เย็นวันนี้เป็นอีกวันที่ผมพาน้อง ๆ ไปฝึกถ่ายภาพที่น้ำตกข้าง ๆ Jantra Spa Villa ของสุโขสปา หลังจากที่ฝนตกติดต่อกันมาหลายวัน ไม่มีโอกาสได้ออกมาฝึกถ่ายภาพกันเลย … ผมเลือกช่วงเย็น ๆ เพราะแสงไม่แข็ง เหมาะกับการถ่ายภาพน้ำตก, ลำธารและต้นไม้ริมน้ำ ซึ่งวันนี้ผมได้แนะนำให้น้อง ๆ รู้จักกับฟิลเตอร์ตัวเก่งคู่ใจช่างภาพหลาย ๆ คน นั่นก็คือ PL หรือ Polarizing Filter นั่นเอง … ฟิลเตอร์ตัวนี้ทำหน้าที่ตัดแสงสะท้อนจากผิววัตถุที่เป็นอโลหะอาทิ แสงสะท้อนบนผิวน้ำ, ใบไม้, หรือแสงสะท้อนจากละอองน้ำบนท้องฟ้า ซึ่งเมื่อทำการตัดแสงสะท้อนเหล่านั้นออกไปแล้วจะทำให้ภาพมีสีสันที่อิ่มตัว ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น … แม้ว่าทุกวันนี้ช่างภาพหลาย ๆ คนเลือกที่จะใช้โปรแกรมตกแต่งภาพเพื่อช่วยให้สีสันของภาพที่ได้สดใส แต่ผมว่าการที่เราได้ภาพต้นฉบับที่ดีตั้งแต่ต้นน่าจะดีกว่า เนื่องจากบางครั้งก็อาจจะใช้โปรแกรมช่วยได้ยาก โดยเฉพาะกรณีแสงสะท้อนบนใบไม้และบนผิวน้ำเป็นต้น
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ผมถ่ายภาพเปรียบเทียบ 2 ภาพ โดยภาพแรกไม่ได้ใช้ฟิลเตอร์ PL จะเห็นได้ว่าที่ใบไม้ด้านหลังและบริเวณโขดหินจะมีแสงสะท้อนจำนวนมากทำให้ภาพดูมีสีสันไม่อิ่มตัวเท่าที่ควร (เหมือนมีสีขาว ๆ เคลือบอยู่บนใบไม้) แต่ภาพที่สองใช้ฟิลเตอร์ PL ช่วยตัดแสงสะท้อนดังกล่าวออกไปบางส่วนทำให้ภาพดูมีสีสันอิ่มตัวดีขึ้น


การที่ฟิลเตอร์ PL จะตัดแสงสะท้อนได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่มุมของแสงที่ตกกระทบด้วย ซึ่งสามารถมองเห็นความแตกต่างได้เมื่อเราค่อย ๆ หมุนฟิลเตอร์ PL สำหรับวิธีการดูว่ามุมไหนสามารถให้ผลในการใช้ฟิลเตอร์ PL ได้ดีที่สุดลองอ่านจากที่นี่นะครับ
ไหน ๆ ก็ไปถ่ายภาพน้ำตกแล้วก็เลยเอาภาพน้ำตกที่ถ่ายจากการสอนครั้งนี้มาฝากด้วยครับ


Tags: CPL, filter, PL, polarizing filter, การใช้ฟิลเตอร์ PL, ถ่ายภาพน้ำตก, ฟิลเตอร์, เทคนิคการถ่ายภาพ
น้ำตก, มาถ่ายภาพกันดีกว่า, เทคนิคการถ่ายภาพ | thitipong |
September 13, 2009 5:57 am |
Comments (4)
ผ่านสงกรานต์มาหมาด ๆ คิดว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงได้หยิบกล้องมาเก็บบรรยากาศอันสดใสในเทศกาลนี้ไม่มากก็น้อย ส่วนผมนั้นแชวปไปพักผ่อนที่เขาหลัก ไม่มีโอกาสได้ถ่ายภาพบรรยากาศมากนัก อีกอย่างกลัวจะโดนสาดน้ำด้วย ถ้ากล้องที่เพิ่งจะซื้อโดนน้ำฉลองสงกรานต์มีหวังต้องนอนร้องไห้ทั้งปีแน่ ก็เลยต้องแอบเปิดกระจกรถถ่ายเป็นระยะ ๆ ยังกับสายลับยังไงยังงั้น หุหุ
พูดถึงการถ่ายภาพการสาดน้ำในช่วงสงกรานต์ ผมมักนึกถึงภาพลีลาการสาดน้ำอย่างสนุกสนาน เห็นน้ำกระเซ็นเป็นหยด ๆ ยิ่งถ้าได้มุมย้อนแสงยิ่งได้อารมณ์ ซึ่งช่างภาพมือสมัครเล่นทั่วไปก็คงพอทราบวิธีการถ่ายภาพแบบนี้ดี นั่นคือการเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ (shutter speed) สูง ๆ (เร็วกว่า 1/500 วินาที) เพื่อให้สามารถจับภาพของหยดน้ำได้อย่างคมชัด ความยากก็คงจะอยู่ที่การปรับโฟกัสให้ชัด และหาจังหวะดี ๆ เพราะคาดเดาผลของภาพที่จะออกมายากนั่นเอง แต่ก็จะทำให้เราสนุกกับการลุ้นผลงานที่จะได้มา
ผมมีตัวอย่างภาพที่ใช้แนวการถ่ายภาพแบบนี้มาให้ดูภาพนึง แม้จะไม่ใช่บรรยากาศงานสงกรานต์แต่ก็คิดว่าคงพอใช้แทนกันได้ครับ

ในทางตรงข้าม หากต้องการภาพสายน้ำที่ดูนุ่มนวล เราต้องเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำและทำให้ภาพที่ได้เห็นน้ำเป็นสาย ซึ่งนิยมใช้กับภาพน้ำตก หรืออาจจะประยุกต์ใช้กับภาพคลื่นช่วงเย็นหรือช่วงเช้า ก็จะได้ภาพน้ำที่เหมือนหมอกเลยทีเดียว
ผมมีตัวอย่างภาพที่ถ่ายน้ำตกด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำมาให้ดูเพื่อเปรียบเทียบกับภาพบนครับ (สำหรับเทคนิคการถ่ายภาพน้ำตก ให้พริ้วไหว Click ที่นี่)

จะเห็นได้ว่าภาพทั้งสองให้อารมณ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นเราควรเลือกความเร็วชัตเตอร์ให้เหมาะสมเพื่อสื่อถึงอารมณ์ของภาพตามที่เราต้องการมากที่สุดครับ