวันนี้มีกลุ่มของผมเพียงกลุ่มเดียวก็เลยสนุกกับการถ่ายภาพเป็นพิเศษ เพราะไม่ต้องอายใคร  โลกใบนี้เป็นของพวกเราโดยแท้ หุหุ  

หลากหลายมุมมองซากุระเมืองไทย
ขุนวาง

ขุนวาง

ขุนวาง

ขุนวาง

ขุนวาง

ขุนวาง

โลกใบนี้เป็นของพวกเรา

ขุนวาง

ขุนวาง

หลังจากได้ภาพสารพัด action กันจนหนำใจแล้ว เราก็เดินทางกลับและโดยจอดรถถ่ายภาพเป็นระยะ  เพราะมีจุดถ่ายภาพสวย ๆ หลายแห่งอาทิ  ขุนห้วยแห้ง  ซึ่งมีต้นซากุระต้นใหญ่หลายต้นกำลังผลิดอกสีชมพูสะพรั่งสวยงามไม่แพ้ที่สถานีเกษตร ถ้ามาขุนวางก็อย่าลืมแวะถ่ายภาพที่นี่นะครับเพราะบรรยากาศงดงามมักๆ

แวะถ่ายภาพริมทาง
ขุนวาง

ขุนวาง

ขุนวาง

มื้อเที่ยงวันนี้เราแวะทานกันที่อำเภอจอมทอง  หลังจากนั้นจึงเดินทางต่อบนเส้นทางสาย จอมทอง-ฮอด-แม่สะเรียง  โดยจุดหมายของวันนี้อยู่ห่างออกไปเกือบ 300 กว่า กม.  “อุทยานแห่งชาติ แม่เมย” จังหวัดตาก

Link ไปยังบทความที่เกี่ยวข้องในทริปนี้
ขุนช่างเคี่ยน  ขุนวาง  แม่เมย  ปางอุ๋ง  ขุนแม่ยะ  สันป่าเกี๊ยะ-แม่ตะมาน

การเดินทาง
จากเมืองเชียงใหม่  ใช้เส้นทางที่จะไปอำเภอจอมทอง  ราว 60 กม.ให้เลี้ยวขวาขึ้นไปตามถนนที่จะขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์  ผ่านทางเข้าน้ำตกแม่ยะ  ด่านเก็บเงินของอุทยาน และก่อนถึงที่ทำการอุทยานบริเวณกม. 31 ให้เลี้ยวขวาซึ่งบอกทางไปบ้านขุนวาง  จากจุดนี้จะขับผ่านหมู่บ้านชาวเขา สวนสน ไต่ระดับไปตามไหล่เขา ราว 15 กม. ก็จะถึงบ้านขุนวาง  ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการหลวงขุนวาง  หากขับเลยไปอีกราว 2 กม.ก็จะถึง สถานีเกษตรขุนวางของมช.  เส้นทางจากเชียงใหม่ถึงบริเวณ กม. 31 เป็นทางลาดยางอย่างดี  สามารถขับทำเวลาได้   ส่วนเส้นทางเข้าสู่บ้านขุนวางนั้นลาดชันและมีหลุมลึก/ไหล่ทางทรุดเป็นบางช่วง  แต่รถทุกประเภทน่าจะสามารถขับไปได้ไม่ยากนัก  ทางช่วงหลังนี้ใช้ระยะเวลาในการขับแบบเรื่อย ๆ ประมาณ  45 นาที

ที่พัก
ที่พักมีสองแห่งคือที่โครงการหลวงขุนวาง  ติดต่อคุณต้อม โทร 086-1148971,  053-939102
สถานีเกษตรขุนวาง 081-9602033


การเดินทางเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งที่… ขุนช่างเคี่ยน

เมื่อเทศกาลวันหยุดปีใหม่ 2552 ผ่านพ้นไป   บรรดานักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกลับไปทำงาน  เรื่องราวการเดินทางประจำปีของผมกับเหล่าผองเพื่อนขาประจำจึงเริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  ….

หลังจากปีที่แล้วผมแทบไม่ได้ชมดอกซากุระเมืองไทยหรือนางพญาเสือโคร่งเพราะดอกร่วงเกือบหมดแล้ว (แห้วไปเลย ว่างั้นเหอะ)  ปีนี้ผมจึงวางแผนการรบเอ้ยแผนการเดินทางค่อนข้างกระชั้นชิดกับวันเดินทางเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่พลาดเหมือนปีที่แล้ว  เพราะเจ้าซากุระนี่จะบานเมื่อไหร่ เอาแน่เอานอนกะหล่อนไม่ได้ทั้งนี้แล้วแต่สภาพอากาศของแต่ละปี  และในที่สุดช่วงเวลาที่ผมเลือกคือสัปดาห์แรกหลังจากวันหยุดปีใหม่เนื่องจากไม่ต้องการแย่งอากาศหายใจกับบรรดานักท่องเที่ยวที่จะเยอะมากในช่วงดังกล่าว  และดอกซากุระก็น่าจะยังบานอยู่มากพอสมควร 

ผมเดินทางถึงเชียงใหม่ค่ำของวันที่ 5 มกราคม 2552 และพักที่บ้านเพื่อนใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่  นอนหลับบ้างตื่นบ้างเพราะไม่ชินกับสถานที่และตื่นเต้นกับภาพที่จะปรากฏเบื้องหน้าตลอดการเดินทางในครั้งนี้

หกโมงตรงเสียงนาฬิกาปลุกให้ลุกขึ้นอาบน้ำและเตรียมออกเดินทาง   อากาศยามเช้าที่เย็นกำลังสบายทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกแม้ว่าจะยังนอนไม่เต็มอิ่มก็ตาม …. ล้อรถเริ่หมุนขณะนาฬิกาบอกเวลาหกโมงครึ่งพอดี   เรามุ่งหน้าไปทานอาหารเช้ากันก่อนที่ร้านโจ๊กสมเพชรริมคูเมืองเชียงใหม่  จากนั้นจึงมุ่งหน้าขึ้นดอยสุเทพ   ขับรถผ่านพระธาตุดอยสุเทพ  และเลยพระตำหนักภูพิงค์มาเล็กน้อย  จากจุดนี้เราเริ่มเห็นต้นซากุระชูช่อดอกบานสะพรั่งอยู่ริมทางช่วยให้อุ่นใจได้ว่าปีนี้ซากุระคงไม่ร่วงโรยจดหมดต้นเหมือนปีที่แล้วแน่ ๆ

ห่างจากพระตำหนักไม่มากนัก  เป็นทางแยกเข้าสู่บ้านช่างเคี่ยน  ซึ่งหนทางเริ่มแคบลงและลัดเลาะไปตามไหล่เขา  ผมขับรถผ่านแมกไม้อันร่มรื่นราว 10 นาทีก็ได้พบกับต้นซากุระที่กำลังออกดอกสีชมพูสะพรั่งตลอดแนวถนน  เสียงชัตเตอร์บันทึกภาพของผองเพื่อนที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขดังขึ้นเป็นระยะ   สลับกับการถ่ายภาพบรรยากาศโดยรอบที่วันนี้มีผู้คนไม่หนาแน่นนักเนื่องจากเลยเทศกาลวันหยุดไปแล้ว

สีชมพูเป็นทิวแถว
ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

สีชมพูตัดกับสีเขียวของผืนป่า
ขุนช่างเคี่ยน

แหงนมองจากใต้ต้น
ขุนช่างเคี่ยน
 
บางต้นเริ่มมียอดอ่อนแล้ว
ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

หลังจากถ่ายภาพกันพอสมควรแล้วผมก็ขับรถต่อไปยังร้านกาแฟชื่อดังประจำขุนช่างเคี่ยน   ณ ที่นี่เราได้ดื่มด่ำกับกาแฟหอมกรุ่นภายใต้บรรยากาศอันงดงามของดอยสีชมพูแห่งนี้   ช่วยเติมความสุขให้กับพวกเราหลังจากที่ล้ากับงานหนักตลอดปีได้โขทีเดียว  

ร้านกาแฟที่บรรยากาศสวยงามสุดบรรยาย
ขุนช่างเคี่ยน

ใต้ร่มซากุระกะคนรู้ใจ
ขุนช่างเคี่ยน

เลยจากร้านกาแฟไปหน่อยเป็นจุดกางเต้นท์และสวนผลไม้ที่เขียนบอกไว้ว่าต้นพลัมซึ่งกำลังออกดอกสีขาวสะพรั่งงดงามจนมีช่างภาพมาล้อมถ่ายภาพกันเต็มไปหมดไม่แพ้ต้นซากุระเลยทีเดียว  

ดอกพลัมสีขาวสดใส
ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

หลังจากอิ่มกับบรรยากาศงาม ๆ แล้ว  ผมเดินทางต่อไปยังบ้างม้งดอยปุยเพื่อหาซื้อของฝากและทานอาหารเที่ยง    ซึ่งอาหารเด็ดของที่นี่ก็หนีไม่พ้นข้าวซอยดอยปุยครับ  รสชาติเข้มข้นอร่อยจริง ๆ    และสำหรับคนรักดอกไม้ที่นี่มีสวนสวย ๆ ให้ได้ถ่ายภาพกันพอหอมปากหอมคอ  โดยเสียค่าบริการแค่คนละ 10 บาทเท่านั้นเอง

ดอยปุย : แหล่งช็อปปิ้งที่ถูกใจสาว ๆเป็นที่สุด
ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

แม่อุ้ย
ขุนช่างเคี่ยน

ดอกไม้สวย ๆ ในสวนม้ง
ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

ลงจากดอยผมขับรถไปยังอำเภอจอมทองเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไปของเรา  “ขุนวาง”

Link ไปยังบทความที่เกี่ยวข้องในทริปนี้
ขุนช่างเคี่ยน  ขุนวาง  แม่เมย  ปางอุ๋ง  ขุนแม่ยะ  สันป่าเกี๊ยะ-แม่ตะมาน

การเดินทาง
ขุนช่างเคี่ยนอยู่ห่างจากเมืองเชียงใหม่ราว 32 กม.  บนเส้นทางดอยสุเทพดอยปุย  โดยทางแยกเข้าบ้านช่างเคี่ยนจะอยู่เลยจากพระตำหนักภูพิงค์ไปเล็กน้อย  เส้นทางในช่วง 8 กม.สุดท้ายเป็นถนนลาดยางแต่ค่อนข้างแคบต้องระมัดระวังในการขับขี่  และถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลเพราะรถจะติดมาก    การเดินทางจากเมืองเชียงใหม่ถึงจุดชมซากุระ  ขับแบบเรื่อย ๆ และรถไม่ติดมากใช้เวลาประมาณ 1 ชม.

ที่พัก
ที่พักที่ขุนช่างเคี่ยนมีเป็นบ้านพักในความรับผิดชอบของมช. และสามารถขออนุญาตกางเต้นท์ได้  โดยติดต่อคุณบุญนาค (มช. 053-944052)


WordPress Themes