<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Blog ท่องเที่ยว - ถ่ายภาพของ &#34;นายมด&#34; &#187; ข้อคิดในการทำงาน</title>
	<atom:link href="http://www.9mot.com/tag/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.9mot.com</link>
	<description>9MOT&#039;s Blog - สูตรผสมแห่งศาสตร์และศิลป์ : Blog ท่องเที่ยว-ถ่ายภาพกับเรื่องราวดี ๆ ที่อยากแบ่งปัน</description>
	<lastBuildDate>Fri, 25 Nov 2011 16:44:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ธรรมะสำหรับคนทำงาน</title>
		<link>http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Nov 2008 02:34:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thitipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิดในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะดิลิเวอร์รี่]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะสอนงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะสำหรับคนทำงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/?p=405</guid>
		<description><![CDATA[ความสุข ๒ ชั้น : โดยพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต อาตมาอ่านเจอกลอนในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่ผู้เขียนระบายไว้ได้สาแก่ใจมากเลย เร็ว ก็หาว่าล้ำหน้า ช้า ก็หาว่าอืดอาด โง่ ก็ถูกตวาด พอฉลาด ก็ถูกระแวง ทำก่อน บอกไม่ได้สั่ง ทำทีหลัง บอกไม่มีหัวคิด เฮ้อ นี่แหละชีวิตคนทำงาน ข้างต้น น่าจะเป็นกลอนที่โดนใจบรรดาคนทำงานหลายๆ คน เพราะสะท้อนความรู้สึกกดดันอย่างชัดเจน  ซึ่งจากการได้พูดคุยกับโยมที่เข้ามาปรึกษาหารือถึงสาเหตุที่ทำงานกันอย่างไม่มีความสุขก็มีปัจจัยมากมาย เช่น ทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด ทำงานที่ไม่ชอบ โดนหัวหน้างานกดขี่ หรือรู้สึกว่าหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายนั้นต่ำต้อย ฯลฯ โดยจะว่าไปแล้ว บริษัทก็เหมือนกับบ้านหลังที่สองของเรา บางคนใช้ชีวิตในบริษัทมากกว่าที่บ้านซะอีก เพราะต้องตื่นขึ้นมาทำงานตั้งแต่ตี ๔ ตี ๕ กลับถึงบ้านก็ ๒-๓ ทุ่ม วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง หากต้องใช้ชีวิตในการทำงาน (รวมนั่งรถไป-กลับ) วันละ ๑๐ กว่าชั่วโมงแล้ว ถ้าโยมไม่มีความสุขกับงานที่ทำ จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมากๆ อาตมาชอบใจคุณยามที่บริษัทแห่งหนึ่งมาก เคยถามเขาว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"><strong>ความสุข ๒ ชั้น : โดยพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต </strong></span></p>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">อาตมาอ่านเจอกลอนในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่ผู้เขียนระบายไว้ได้สาแก่ใจมากเลย </span></p>
<blockquote><p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">เร็ว ก็หาว่าล้ำหน้า<br />
ช้า ก็หาว่าอืดอาด<br />
โง่ ก็ถูกตวาด<br />
พอฉลาด ก็ถูกระแวง<br />
ทำก่อน บอกไม่ได้สั่ง<br />
ทำทีหลัง บอกไม่มีหัวคิด<br />
เฮ้อ นี่แหละชีวิตคนทำงาน</span></p></blockquote>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">ข้างต้น น่าจะเป็นกลอนที่โดนใจบรรดาคนทำงานหลายๆ คน เพราะสะท้อนความรู้สึกกดดันอย่างชัดเจน  ซึ่งจากการได้พูดคุยกับโยมที่เข้ามาปรึกษาหารือถึงสาเหตุที่ทำงานกันอย่างไม่มีความสุขก็มีปัจจัยมากมาย เช่น ทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด ทำงานที่ไม่ชอบ โดนหัวหน้างานกดขี่ หรือรู้สึกว่าหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายนั้นต่ำต้อย ฯลฯ </span></p>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">โดยจะว่าไปแล้ว บริษัทก็เหมือนกับบ้านหลังที่สองของเรา บางคนใช้ชีวิตในบริษัทมากกว่าที่บ้านซะอีก เพราะต้องตื่นขึ้นมาทำงานตั้งแต่ตี ๔ ตี ๕ กลับถึงบ้านก็ ๒-๓ ทุ่ม วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง หากต้องใช้ชีวิตในการทำงาน (รวมนั่งรถไป-กลับ) วันละ ๑๐ กว่าชั่วโมงแล้ว ถ้าโยมไม่มีความสุขกับงานที่ทำ จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมากๆ </span></p>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">อาตมาชอบใจคุณยามที่บริษัทแห่งหนึ่งมาก เคยถามเขาว่า ไม่เบื่อเหรอ เปิดประตูทั้งวัน เขาตอบกลับอย่างฉะฉานว่า </span></p>
<blockquote><p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">ไม่เบื่อหรอกครับท่าน เพราะคนจะเข้าไปที่นี่ได้หรือไม่ได้ มันอยู่ที่ผม ถ้าผมไม่เปิดประตู ไม่อนุญาตหรือบอกไม่ให้เข้า เขาก็ไม่ได้เข้านะ อย่างพระอาจารย์มาบรรยายที่นี่ ผมไม่ให้เข้าก็ได้ &#8230; แต่ผมให้เข้าครับ ( แล้วไป) </span></p></blockquote>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">อาตมาจึงไม่แปลกใจเลย เวลาไปทำธุระที่บริษัทนี้ทีไร มักเห็นเจ้าหมอนี่ ทำหน้าที่ตัวเองอย่างกระตือรือร้น ก็เพราะเขามีทัศนคติที่ดีต่อหน้าที่ เห็นความสำคัญของตัวเอง จึงทำให้เขาทำงานได้อย่างมีความสุข (แถมมีมุขอำกลับอาตมาอีกต่างหาก) </span></p>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">ดังนั้นอาตมาจึงอยากจะหนุนใจญาติโยมที่กำลังรู้สึกย่ำแย่กับงานของตัวเองว่า </span></p>
<blockquote><p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">ถ้าเราทำงานจนเมื่อยมือเหลือเกิน<br />
ก็จงดีใจเถอะ ที่มีมือให้เมื่อย<br />
ถ้าเราเดินไปเดินมาจนปวดขาเหลือเกิน<br />
ก็จงดีใจเถอะ ที่มีขาให้ปวด<br />
ถ้าเราเห็นหัวหน้า แล้วเซ็งเหลือเกิน<br />
ก็จงดีใจเถอะ ที่มีหัวหน้าให้เซ็ง<br />
ถ้าเราเห็นงาน แล้วเราเบื่องานเหลือเกิน<br />
ก็จงดีใจเถอะ ที่มีงานให้เบื่อ </span></p></blockquote>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">เพราะหลายคนพอไม่มีงานให้ทำ ก็จะประท้วงกัน อยากทำงาน ! อยากทำงาน ! ดังนั้นเมื่อคุณโยมมีโอกาสทำแล้ว ก็จงทำให้ดีที่สุด เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนทัศนคติต่องานที่ทำก่อน เห็นความสำคัญของหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ได้ ทำมันอย่างเต็มที่และดีที่สุด เหมือนดั่งคุณยามที่อาตมายกมาเป็นตัวอย่างข้างต้น </span></p>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">อาตมาเคยอ่านเจอคำแนะนำของท่านพระธรรมปิฎก (ป.อ.ประยุตฺโต) ในหนังสือเล่มหนึ่ง ท่านเขียนชี้แนะไว้ว่า </span></p>
<blockquote><p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">งานมีผลตอบแทนสองชั้นด้วยกัน ผลตอบแทนชั้นที่ ๑ คือ ตอนเงินเดือนออก นี่คือความสุขชั้นที่หนึ่ง ซึ่งหลายๆ คนมีความสุขในการทำงานแค่วันนั้นวันเดียว แต่ถ้าเราสามารถพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับงานได้ มันก็จะก้าวไปสู่อีกระดับ อันนำมาซึ่งผลตอบแทนหรือความสุขชั้นที่ ๒ นั่นเอง  หนึ่งเดือน คุณโยมอยากมีความสุขเพียง ๑ ชั้น หรือ ๒ ชั้น ก็เลือกเอาตามใจชอบเลย </span></p></blockquote>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">เจริญพร&#8230; </span></p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>March 3, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/" title="ถ้วยกาแฟ">ถ้วยกาแฟ</a> (0)</li><li>December 3, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1/" title="เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค</a> (4)</li><li>December 1, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/5-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3/" title="5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน">5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน</a> (1)</li><li>November 21, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/11/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีมตอน : กำแพงอิฐ">เล่านิทานสอนงานทีมตอน : กำแพงอิฐ</a> (2)</li><li>October 31, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค</a> (0)</li><li>October 27, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b9/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ตะปู">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ตะปู</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถ้วยกาแฟ</title>
		<link>http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Mar 2008 15:25:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>9MOT</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคน สร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิดในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนคติ]]></category>
		<category><![CDATA[สอนงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/2008/03/03/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/</guid>
		<description><![CDATA[ที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แห่งหนึ่งของสยามประเทศ บรรดาศิษย์เก่าที่จบจากสถาบันนี้ แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพมีชื่อเสียงในวงสังคมตามวงการต่างๆ มากมาย มีทั้งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และที่กระท่อนกระแท่นยังดิ้นรนอยู่ในหน้าที่การงานก็เยอะ เนื่องในวาระที่อาจารย์พ่อซึ่งเป็นที่เคารพของศิษย์เก่าทุกคน เกษียณอายุ บรรดาศิษย์เก่าจึงถือเป็นโอกาสดีที่จะกลับไปเยี่ยมสถาบัน เพื่อเลี้ยงสังสรรค์และรำลึกถึงอาจารย์พ่อ หลังจากกินเลี้ยงกันมาได้พักใหญ่ วงสนทนาก็เริ่มเปลี่ยน ไปเป็นการบ่นพร่ำเกี่ยวกับความเครียด ในการทำงานและปัญหาชีวิต แต่ละคน มีปัญหาแตกต่างกันออกไปมากบ้างน้อยบ้าง อาจารย์พ่อฟังปัญหาของลูกศิษย์ทุกคนอย่างตั้งใจ รับฟังโดยไม่มีคำวิจารณ์ หรือนำเสนอความเห็นของอาจารย์เลยแม้แต่น้อย เมื่อฟังปัญหาของลูกศิษย์จบทุกคน อาจารย์พ่อเสนอเลี้ยงกาแฟกลุ่มลูกศิษย์เก่า ท่านเดินเข้าไปในครัว และออกมาพร้อมกับกาแฟเหยือกโตและถ้วยกาแฟ แบบต่างๆ บ้างเป็นถ้วยกระเบื้องบ้าง เป็นถ้วยพลาสติก และบ้างทำด้วยแก้ว มีถ้วยกาแฟหลายใบที่เป็นแบบพื้นๆ ธรรมดา บางใบ สวยวิจิตรสูงค่า &#8220;อาจารย์ ชงกาแฟใส่เหยือกมาให้แล้ว พวกเธอจัดการรินใส่แก้วดื่มกันเองนะ&#8221; บรรดาลูกศิษย์ มองถ้วยกาแฟหลากหลาย ด้วยความสนใจ แล้วพากันเลือกถ้วยกาแฟพร้อมๆ กับรินกาแฟออกมาจากเหยือกใส่ถ้วยต่างกันออกไปเอามือไว้ เมื่อลูกศิษย์ทุกคนต่างมีถ้วยกาแฟในมือกันทุกคน แล้วอาจารย์พ่อ กล่าวว่า &#8221; ลองดูถ้วยกาแฟในมือของพวกเธอ กับถ้วยกาแฟที่เหลืออยู่ในถาดซึ่งไม่มีคนเลือกสิ &#8221; &#8221; สังเกตกันรึเปล่า&#8230;. ถ้วยสวย ๆ แพง ๆ ถูกเลือกไปหมด เหลือไว้แต่ถ้วยแบบธรรมดาราคาถูก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แห่งหนึ่งของสยามประเทศ บรรดาศิษย์เก่าที่จบจากสถาบันนี้ แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพมีชื่อเสียงในวงสังคมตามวงการต่างๆ มากมาย มีทั้งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และที่กระท่อนกระแท่นยังดิ้นรนอยู่ในหน้าที่การงานก็เยอะ</p>
<p>เนื่องในวาระที่อาจารย์พ่อซึ่งเป็นที่เคารพของศิษย์เก่าทุกคน เกษียณอายุ บรรดาศิษย์เก่าจึงถือเป็นโอกาสดีที่จะกลับไปเยี่ยมสถาบัน เพื่อเลี้ยงสังสรรค์และรำลึกถึงอาจารย์พ่อ</p>
<p>หลังจากกินเลี้ยงกันมาได้พักใหญ่ วงสนทนาก็เริ่มเปลี่ยน ไปเป็นการบ่นพร่ำเกี่ยวกับความเครียด ในการทำงานและปัญหาชีวิต แต่ละคน มีปัญหาแตกต่างกันออกไปมากบ้างน้อยบ้าง อาจารย์พ่อฟังปัญหาของลูกศิษย์ทุกคนอย่างตั้งใจ รับฟังโดยไม่มีคำวิจารณ์ หรือนำเสนอความเห็นของอาจารย์เลยแม้แต่น้อย</p>
<p>เมื่อฟังปัญหาของลูกศิษย์จบทุกคน อาจารย์พ่อเสนอเลี้ยงกาแฟกลุ่มลูกศิษย์เก่า ท่านเดินเข้าไปในครัว และออกมาพร้อมกับกาแฟเหยือกโตและถ้วยกาแฟ แบบต่างๆ บ้างเป็นถ้วยกระเบื้องบ้าง เป็นถ้วยพลาสติก และบ้างทำด้วยแก้ว มีถ้วยกาแฟหลายใบที่เป็นแบบพื้นๆ ธรรมดา บางใบ สวยวิจิตรสูงค่า</p>
<p>&#8220;อาจารย์ ชงกาแฟใส่เหยือกมาให้แล้ว พวกเธอจัดการรินใส่แก้วดื่มกันเองนะ&#8221; บรรดาลูกศิษย์ มองถ้วยกาแฟหลากหลาย ด้วยความสนใจ แล้วพากันเลือกถ้วยกาแฟพร้อมๆ กับรินกาแฟออกมาจากเหยือกใส่ถ้วยต่างกันออกไปเอามือไว้</p>
<p>เมื่อลูกศิษย์ทุกคนต่างมีถ้วยกาแฟในมือกันทุกคน แล้วอาจารย์พ่อ กล่าวว่า</p>
<p>&#8221; ลองดูถ้วยกาแฟในมือของพวกเธอ กับถ้วยกาแฟที่เหลืออยู่ในถาดซึ่งไม่มีคนเลือกสิ &#8221;</p>
<p>&#8221; สังเกตกันรึเปล่า&#8230;. ถ้วยสวย ๆ แพง ๆ ถูกเลือกไปหมด เหลือไว้แต่ถ้วยแบบธรรมดาราคาถูก &#8221;</p>
<p>&#8221; เป็นเรื่องปกติ&#8230;ที่พวกเรามักจะเลือก สิ่งที่ดีที่สุดโดยลืมคิดถึงความต้องการที่แท้จริงของเราและ นี่คือที่มาของความเครียดและปัญหาทั้งหลายในชีวิต &#8221;</p>
<p>&#8220;ความจริงวันนี้สิ่ง ที่พวกเราต้องการแท้จริงคือกาแฟ ไม่ใช่ถ้วยกาแฟ แต่จิตสำนึกกลับ นำพาเราไปเลือกที่ถ้วย มิหนำซ้ำยังคอยชำเลืองมองถ้วยของคนอื่นๆ อีกด้วย</p>
<p>หากชีวิตคือกาแฟ หน้าที่การงาน ตำแหน่งต่างๆ ในสังคม ก็คือ ถ้วยกาแฟ มันเป็นเพียงเครื่องมือ อุปกรณ์ช่วยหยิบจับหรือประคองชีวิตของเรา มันไม่ได้ทำให้เนื้อหาจริงๆ ของชีวิต เปลี่ยนไป บางครั้ง&#8230;.การมัวเพ่งที่ถ้วยใส่กาแฟ มันก็จะทำให้เราลืมใส่ใจกับรสชาติของตัวกาแฟ &#8221;</p>
<p>&#8221; ถ้ารู้จักชีวิตที่แท้จริง&#8230;.ของหรือตำแหน่งหน้าที่ มันก็แค่ส่วนเคลือบ ไม่ใช่เนื้อหาหรือแก่นแท้ที่สำคัญของชีวิต&#8221;</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>December 1, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/5-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3/" title="5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน">5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน</a> (1)</li><li>November 21, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/11/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีมตอน : กำแพงอิฐ">เล่านิทานสอนงานทีมตอน : กำแพงอิฐ</a> (2)</li><li>July 9, 2010 -- <a href="http://www.9mot.com/2010/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/" title="เล่านิทานสอนงานนาย &#8211; ตอนสั่งงานลูกน้อง">เล่านิทานสอนงานนาย &#8211; ตอนสั่งงานลูกน้อง</a> (2)</li><li>September 10, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81/" title="เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ">เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ</a> (0)</li><li>February 26, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b2/" title="ลิงกับลา">ลิงกับลา</a> (0)</li><li>November 14, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b/" title="ใครเอาเนยแข็งของฉันไป">ใครเอาเนยแข็งของฉันไป</a> (1)</li><li>November 7, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/" title="ธรรมะสำหรับคนทำงาน">ธรรมะสำหรับคนทำงาน</a> (0)</li><li>May 28, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2/" title="คุณค่า">คุณค่า</a> (0)</li><li>April 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่</a> (0)</li><li>December 3, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1/" title="เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค</a> (4)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค</title>
		<link>http://www.9mot.com/2007/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2007/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Dec 2007 05:03:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>9MOT</dc:creator>
				<category><![CDATA[พัฒนาคน สร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[การนำปัญหามาแก้ไข]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิดในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานสอนงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[มุมมอง]]></category>
		<category><![CDATA[อุปสรรค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/2007/12/03/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1/</guid>
		<description><![CDATA[ครอบครัวหนึ่งมีลูกสาววัยกำลังซน 3 คน   ชื่อ นุ่ม,นิ่ม และนวล  คราวหนึ่งแม่กำลังทำครัวอยู่ จึงให้นุ่มไปซื้อน้ำปลามา ๑ ขวด นุ่มรีบวิ่งไปซื้อทันที ขากลับเดินสะดุดหลุมหกล้ม ขวดน้ำปลาหลุดมือ นุ่มหยิบขวดน้ำปลาเดินกลับบ้าน สีหน้าเศร้าสร้อย บอกแม่ว่า &#8220;แย่จัง หนูทำน้ำปลาหกไปตั้งครึ่งขวด&#8221; อาทิตย์ต่อมาแม่ให้นิ่มไปซื้อน้ำมันมา ๑ ขวด นิ่มซื้อเสร็จ ขากลับเดินสะดุดหิน น้ำมันหกไปครึ่งขวด แต่เธอกลับไปเล่าให้แม่ฟังอย่างยิ้มแย้มว่า &#8220;เมื่อกี้หนูหกล้ม แต่ยังดีที่คว้าเอาไว้ได้ทัน มีน้ำมันเหลือตั้งครึ่งขวดแน่ะ&#8221;   ๒-๓ อาทิตย์ต่อมา ถึงเวรของนวลบ้าง เธอไปซื้อน้ำส้มสายชูกลับมาก็บอกแม่ว่า &#8220;เมื่อกี้หนูหกล้ม แต่ยังดีที่คว้าเอาไว้ได้ทัน มีน้ำส้มเหลือตั้งครึ่งขวด แต่หนูรับปากว่าต่อไปจะไม่เผลออีก&#8221; ว่าแล้วเธอก็กลับไปขุดเอาหินที่โผล่ตามทางเดินออกจนหมด รวมทั้งกลบหลุมที่อาจทำให้ใครต่อใครเดินสะดุดด้วย  แนวคิดในการสอนงาน ปัญหาที่ทั้ง 3 คน เจอนั้นเหมือน ๆ กัน  แต่มุมมองต่อปัญหานั้นต่างกันอย่างมาก  ส่งผลให้อารมณ์และความรู้สึกนั้นต่างกันด้วย  อีกทั้งเมื่อเราพบกับปัญหาแล้วเรียนรู้และแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ  ก็จะช่วยให้เราสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้ในครั้งต่อๆ ไป บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกันOctober 31, 2007 -- เล่านิทานสอนงานทีม ตอน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ครอบครัวหนึ่งมีลูกสาววัยกำลังซน 3 คน   ชื่อ นุ่ม,นิ่ม และนวล  คราวหนึ่งแม่กำลังทำครัวอยู่ จึงให้นุ่มไปซื้อน้ำปลามา ๑ ขวด นุ่มรีบวิ่งไปซื้อทันที ขากลับเดินสะดุดหลุมหกล้ม ขวดน้ำปลาหลุดมือ นุ่มหยิบขวดน้ำปลาเดินกลับบ้าน <strong>สีหน้าเศร้าสร้อย</strong> บอกแม่ว่า <strong>&#8220;แย่จัง หนูทำน้ำปลาหกไปตั้งครึ่งขวด&#8221;</strong></p>
<p>อาทิตย์ต่อมาแม่ให้นิ่มไปซื้อน้ำมันมา ๑ ขวด นิ่มซื้อเสร็จ ขากลับเดินสะดุดหิน น้ำมันหกไปครึ่งขวด แต่เธอกลับไปเล่าให้แม่ฟังอย่าง<strong>ยิ้มแย้ม</strong>ว่า <strong>&#8220;เมื่อกี้หนูหกล้ม แต่ยังดีที่คว้าเอาไว้ได้ทัน มีน้ำมันเหลือตั้งครึ่งขวดแน่ะ&#8221;</strong><br />
 <br />
๒-๓ อาทิตย์ต่อมา ถึงเวรของนวลบ้าง เธอไปซื้อน้ำส้มสายชูกลับมาก็บอกแม่ว่า <strong>&#8220;เมื่อกี้หนูหกล้ม แต่ยังดีที่คว้าเอาไว้ได้ทัน มีน้ำส้มเหลือตั้งครึ่งขวด แต่หนูรับปากว่าต่อไปจะไม่เผลออีก&#8221;</strong> ว่าแล้วเธอก็กลับไป<strong>ขุดเอาหินที่โผล่ตามทางเดินออกจนหมด รวมทั้งกลบหลุมที่อาจทำให้ใครต่อใครเดินสะดุดด้วย</strong> </p>
<p><strong>แนวคิดในการสอนงาน</strong><br />
ปัญหาที่ทั้ง 3 คน เจอนั้นเหมือน ๆ กัน  แต่มุมมองต่อปัญหานั้นต่างกันอย่างมาก  ส่งผลให้อารมณ์และความรู้สึกนั้นต่างกันด้วย  อีกทั้งเมื่อเราพบกับปัญหาแล้วเรียนรู้และแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ  ก็จะช่วยให้เราสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้ในครั้งต่อๆ ไป</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>October 31, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค</a> (0)</li><li>October 27, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b9/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ตะปู">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ตะปู</a> (0)</li><li>July 9, 2010 -- <a href="http://www.9mot.com/2010/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/" title="เล่านิทานสอนงานนาย &#8211; ตอนสั่งงานลูกน้อง">เล่านิทานสอนงานนาย &#8211; ตอนสั่งงานลูกน้อง</a> (2)</li><li>September 10, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81/" title="เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ">เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ</a> (0)</li><li>January 27, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/01/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/" title="กระรอกกับมะพร้าว">กระรอกกับมะพร้าว</a> (0)</li><li>November 7, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/" title="ธรรมะสำหรับคนทำงาน">ธรรมะสำหรับคนทำงาน</a> (0)</li><li>April 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่</a> (0)</li><li>March 3, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/" title="ถ้วยกาแฟ">ถ้วยกาแฟ</a> (0)</li><li>February 3, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/02/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีมตอน นายสาว">เล่านิทานสอนงานทีมตอน นายสาว</a> (0)</li><li>December 1, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/5-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3/" title="5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน">5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน</a> (1)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2007/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน</title>
		<link>http://www.9mot.com/2007/12/5-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2007/12/5-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 01 Dec 2007 14:24:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>9MOT</dc:creator>
				<category><![CDATA[พัฒนาคน สร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิดในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนคติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/2007/12/01/5-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3/</guid>
		<description><![CDATA[1. ไม่เป็นไร ผิดพลาดกันได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทำงานผิดพลาดแล้วยังจะมานั่งโทษตัวเองให้เหนื่อยทำไม ให้กำลังใจตัวเองเพื่อทำงานชิ้นต่อไปดีกว่า ยิ่งเรามัวจมกับความผิดพลาดเดิม ๆ เราก็จะทำงานอื่นต่อไม่ได้ สู้เอาความผิดพลาดมาทำให้ถูกต้องในงานชิ้นใหม่ดีกว่า สัจธรรมของชีวิตที่ต้องจำไว้อย่างหนึ่งก็คือ ไม่มีใครจำเรื่องของคนอื่นนานหรอก ถึงใครจะว่าเรามากมายแค่ไหน แต่พอเดินพ้นหน้าเราไปเขาก็ต้องคิดเรื่องอื่นแทน แล้วเราจะมาลงโทษตัวเองอยู่ทำไม 2. งานไม่ได้หนักทุกวันสักหน่อย เดี๋ยวก็ได้พักแล้ว เวลางานล้นมือเราอาจท้อ แต่ท้อไปงานก็ไม่เสร็จ ลุกมาทุ่มเททำให้เสร็จ ๆ ไปดีกว่า เหนื่อยแค่ไหนเดี๋ยวก็ได้พัก และสิ่งที่เราต้องทำเมื่องานเยอะ คือจัดระเบียบเส้นตายของงานแต่ละชิ้น เจรจาต่อรองถ้าคิดว่าจะไม่เสร็จตรงเวลา แล้วก็ค่อย ๆ ทำไปทีละงาน เดี๋ยวดีเอง 3. ถึงจะไม่เก่งงานนี้ แต่เราก็พยายามเต็มที่แล้ว บ่อยครั้งที่เราได้รับมอบหมายงานที่ไม่ถนัด ก็คิดเสียว่าไม่เป็นไร ทำให้เต็มที่ แต่ก่อนทำก็บอกคนที่มอบหมายหน่อยว่าไม่ค่อยถนัดนะ แต่จะทำเต็มที่ ผิดพลาดอะไรก็บอกได้ เขาจะได้ไม่คาดหวังมาก แต่ถ้าทำออมาแล้วดีก็ถือเป็นกำไร อย่าเสียใจที่ทำงานบางประเภทไม่เก่ง เพราะเราก็อาจจะเก่งในงานประเภทอื่นก็ได้ จำไว้ว่าปลาอาจจะว่ายน้ำเก่งกว่าลูกสุนัข แต่ปลาก็วิ่งไม่ได้เหมือนกัน ถ้าปลาตัวหนึ่งจะโดดขึ้นมาบนบกแล้วคืบคลานจนถลอกปอกเปิกก็คงไม่มีใครว่าอะไร เพราะมันเป็นปลาจริงไหม 4. ใครจะว่าอะไรก็ช่าง ถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็พอแล้ว เคยได้ยินคนพูดเรื่องการติดฉลากไหม การติดฉลากก็คือการประทับตราว่าสิ่งนั้นเป็นอะไร เพื่อให้ง่ายต่อการจัดประเภท ทีนี้ปัญหาอยู่ที่ว่าถ้าติดฉลากถูกก็ดีไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a target="_blank" href="http://astore.amazon.com/1080i_vs_1080p_lcd_tvs_hdtv-20" title="1080i vs. 1080p LCD HDTVs"><img align="left" width="250" src="http://www.9mot.com/wp-content/uploads/2007/12/worker.jpg" hspace="10" alt="worker.jpg" /></a><strong><a target="_blank" href="http://astore.amazon.com/1080i_vs_1080p_lcd_tvs_hdtv-20" title="1080i vs. 1080p LCD HDTVs">1</a>. ไม่เป็นไร ผิดพลาดกันได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่</strong><br />
ทำงานผิดพลาดแล้วยังจะมานั่งโทษตัวเองให้เหนื่อยทำไม ให้กำลังใจตัวเองเพื่อทำงานชิ้นต่อไปดีกว่า ยิ่งเรามัวจมกับความผิดพลาดเดิม ๆ เราก็จะทำงานอื่นต่อไม่ได้ สู้เอาความผิดพลาดมาทำให้ถูกต้องในงานชิ้นใหม่ดีกว่า สัจธรรมของชีวิตที่ต้องจำไว้อย่างหนึ่งก็คือ ไม่มีใครจำเรื่องของคนอื่นนานหรอก ถึงใครจะว่าเรามากมายแค่ไหน แต่พอเดินพ้นหน้าเราไปเขาก็ต้องคิดเรื่องอื่นแทน แล้วเราจะมาลงโทษตัวเองอยู่ทำไม</p>
<p><strong>2. งานไม่ได้หนักทุกวันสักหน่อย เดี๋ยวก็ได้พักแล้ว</strong><br />
เวลางานล้นมือเราอาจท้อ แต่ท้อไปงานก็ไม่เสร็จ ลุกมาทุ่มเททำให้เสร็จ ๆ ไปดีกว่า เหนื่อยแค่ไหนเดี๋ยวก็ได้พัก และสิ่งที่เราต้องทำเมื่องานเยอะ คือจัดระเบียบเส้นตายของงานแต่ละชิ้น เจรจาต่อรองถ้าคิดว่าจะไม่เสร็จตรงเวลา แล้วก็ค่อย ๆ ทำไปทีละงาน เดี๋ยวดีเอง</p>
<p><strong>3. ถึงจะไม่เก่งงานนี้ แต่เราก็พยายามเต็มที่แล้ว<br />
</strong>บ่อยครั้งที่เราได้รับมอบหมายงานที่ไม่ถนัด ก็คิดเสียว่าไม่เป็นไร ทำให้เต็มที่ แต่ก่อนทำก็บอกคนที่มอบหมายหน่อยว่าไม่ค่อยถนัดนะ แต่จะทำเต็มที่ ผิดพลาดอะไรก็บอกได้ เขาจะได้ไม่คาดหวังมาก แต่ถ้าทำออมาแล้วดีก็ถือเป็นกำไร อย่าเสียใจที่ทำงานบางประเภทไม่เก่ง เพราะเราก็อาจจะเก่งในงานประเภทอื่นก็ได้ จำไว้ว่าปลาอาจจะว่ายน้ำเก่งกว่าลูกสุนัข แต่ปลาก็วิ่งไม่ได้เหมือนกัน ถ้าปลาตัวหนึ่งจะโดดขึ้นมาบนบกแล้วคืบคลานจนถลอกปอกเปิกก็คงไม่มีใครว่าอะไร เพราะมันเป็นปลาจริงไหม</p>
<p><strong>4. ใครจะว่าอะไรก็ช่าง ถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็พอแล้ว</strong><br />
เคยได้ยินคนพูดเรื่องการติดฉลากไหม การติดฉลากก็คือการประทับตราว่าสิ่งนั้นเป็นอะไร เพื่อให้ง่ายต่อการจัดประเภท ทีนี้ปัญหาอยู่ที่ว่าถ้าติดฉลากถูกก็ดีไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ติดฉลากผิด สิ่งนั้นก็จะไม่ใช่สิ่งที่เป็นตามฉลากก็เท่านั้น ในหลักการเดียวกัน ถ้าใครมาว่าคุณสารพัดเรื่อง แต่ถ้าคุณไม่ได้เป็นอย่างเขาบอก ก็ไม่เห็นจะต้องคิดมากกับฉลากที่เขาเอามาติดไว้ ถ้าคุณเป็นน้ำตาลแล้วเขาเอาฉลากน้ำปลามาติดให้ก็ไม่ใช่ปัญหาของคุณ เขาเองต่างหากที่คิดผิด</p>
<p><strong>5. ให้เกียรติงานที่ทำด้วยการทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ อย่าบ่นว่าไม่ชอบงาน<br />
</strong>นึกถึงกระเป๋ารถเมล์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใสสิ แล้วเปรียบเทียบกับเราที่นั่งบ่นอยู่นั่นแล้วว่าเหนื่อย ไม่สนุก ถามว่างานหรือเปล่าที่ทำให้เราทุกข์ จริง ๆ แล้วเราต่างหากท่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ เพราะนั่งพร่ำบ่นกับสิ่งที่ไม่ได้ดังใจ ถ้าใครได้ทำงานที่ชอบก็ดีไป แต่อย่าลืมว่างานที่ชอบก็มีด้านที่ทำให้เราเหนื่อยได้เหมือนกัน ใช่ว่าหนทางการทำงานจะปูด้วยกลียกุหลาบเสมอไป สิ่งที่เราควรคิดก็คืองานคือสิ่งที่ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า อย่าดูถูกงานของตัวเอง ไม่เช่นนั้นเราก็ดูถูกตัวเองด้วยที่เลือกทำงานนั้น อย่าลืมว่าเราต่างหากที่เป็นคนเลือกที่จะทำหรือไม่ทำ ดังนั้นทำงานที่เราเลือกในเวลานั้นๆ</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>March 3, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/" title="ถ้วยกาแฟ">ถ้วยกาแฟ</a> (0)</li><li>November 21, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/11/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีมตอน : กำแพงอิฐ">เล่านิทานสอนงานทีมตอน : กำแพงอิฐ</a> (2)</li><li>November 7, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/" title="ธรรมะสำหรับคนทำงาน">ธรรมะสำหรับคนทำงาน</a> (0)</li><li>December 3, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1/" title="เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค</a> (4)</li><li>October 31, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค</a> (0)</li><li>October 27, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b9/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ตะปู">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ตะปู</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2007/12/5-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เล่านิทานสอนงานทีมตอน : กำแพงอิฐ</title>
		<link>http://www.9mot.com/2007/11/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2007/11/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Nov 2007 14:19:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>9MOT</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคน สร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิดในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนคติ]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานสอนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/2007/11/21/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[อาจารย์พรหมหรือพระวิสิทธิสังวรเถร เป็นชาวอังกฤษ เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ชา ก่อนจะไปก่อตั้งวัดป่าโพธิญานใกล้เมืองเพิร์ธ ที่ประเทศออสเตรเลีย ช่วงก่อตั้งวัดป่าโพธิญานเมื่อปี 2526 พระอาจารย์พรหมเล่าว่า หลังจากซื้อที่ดินแล้ว เงินก็แทบไม่เหลือ ต้องสร้างวัดด้วยมือของตัวเองตั้งแต่ผสมปูน จนถึงการก่อกำแพงอิฐ ท่านเล่าว่า ตอนที่ลงมือทำก็รู้สึกว่าได้ทำอย่างประณีตที่สุด จนกระทั่งกำแพงอิฐเสร็จสิ้นลง แต่พอถอยออกมายืนดู ก็พบว่าก่ออิฐพลาดไป 2 ก้อน  พระอาจารย์พรหมขอเจ้าอาวาสทุบกำแพงทิ้งเพื่อก่อใหม่ แต่เจ้าอาวาสไม่ยอม จากนั้นเป็นตันมา ทุกครั้งที่มาแขกมาเยี่ยมวัด พระอาจารย์ท่านจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่พาแขกเดินผ่านกำแพงบริเวณนี้ เพราะอายที่ก่ออิฐผิดพลาดไป 2 ก้อน จนกระทั่งวันหนึ่ง พระอาจารย์พรหมกำลังเดินกับแขกที่มาเยี่ยมวัดคนหนึ่ง เขาเห็นกำแพงนี้แล้วก็เปรยขึ้นมาว่า &#8221; กำแพงสวยดีนี่&#8221; พระอาจารย์พรหมถามกลับด้วยอารมณ์ขันว่า &#8220;คุณลืมแว่นสายตาไว้ในรถหรือเปล่า คุณไม่เห็นหรือว่ามีอิฐ 2 ก้อน ที่ก่อผิดพลาดจนกำแพงดูไม่ดี&#8221; แต่แล้วผู้เยี่ยชมคนนี้ก็เอ่ยประโยคที่ทำให้พระอาจารย์พรหมเปลี่ยนแปลงทัศนคติทั้งหมดที่เคยมีต่อกำแพงนี้ พร้อมกับเปลี่ยนแง่มุมที่มีต่อชีวิต เพื่อนๆ รู้มั๊ยว่า แขกที่มาเยี่ยมชมได้พูดว่าอะไร แขกผู้มาเยี่ยมชมได้พูดว่า &#8220;ผมเห็นอิฐที่วางไม่ดีสองก้อนนั้น แต่ผมก็ได้เห็นด้วยว่ามีอิฐอีก 998 ก้อนที่ก่อไว้อย่างสวยงาม&#8221; &#8221; นับเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนที่อาตมาสามารถมองเห็นอิฐก้อนอื่นๆ บนกำแพงนั้น นอกเหนือจากเจ้า 2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img border="1" align="left" src="http://www.9mot.com/wp-content/uploads/2007/11/it.jpg" hspace="10" alt="it.jpg" /><br />
อาจารย์พรหมหรือพระวิสิทธิสังวรเถร เป็นชาวอังกฤษ เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ชา ก่อนจะไปก่อตั้งวัดป่าโพธิญานใกล้เมืองเพิร์ธ ที่ประเทศออสเตรเลีย</p>
<p>ช่วงก่อตั้งวัดป่าโพธิญานเมื่อปี 2526 พระอาจารย์พรหมเล่าว่า หลังจากซื้อที่ดินแล้ว เงินก็แทบไม่เหลือ ต้องสร้างวัดด้วยมือของตัวเองตั้งแต่ผสมปูน จนถึงการก่อกำแพงอิฐ ท่านเล่าว่า ตอนที่ลงมือทำก็รู้สึกว่าได้ทำอย่างประณีตที่สุด จนกระทั่งกำแพงอิฐเสร็จสิ้นลง แต่พอถอยออกมายืนดู ก็พบว่าก่ออิฐพลาดไป 2 ก้อน  พระอาจารย์พรหมขอเจ้าอาวาสทุบกำแพงทิ้งเพื่อก่อใหม่ แต่เจ้าอาวาสไม่ยอม</p>
<p>จากนั้นเป็นตันมา ทุกครั้งที่มาแขกมาเยี่ยมวัด พระอาจารย์ท่านจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่พาแขกเดินผ่านกำแพงบริเวณนี้ เพราะอายที่ก่ออิฐผิดพลาดไป 2 ก้อน</p>
<p>จนกระทั่งวันหนึ่ง พระอาจารย์พรหมกำลังเดินกับแขกที่มาเยี่ยมวัดคนหนึ่ง เขาเห็นกำแพงนี้แล้วก็เปรยขึ้นมาว่า &#8221; กำแพงสวยดีนี่&#8221; พระอาจารย์พรหมถามกลับด้วยอารมณ์ขันว่า &#8220;คุณลืมแว่นสายตาไว้ในรถหรือเปล่า คุณไม่เห็นหรือว่ามีอิฐ 2 ก้อน ที่ก่อผิดพลาดจนกำแพงดูไม่ดี&#8221;</p>
<p>แต่แล้วผู้เยี่ยชมคนนี้ก็เอ่ยประโยคที่ทำให้พระอาจารย์พรหมเปลี่ยนแปลงทัศนคติทั้งหมดที่เคยมีต่อกำแพงนี้<br />
พร้อมกับเปลี่ยนแง่มุมที่มีต่อชีวิต</p>
<p>เพื่อนๆ รู้มั๊ยว่า แขกที่มาเยี่ยมชมได้พูดว่าอะไร</p>
<p>แขกผู้มาเยี่ยมชมได้พูดว่า &#8220;<strong>ผมเห็นอิฐที่วางไม่ดีสองก้อนนั้น แต่ผมก็ได้เห็นด้วยว่ามีอิฐอีก 998 ก้อนที่ก่อไว้อย่างสวยงาม</strong>&#8221;</p>
<p>&#8221; นับเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนที่อาตมาสามารถมองเห็นอิฐก้อนอื่นๆ บนกำแพงนั้น นอกเหนือจากเจ้า 2 ก้อนที่เป็นปัญหา&#8221;  ไม่ว่าจะเป็นอิฐที่อยู่ด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย และด้านขวาของเจ้าอิฐ 2 ก้อนนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นอิฐที่ก่อไว้อย่างดีไม่มีที่ติ ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนอิฐที่ดีมีมากกว่าเจ้าอิฐไม่ดี 2 ก้อนนั้น</p>
<p>ใช่เพื่อนๆ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สายตาขอพระอาจารย์พรหมเฝ้ามองแต่อิฐ 2 ก้อนนั้น ท่านยอมรับว่าสายตาของท่านมืดบอดต่อสิ่งอื่นๆ ท่านอยากทลายกำแพง เพราะมองเห็นแต่อิฐ 2 ก้อนที่ผิดพลาด แต่ทันทีที่ความรู้สึกเปิดกว้าง มองเห็นอิฐก้อนดีๆ จำนวนมากบนกำแพงนี้ กำแพงเดิมที่อยากทลายลงก็กลับงดงามขึ้นมาทันที</p>
<p>&#8220;ใช่&#8230; กำแพงนี้สวยดี&#8221;</p>
<p>พระอาจารย์พรหมหันไปบอกกับแขกผู้มาเยี่ยมคนนั้นจนถึงวันนี้ พระอาจารย์พรหมก็นึกไม่ออกแล้วว่าอิฐที่ผิดพลาด 2 ก้อนนั้น อยู่ตรงส่วนไหนของกำแพง ทัศนคติในการมองโลกที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อิฐ 2 ก้อนนั้นเลือนหายไปจากความทรงจำ</p>
<p>พระอาจารย์พรหมเปรียบเปรยว่า คู่ชีวิตที่ตัดสัมพันธ์หรือหย่าร้างกัน ก็เพราะทั้งคู่เพ่งมองแต่ &#8220;อิฐที่ไม่ดี 2 ก้อน&#8221; ในตัวคู่ชีวิตของเขา</p>
<p>คนที่คิดท้อแท้ อยากฆ่าตัวตายก็เพราะเรามองเห็นแต่ &#8220;อิฐ 2 ก้อน&#8221; ในตัวเราเอง ทั้งที่ในความเป็นตริง นอกจาก &#8220;อิฐ 2 ก้อน&#8221; ที่ผิดพลาดแล้ว ยังมี &#8220;อิฐก้อนที่ดี&#8221; และ &#8220;อิฐก้อนที่ดีไม่มีที่ติ&#8221; มากมายอยู่ในตัวเรา  เพียงแต่เรามองไม่เห็นเท่านั้นเอง</p>
<p>***อย่าให้ความผิดพลาดของ &#8220;อิฐที่ไม่ดี 2 ก้อน&#8221; ทำให้เราต้องทำลายกำแพงดีๆ จนพัง และในขณะที่เรามองหาข้อดีของตัวเราและคนอื่นแล้ว ให้มองหา &#8220;ข้อดี&#8221; จาก &#8220;ข้อบกพร่อง&#8221; ของตัวเราและคนอื่นอีกด้วย แล้วชีวิตนี้จะมีแต่ความสุข***</p>
<p>ที่มา: หนังสือ &#8220;ชวนม่วนชื่น&#8221;  เป็นเรื่องของอาจารย์พรหมหรือพระวิสิทธิสังวรเถร เป็นชาวอังกฤษ เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ชา ก่อนจะไปก่อตั้งวัดป่าโพธิญานใกล้เมืองเพิร์ธ ที่ประเทศออสเตรเลีย</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212; </p>
<p>ข้อคิดในการสอนงาน : เรื่องนี้ให้ข้อคิดในเรื่องการทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วย เพราะหากเรามัวแต่มองข้อเสียเล็กน้อยของเพื่อนร่วมงาน และเหมารวมว่าเขาเป็นคนไม่ดี อาจทำให้เรามองข้ามสิ่งดี ๆ มากมายในตัวเพื่อนของเราก็ได้ ดังนั้นการทำงานร่วมกับผู้อื่นต้องมองและให้ความสำคัญกับสิ่งดี ๆ ในตัวเขามากกว่ามองข้อเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ จะทำให้เราทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>March 3, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/" title="ถ้วยกาแฟ">ถ้วยกาแฟ</a> (0)</li><li>December 1, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/5-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3/" title="5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน">5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน</a> (1)</li><li>February 26, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b2/" title="ลิงกับลา">ลิงกับลา</a> (0)</li><li>November 7, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/" title="ธรรมะสำหรับคนทำงาน">ธรรมะสำหรับคนทำงาน</a> (0)</li><li>October 30, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a1/" title="เรื่องของเด็กน้อย  กับหมา">เรื่องของเด็กน้อย  กับหมา</a> (0)</li><li>April 22, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2/" title="ถ้าเป็นคุณ&#8230;จะแก้ปัญหานี้อย่างไร?">ถ้าเป็นคุณ&#8230;จะแก้ปัญหานี้อย่างไร?</a> (1)</li><li>April 19, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/value-of-lif/" title="มูลค่าของชีวิต">มูลค่าของชีวิต</a> (2)</li><li>March 13, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9/" title="ถ้าคุณได้ยักษ์มาทำงานให้คุณทุกอย่าง">ถ้าคุณได้ยักษ์มาทำงานให้คุณทุกอย่าง</a> (0)</li><li>December 3, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1/" title="เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค</a> (4)</li><li>October 31, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2007/11/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค</title>
		<link>http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Oct 2007 03:55:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>9MOT</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคน สร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิดในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานสอนงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อุปสรรค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/2007/10/31/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84/</guid>
		<description><![CDATA[&#8230;&#8230;&#8230;.ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มากแล้ว วันหนึ่งชาวนาได้พาเจ้าลาแก่ออกไปข้างนอก ด้วยความโง่เขลาของมันดันเดินซุ่มซ่าม ไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางเป็นเวลาหลายเพลา ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบ ไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้านเพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ ครั้งแรกเมื่อดินไปถูกหลังลามันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนทันที มันร้องโหยหวนทันที สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป หลังจากที่ชาวนาตักดินใส่ไปในบ่อได้สัก สองสามพลั่วก็เหลือบมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจที่ว่า ทุกครั้งที่ทุกคนสาดดินไปถูกหลังลามันจะสะบัดดินออกจากหลัง แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไรมันก็ก้าวขึ้นมาได้ เร็วมากยิ่งขึ้น ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจที่เจ้าลาในที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆที่ถาถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเสมือนดินที่ สาดเข้ามาหาเรา  จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้  จงแก้เพื่อที่เราจะได้เหยียบมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ฉันใดฉันนั้น” &#8220;อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวข้ามไป&#8221; จงมองว่าทุกปัญหามีทางออก &#8230;แต่ ..อย่ามองว่าทุกทางออกเป็นปัญหา&#8230;. บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกันDecember 3, 2007 -- เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค (4)October 27, 2007 -- เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ตะปู (0)July 9, 2010 -- เล่านิทานสอนงานนาย &#8211; ตอนสั่งงานลูกน้อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8230;&#8230;&#8230;.ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มากแล้ว</p>
<p>วันหนึ่งชาวนาได้พาเจ้าลาแก่ออกไปข้างนอก ด้วยความโง่เขลาของมันดันเดินซุ่มซ่าม<br />
ไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางเป็นเวลาหลายเพลา<br />
ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา</p>
<p>ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบ<br />
ไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้านเพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ</p>
<p>ครั้งแรกเมื่อดินไปถูกหลังลามันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนทันที<br />
มันร้องโหยหวนทันที สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป</p>
<p>หลังจากที่ชาวนาตักดินใส่ไปในบ่อได้สัก สองสามพลั่วก็เหลือบมองลงไปในบ่อ<br />
ก็พบกับความประหลาดใจที่ว่า ทุกครั้งที่ทุกคนสาดดินไปถูกหลังลามันจะสะบัดดินออกจากหลัง<br />
แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น</p>
<p>ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไรมันก็ก้าวขึ้นมาได้ เร็วมากยิ่งขึ้น<br />
ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจที่เจ้าลาในที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้</p>
<p>นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า<br />
“ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆที่ถาถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเสมือนดินที่ สาดเข้ามาหาเรา <br />
จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้  จงแก้เพื่อที่เราจะได้เหยียบมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ<br />
เปรียบเสมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ฉันใดฉันนั้น”</p>
<p>&#8220;อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวข้ามไป&#8221;<br />
จงมองว่าทุกปัญหามีทางออก &#8230;แต่ ..อย่ามองว่าทุกทางออกเป็นปัญหา&#8230;.</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>December 3, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1/" title="เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค</a> (4)</li><li>October 27, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b9/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ตะปู">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ตะปู</a> (0)</li><li>July 9, 2010 -- <a href="http://www.9mot.com/2010/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/" title="เล่านิทานสอนงานนาย &#8211; ตอนสั่งงานลูกน้อง">เล่านิทานสอนงานนาย &#8211; ตอนสั่งงานลูกน้อง</a> (2)</li><li>September 10, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81/" title="เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ">เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ</a> (0)</li><li>January 27, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/01/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/" title="กระรอกกับมะพร้าว">กระรอกกับมะพร้าว</a> (0)</li><li>November 7, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/" title="ธรรมะสำหรับคนทำงาน">ธรรมะสำหรับคนทำงาน</a> (0)</li><li>April 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่</a> (0)</li><li>March 3, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/" title="ถ้วยกาแฟ">ถ้วยกาแฟ</a> (0)</li><li>February 3, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/02/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีมตอน นายสาว">เล่านิทานสอนงานทีมตอน นายสาว</a> (0)</li><li>December 1, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/5-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3/" title="5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน">5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน</a> (1)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ตะปู</title>
		<link>http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Oct 2007 02:52:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>9MOT</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคน สร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>
		<category><![CDATA[การควบคุมอารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิดในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คำขอโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานสอนงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/2007/10/27/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b9/</guid>
		<description><![CDATA[มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุง และบอกกับเขาว่า  &#8220;ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโห หรือโกรธใครสักคน ให้ตอกตะปู 1 ตัวเข้าไปกับรั้วที่หลังบ้าน&#8221;  วันแรกผ่านไป เด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเขาไปที่รั้วหลังบ้านถึง 37 ตัว และก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ในแต่ละวันที่ผ่านไป ก็ลดจำนวนลง น้อยลง น้อยลง เพราะเขารู้สึกว่า การรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบ ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ  และแล้ว หลังจากที่เขาสามารถควบคุมตนเองได้ดีขึ้นใจเย็นมากขึ้น เขาจึงเข้าไปพบกับพ่อ และบอกกับพ่อของเขาว่า เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นมา พ่อยิ้ม และบอกกับลูกชายของเขาว่า &#8220;ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้ โดยทุกๆ ครั้งที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตนเองได้ ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้าน 1 ตัว ทุกครั้ง&#8221; วันแล้ววันเล่า เด็กน้อยคนนั้นก็ค่อยๆ ถอนตะปูออก ทีละตัว จาก 1 เป็น 2 &#8230;. จาก 2 เป็น 3 จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออก จนหมด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" src="http://www.9mot.com/wp-content/uploads/2007/10/hammer.jpg" hspace="10" alt="hammer.jpg" />มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุง และบอกกับเขาว่า  &#8220;ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโห หรือโกรธใครสักคน ให้ตอกตะปู 1 ตัวเข้าไปกับรั้วที่หลังบ้าน&#8221;  วันแรกผ่านไป เด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเขาไปที่รั้วหลังบ้านถึง 37 ตัว และก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ในแต่ละวันที่ผ่านไป ก็ลดจำนวนลง น้อยลง น้อยลง เพราะเขารู้สึกว่า การรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบ ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ  และแล้ว หลังจากที่เขาสามารถควบคุมตนเองได้ดีขึ้นใจเย็นมากขึ้น เขาจึงเข้าไปพบกับพ่อ และบอกกับพ่อของเขาว่า เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นมา พ่อยิ้ม และบอกกับลูกชายของเขาว่า &#8220;ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้ โดยทุกๆ ครั้งที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตนเองได้ ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้าน 1 ตัว ทุกครั้ง&#8221;<br />
วันแล้ววันเล่า เด็กน้อยคนนั้นก็ค่อยๆ ถอนตะปูออก ทีละตัว จาก 1 เป็น 2 &#8230;. จาก 2 เป็น 3<br />
จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออก จนหมด เด็กน้อยดีใจมากรีบวิ่งไปบอกกับพ่อเขาว่า &#8220;ฉันทำได้ ในที่สุดฉันก็ทำจนสำเร็จ !!&#8221;</p>
<p>พ่อไม่ได้พูดอะไร แต่จูงมือลูกของเขาออกไปที่รั้วหลังบ้าน และบอกกับลูกว่า<br />
&#8220;ทำได้ดีมาก ลูกพ่อ และเจ้าลองมองกลับไปที่รั้วเหล่านั้นสิ เจ้าเห็นหรือไม่ว่า<br />
รั้วนั้นมันไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือน..กับที่มันเคยเป็น จำไว้นะลูก<br />
เมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำอะไรลงไปโดยใช้อารมณ์ สิ่งนั้นมันจะเกิดเป็นรอยแผล<br />
เหมือนกับการเอามีดที่แหลมคมไปแทงใครสักคน ต่อให้ใช้คำพูด ว่า “ขอโทษ”<br />
สักกี่หน ก็ไม่อาจลบความเจ็บปวด ไม่อาจลบรอยแผลที่เกิดขึ้นกับเขาคนนั้นได้<br />
ฉันใดก็ฉันนั้น “กับเพื่อน” .. เพื่อนเปรียบเสมือน อัญมณีอันมีค่าที่หายาก<br />
เป็นคนที่ทำให้เรายิ้ม เป็นคนที่คอยให้กำลังใจ และยินดีเมื่อเราพบกับความสำเร็จ<br />
เป็นคนที่คอยปลอบใจเราเมื่อยามเศร้า ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา และจริงใจกับเราเสมอ &#8230;<br />
แสดงให้เขาเห็น ว่าเราห่วงใยเขามากแค่ไหน และระวังสิ่งที่เราทำไป<br />
ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ และจงจดจำไว้เสมอว่า &#8221; คำขอโทษ &#8221;<br />
ไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เราหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้น<br />
คือ รอยร้าวที่เขาคงไม่อาจลืมมันได้ &#8230;&#8230; ตลอดไป”<br />
หวังว่านิทานนี้คงช่วยให้พวกเรา อยู่ร่วมกัน ทำงาน ร่วมกัน คบกัน<br />
ด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกันขึ้นเรื่อยๆ ตลอดไป&#8230;..</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>December 3, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1/" title="เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค</a> (4)</li><li>October 31, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค</a> (0)</li><li>September 10, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81/" title="เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ">เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ</a> (0)</li><li>January 27, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/01/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/" title="กระรอกกับมะพร้าว">กระรอกกับมะพร้าว</a> (0)</li><li>November 7, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/" title="ธรรมะสำหรับคนทำงาน">ธรรมะสำหรับคนทำงาน</a> (0)</li><li>May 18, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/" title="เพื่อน">เพื่อน</a> (1)</li><li>April 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่</a> (0)</li><li>March 3, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/" title="ถ้วยกาแฟ">ถ้วยกาแฟ</a> (0)</li><li>February 3, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/02/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีมตอน นายสาว">เล่านิทานสอนงานทีมตอน นายสาว</a> (0)</li><li>December 1, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/5-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3/" title="5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน">5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน</a> (1)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

