เพื่อน ๆ หลายคนคงเคยเห็นคุณสมบัติหนึ่งของกล้อง Digital นั่นก็คือสามารถถ่ายภาพโดยได้ไฟล์ที่มี format เป็น RAW ได้ (ปกติที่เห็นโดยทั่วไปจะเป็น JPG) แถมบางคนอาจจะเคยลองถ่ายภาพที่ได้ format RAW แล้วด้วยซ้ำแต่ไม่รู้ว่ามันเอาไปใช้งานยังไง และหลายคนคงแอบบ่นในใจว่าไม่เห็นภาพมันจะดีกว่าแบบ JPG ตรงไหน ไฟล์ก็ใหญ่ แถมบางทีเปิดไฟล์ไม่ได้ด้วยซ้ำ
ไฟล์แบบ RAW คือการเก็บรายละเอียดของแสงในขณะนั้นแบบที่เป็นข้อมูลดิบโดยตัวกล้องจะยังไม่ทำการประมวลผล (ปรับภาพตามค่าที่เราตั้งอาทิ White Balance เป็นต้น) แต่จะนำข้อมูลดิบนี้มาปรับด้วยโปรแกรมของกล้องภายหลัง ซึ่งต่างกับ format แบบ JPG ที่ตัวกล้องจะทำการประมวลผลด้วยโปรแกรมในตัวกล้อง (ซึ่งปกติมันก็เก่งเอาการอยู่ แต่ยังไงก็สู้นำมาทำภายหลังด้วยโปรแกรมเฉพาะทางไม่ได้)
การที่ต้องนำมาประมวลผลภายหลังนั้นเนื่องจากการปรับค่าบางอย่างจะใช้เวลาในการทำค่อนข้างนาน หากใช้ตัวกล้องทำกว่าจะถ่ายภาพต่อไปได้อาจจะต้องรอเป็นนาทีก็คงไม่สะดวก ดังนั้น RAW จึงเป็นทางออกของช่างภาพมืออาชีพทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง format แบบ JPG นั้นจะมีการบีบอัดข้อมูลเพื่อให้ประหยัดเนื้อที่ในการเก็บข้อมูล ซึ่งเพื่อน ๆ คงสังเกตุเห็นได้ว่ากล้องที่บอกว่าความละเอียด 10 Mega Pixel ภาพที่ถ่ายออกมาอาจมีขนาดเพียง 3-4 Megabyte เท่านั้น ก็สืบเนื่องมาจากการบีบอัดข้อมูลดังที่ผมกล่าวมานี่เอง
แต่เพื่อให้สะดวกในการใช้งาน ส่วนใหญ่กล้องที่มีคุณสมบัติถ่ายภาพแบบ RAW ได้จะสามารถสั่งให้กล้องสร้างไฟล์ขึ้นมาทั้ง RAW & JPG ก็ได้ เพื่อให้สามารถนำไฟล์ JPG ไปดูผ่านโปรแกรมดูภาพมาตรฐานทั่วไปได้ เพราะไฟล์แบบ RAW นั้นต้องใช้โปรแกรมที่ออกแบบมาให้อ่านไฟล์ประเภทนี้ได้ โดย RAW ไฟล์ของแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อก็ไม่เหมือนกันเสียด้วย ทั้งนี้คงต้องดูจากคู่มือของกล้องเป็นหลัก เช่น กล้อง Nikon D80 ที่ผมใช้อยู่นั้น โปรแกรมที่ใช้ในการประมวลผลไฟล์แบบ RAW ไปเป็นไฟล์สำหรับใช้งานก็คือ Nikon Capture NX นั่นเอง ซึ่งโปรแกรมตัวนี้จะมีฟังก์ชันในการแก้ไขคุณภาพของภาพอย่างครบถ้วน ซึ่งผมเองก็อยู่ระหว่างการศึกษาเพราะมันมีเยอะเหลือเกิน แต่จากที่ได้ทดลองใช้กับงานถ่ายภาพของเพื่อนที่มาขอให้ผมเป็นช่างภาพ(จำเป็น) ถ่ายภาพเพื่อใช้ในงานแต่งงาน ผมพบว่าหลังจากประมวลผลหรือที่หลายคนเรียกว่า process นั้น ภาพที่ได้จะมีคุณภาพสูงกว่าไฟล์แบบ JPG ที่ได้จากตัวกล้องอยู่พอสมควร โดยเฉพาะรายละเอียดในส่วนมืดและส่วนสว่างซึ่ง JPG ที่ได้จากกล้องนั้นบางครั้งจะสูญเสียไปเนื่องจากการบีบอัดของ processor ในตัวกล้อง
และหลังจากทำการ Process แล้วเราสามารถบันทึกภาพแบบ TIFF ซึ่งจะเก็บคุณสมบัติไว้อย่างครบถ้วนคล้ายกับ RAW แต่สามารถเปิดได้ด้วยโปรแกรมดูภาพมาตรฐานทั่วไป หรือจะเลือกบันทึกแบบ JPG ซึ่งสามารถกำหนดระดับของการบีบอัดข้อมูลได้ว่าจะให้ยังคงคุณภาพไว้เพียงไหน
หวังว่าเพื่อน ๆ ที่คิดจะจริงจังกับการถ่ายภาพน่าจะลองหันมาถ่ายภาพโดยใช้ format RAW เพื่อให้เราได้คุณภาพของภาพดีที่สุด โดยเฉพาะในสถานะการที่ภาพมี contrast สูง หรือมีส่วนมืดและส่วนสว่างในภาพมากนั่นเอง
ท้ายสุดก็นำภาพที่ process แล้ว แต่บันทึกเป็น JPG มาให้เพื่อน ๆ ชมเป็นตัวอย่างนะครับ โดยภาพแรกมี contrast ค่อนข้างสูง ส่วนาภาพที่สองนั้นบริเวณที่เป็นส่วนมืดนั้นมืดมาก ๆ จะแทบไม่เห็นรายละเอียดของภาพ แต่โปรแกรม Capture NX กับคุณสมบัติของไฟล์ RAW ก็สามารถทำให้ภาพออกมาเป็นแบบนี้


หลังจากที่คันไม้คันมือมาตลอดหลายเดือน เพราะไม่มีเวลาได้ถ่ายภาพแบบจริง ๆ จัง ๆ เอาซะเลย วันหยุดหลังจากพาคุณพ่อไปทานอาหารมื้อพิเศษเนื่องในวันพ่อแล้ว ผมจึงถือโอกาสขับรถไปจังหวัดใกล้ ๆ กับเพื่อน ๆ อีก 3 คนเพื่อหามุมสงบ ๆ ถ่ายภาพให้หนำใจ
จะว่าไปแล้วสถานที่แห่งนี้ผมเคยเฉียด ๆ เข้าไป แต่ว่าเป็นการไปทานอาหารทะเลสด ๆ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง มิใช่เป็นการตั้งใจไปถ่ายภาพเหมือนครั้งนี้ … เหตุผลที่ได้หมายปองที่นี่ก็เพราะได้เห็นภาพจาก Multiply ของคุณแอ๊ว ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจอยากไปถ่ายภาพที่นี่บ้าง เพราะดูแล้วสงบ เยือกเย็น ซึ่งผมเองก็ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวแนว ๆ นี้มากนัก อีกอย่างบรรดาเพื่อน ๆ ของผมที่สดแสนจะหลงไหลกับ yoga คงจะสนุกสนานกับการ post ท่าต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูสงบแบบนี้แน่ ๆ .. นี่จึงเป็นที่มาของการเดินทางไปเยือน “สามช่อง” ของผมในครั้งนี้
วันอาทิตย์ที่ 6 ธ.ค. ผมขับรถฝ่าสายฝนที่ตกหนักมาก ๆ ไปตระเวนรับเพื่อนๆ เพื่อมุ่งหน้าไปยังอำเภอกะโสมซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนสนิทที่เมื่อก่อนเคยร่วม trip ท่องเที่ยวด้วยกันทุกปี แต่บัดนี้เธอได้กลายเป็นคุณแม่ไปเสียแล้ว โอ้อนิจจา เลยอดเที่ยวแบบพวกเราเลย อิอิ .. แต่เธอก็ยังเป็นที่คิดถึงของพวกเราเพราะบ้านของเธอนั้นอยู่ใกล้กับสามช่องพอดี แถมมีห้องหับระดับห้าดาวให้พวกเรานอนตีพุงกันอย่างสบายใจกันตลอดคืน
เราไปถึงที่พักก็ค่ำมากแล้ว โชคยังพอเข้าข้างอยู่บ้างที่จังหวัดพังงาฝนไม่ตกเหมือนกับภูเก็ต แต่บนท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยเมฆหนาทึบ ทำให้ผมจิตใจหดหู่เล็กน้อยเพราะคิดว่าคงหมดโอกาสได้ถ่ายภาพงาม ๆ แน่ในวันรุ่งขึ้น
ตีห้าตรงเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น และหลังจากที่ทำธุระส่วนตัวกันเรียบร้อยเราก็เดินทางออกจากที่พักมุ่งสู่ “สามช่อง” ซึ่งจุดที่เราจะไปเรียกว่า “สามช่องใต้” โดยที่นี่เป็นชุมชนชาวประมงที่มีสะพานปลายื่นลงไปในทะเล โดยมีเรือหางยาวจอดสงบนิ่งอยู่หลายลำ
บรรยากาศเช้านี้ก็ไม่ต่างจากที่ผมจินตนาการไว้มากนัก ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆ แต่โชคดีที่ฝนไม่ตก และสีสันแบบนี้ก็ดูจะเหมาะกับ concept สงบ ๆ แบบที่ผมนึกเอาไว้ โดยไม่รีรอผมรีบนำกล้องออกมาประกอบขาตั้ง กดชัตเตอร์ไปเรื่อยๆ ในขณะที่สาว ๆ นางแบบโยคะนอนพักผ่อนรอให้สว่างมากกว่านี้… ผมเลือกใช้ชัตเตอร์สปีดประมาณ 5-10 วินาที โดยที่รูรับแสงประมาณ f/8 เพื่อเก็บบรรยากาศของแสงยามเช้าอันงดงาม … จุดเด่นอย่างหนึ่งของที่นี่สำหรับช่างภาพอย่างผมคือเรือที่จอดลอยลำ และไม้หลักปักขี้เลนที่ปักอยู่ประปรายทำให้องค์ประกอบของภาพดูสมบูรณ์และมีเรื่องราวมากยิ่งขึ้น อีกทั้งมีคลื่นเล็ก ๆ ทำให้ภาพของน้ำที่เกิดจากการเปิดรับแสงนาน ๆ ดูนุ่มนวลชวนฝันมาก ๆ
มาชมภาพบรรยากาศกันเลยดีกว่าครับ






ส่วนภาพนี้ก็เป็นภาพการ post ท่าโยคะของบรรดาสาว ๆ ซึ่งมีเยอะมากแต่เอามาให้ชมพอเป็นน้ำจิ้มกันหนึ่งภาพครับ

แม้ว่าอากาศจะไม่ดีสมใจ เพราะเกือบเก้าโมงแล้วยังไม่เห็นพระอาทิตย์และแสงอุ่น ๆ ยามเช้าเลย โปรแกรมถ่ายภาพ candid ของวิถีชีวิตชาวบ้านแถวนั้นก็เลยเป็นอันต้องยกเลิกไป เอาไว้มีโอกาสจะกลับมาแก้ตัวอีกทีคร้าบ

หลังจากที่พายุฝนถล่มภูเก็ตและจังหวัดอื่นเมื่อหลายวันที่ผ่านมา…วันนี้เป็นวันที่ฟ้าใสเหมาะกับการถ่ายภาพมาก เห็นท้องฟ้าช่วงกลางวันกับแสงสีทองตอนเย็นแล้วอยากจะหยิบกล้องออกไปถ่ายภาพเหลือเกิน แต่งานมันสุดแสนจะยุ่งแถมเจ้า notebook คู่ใจก็มาพังจนข้อมูลทั้งหมดหายไป เล่นเอาผมเครียดอยู่หลายวันจนไม่มีเวลามา update blog เลย (ในที่สุดก็หาคำแก้ตัวได้ อิอิ) … พอนึกถึงเรื่องถ่ายภาพก็เลยลองมาหาภาพเก่า ๆ ที่ยังพอเหลืออยู่จากการ backup ไว้ มาเจอภาพนี้เข้าก็รู้สึกว่าน่าจะเหมาะกับวันอากาศดี ๆ แบบนี้จึงเอามา post เล่น ๆ แม้ว่าจะผิด concept ไปหน่อยเพราะภาพนี้ถ่ายที่เขาหลักจังหวัดพังงา แต่ก็ถ่ายในวันที่อากาศดี้ดีเหมือนกัน จึงขออนุโลมว่าใช้ได้ หุหุ … สองสามวันที่แล้วเครียดเพราะเครื่องเจ๊ง ผมก็หวังว่าวันพรุ่งนี้คงเป็นวันดี๊ดีของผมเหมือนอากาศที่ภูเก็ตเน้อ สาธุ…
สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังคิดว่าจะไปเที่ยวไหนดีในช่วงหนาวนี้ ผมขอส่งภูเก็ตเข้าประกวดนะครับ เพราะอยากจะบอกว่าช่วงที่ฟ้าสวยที่สุดของภูเก็ตเป็นหน้าหนาวนี่แหละ ไม่ใช่หน้าร้อนอย่างที่ใครหลาย ๆ คนเข้าใจ เพราะในช่วงหน้าร้อนจะมีเมฆหมอกเยอะทำให้อากาศค่อนข้างจะขมุกขมัว ไม่เหมือนช่วงนี้อากาศดีจริง ๆ แถมปีนี้ภูเก็ตได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บ้านเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงมาก บรรดาโรงแรมทั้งหลายจึงพากันลดราคาขนานใหญ่ ผมเห็นโรงแรมติดหาดอย่างหรูราคาแค่ 2,000-3,000 บาทต่อคืน เทียบกับปกติที่ขายกันเกือบหมื่นแล้วก็ใจหาย … หลาย ๆ คนเคยพูดว่าภูเก็ตขายแพง ไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวไทย ผมเองฟังทีไรก็รู้สึกไม่ดีทุกครั้ง แต่ก็อยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นไปตามกลไกของตลาดด้วย เพราะเมื่อมีความต้องการมาก และหลาย ๆ โรงแรมก็ลงทุนตกแต่งอย่างดี ดังนั้นก็ต้องขายแพงเพื่อให้คุ้มกับการลงทุนและค่าใช้จ่ายครับ ซึ่งรายได้ที่ได้มานั้นก็ไม่ได้ไปไหนแต่ตกอยู่กับพนักงานหรือผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งมาจากทั้งภูเก็ตและคนต่างถิ่น แถมภาษีที่เก็บได้จากภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ภูเก็ตก็ถูกนำไปใช้พัฒนาประเทศมากมาย ไม่รู้จะเหมือนแก้ตัวหรือเปล่าแต่ก็อยากให้มองในมุมนี้บ้างครับ ส่วนที่ผมยอมรับและหดหู่ใจเพราะไม่รู้จะแก้ตัวแทนยังไงก็คือ เรื่องพฤติกรรมของคนบางคนที่ทำให้ภูเก็ตเสียชื่อเช่น ตุ๊ก ๆ หรือ taxi บางคนที่เก็บค่าโดยสารแพงเกินจริง ก็หวังว่าในไม่ช้าทางภาครัฐคงหาวิธีการแก้ปัญหานี้ได้ เพื่อให้ภูเก็ตได้เป็นเมืองที่น่าไปเที่ยวทั้งของต่างชาติและของคนไทยด้วยกัน …
ลัà¸à¸©à¸à¸°à¹à¸à¸à¸²à¸°à¸à¸¢à¹à¸²à¸à¸à¸¶à¸à¸à¸à¸à¸¨à¸´à¸¥à¸à¸´à¸à¸à¹à¸à¸·à¸à¸à¹à¸à¸à¸¡à¸à¸à¹à¸¥à¸à¹à¸«à¹à¸¡à¸±à¸à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¹à¸à¹à¸²à¹à¸§à¹Â à¹à¸¡à¹à¸§à¹à¸²à¸à¸à¸à¸à¸£à¸´à¸à¸¡à¸±à¸à¸à¸°à¸à¸µà¹à¹à¸«à¸£à¹à¹à¸à¹à¹à¸«à¸à¸à¹à¸à¸²à¸¡Â à¸à¹à¸²à¸à¸²à¸£à¸¡à¸à¹à¸¨à¸´à¸¥à¸à¸´à¸à¹à¸à¹à¸²à¸ªà¸´à¸à¹à¸¡à¸·à¹à¸à¹à¸«à¸£à¹à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸à¸à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸²à¸¡à¹à¸ªà¸²à¸°à¹à¸ªà¸§à¸à¸«à¸²à¸¡à¸¸à¸¡à¸à¸±à¸à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¹à¸«à¹à¹à¸à¹à¹à¸¡à¸·à¹à¸à¸à¸±à¹à¸ … à¸à¹à¸²à¸à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¸à¸µà¸à¸±à¹à¸à¸à¹à¸à¸à¸¡à¸à¸à¹à¸«à¹à¸à¹à¸à¸ªà¸´à¹à¸à¸à¸µà¹à¸à¸à¸à¸±à¹à¸§à¹à¸à¸¡à¸à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸«à¹à¸à¸«à¸£à¸·à¸à¸¡à¸à¸à¸à¹à¸²à¸¡Â à¹à¸¥à¸°à¸à¹à¹à¸à¹à¸à¸´à¸ªà¸±à¸¢à¹à¸à¸à¸à¸µà¹à¹à¸«à¸¥à¸°à¸à¸°à¸à¸³à¹à¸«à¹à¹à¸£à¸²à¹à¸à¹à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¹à¸à¸¥à¸à¸à¸²à¸ªà¸³à¸«à¸£à¸±à¸à¸à¸à¸à¸±à¹à¸§à¹à¸Â à¹à¸à¹à¸à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸¥à¸à¸à¸±à¸à¸ªà¸²à¸¢à¸à¸²à¸à¸¹à¸à¸¹à¸à¸à¸¹à¹à¸à¸¥à¸à¸à¸µà¹à¸à¸à¸à¸·à¹à¸à¸à¸¹à¹à¸§à¸¥à¸²à¹à¸£à¸²à¸à¹à¸¡ ๠à¹à¸à¸¢ ๠à¸à¹à¸²à¸¢à¸ าà¸à¸à¸°à¹à¸£à¸ªà¸±à¸à¸à¸¢à¹à¸²à¸à¸à¸µà¹à¸à¸¹à¹à¸¥à¹à¸§à¹à¸¡à¹à¸à¹à¸²à¸à¸°à¹à¸à¹à¸²à¸à¹à¸²à¹à¸¥à¸¢
วัà¸à¸à¸µà¹à¸à¸¡à¹à¸à¸²à¸ าà¸à¸¡à¸²à¸à¸²à¸à¸ªà¸à¸à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¸à¹à¸²à¸¢à¹à¸¡à¸·à¹à¸à¸§à¸²à¸à¸à¹à¸§à¸à¸à¸²à¸£à¸¡à¸à¹à¸¨à¸´à¸¥à¸à¸´à¸à¹à¸à¹à¸²à¸ªà¸´à¸ à¹à¸à¸£à¸²à¸°à¸à¸³à¸à¸²à¸à¸à¹à¸§à¸à¸à¸¥à¸²à¸à¸§à¸±à¸à¹à¸«à¸à¸·à¹à¸à¸¢à¸¡à¸²à¸Â à¸à¸à¹à¸¢à¹à¸à¸à¹à¹à¸¥à¸¢à¹à¸à¸´à¸à¹à¸à¸£à¹à¸à¹à¸à¸£à¹à¸«à¸²à¸à¸°à¹à¸£à¸à¹à¸²à¸¢à¸ าà¸à¹à¸à¹à¸£à¸·à¹à¸à¸¢à¹à¸à¸·à¹à¸à¸¢ à¸à¸²à¸£à¸¡à¸à¹à¸à¸£à¸°à¸¡à¸²à¸à¸à¸à¹à¸à¸´à¸à¸«à¸²à¸«à¸±à¸§à¹à¸«à¸§à¸à¹à¸à¸à¸£à¸à¸µà¹à¸à¸³à¸«à¸¥à¹à¸à¸à¸±à¹à¸à¹à¸«à¸¥à¸°Â à¹à¸à¸à¸´à¸à¸ªà¸²à¸¢à¸à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸à¹à¸² ๠à¸à¸µà¹à¸¡à¸µà¹à¸«à¹à¸à¸à¸¶à¹à¸à¸à¸¢à¸¹à¹Â à¸à¹à¹à¸¥à¸¢à¹à¸à¸²à¸à¸¹à¸¡à¸à¹à¸§à¸à¹à¸à¹à¸¥à¸à¸à¸à¸¡à¸²à¸à¹à¸²à¸¢à¹à¸à¸¢à¹à¸¥à¸·à¸à¸à¸£à¸¹à¸£à¸±à¸à¹à¸ªà¸à¸à¸§à¹à¸²à¸à¸ªà¸¸à¸à¹à¸à¸·à¹à¸à¹à¸«à¹à¸ าà¸à¸à¸±à¸à¹à¸à¸à¸²à¸°à¸à¸¸à¸à¸à¸µà¹à¹à¸à¸à¸±à¸ª (à¸à¹à¸²à¸à¸ าà¸à¹à¸à¸²à¹à¸£à¸µà¸¢à¸à¸«à¸¥à¸±à¸à¸à¸£à¸°à¸à¸²à¸¢Â มัà¸à¹à¸à¹à¸à¸±à¸à¸à¸²à¸£à¸à¹à¸²à¸¢à¸ าà¸à¸à¸¸à¸à¸à¸¥ à¹à¸à¹à¸§à¸±à¸à¸à¸µà¹à¸«à¸²à¸à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸à¹à¸à¹à¹à¸¥à¸¢à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸à¸ à¸à¸´à¸à¸´)  à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸²à¸¡à¸«à¸²à¸¡à¸¸à¸¡à¸à¸µà¹à¹à¸à¹à¸à¸²à¸à¸«à¸¥à¸±à¸à¹à¸à¹à¸à¸ªà¸µà¹à¸à¸µà¸¢à¸§à¹à¸à¹à¸¡à¸à¸±à¸à¸à¸±à¸à¸ªà¸µà¸à¸à¸à¹à¸«à¹à¸ หรืà¸à¹à¸¡à¹à¸à¹à¹à¸¥à¸·à¸à¸à¹à¸«à¹à¸¡à¸µ highlight à¸à¹à¸²à¸à¹à¸à¸·à¹à¸à¹à¸«à¹à¸ าà¸à¸à¸¹à¹à¸¥à¹à¸§à¸¡à¸µà¸à¸µà¸§à¸´à¸à¸à¸µà¸§à¸²Â à¸à¸¥à¸à¹à¸à¸à¸à¸¡à¸²à¸à¸¢à¹à¸²à¸à¸à¸µà¹à¹à¸«à¹à¸à¸à¸µà¹à¹à¸«à¸¥à¸°à¸à¸£à¸±à¸Â à¹à¸¡à¹à¹à¸à¹à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¸à¸°à¹à¸£à¸¡à¸²à¸à¸¡à¸²à¸¢ à¹à¸à¹à¸à¹à¸à¸¹à¹à¸¥à¹à¸§à¸ªà¸à¸²à¸¢à¸«à¸¹à¸ªà¸à¸²à¸¢à¸à¸²à¸à¸µ … à¹à¸à¸·à¹à¸à¸ ๠à¸à¸µà¹à¸à¸¢à¸²à¸à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸²à¸à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¸à¸µÂ à¹à¸§à¸¥à¸²à¸¡à¸µà¸à¸¥à¹à¸à¸à¸à¸¢à¸¹à¹à¹à¸à¸¡à¸·à¸ à¸à¹à¸à¸à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸²à¸¡à¸¡à¸à¸à¹à¸«à¹à¹à¸«à¹à¸à¸ªà¸´à¹à¸à¸à¸µà¹à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¸à¸µà¹à¸à¸¢à¸¹à¹à¸£à¸à¸à¸à¹à¸²à¸à¸à¸±à¸§à¹à¸£à¸²à¸à¸°à¸à¸£à¸±à¸Â à¸à¸²à¸à¸à¸£à¸±à¹à¸à¸à¸à¸à¹à¸¥à¹à¸ ๠à¸à¹à¸à¸¢ à¹à¸à¸µà¹à¹à¸£à¸²à¸¡à¸à¸à¸à¹à¸²à¸¡à¸à¸±à¹à¸à¸à¸²à¸à¸¡à¸µà¸¡à¸¸à¸¡à¸à¸µà¹à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¸à¹à¸à¸à¸«à¸£à¸·à¸à¹à¸à¸à¸à¸¢à¸¹à¹à¸à¹à¹à¸à¹ à¸à¸¢à¸¹à¹à¸à¸µà¹à¸§à¹à¸²à¹à¸£à¸²à¸à¸°à¸¡à¸à¸à¹à¸«à¹à¸à¸¡à¸±à¸à¸«à¸£à¸·à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸à¹à¸à¸±à¹à¸à¹à¸à¸ … à¸à¸°à¸§à¹à¸²à¹à¸à¸à¸²à¸£à¸¡à¸µà¸à¸´à¸ªà¸±à¸¢à¸à¹à¸²à¸à¸ าà¸à¸à¸±à¹à¸à¸ªà¸²à¸¡à¸²à¸£à¸à¸à¸³à¹à¸à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸à¸à¸´à¸à¸à¸µà¹à¸à¸µà¹à¸à¸à¸²à¸£à¸à¸³à¸à¸²à¸à¹à¸à¹à¸à¸µà¸à¸à¹à¸§à¸¢Â à¸à¸·à¸à¹à¸«à¹à¹à¸£à¸²à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸²à¸¡à¸¡à¸à¸à¸«à¸²à¸à¹à¸²à¸à¸à¸µà¹à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡ หรืà¸à¸à¹à¸²à¸à¸à¸µà¹à¸à¸µà¸à¸à¸à¹à¸à¸·à¹à¸à¸à¸£à¹à¸§à¸¡à¸à¸²à¸Â à¹à¸£à¸²à¸à¹à¸à¸°à¸à¸³à¸à¸²à¸à¸à¸±à¸à¹à¸à¸²à¹à¸à¹à¸à¸¢à¹à¸²à¸à¸¡à¸µà¸à¸§à¸²à¸¡à¸ªà¸¸à¸ à¹à¸«à¸¡à¸·à¸à¸à¸à¸±à¸à¸à¸µà¹à¸à¸¡à¸¡à¸µà¸à¸§à¸²à¸¡à¸ªà¸¸à¸à¸à¸±à¸à¸à¸²à¸£à¸à¹à¸²à¸¢à¸ าà¸à¸ªà¸à¸à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¸à¸£à¸±à¸ … à¸à¸à¹à¸«à¹à¸¡à¸µà¸à¸§à¸²à¸¡à¸ªà¸¸à¸à¸à¸±à¸à¸à¸¸à¸à¸à¸à¸à¸£à¸±à¸


หลังจากเคยเขียนเรื่อง “เล่นกับไฟ” มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งในครั้งนั้นใช้เทคนิคง่าย ๆ คือเปิดชัตเตอร์นาน ๆ แล้วส่ายกล้องไปมา ก็จะได้ไฟเป็นเส้นสายสวยงาม ยิ่งไฟมีสีสันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดูสดใสสวยงามมากขึ้นเท่านั้น
วันนี้ผมนำภาพแนวคล้าย ๆ กันมาฝากอีกครั้ง เพราะได้มีโอกาสไปเที่ยวงานวัดฉลอง (จะว่าไปเที่ยวก็ไม่เชิงเพราะตั้งใจไปถ่ายภาพแสงไฟโดยเฉพาะ) ซึ่งอยู่ใกล้บ้านมากขี่มอเตอร์ไซด์ 2 นาทีก็ถึง ปกติแล้วงานวัดจะมีช่วงเดือนมกราคมของทุกปีและจะมีคนมาเที่ยวงานวัดฉลองเยอะมากเพราะเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของภูเก็ต แต่ปีนี้พิเศษหน่อยคือมีงาน 2 ครั้ง ครั้งแรกจัดไปแล้วเมื่อตอนต้นปี แต่ช่วงนี้จัดเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีมรณภาพของหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง (วัดไชรธาราราม) ซึ่งเป็นหลวงพ่อที่ชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงนับถือกันเป็นอย่างมาก ก็เลยมีงานมหรสพคล้าย ๆ กับเมื่อต้นปี แต่ว่างานนี้มีการประดับไฟตกแต่งมากกว่าตั้งแต่ปากทางเข้างานไปจนถึงในวัด ผมขับรถผ่านทุกวันก็เล็ง ๆ ไว้แล้วว่าจะต้องมาถ่ายภาพสักหน่อย วันนี้ช่วงค่ำไม่มีอะไรทำก็เลยแชว๊ปไปถ่ายภาพเสียเลย
ลักษณะของการประดับไฟก็เหมือนภาพข้างล่างนี่แหละครับ ดู ๆไปก็สวยดี เพราะหลอดไฟที่เป็นสี ๆ มันหมุนได้ด้วย (เหมือนชิงช้าสวรรค์ขนาดย่อม)

แต่การถ่ายภาพแบบภาพนี้ก็ดูจะธรรมดาไปหน่อย ไม่สมกับการแบกขาตั้งกล้องและกระเป๋ากล้องขึ้นมอเตอร์ไซด์มา ภาพต่อมาผมก็เลยเล็งไปที่ชุดหลอดไฟที่กำลังหมุน ตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องแล้วเลือกความเร็วชัตเตอร์ต่ำหน่อย (ราว ๆ 1.5 วินาที) ภาพที่ได้ก็เป็นอย่างนี้ครับ

ทีนี้ก็เลยชักสนุกครับ เนื่องจากเลนส์ที่ใช้เป็นซูมก็เลยใช้ประโยชน์ซะให้เต็มที่ โดยลดความเร็วชัตเตอร์ต่ำลงไปอีกเป็น 4 วินาที แล้วขณะที่กล้องกำลังเปิดรับแสงก็ซูมภาพใกล้เข้าไปทีละนิด ภาพที่ได้ก็อย่างที่เห็นครับ เห็นเงาคนที่เดินผ่านไปมาเป็นสีดำ ๆ ด้วย ได้อารมณ์แฟนตาซีไปอีกแบบ

หลังจากทดลองถ่ายมุมนี้หลาย ๆ ภาพเพื่อกันเหนียวแล้ว ก็เดินไปยังบริเวณป้ายหน้าวัด ซึ่งเพิ่งจะสร้างเสร็จใหม่ ๆ และมีไฟประดับด้วย (แต่ที่นี่ไม่หมุนครับ) ก็เลยมาใช้เทคนิคการซูมทอีกครั้ง ได้ผลดังภาพต่อไปนี้

หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปชมงานด้านใน แต่ก็ยังมองหาไฟประดับเพื่อถ่ายภาพเพิ่มเติม ก็ได้มาหลากหลายรูปแบบ ลองดูก็แล้วกันครับว่าชอบอันไหน





เป็นไงบ้างครับ เอามาฝากหลากหลายรูปแบบหวังว่าคงถูกใจเพื่อน ๆ นะครับ … หลังจากถ่ายภาพเสร็จบังเอิญไปเจอซุ้มของโรงพยาบาลซึ่งมาให้บริการตรวจสุขภาพฟรี ก็เลยเข้าไปวัดความดันดู ปรากฎว่าความดันสูงครับ … เอ้า..เวรกรรม… ( มิน่าล่ะช่วงนี้ปวดหัวบ่อย ๆ :O )… หมอก็เลยแนะนำว่าอย่านอนดึก งั้นคืนนี้คงต้องขอตัวไปนอนแล้วล่ะครับ ไม่งั้นต้องล้มหมอนนอนเสื่อล่ะก็แย่เลย บ๊าย บาย คับ