บทความที่เกี่ยวกับ tag : ทัวร์ภูเก็ต

ลองเส้นทางใหม่ ภูเก็ต-เกาะยาว-เกาะห้อง

แม้ว่าจะอยู่ภูเก็ต  แต่นาน ๆ ทีผมจึงมีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาะยาว และเกาะห้อง (จังหวัดกระบี่)  เนื่องจากบริษัททัวร์ที่นี่เน้นไปที่เกาะพีพี, เกาะราชา, เกาะไข่ ซะเป็นส่วนใหญ่  ดังนั้นเมื่อน้องที่บริษัททัวร์โทรมาชวนไปทดลองเส้นทางเปิดใหม่  เกาะยาว-เกาะห้อง ผมก็ไม่รีรอที่จะตกลงแม้ว่าจะรู้ล่วงหน้าแค่เพียงวันเดียว   ผมขออนุญาตวงเล็บ (จังหวัดกระบี่) ไว้หลังเกาะห้องก็เพราะ  มีเกาะห้องที่อ่าวพังงาด้วย  กลัวว่าจะสร้างความสับสนให้กับเพื่อน ๆ

ทริปนี้ของผมก็คล้าย ๆ กับทัวร์อื่น ๆ ที่เดินทางไปอ่าวพังงา  คือเริ่มต้นที่ท่าเรืออ่าวปอ โดยเรือออกประมาณ 9 โมงเช้า  เป็นเรือสองชั้นด่านล่างเป็นห้องครัวและเก็บเรือ kayak ส่วนด้านบนเป็นที่นั่งสำหรับลูกค้า  เหมือนกับเรือที่ใช้ในทริปแคนูอ่าวพังงาทั่ว ๆ ไป … เรือค่อย ๆ แล่นออกจากท่าช้า ๆ มุ่งสู่เกาะยาว  ระหว่างนั้นไกด์ก็บรรยายโปรแกรมประจำวันนี้ให้ฟัง  รวมถึงให้ข้อแนะนำในการท่องเที่ยว  เมื่อบรรยายจบก็ให้ลูกทัวร์ได้นั่งกินลมชมวิว  โดยมีของว่างเตรียมไว้ให้ได้ทานกันตลอดโปรแกรม … เรือใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงก็ถึงท่าเรือเกาะยาวใหญ่  ซึ่งมีรถสามล้อดัดแปลง  มารอรับพวกเราอยู่แล้ว  โดยมีชาวบ้านเป็นผู้ขับเพื่อนำชมธรรมชาติบนเกาะยาวใหญ่และวิถีชีวิตชาวบ้าน  เริ่มตั้นด้วยการวิ่งผ่านหมู่บ้านบนเกาะ  ชมการสาธิตนำใบไม้ในท้องถิ่นมาสานเป็นภาชนะ  ตามด้วยโปรแกรมที่เรียกเสียงปรบมือให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ  ก็คือดูลิงขึ้นมะพร้าว  ซึ่งก็ต้องลุ้นพอสมควรว่ามันจะยอมทำหน้าที่หรือเปล่าเพราะวันนี้้มะพร้าวแก่เกือบจะหมดต้นแล้ว และเจ้าลิงก็ไม่ยอมเก็บลูกที่ยังไม่แก่ซะด้วย  แต่สุดท้ายก็หาเป้าหมายเจอจนได้ไ่ม่งั้นคงไม่ได้ลงจากต้นแน่ หุหุ … จากนั้นก็มีการสาธิตการกรีดยางซึ่งเป็นอาชีพที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนบนเกาะ  งานนี้ฝรั่งตาน้ำข้าวขออาสาลองกรีดดูด้วย  ดูน่ารักไปอีกแบบ

ชมกิจกรรมพื้นบ้านสักพัก ก็นั่งรถสามล้อต่อไปยังปลายแหลมเพื่อกลับขึ้นเรือ  ซึ่งต้องผ่านธรรมชาติที่ยังคงบริสุทธิ์อยู่มาก  แม้บริเวณปลายแหลมจะยังไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ภูมิประเทศบริเวณนั้นก็ทำให้ผมประทับใจจนถ่ายภาพไปเยอะทีเดียว … จากจุดนี้เราึขึ้นเรือหางยาว  โบกมือลาคนขับรถของเราเพื่อกลับขึ้นเรือและมุ่งหน้าไปยังเกาะห้อง  เรามาถึงเกาะห้องเกือบเีที่ยง  ซึ่งเป็นช่วงที่แดดกำลังสวยพอดี  ทั้งนี้เืรือจะจอดลอยลำอยู่ด้านนอกแล้วให้เราพายเรือ kayak เข้าไปสู่ฝั่ง   เกาะห้องเป็นอีกเกาะที่ผมชอบมากเพราะน้ำใส สีเขียวมรกตสวยงามมาก  และมีเวิ้งอ่าวที่มีฟอร์มสวยเหมาะกับการถ่ายภาพ  ผมใช้เวลาถ่ายภาพอยู่พักใหญ่  ทางทัวร์ก็ชวนพาย kayak ไปที่ lagoon กลางเกาะ  ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่ได้ชมหน้าผาและพันธุ์ไม้ท้องถิ่นประเภทกล้วยไม้ รวมถึงนกท้องถิ่นได้อย่างใกล้ชิดได้บรรยากาศไปอีกแบบ  และเมื่อเข้าสู่เวิ้งอ่าวที่เป็น lagoon ก็ได้ชมอีกบรรยากาศที่แตกต่างออกไป  เพราะด้านในจะเป็นน้ำตื้น  มีต้นโกงกางอยู่โดยรอบ  ถ้าวันไหนน้ำใสจะสามารถมองเห็นปลาดาวอยู่ด้านล่างด้วย  ผมใช้เวลาถ่ายภาพอยู่พักใหญ่ก็พายเรือออกมาขึ้นเรือที่ลอยลำรอรับเราอยู่แล้ว … หลังจากที่ออกแรงกันมาพอสมควรก็ได้เวลาทานอาหารเที่ยงพอดี  บรรยากาศดี ๆ บวกกับความเหนื่อยยิ่งทำให้อาหารอร่อยขึ้นอีกเป็นกอง  และทางทัวร์ก็เอาใจเต็มที่โดยนำไปลอยลำอยู่ที่เกาะใกล้ ๆ ที่ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน  ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ทานข้าวท่ามกลางบรรยากาศหาดส่วนตัว หุหุ

หลังจากอิ่มแล้ว  บางคนก็พักผ่อนบนเรือ อ่านหนังสือ บางส่วนลงไปเล่นน้ำตามอัธยาศัย  ส่วนผมก็ว่ายน้ำเล่นขึ้นไปชมบรรยากาศบนฝั่งของเกาะซึ่งทำสัมปทานรังนก ซึ่งพบได้ทั่วไปในเขตจังหวัดกระบี่   ทัวร์ปล่อยให้เราได้พักผ่อนกันพักใหญ่ก็ค่อย ๆ แล่นผ่านหมู่เกาะน้อยใหญ่ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของกระบี่  และยังแวะให้เราได้พาย kayak เล่นอีกรอบ  เื่ื่พื่อเข้าไปชมเกาะแก่งบริเวณนั้น  โดยไกด์แจ้งว่าโปรแกรมส่วนนี้ไม่ได้ fix ตายตัว  แต่จะดูว่าเกาะไหนมีคนน้อย  ก็จะแวะให้ลูกทัวร์ได้แวะเพื่อให้ไม่ต้องไปแย่งพื้นที่กลับกลุ่มอื่น ๆ เจ๋ง จริง ๆ

ประมาณ 3 โมงเศษเรือก็มุ่งหน้ากลับภูเก็ต  ผ่านเส้นทางเดิม  โดยช่วงนี้ลูกทัวร์แต่ละคนก็ได้พักผ่อนก็ตามสบาย แต่ส่วนใหญ่ก็จะงีบหลับด้วยความเพลียจากกิจกรรมตลอดวัน  เพราะลมเย็น ๆ บนชั้นสองของเรือนี่มันช่างทำให้หลับสบายดีจริง ๆ … ผมมารู้สึกตัวอีกทีก็เกือบจะถึงท่าเรือแล้ว ซึ่งนาฬิกาบอกเวลา 5 โมงเศษ ๆ  นับเป็น one day trip ที่เยี่ยมยอดอีก trip หนึ่ง  เพื่อน ๆ ที่มาภูเก็ตและไม่อยากจำเจกับโปรแกรมเดิม ๆ ผมขอแนะนำโปรแกรมนี้ครับ  เพราะมีความหลากหลาย ได้ชมวิถีชาวบ้านและชมธรรมชาติหลากหลายแบบ ทั้งน้ำทะเลใส ๆ, หน้าผา, snorkeling และทะเลแบบป่าโกงกันอันทรงเสน่ห์  … สนใจก็ลองติดต่อได้ที่ Phuket Tour Holiday นะครับ 089 726 17 88, 087 263 44 88, 076-212 488

อ่านมาเยอะแล้ว มาชมภาพสวย ๆ ของทริปนี้กันดีกว่า ..


Happy day @ พีพี – เกาะไข่

ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไงอากาศที่ภูเก็ตเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก วันนี้ฟ้าครึ้ม รุ่งขึ้นฟ้าแจ่ม ฝนตก ๆ หยุด ๆ ทำเอาหลาย ๆ คนออกอาการไม่ค่อยสบาย ผมเองก็เหนื่อยแสนเหนื่อยกับการขับรถวันละ 1 ชม.มาทำงาน ผ่านทะเลสวย ๆ ตรงหาดกะหลิมทุกวัน เห็นแล้วเกิดกิเลสอยากถ่ายภาพแต่ถ้าแวะมีหวังทำงานสายแน่ ๆ ครั้นจะตื่นเช้ากว่านี้ก็ม่ายไหว หุหุ แบบว่าวัยกำลังกินกำลังนอนจะให้พักผ่อนน้อยกว่า 8 ชม.ได้อย่างไร อิอิ

ว่าแล้วก็เลยผุดแผนการเที่ยวแบบใกล้ ๆ คลายเครียด ซะหน่อย … ติ๊กตอก ๆ คิดไป เอาเท้าก่ายหน้าผากไป ก็นึกไม่ออกว่าที่ไหนในระยะการเดินทางแบบ one day trip ที่จะสวยกว่า เกาะไข่ – เกาะพีีพี ไปอีกแล้ว แถมได้ข่าวว่าช่วงนี้ ปลาญี่ปุ่น ปลาจีน ชุกชุม ว่ายน้ำกันขวักไขว่ ก็เลยเลยมิรอช้า โทรหาผู้เชี่ยวชาญเรื่องทัวร์ภูเก็ตเจ้าประจำ จองวันอาทิตย์นั้นเลย พร้อมสั่งการเสร็จสรรพว่ากรุณาอัญเชิญคุณพระอาทิตย์ทำงานด้วย ถ้าฝนตกตรูไม่จ่ายเงินนะเฟ้ย อิอิ พอถึงวันปรากฎว่าได้ผลครับ ฝนไม่ตก แม้จะมีเมฆพอครึ้ม ๆ หน่อยแต่ก็ยังดีกว่าต้องตากฝนเล่นน้ำทะเล 555

ทริปนี้เดินทางด้วย speed boat ลำใหญ่แบบ 3 เครื่องยนต์ บรรทุกคนได้กว่า 40 คน ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องเครื่องยนต์พังกลางทะเลเพราะยังมีมืออีกกว่า 80 มือกับเท้าอีก 40 คู่ช่วยราน้ำ อิอิ … ก่อนเดินทางไกด์รูปหล่อก็บรรยายภาพรวมของทริป ข้อควรปฏิบัติและข้อควรระวังตลอดการเดินทาง พร้อทั้งแจกยาแก้เมาสำหรับคนที่ไม่ค่อยถูกกับคลื่นลมในทะเล ซึ่งนับเป็น first impression เลยทีเดียวเพราะมุขพี่แกเยอะเหลือเกิน ผมเห็นฝรั่งฟังไป หัวเราะไป เกือบนึกว่านั่งอยู่ใน cafe หุหุ

ลูกทัวร์กำลังฟัง guide brief อย่างตั้งอกตั้งใจ

speed boat แบบ 3 เครื่องยนต์

เราออกเดินทางจากท่าเรือแหลมตุ๊กแก ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะภูเก็ตราว ๆ เก้าโมงครึ่ง เรือใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงก็ถึงเกาะพีพีเล และแวะให้เราสัมผัสกับความงามของชายหาดและน้ำใส ๆ ที่อ่าวมาหยา หาดชื่อดังในใช้เป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง The Beach นั่นเอง … วันนี้อ่าวมาหยาีคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่สลับกับขึ้นลงเรือ ทำให้หามุมถ่ายภาพที่ไม่ติดคนยากสักหน่อย กว่าจะได้มุมน้ำทะเลสีฟ้า ตัดกับสีเขียวเข้มก็ต้องแทรกตัวหนีผู้คนพอสมควร

ในวันที่หาดแห่งนี้ไม่มีผู้คนผมคิดว่าคงสวยมาก ๆ ครับ เพราะหาดทรายที่นี่ขาวสะอาด และเม็ดทรายละเอียดมาก น้ำทะเลก็เป็นสีฟ้าใส แต่ถ้ามองไปไกลๆ ก็จะเห็นเป็นสีเขียวมรกต อ่าวเล็ก ๆ แห่งนี้ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูที่มีเสน่ห์ในแบบของเกาะพีพี นับว่าโชคดีมากที่เกาะแห่งนี้ไม่อนุญาตให้สร้างโรงแรมเนื่องจากอยู่ในเขตสัมปทานรังนกนั่นเอง ทำให้ธรรมชาติยังคงอยู่ไม่แตกต่างจากที่ผมเคยมาเมื่อ 10 กว่าปีก่อนมากนัก อ้าว…เวรกรรมเผลบอกเรื่องเวลาไป อย่างงี้ก็เดาอายุผมถูกอ่ะดิ หุหุ

น้ำใส ๆ

มุมนี้ผมจอง หุหุ

ใครมายืนบังกล้องผมอ่ะ

มาดู Video กันบ้าง

เราใช้เวลาเกือบชั่วโมงถ่ายภาพ เล่นน้ำ ชมนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเอเซียเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน (ส่วนใหญ่เป็นอย่างหลัง อิอิ) จนได้เวลานัดก็เดินมาเจอกันที่ speed boat ที่จอดรอเราอยู่ริมหาด …

อำลาอ่าวมาหยา
เรือค่อย ๆ แล่นออกจากอ่าว อ้อมไปด้านหลังเกาะเพื่อนำเราชมความงามรอบ ๆ เกาะพีพีเล โดยเรือนำเราเข้าไปชมความงามของอ่าวปิเละ อ่าวที่ห้อมล้อมไปด้วยหน้าผาหินสูงชัน ด้านในเป็นน้ำใสสีเขียวมรกต มีความลึกไม่มากนัก เหมาะสำหรับการว่ายน้ำเล่นเป็นอย่างยิ่ง

ความงามของอ่าวปิเละ

เรือแล่นเบา ๆ ให้พวกเราตะกายเรือถ่ายภาพกันพอหอมปากหอมคอ ก็นำเราไปยัง ถ้ำไวกิ้ง ซึ่งเป็นจุดที่มีการทำสัมปทานรังนก ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำเงินมหาศาลทีเดียว เสียดายมาทัวร์น่าจะแถมรังนกสักคนละกิโล อิอิ

ออกจากถ้ำไวกิ้ง เรือนำเรามุ่งหน้าสู่เกาะพีพีดอน โดยแวะที่ monkey beach เพราะที่นี่เป็นที่ซึ่งมีฝูงลิงมารอคอยทักทายนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย ว่าไปแล้วก็อิจฉาลิงจริง ๆ ที่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม มีคนตั้งชื่อหาดให้เป็นชื่อของมัน แถมมีคนเอาอาหารมาป้อนถึงที่ น่าอิจฉาซะนี่กะไร ว่าแล้วขอสมัครเป็นลูกสมุนด้วยดีก่า หุหุ หลังจากส่งอาหารให้เจ้าลิงสวาปามจนนึกได้ว่าไม่มีอาหารกินเล่นสำหรับวันนี้แล้ว เรือก็แล่นห่างฝั่งออกมาลอยลำให้พวกเรา snorkeling ชมความงามของปลาและปะการังบริเวณหน้าเกาะพีพีดอน สำหรับคนที่ไม่ประสงค์จะลงน้ำก็สามารถนั่งรอบนเรือได้ แต่อาจจะเมาคลื่นได้เพราะเรือค่อนข้างจะโคลง ดังน้นผมแนะนำเพื่อน ๆ ให้เตรียมพร้อมในการลงน้ำนะครับ เพราะไหน ๆ มาแล้วก็ต้องลงไปชมความงามกันหน่อย

ให้อาหารน้องลิงที่ Monkey Beach

จะ Snorkeling หรือจะพายเรือเล่นก็ได้

เรามีเวลาเล่นน้ำกันที่จุดนี้เกือบ ๆ หนึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาหิวพอดี … บริษัททัวร์ก็แสนจะรู้ใจรีบน้ำเราเข้าเทียบท่าที่ร้านอาหารบริเวณอ่าวต้นไทรของเกาะพีพีดอนโดยมิรอช้า เรียกได้ว่าลงเรือปั๊ปก็เดินเข้าร้านอาหารเล สุดโค่ยจริง ๆ .. และก็ทานอาหารกับบรรยากาศอันงดงามริมทะเลนั่นแหละครับ ซึ่งที่ตั้งของร้านอาหารที่ทางทัวร์เลือกให้นี้อยู่ในทำเลที่ดีมาก เพราะห่างจากท่าเรือใหญ่พอสมควร ทำให้ผู้คนไม่พลุกพล่านมาก และน้ำตรงจุดนี้ก็สวยกว่าตรงท่าเรือด้วย ใครที่ยังเล่นน้ำไม่หนำใจก็เ่ล่นต่อตรงนี้ได้เลย แต่ส่วนผมขอตัวไปทานอาหารเที่ยงดีกว่า ซึ่งอาหารก็จะเป็นแบบบุฟเฟต่ และเครื่องดื่มชากาแฟ แบบบริการตัวเอง รสชาติอาหารก็ไม่เลวทีเดียวโดยเฉพาะตอนที่กำลังหิวเช่นนี้ หุหุ

วิวสวย ๆ ที่หน้าร้านอาหาร

โปรแกรมช่วงบ่ายวันนี้ถือเป็น hi light เพราะเราจะไปแวะเกาะไข่นอก ระหว่างทางขากลับไปยังภูเก็ตนั่นเอง … เกาะไข่เป็นเกาะเล็ก ๆ (เล็กมากจริง ๆ) แต่มีชายหาดที่สวยสุดยอด น้ำใส มีปลาเยอะและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว ซึ่งผมอยากเรียกกว่าปลาตะกละมากกว่า เพราะมันหากินเองไม่เป็น ต้องรออหารจากนักท่องเที่ยวนั่นเอง จะว่าไปแล้วต้องโทษนักท่องเที่ยวรุ่นก่อน ๆ ที่ให้อาหารมันจนเคยตัว หุหุ

ทางทัวร์ให้เราใช้เวลาที่นี่กันเต็มที่ แถมมีเครื่องดื่มและผลไม้สดนำมาบริการให้ถึงบนเกาะ ใครจะเล่นน้ำ ใครจะ snorkeling หรือจะถ่ายภาพก็ตามอัทธยาศัย ส่วนผมกำลังตาลายกับสาว ๆ ที่เดินกันเต็มหาดไปหมด 555 … แอบดีใจลึก ๆ ว่าภูเก็ตเริ่มมีนักท่องเที่ยวกลับมาแล้ว service charge ของผมจะได้มากขึ้นซะที อิอิ

บรรยากาศสวย ๆ ของเกาะไข่ กับกิจกรรมของนักท่องเที่ยว

วันนี้น้ำขึ้นค่อนข้างสูงทำให้พื้นที่บนชายหาดเหลือไม่มากนัก แต่ก็ได้ภาพของใส ๆ มากฝากเพื่อน ๆ หลายภาพทีเดียว หวังว่าคงถูกใจเพื่อน ๆ นะครับ … ผมขอแนะนำเลยว่ามาภูเก็ตทั้งทีต้องมาเกาะไข่ให้ได้นะครับ รับรองไม่ผิดหวัง …

เราออกเดินทางจากเกาะไข่เพื่อเกลับเข้าฝั่งราว 4 โมงเย็น และใช้เวลาอีกราว 20 นาทีก็ถึงฝั่งโดยปลอดภัย จิตใจอิ่มเอมด้วยภาพสาวๆ เอ้ยภาพสวย ๆ ของหมู่เกาะและน้ำทะเลสีคราม ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ …

ทริปนี้ขอขอบคุณ Phuket Tour Holiday ครับที่จัดการเรื่องจองทัวร์ให้ในวันที่ฝนไม่ตก อิอิ จองกับทัวร์อื่นอาจโดนวันฝนตกนะเนี่ย 555 ใครสนใจทริปสนุก ๆ แบบนี้ติดต่อได้ที่ 089 726 17 88, 087 263 44 88 ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากดูทริปอื่น ๆ ก็แวะไปที่เวปเขาได้เลยครับ http://www.phukettourholiday.com/


สุดสัปดาห์ที่เกาะราชา-เกาะเฮ

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ภูเก็ตอากาศดีมากที่เดียว  ผมจึงมิรอช้าใช้โอกาสวันหยุดอาทิตย์ที่ผ่านมาจองทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับกับคุณโอ๋แห่ง yoursvacations บริษัททัวร์ภูเก็ตเจ้าประจำ  และเป้าหมายของผมในวันนี้อยู่ที่เกาะราชาหรือที่บางคนเรียกว่าเกาะรายานั่นเอง  โดยจะแวะเกาะเฮ (coral island) ด้วย

ที่เลือกเกาะราชาก็เพราะท่าเรืออยู่ใกล้บ้านผมนิดเดียว อิอิ … ก่อนขึ้นเรือผมก็แวะทานขนมจีบที่ร้านหยกเยื้อง ๆ โรงพักสภอ. ฉลอง  หลังจากที่ไม่ได้อุดหนุนมานาน  ซึ่งตอนนี้ย้ายร้านห่างจากร้านเดิมเล็กน้อย แต่สไตล์การตกแต่งยังคงสวยงามเหมือนเดิม  ส่วนขนมจีบก็มีให้เลือกมากมายหลาย  เป็นร้านนึงที่แนะนำหากเพื่อน ๆ ต้องมาขึ้นเรือที่ท่าเรืออ่าวฉลอง หรือเป็นทางผ่านไปขึ้นเรือที่ท่าเรือราไวย์

ผมมาถึงก่อนเวลาค่อนข้างเยอะ  จึงถือโอกาสสะพายกล้องไปกดชัตเตอร์บรรยากาศยามเช้า ๆ ที่อ่าวฉลองเพื่อฆ่าเวลา  ซึ่งจุดเด่นของอ่าวฉลองก็คือมีเรือจอดอยู่มากมายทั้งเรือหางยาว สปีดโบ๊ท รวมถึงเรือยอร์ชราคาแพง

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ราว ๆ 9 โมงครึ่งก็ได้เวลาขึ้นเรือ  ซึ่งนักท่องเที่ยวจะถูกแบ่งด้วยสีของสติกเกอร์เพื่อเฉลี่ยจำนวนนักท่องเที่ยวของแต่ละลำให้เท่า ๆ กัน ซึ่งเรือที่เราจะไปด้วยวันนี้เป็น speed boat ขนาด 3  เครื่องยนต์ซึ่งน่าจะบรรจุผู้โดยสารได้ราว ๆ 40 คน

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

หลังจากเรือเริ่มออกเดินทาง  ไกด์ก็แนะนำตัวและโปรแกรมท่องเที่ยววันนี้  ซึ่งจุดหมายแรกของเราวันนี้คือเกาะเฮ  ที่ใช้เวลาเพียง 15 นาทีจากท่าเรืออ่าวฉลองเท่านั้น 

เกาะเฮมีหาดหลัก ๆ อยู่สองหาด  คือหาดกล้วยซึ่งอยู่ทิศตะวันออกของเกาะ และหาดที่เรือของเราแวะซึ่งเป็นที่ตั้งของ coral island resort ทั้งนี้เรือจะจอดให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำ ดูปะการัง และทำกิจกรรมต่าง ๆ 1 ชั่วโมง

เนื่องจากมีเวลาไม่เยอะนักผมจึงตัดสินใจไม่ลงเล่นน้ำ  แต่ใช้เวลาเดินถ่ายภาพบนชายหาดแทนเพราะวันนี้อากาศดีมาก ๆ และน้ำที่นี่ก็ใสเหลือเกิน  ขนาดผมเป็นเด็กเกาะ เห็นทะเลอยู่บ่อย ๆ ยังอดร้องว๊าวเมื่อเห็นน้ำใส ๆ ไม่ได้เลย  จะใสแค่ไหนก็ลองดูกันเลยครับ มีทั้งภาพและวิดีโอมายืนยัน

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

Video ที่ผมลองถ่ายด้วย Nikon D90 ครับ  ยังใช้ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่  ลองดูกันนะครับว่าน้ำใสแค่ไหน

 

ส่งนางแบบลงไปเล่นน้ำ อิอิ

กิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวก็คือ Parasailing ครับ  ดูแล้วน่าสนุกมากแต่ไม่ได้ลองถามราคาดูว่าคนละเท่าไหร่ มาคราวหน้าสงสัยต้องลองสักที

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ลองบันทึกแบบ Video ด้วยเหมือนกัน

นอกจากทะเลจะสวยแล้วก็ยังมีสาว ๆ สวย ๆ มากมายเพราะเกาะแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวญี่ปุ่นมาก (ภาพนี้ซุ่มถ่ายจากระยะไกล หุหุ)

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เมื่อครบหนึ่งชั่วโมงตามที่นัดไว้ก็ได้เวลาขึ้นเรือไปกันต่อครับ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เรือใช้เวลาเดินทางราวครึ่งชั่วโมงเท่านั้นก็ถึงเกาะราชา จุดหมายหลักของเราในวันนี้ โดยเรืออ้อมไปทางหลังเกาะเพื่อให้พวกเราดำน้ำดูปะการังกันก่อน ซึ่ง ณ จุดนี้มีทั้งปะการังและ ปลาสวยงามมากมาย และน้ำที่นี่ก็ใสมากไม่แพ้ที่เกาะเฮเช่นกัน ผมจึงอดไม่ได้ที่จะต้องลงไปเล่นน้ำด้วยหลังจากที่ถ่ายภาพจากบนเรือได้ 5-6 ภาพ

บรรยากาศบริเวณที่เป็นจุดดำน้ำดูปะการัง (Snorkeling)

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เรื่องชูชีพกับหน้ากากดำน้ำไม่ต้องห่วงครับเพราะทางทัวร์เตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ  พร้อมทั้งเครื่องดื่มเย็น ๆ และผลไม้สดหลังจากดำน้ำกันจนเ  หนื่อยแล้ว  ซึ่งที่จุดนี้ทางทัวร์จะให้เวลาเล่นน้ำประมาณครึ่งชั่วโมง

เมื่อได้เวลาเรือจึงนำเรากลับไปยังหาดบาตก  ซึ่งเป็นหาดที่ดังที่สุดของที่นี่และเป็นที่ตั้งของ The Racha Resort อันเป็นความฝันของหลาย ๆ คนว่าจะได้พักที่นี่สักครั้งครับ

เกาะราชามีจุดเด่นมากคือ น้ำใสและสีของน้ำจะเป็นสีฟ้าสวยงามมาก  เรียกได้ว่าสวยงามไม่แพ้มัลดีฟเลยทีเดียว  มาดู video ที่ผมถ่ายไว้ตอนเรือกำลังจะเทียบท่านะครับ

ถึงฝั่งปั๊ปไกด์ก็เดินนำไปยังร้านอาหารซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 10 นาที ส่วนผมใช้เวลาที่แสงกำลังสวยบันทึกภาพเหล่านี้มาฝากเพื่อน ๆ ครับ

 ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

หลังจากกดชัตเตอร์ชนิดไม่ยั้งได้สักพัก ก็ต้องรีบวิ่งตามลูกทัวร์คนอื่นไปเพราะเกรงว่าจะหลงทาง อิอิ … ซึ่งทางเดินจะเลียบไปกับรั้วของ The Racha ก็เลยถ่ายภาพมุมหนึ่งของรีสอร์ทแห่งนี้มาฝากครับ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เดินท่ามกลางแดดร้อนจัดยามเที่ยงได้สักพักก็ถึงร้านอาหารผัดไท ซึ่งทัวร์ได้จัดเตรียมอาหารบุฟเฟ่ต์มาตรฐานทัวร์ภูเก็ตไว้ให้ ประกอบด้วย ข้าวผัด, ต้มยำทะล, สลัด, ผักชุบแป้งทอด, ผัดเปรี้ยวหวาน (ทัวร์อื่น ๆที่ผมไปมาก็คล้าย ๆ กัน) … สำหรับรสชาติอาหารก็อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ครับ ไม่ได้อร่อยมากแต่ก็ไม่ถือว่าแย่ เรื่องปริมาณไม่ต้องห่วงครับมีเติมให้ตลอด น่าจะถูกใจคนกินจุ อิอิ

หลังจากทานข้าวเสร็จผมเลือกที่จะเดินต่อไปอีกหน่อยเพื่อเยือนหาดอีกแห่งหนึ่งของเกาะราชา นั่นคืออ่าวสยาม ซึ่งที่นี่มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าอ่าวบาตกมาก รีสอร์ทที่นี่ดูสบาย ๆ เข้ากับธรรมชาติมากกว่าแต่ก็ไม่หรูหราเท่า The Racha

เสียดายมากที่ตอนที่ผมมาถึงกำลังอยู่ในช่วงน้ำลง บริเวณริมหาดจึงมีหินโผล่ขึ้นมาบ้างทำให้ภาพน้ำทะเลไม่สวยเท่าที่ควร ลองดูก็แล้วกันครับว่าขนาดไม่สวยยังได้ภาพแบบนี้เลย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

และแน่นอนครับ นางแบบสนุกสนานกับ action กับท้องฟ้าสดใสตามเคย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ผมถ่ายภาพไป ดูผลงานไป ชักสนุกอยากมีภาพตัวเองบ้าง เพราะปกติเป็นช่างภาพอย่างเดียว ก็เลยขอเป็นนายแบบบ้าง อิอิ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ถ่ายภาพได้พักใหญ่ก็หาทางเดินกลับไปยังอ่าวบาตก เพราะทัวร์มีเวลา free time ให้กับเราราว 3 ชั่วโมง ซึ่งผมใช้เส้นทางกลับคนละเส้นกับทางที่มา เป็นทางที่ต้องขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อข้ามไปยังหาดอีกฝั่งหนึ่ง ระยะทางก็ใกล้นิดเดียวครับ ก่อนจะลาจากหาดสยามก็แอบเก็บภาพในมุมสูงจากเนินเขาไว้หน่อย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เดินราว ๆ 5 นาที่ก็กลับมาถึงอ่าวบาตกครับ โชคดีที่ผมถ่ายภาพหาดแห่งนี้ไปแล้วตั้งแต่ช่วงเที่ยง เพราะพอเริ่มบ่ายทิศทางของแสงก็ไม่ค่อยเหมาะกับการถ่ายภาพเท่ากับช่วงเที่ยง (ช่วงสาย ๆ ราว 10-11 โมงน่าจะเหมาะสุด) แถมตอนนี้น้ำลงด้วย ผมจึงเดินหามุมนั่งพักผ่อนและเก็บภาพบรรยากาศทั่ว ๆ ไป

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

คณะนักท่องเที่ยวกำลังสนุกกับการดำน้ำดูปลา

 

กิจกรรมหนึ่งที่สนุกมากคือการเล่นกับคลื่นบนท่าเรือทุ่น โดยเฉพาะเมื่อมีคลื่นลูกใหญ่ อธิบายไม่ถูกลองดู Video กันดีกว่าครับ

กิจกรรมนี้จะสนุกมากถ้าวิ่งตามคลื่นไปด้วย เสียดายตอนคลื่นลูกใหญ่ ๆ มาผมไม่ได้บันทึกภาพไว้ครับ

เมื่อได้เวลานัดราวบ่ายสามโมง เรือก็มารับเราที่ท่า และใช้เวลาเดินทางกลับสู่ท่าเรืออ่าวฉลองโดยใช้เวลาราว 35 นาทีเท่านั้น (เมื่อหลายปีก่อนผมเดินทางด้วยเรือหางยาวใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง หุหุ)

สรุปแล้วทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ เกาะเฮ เกาะราชา เป็นทริปที่สนุกมากครับ สถานที่ทั้งสองแห่งสวยงาม น้ำใส ยิ่งถ้าในวันที่อากาศดีรับประกันได้เลยครับว่าไม่ผิดหวัง และที่สำคัญคือไม่เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางมากเพราะเรือใช้เวลาเดินทางไม่นาน แถมกลับถึงภูเก็ตก่อน 4 โมงเย็นซะอีก ทำให้มีเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นในช่วงเย็นต่อได้ เช่นชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรมเทพ หรือหาอาหาร seafood อร่อย ๆ ทานที่ร้านกันเอง หรือร้านต่าง ๆ แถวป่าหล่าย … เอาเป็นว่าเพื่อน ๆ ที่สนใจก็ลองติดต่อกันได้เลยครับที่คุณโอ๋ 089-726-1788, 087- 263-4488 … มีโอกาสเมื่อไหร่ 9MOT จะพาไปเที่ยวอีกนะคร้าบ


ทริปแคนู ตะลุยฝน

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดไปเที่ยวแบบ one day trip โดยคราวนี้เลือกไปพายแคนูที่อ่าวพังงา เพราะเห็นนักท่องเที่ยวมาภูเก็ตโดยเฉพาะฝรั่งชอบทัวร์แคนูที่อ่าวพังงามาก  ถึงขนาดเป็น things to do อันดับต้น ๆ ใน tripadvisor.com เลยทีเดียว   อีกอย่างทัวร์แคนูจะไปพายที่เกาะห้องซึ่งเป็นเกาะที่ผมอยากไปมานานแล้ว จึงตัดสินใจตีตั๋วแบบกระทันหันและแอบลุ้นนิด ๆ ว่าฝนจะตกหรือเปล่าเพราะช่วงนี้ภูเก็ตฝนตกเกือบทุกวัน

เช้าวันอาทิตย์ผมออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อเดินทางไปยังท่าเรืออ่าวปอซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผมพอสมควร  ความจริงแล้วถ้าผมพักที่โรงแรม ผมสามารถให้บริษัททัวร์มารับที่โรงแรมหรือนัดบริเวณที่รถผ่านก็ได้แต่ผมมีธุระต่อตอนเย็นจึงตัดสินใจขับรถไปแทน … จากอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร  ไปทางป่าคลอกราว 10 กม. ก็จะถึงทางแยกเข้าท่าเรืออ่าวปอ  ขับรถไปบนเส้นทางนี้อีกราว 4 กม.ก็ถึงท่าเรือ  ที่วันนี้ดูแข็งแรงมั่นคงกว่าเมื่อก่อนมาก  สามารถให้รถขนาดใหญ่วิ่งสวนกันได้เพื่อความสะดวกในการรับ-ส่งผู้โดยสาร

เมื่อมาถึงท่าเรือผมออกจะผิดหวังเล็กน้อยเพราะฟ้าหมอง เมฆเต็มไปหมดทุกทิศทุกทาง  เรียกได้ว่าไม่มีโอกาสได้เห็นฟ้าใส ๆ แน่ในวันนี้  ผมจึงถ่ายภาพที่ท่าเรือไว้เพียงไม่กี่ภาพ  แล้วรีบเข้าไปติดต่อบริษัททัวร์แคนู  ซึ่งวันนี้ผมเลือกใช้บริการของ Panwa Canoe เพราะเพื่อนที่รู้จักกันบอกว่าทัวร์นี้ใครมาก็ชมทุกคน  จึงต้องพิสูจน์กันหน่อย หุหุ

อากาศหมองหม่นที่ท่าเรืออ่าวปอ

canoe-Phuket1

ผมนั่งรอกรุ๊ปทัวร์ซึ่งมีทั้งญี่ปุ่น, ฝรั่ง, แขก  ซึ่งรวม ๆ แล้วหลายคนผิดจากที่ผมคาดมากเพราะช่วงนี้เป็นช่วง low season แถมฝนทำท่าจะตกด้วย  ไม่นึกว่าจะมีแขกเยอะขนาดนี้  แสดงว่าของเขาคงดีจริง อิอิ   เมื่อนักท่องเที่ยวมาจนครบแล้วหัวหน้าไกด์จึงเชิญขึ้นรถเพื่อไปลงเรือที่ปลายท่า

นั่งรถสองแถวแบบภูเก็ตไปขึ้นเรือ

canoe-Phuket1

เรือที่นำเราไปยังอ่าวพังงาวันนี้เป็นเรือแบบสองชั้น  โดยชั้นล่างเป็นที่เก็บเรือแคนู, ห้องน้ำ และห้องครัว  รวมถึงที่พักของพนักงานพายเรือ  ส่วนชั้นบนเป็นที่พักของผู้โดยสาร  ซึ่งมีโต๊ะวางอยู่ตรงกลางเพื่อวางของว่างและอาหารมื้อเที่ยง

เรือลำที่โดยสารไป

canoe-Phuket1

เมื่อเรือออกไปได้สักพัก  หัวหน้าไกด์ก็อธิบายกำหนดการคร่าว ๆ ของทัวร์ในวันนี้  ซึ่งจะเริ่มจากการลงพายแคนูกันที่เกาะพนัก  ตามมาด้วยเกาะห้อง และลงไปเที่ยวเขาพิงกันรวมถึงชมเกาะตะปู   สุดท้ายจะปิดทริปด้วยการเล่นน้ำที่เกาะละวะใหญ่

หัวหน้าไกด์คนเก่ง กำลังอธิบายโปรแกรมทัวร์ประกอบแผนที่ผสมมุกตลกให้แขกได้ครื้นเครง

canoe-Phuket1

หลังจากฟังคำอธิบายเสร็จผมก็เดินไปถ่ายภาพที่หัวเรือซึ่งมีมุมให้นักท่องเที่ยวไปยืนทำท่า Jack & Rose แบบในเรื่อง tatanic แต่ก็สุดเสียดายที่วันนี้อากาศไม่ดีจริง ๆ ฟ้าจึงไม่สดใส แต่อย่างไรก็ตามรูปทรงของหมู่เกาะในอ่าวพังงาก็สวยงามจนอดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพอันงดงามไว้

ความงามของหมู่กาะในอ่าวพังงา

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

เรือค่อย ๆ แล่นผ่านทะเลสีเขียวเข้มของอ่าวพังงา  ผ่านเกาะเล็กเกาะน้อยจนมาถึงเกาะพนักซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้  ลักษณะจะเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยหน้าผาหินปูน  มีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์  มีชายหาดบ้างแต่ส่วนใหญ่เป็นชายหาดแคบ ๆ 

เกาะพนัก

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

ไม่นานนักเราก็มาถึงเกาะพนักตรงจุดที่จะปล่อยให้เรานั่งแคนูลอดถ้ำเข้าไปเพื่อชมความงามด้านใน   แต่ผมยังไม่ทันได้ลงจากเรือฝนก็เทลงมาชนิดไม่ลืมหูลืมตา  จนผมต้องช่างใจอยู่นานว่าจะเอากล้องลงไปด้วยหรือไม่ เพราะเสี่ยงมากที่กล้องจะเปียกฝน  แต่สุดท้ายก็ยอมเสี่ยงเอากล้องใส่ถุงพลาสติกดำติดตัวไปด้วย และลงเรือท่ามกลางฝนที่กระหน่ำแบบไม่ลืมหูลืมตา

สำหรับทัวร์แคนูนี้  จะมีพนักงานที่มีความชำนาญช่วยพายเรือให้ หน้าที่ของเราก็คือนั่งชมวิวถ่ายภาพกันได้ตามสบายไม่ต้องเหนื่อยแรง  แต่ถ้าใครอยากจะพายเองก็สามารถทำได้ครับ  โดยเรือแต่ละลำจะมีแขก 2-3 คน + คนพาย 1 คน   ซึ่งอากาศแบบนี้ถ้าไม่ห่วงกล้องผมว่าก็สนุกไปอีกแบบเพราะได้เล่นน้ำฝนแถมไม่ร้อนด้วย

นั่งแคนูท่ามกลางฝนที่กำลังกระหน่ำลงมา

canoe-Phuket1

เรานั่งแคนูจากเรือมุ่งไปยังปากทางเข้าซึ่งเป็นถ้ำทีความสูงของถ้ำขึ้นกับระดับน้ำว่าอยู่ในช่วงน้ำขึ้นหรือน้ำลง  ช่วงที่ผมไปน้ำกำลังขึ้นจึงต้องมีการนอนราบกับเรือเพื่อให้ผ่านถ้ำไปได้ซึ่งก็ได้ลุ้นสนุกไปอีกแบบ  แต่ถ้าใครมาช่วงน้ำลงอาจจะต้องจอดเรือไว้ด้านหน้าแล้วเดินเข้ามาเพราะน้ำจะแห้งจนเหลือแต่พื้นทราย

ถ้ำมีความยาวไม่มากนักและก็แคบด้วย  บางช่วงเรือแคนูที่เข้าออกจึงต้องรอสวนกันเหมือนมีไฟจราจรอยู่ด้านใน  และเมื่อผ่านถ้ำออกมา  ด้านในเป็นทะเลสาบเล็ก ๆ ที่มีลักษณะของป่าโกงกางดูร่มรื่นสวยงาม  แต่ผมแทบไม่มีโอกาสได้ถ่ายภาพเพราะฝนยังคงเทลงมาตลอดเวลา  ต้องคอยหามุมที่มีต้นไม้หรือโขดหินช่วยกันฝนให้เพื่อให้ได้ภาพมาเพียงไม่กี่ภาพ    และเนื่องจากด้านในน้ำไม่ลึกมากนัก หลาย ๆ คนจึงเดินลงจากเรือเพื่อเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน  ส่วนผมสละสิทธิ์ครับเพราะเป็นห่วงกล้อง อิอิ

บรรยากาศภายในของเกาะพนัก

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

เราใช้เวลาชมวิวกันราว 15-20 นาทีก็กลับไปยังเรือเพื่อมุ่งไปยังจุดหมายต่อไป … จากจุดนี้เรือแล่นอีกไม่นานนักก็ถึงเกาะห้องซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาหินและมีถ้ำให้พายเข้าไปชมความงามเหมือนกัน  แต่ผมชอบวิวของที่นี่มากกว่าที่เกาะพนักเพราะมีอ่าวตรงทางเข้าที่ดูสวยงามมาก ๆ และมีมุมให้ถ่ายภาพหลากหลายกว่าที่เกาะพนัก  ซึ่งผมได้ถ่ายภาพที่นี่มากกว่าเพราะฝนเริ่มจะซาลงทำให้เอากล้องออกมาถ่ายได้มากกว่าเดิม

ความงามของเกาะห้อง

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1
 
เราใช้เวลาชมความงามและเก็บภาพที่เกาะห้องกันราว 40 นาทีก็กลับขึ้นเรือ   โดยมีอาหารเที่ยงรอเราอยู่แล้ว  ซึ่งจัดแบบบุฟเฟต์ซึ่งรสชาติอาหาร, ปริมาณ และรูปลักษณ์ถือว่าดีทีเดียวครับ  ทานได้อิ่มอร่อย  จะลำบากหน่อยก็ตรงไม่มีโต๊ะทำให้ต้องมานั่งทานที่เก้าอี้ทำให้ไม่สะดวกเท่าที่ควร  

อาหารเที่ยงของพวกเรา

canoe-Phuket1

จากเกาะห้องเรือก็มุ่งหน้าต่อไปยังเขาพิงกัน/เกาะตะปู  ซึ่งเรือจะจอดห่างจากเกาะเล็กน้อยแล้วมีเรือมาขนถ่ายผู้โดยสารไปอีกที  …  ที่นี่จะมีร้านค้าขายของที่ระลึกและอาหารท้องถิ่นมากมาย  ใครอยากซื้ออะไรก็ต่อรองกันได้ตามอัทธยาศัย  ส่วนผมก็ใช้เวลาที่มีอยู่เดินไปหามุมถ่ายภาพเกาะตะปู และเขาพิงกัน  ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็สามารถเก็บภาพได้ทุกจุดเพราะพื้นที่ไม่มากนัก

บรรยากาศที่เขาพิงกัน/เกาะตะปู (Jamesbond Island)

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

หลังจากกลับขึ้นเรือแล้วเรือก็มุ่งหน้ากลับไปภูเก็ต  โดยเปลี่ยนแผนจากการแวะเล่นน้ำที่เกาะละวะมาเป็นเล่นน้ำที่เกาะพนักใกล้ ๆ กับจุดที่เราพายเรือแคนูจุดแรกแทนเพราะที่เกาะละวะน้ำแห้งมากจนไม่เหมาะที่จะไปเล่นน้ำ … สำหรับช่วงนี้ใครจะว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ, พายเรือแคนูเล่น หรือจะนอนเล่นบนเรือก็แล้วแต่สะดวก   สำหรับผมก็ไม่ไปไหนครับเก็บภาพจากบนเรือไปเรื่อย ๆ ครับ

บรรยากาศที่เกาะพนักช่วง free style ที่แต่ละคนเลือกกิจกรรมได้ตามอัทธยาศัย

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

หลังจากที่ทุกคนขึ้นเรือครบแล้ว เรือก็แล่นกลับไปยังเกาะภูเก็ต  โดยก่อนถึงภูเก็ตก็มีโชว์มายากลกับการแสดงของพนักงานที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี  ทำให้ผมเข้าใจเลยว่าทำไมนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงชอบเมืองไทยและหลงสเน่ห์นิสัยของคนไทย  ส่วนคำตอบคืออะไรผมไม่มีภาพให้ดูและก็ไม่เฉลยให้หมดสนุกด้วย  คุณคงต้องไปค้นหากันเองด้วยการไปร่วมทริปแคนูที่อ่าวพังงากันสักครั้งนะครับ :)

สำหรับราคาค่าทัวร์ รวมรถรับส่ง (จากโรงแรม), ค่าอาหารว่างตลอดการเดินทาง, อาหารเที่ยง, ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และค่าบริการทุกอย่าง ยกเว้นการช็อปปิ้งส่วนตัวบนเขาพิงกัน อยู่ที่คนละ 1,500 บาท ซึ่งนับว่าคุ้มค่าทีเดียวครับสำหรับความสนุกสนานตลอดวัน สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจก็ลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก Yoursvacation ซึ่งให้บริการทัวร์ภูเก็ตทุกรูปแบบ ติดต่อคุณโอ๋  โทร 086-4768976, 089-7261788ครับ   แล้วพบกันใหม่นะครับ :)


WordPress Themes