ความเดิมจากตอนที่แล้ว (เปิดทริป … ท้าลมหนาวที่เนเธอร์แลนด์) … เราขับรถออกจาก Amsterdam หลังจากใช้เวลา 3 วันในการเที่ยวไปยังเมืองสำคัญต่าง ๆ ของ Netherlands … ระยะทางจาก Amsterdam ไปยังเมือง Ghent (Gent ในภาษา Dutch) นั้นราว 250 กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ซึ่งต้องขับรถผ่านเมือง Antwerp ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศนี้ แต่เราก็ไม่ได้แวะเพราะเกรงว่าจะถึงที่พักค่ำเกินไป (อันที่จริงแอบกลัวสาว ๆ จะช็อปปิ้งเพิ่มแล้วไม่มีที่จะนั่ง อิอิ) GPS...
อ่านต่อช่วงเวลาก่อนเดินทางของทริปนี้ก็ยังคงเหมือนกับทริปก่อน ๆ ที่ใกล้วันเดินทางจะต้องเช็คสภาพอากาศ .. สถานการณ์ดอกไม้ (ว่าบานหรือยัง) และยิ่งใกล้วันก็ยิ่งหวั่นใจเพราะอากาศไม่มีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ Spring หรือฤดูใบไม้ผลิแม้แต่น้อย อุณหภูมิที่ปกติแล้วช่วงต้นเดือนเมษาจะเลย 10 องศาแล้ว แต่ปีนี้วิ่งอยู่ราว ๆ 1-2 องศาเท่านั้น แถมลมแรงทำให้ความรู้สึกเหมือนอุณหภูมิติดลบ … ผมแจ้งข้อมูลที่กับเพื่อนร่วมทริปทุกคน...
อ่านต่อหลังจากที่ได้ขับรถเที่ยวชมเส้นทางอันสวยงามของหลายประเทศของยุโรปฝั่งตะวันออก 2 ปีติดกันแล้ว ปี 2013 จึงวางแผนขับรถเที่ยวยุโรปอีกครั้ง โดยปีนี้เป็นเส้นทางฝั่งตะวันตกได้แก่กลุ่มประเทศ Benelux อันได้แก่ Luxembourg, Belgium, Netherlands หรือที่หลาย ๆ คนเรียก Holland … แต่ไหน ๆ เสียค่าตั๋วเยอะแล้วก็เลยรวมเอาเมืองท่องเที่ยวใกล้เคียงอันได้แก่แคว้น Alsace ของฝรั่งเศส และ Black forest ของเยอรมันเข้าไปด้วย อันที่จริงตามแผนเดิมจะขับเลยไปถึงเกาะ Mainau ชายแดน Swiss โน่นเลย...
อ่านต่อตอนที่แล้วเราออกเดินทางจากเมือง Karlovy Vary ของสาธารณรัฐเช็ก และแวะชมเมือง Nuremberg โดยมีจุดหมายคือเมืองเล็ก ๆ อันเก่าแก่อีกหนึ่งเมือง นั่นคือ Rothenburg หรือจะเรียกเต็ม ๆ ว่า Rothenburg ob der Tauber หมายถึง Rothenburg แห่งแม่น้ำ Tauber นั่นเอง ทั้งนี้เพราะมีเมืองชื่อเีดียวกันอยู่ในเยอรมันอีก จึงต้องมีชื่อแม่น้ำกำกับไว้ด้วยว่าเป็นเมือง Rothenburg ของแม่น้ำ Tauber นะ ไม่งั้นจะหลงไปแถว ๆ Dresden ซึ่งห่างออกไปทางตะวันออกโน่น … หากจะหาตำแหน่งเมืองนี้ใน Google...
อ่านต่อตอนที่แล้วเราเดินทางจาก Rothenburg มุ่งลงใ้ต้สู่เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศเยอรมัน … “มิวนิค” เมืองมิวนิคแห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย จึงเป็นศูนย์กลางของความเจริญมาจนถึงปัจจุบัน เมืองที่อยู่เกือบใต้สุดของเยอรมันแห่งนี้อยู่ตอนเหนือของเทือกเขา Alps เพียง 50 กม. ทำให้อากาศเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน แต่ก็หนาวจัดในช่วงฤดูหนาวเช่นกัน … วันนี้เป็นวันที่ผมจะต้องคืนรถเช่าที่สนามบิน เพราะอยู่ระหว่างทางผ่านไปจาก Rothenburg...
อ่านต่อต่อจากตอนที่แล้ว พวกเราออกจากปรากในช่วงบ่าย ๆ เพื่อเดินทางสู่อีกหนึ่งเมืองของสาธารณรัฐเช็ก … เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ชื่อ “Karlovy Vary” เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำแร่และสปา เพราะเมืองแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสปาระดับโลกก็เพราะน้ำแร่ที่เชื่อกันว่าช่วยรักษาและบรรเทาโรคนั่นเอง เมืองแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 (Charles IV) ซึ่งค้นพบสถานที่นี้จากการที่สุนัขล่าเนื้อของพระองค์ตกลงในบ่อน้ำพุร้อน...
อ่านต่อความเดิมจากตอนที่แล้ว เราได้ชมความสวยงามในแบบเมืองเล็กเสมือเทพนิยายของเมือง Cesky Krumlov ไปแล้ว … วันนี้เราได้เดินทางมาอีกถึงหนึ่งจุดหมายหลักของทริปนี้ ซึ่งเป็นเมืองที่หลายคนอยากมาเห็นกับตาสักครั้ง รวมถึงเพื่อน ๆ ร่วมทริปยุโรปปีที่แล้วด้วย เสียดายที่ตอนนั้นเมืองนี้อยู่นอกเส้นทาง ผมจึงจำเป็นต้องตัดออกไป แต่ในปีนี้เมืองใหญ่แห่งนี้ถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมอย่างชนิดที่ขาดไม่ได้ … ผมกำัลังพูดถึง “ปราก”...
อ่านต่อต่อจากตอนที่แล้ว เราออกจากเมืองสุดแสนโรแมนติกอย่าง Hallstatt มุ่งตะวันออกสู่ประเทศ Czech โดยเมืองแรกที่เราจะแวะเที่ยวชมและค้างคืนกันเป็นแห่งแรกในประเทศนี้คือ Cesky Krumlov เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO และดังเช่นที่เกริ่นไว้แล้วในบทสรุปของทริปนี้ ว่าผมให้ความสำคัญในการเลือกที่พักใกล้จุดที่ต้องเดินท่องเที่ยว โดยเมืองนี้เราพักกันที่ Penzion Gardena ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางเข้าเมืองเก่าเลย...
อ่านต่อ
เสียงทักทายจากผู้มาเยือน