<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Blog ท่องเที่ยว - ถ่ายภาพของ &#34;นายมด&#34; &#187; ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ</title>
	<atom:link href="http://www.9mot.com/category/forward-mail/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.9mot.com</link>
	<description>9MOT&#039;s Blog - สูตรผสมแห่งศาสตร์และศิลป์ : Blog ท่องเที่ยว-ถ่ายภาพกับเรื่องราวดี ๆ ที่อยากแบ่งปัน</description>
	<lastBuildDate>Fri, 25 Nov 2011 16:44:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ</title>
		<link>http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Sep 2009 09:42:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thitipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคน สร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานสอนงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บทความดี ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[รักองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[สอนงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องดี ๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/?p=1253</guid>
		<description><![CDATA[มีช่างก่ออิฐอยู่ในทำงานใกล้ๆ กัน 3 คน คนหนึ่งทำด้วยความรู้สึกเหนื่อยอ่อน อิดโรยเฉื่อยชา อีกคนก็ดีขึ้นมาหน่อย มีความกระตือรือล้นมากขึ้น แต่ว่าทำไปก็มองนาฬิกาไป แต่ว่าคนที่ 3 ทำงานด้วยความกระฉับกระเฉง และก่ออิฐก้อนแล้วก้อนเล่า โดยที่ไม่ได้สนใจอย่างอื่น ไปถาม 3 คน นี้ว่าทำอะไรอยู่ คนแรกก็ตอบว่า ผมกำลังก่ออิฐครับ คนที่สองบอกกำลังก่อกำแพง แต่คนที่ 3 บอก กำลังสร้างโบสถ์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ทั้งสามคนทำงานอย่างเดียวกัน แต่ว่าความกระตือรือล้น ความกระฉับกระเฉง ความตื่นตัวต่างกัน คนแรกทำอย่างขอไปที คนที่สองทำไปก็ดูเวลาไป แต่คนที่สามทำอย่างมีความสุข ทำงานอย่างเดียวกันแต่มีความรู้สึกแตกต่างกัน เพราะอะไร พอเขารู้ เขามองด้วยความรู้สึกว่าแต่ละคนทำงานต่างกัน แต่ละคนให้ค่าของงานไม่เหมือนกัน คนที่คิดว่าตัวเองก่ออิฐ ก็รู้สึกว่าตัวเองทำไปไม่ค่อยมีคุณค่า ก็ทำไปด้วยความเฉื่อยเนือย อีกคนเห็นงานของตัวเองมันกว้างขึ้นมาหน่อย เพราะว่ากำลังก่อกำแพง ก็รู้สึกมีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น แต่ก็อดไม่ได้ที่จะดูเวลา เพราะเขารู้สึกว่าเขามาทำก็เพื่อมีเงินใช้ ก็รอว่าเมื่อไรเวลาจะหมดเสียที แต่คนที่ 3 เขารู้สึกว่าเขากำลังได้สร้างโบสถ์ กำลังสร้างวัด และคนไทยเมื่อรู้สึกว่าตัวเองได้มีส่วนสร้างวัด ก็รู้สึกปิติขึ้นมา มันไม่ใช่ผลตอบแทนที่เป็นเงิน แต่มันคือบุญกุศล เกิดความปิติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีช่างก่ออิฐอยู่ในทำงานใกล้ๆ กัน 3 คน คนหนึ่งทำด้วยความรู้สึกเหนื่อยอ่อน อิดโรยเฉื่อยชา อีกคนก็ดีขึ้นมาหน่อย มีความกระตือรือล้นมากขึ้น แต่ว่าทำไปก็มองนาฬิกาไป แต่ว่าคนที่ 3 ทำงานด้วยความกระฉับกระเฉง และก่ออิฐก้อนแล้วก้อนเล่า โดยที่ไม่ได้สนใจอย่างอื่น</p>
<p>ไปถาม 3 คน นี้ว่าทำอะไรอยู่ คนแรกก็ตอบว่า ผมกำลังก่ออิฐครับ คนที่สองบอกกำลังก่อกำแพง แต่คนที่ 3 บอก กำลังสร้างโบสถ์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา</p>
<p>ทั้งสามคนทำงานอย่างเดียวกัน แต่ว่าความกระตือรือล้น ความกระฉับกระเฉง ความตื่นตัวต่างกัน</p>
<p>คนแรกทำอย่างขอไปที คนที่สองทำไปก็ดูเวลาไป แต่คนที่สามทำอย่างมีความสุข ทำงานอย่างเดียวกันแต่มีความรู้สึกแตกต่างกัน เพราะอะไร</p>
<p>พอเขารู้ เขามองด้วยความรู้สึกว่าแต่ละคนทำงานต่างกัน แต่ละคนให้ค่าของงานไม่เหมือนกัน คนที่คิดว่าตัวเองก่ออิฐ ก็รู้สึกว่าตัวเองทำไปไม่ค่อยมีคุณค่า ก็ทำไปด้วยความเฉื่อยเนือย</p>
<p>อีกคนเห็นงานของตัวเองมันกว้างขึ้นมาหน่อย เพราะว่ากำลังก่อกำแพง ก็รู้สึกมีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น แต่ก็อดไม่ได้ที่จะดูเวลา เพราะเขารู้สึกว่าเขามาทำก็เพื่อมีเงินใช้ ก็รอว่าเมื่อไรเวลาจะหมดเสียที</p>
<p>แต่คนที่ 3 เขารู้สึกว่าเขากำลังได้สร้างโบสถ์ กำลังสร้างวัด และคนไทยเมื่อรู้สึกว่าตัวเองได้มีส่วนสร้างวัด ก็รู้สึกปิติขึ้นมา มันไม่ใช่ผลตอบแทนที่เป็นเงิน แต่มันคือบุญกุศล เกิดความปิติ แรงจูงใจที่ทำให้เกิดเขาทำงานนั้น มันไม่ใช่เป็นเรื่องของรายได้หรือผลตอบแทนแต่ว่าเป็นศรัทธาที่โยงกับความรัก</p>
<p>เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า การทำงานอย่างเดียวกัน ก่ออิฐเหมือนกัน แต่มีความรู้สึกต่างกันเพราะว่ามองงานนั้นต่างกัน เราจะเห็นได้ว่าเราเห็นคุณค่าของงานเป็นเรื่องที่สำคัญมาก</p>
<p>คนที่ทำงานโดยคิดเพียงแค่ที่ว่าสิ่งที่ฉันทำมันเป็นเพียงรายได้หรือแค่อาชีพอย่างหนึ่ง เขาอาจจะทำแล้วก็รอว่าเมื่อไรเงินเดือนจะออก เมื่อไรจะถึงวันหยุด เมื่อไรจะถึงวันเสาร์อาทิตย์</p>
<p>เพราะว่าเขาไม่ได้ทำงานมุ่งหมายมากไปกว่าการมีผลตอบแทน หรือเงินเดือน แต่คนที่เขาทำงานและเห็นว่างานที่เขาทำมีคุณค่า มีส่วนในการสร้างสรรค์ประเทศ มีส่วนในการทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า หรืออย่างน้อยก็มีส่วนทำให้บริษัทองค์กรเจริญงอกงาม</p>
<p><span style="color: #008080;">คุณเป็นช่างก่ออิฐคนไหนครับ ?</span></p>
<p><span style="color: #008080;"><span style="color: #000000;">Credit : บทความโดย&#8230;พระไพศาล วิสาโล  คัดลอกจาก  </span><a href="http://www.civil.rtaf.mi.th"><span style="color: #000000;">www.civil.rtaf.mi.th</span></a></span></p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>February 26, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b2/" title="ลิงกับลา">ลิงกับลา</a> (0)</li><li>November 14, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b/" title="ใครเอาเนยแข็งของฉันไป">ใครเอาเนยแข็งของฉันไป</a> (1)</li><li>May 28, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2/" title="คุณค่า">คุณค่า</a> (0)</li><li>June 4, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/06/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/" title="ความลับ&#8230;ความรัก">ความลับ&#8230;ความรัก</a> (0)</li><li>May 18, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/" title="เพื่อน">เพื่อน</a> (1)</li><li>April 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่</a> (0)</li><li>January 27, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/01/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/" title="กระรอกกับมะพร้าว">กระรอกกับมะพร้าว</a> (0)</li><li>October 30, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a1/" title="เรื่องของเด็กน้อย  กับหมา">เรื่องของเด็กน้อย  กับหมา</a> (0)</li><li>May 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/" title="เกมส์แห่งความรัก">เกมส์แห่งความรัก</a> (0)</li><li>May 2, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a5/" title="เล่านิทานสอนงานทีม &#8211; ตอน &#8220;ชอบกินหัวปลา&#8221;">เล่านิทานสอนงานทีม &#8211; ตอน &#8220;ชอบกินหัวปลา&#8221;</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มีอะไรใน&#8230;หนีตามกาลิเลโอ</title>
		<link>http://www.9mot.com/2009/07/dear-galileo/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2009/07/dear-galileo/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jul 2009 14:42:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thitipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคน สร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>
		<category><![CDATA[review หนีตามกาลิเลโอ]]></category>
		<category><![CDATA[การลงโทษแรงเกินไป]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[หนีตามกาลิเลโอ]]></category>
		<category><![CDATA[เคารพกฎ]]></category>
		<category><![CDATA[แหกกฎ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/?p=1218</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์สุดสัปดาห์นี้ผมไปเดินเล่นที่ central อีกตามเคย  สมแล้วที่เพื่อน ๆ มันชอบค่อนขอดว่า &#8220;มรึงมีหุ้นส่วนใน central เหรอวะ&#8221;  &#8230; ทำไงได้ก็มันไม่รู้จะไปไหนนี่นา  ชายหาดก็มีแต่ฝรั่งหัวแดง  ถ้าเป็นสาว ๆ ญี่ปุ่นว่าไปอย่าง อิอิ &#8230;  มาเข้าเรื่องดีกว่า หุหุ &#8230; กิจกรรมอย่างหนึ่งวันอาทิตย์ของผมก็ดูหนังนี่แหละ  ซึ่งวันนี้ขอเลือกเรื่อง &#8220;หนีตามกาลิโลโอ&#8221; &#8230; เพราะคิดว่าหนังเรื่องนี้ภาพน่าจะสวย  เนื้อหาน่าจะมีอะไรให้ค้นหา คงไม่ใช่หนังวัยรุ่นที่ดูสนุกอย่างเดียวเป็นแน่   อีกอย่างก็ชอบผลงาน season change ของนางเอกและการนำเสนอเรื่องราวของผู้กำกับท่านนี้  จึงคิดว่าคงไม่ผิดหวังเป็นแน่ เนื้อหาของหนังว่าด้วยเรื่องของสองวัยรุ่น (รุ่นใกล้ ๆ ผม &#8230;&#8230; แต่สมัย 10 กว่าปีที่แล้ว อิอิ) ที่คนนึงอกหัก คนนึงดรอปจากการเรียน  เก็บกระเป๋าพร้อมปมในใจไปผจญภัยกันที่เมืองนอก   และก็ได้ผจญภัยกันจริง ๆ เจอทั้งความลำบาก ความสนุก ความสุข ความเศร้า และเหตุการณ์ไม่คาดคิดมากมายที่บางครั้งกระทบต่อมิตรภาพของสองสาว แม้ว่าหนังจะค่อนข้างยาว แต่ก็เล่าเรื่องได้อย่างต่อเนื่องลงตัว ดูแล้ว in ไปกับสองตัวละคร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-medium wp-image-1219 alignleft" style="margin-right: 5px; border: black 1px solid;" title="galileo" src="http://www.9mot.com/wp-content/uploads/2009/07/galileo-209x300.jpg" alt="galileo" width="188" height="270" />วันอาทิตย์สุดสัปดาห์นี้ผมไปเดินเล่นที่ central อีกตามเคย  สมแล้วที่เพื่อน ๆ มันชอบค่อนขอดว่า &#8220;มรึงมีหุ้นส่วนใน central เหรอวะ&#8221;  &#8230; ทำไงได้ก็มันไม่รู้จะไปไหนนี่นา  ชายหาดก็มีแต่ฝรั่งหัวแดง  ถ้าเป็นสาว ๆ ญี่ปุ่นว่าไปอย่าง อิอิ &#8230;  มาเข้าเรื่องดีกว่า หุหุ &#8230; กิจกรรมอย่างหนึ่งวันอาทิตย์ของผมก็ดูหนังนี่แหละ  ซึ่งวันนี้ขอเลือกเรื่อง &#8220;หนีตามกาลิโลโอ&#8221; &#8230; เพราะคิดว่าหนังเรื่องนี้ภาพน่าจะสวย  เนื้อหาน่าจะมีอะไรให้ค้นหา คงไม่ใช่หนังวัยรุ่นที่ดูสนุกอย่างเดียวเป็นแน่   อีกอย่างก็ชอบผลงาน season change ของนางเอกและการนำเสนอเรื่องราวของผู้กำกับท่านนี้  จึงคิดว่าคงไม่ผิดหวังเป็นแน่</p>
<p>เนื้อหาของหนังว่าด้วยเรื่องของสองวัยรุ่น (รุ่นใกล้ ๆ ผม &#8230;&#8230; แต่สมัย 10 กว่าปีที่แล้ว อิอิ) ที่คนนึงอกหัก คนนึงดรอปจากการเรียน  เก็บกระเป๋าพร้อมปมในใจไปผจญภัยกันที่เมืองนอก   และก็ได้ผจญภัยกันจริง ๆ เจอทั้งความลำบาก ความสนุก ความสุข ความเศร้า และเหตุการณ์ไม่คาดคิดมากมายที่บางครั้งกระทบต่อมิตรภาพของสองสาว</p>
<p>แม้ว่าหนังจะค่อนข้างยาว แต่ก็เล่าเรื่องได้อย่างต่อเนื่องลงตัว ดูแล้ว in ไปกับสองตัวละคร โดยหนังค่อย ๆ บอกอะไรบางอย่างผ่านเนื้อเรื่องที่สองสาวต้องเผชิญ  ปมเล็ก ๆ ของหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากให้ทุกคนได้ดูและนำไปคิด  เพราะผมเห็นเพื่อนร่วมงานหลายคนและรวมถึงตัวผมด้วย  มักจะคิดอะไรเหมือนตัวละครในเรื่องนี่แหละ ทั้ง ๆ ที่ดูแล้วความคิดความอ่านน่าจะโตกว่าสองสาวในเรื่องเยอะ  จะว่าไปมันก็เป็นิสัยอย่างหนึ่งของคนไทย (ส่วนใหญ่)  นั่นคือการไม่เคารพกฎ  เมื่อทำผิดแล้วก็พยายาเอาตัวรอด หรือถ้าถูกจับได้-ถูกลงโทษก็มักจะโทษโน่นโทษนี่  แถมพาลไปโกรธคนที่ควบคุมกฎหรือคนลงโทษซะด้วยในฐานะที่ไม่เห็นใจ ที่สำคัญคือมองเรื่องที่ตัวเองทำผิดเป็นเรื่องเล็กหรือบางทีก็มองว่าไม่ผิดด้วยซ้ำ และไม่ควรถูกลงโทษ จึงเป็นที่มาของความขัดแย้งในที่สุด &#8230; แต่ผมเชื่อเสมอว่า คนเราเปลี่ยนกันได้ แต่บ้างครั้งก็ต้องอาศัย &#8220;จุดเปลี่ยน&#8221;  ในหนังของเรื่องนี้มีจุดเปลี่ยนเช่นกัน  แต่จะสายเกินไปหรือไม่ผมไม่บอกดีกว่า  ไปลุ้นกันเอาเองในหนัง &#8220;หนีตามกาลิโลโอ&#8221; &#8230; ส่วนในชีวิตจริง เพื่อน ๆ ลองย้อนคิดดูนะครับว่าเคยทำอะไรที่ไม่เข้าร่องเข้ารอย แล้วคิดแต่โทษคนอื่น โกรธคนอื่น แทนที่จะรู้สึกผิดแล้วปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นหรือไม่ &#8230; ถ้ายังนึกไม่ออกก็ลองไปดูหนังเรื่องนี้นะครับ เผื่อเพื่อน ๆ พบคำตอบว่า  มีอะไรใน &#8221;หนีตามกาลิเลโอ&#8221; &#8230;</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>October 27, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/10/%e2%80%9c%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e2%80%9d-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e2%80%9c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89/" title="“กฎเกณฑ์” กับ “ความถูกต้อง”">“กฎเกณฑ์” กับ “ความถูกต้อง”</a> (1)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2009/07/dear-galileo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กางเกงในตัวใหม่</title>
		<link>http://www.9mot.com/2009/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2009/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 03:40:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thitipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ขำขัน]]></category>
		<category><![CDATA[ขำขำ]]></category>
		<category><![CDATA[ขำๆ]]></category>
		<category><![CDATA[คลาดเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[ทะลึ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานตลก]]></category>
		<category><![CDATA[ลามก]]></category>
		<category><![CDATA[ฮา]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาๆ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องตลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/?p=763</guid>
		<description><![CDATA[เล่าเรื่องเครียด ๆ ไปก่อนหน้านี้ รู้สึกผิดก็เลยหาเรื่องขำ ๆ มาให้อ่านกันเป็นการไถ่โทษ อิอิ หนุ่มน้อยชาวเขาเผ่าหนึ่ง ซึ่งได้หมั้นหมายกับสาวน้อยแรกรุ่นต่างเผ่า ด้วยความคิดถึงทรวดทรงอันอวบอิ่ม สมวัยแรกสาวบานสะพรุ่งของคู่หมั้นหมาย&#8230;.หนุ่มชาวเขาตั้งใจว่าวันรุ่งขึ้นจะออกเดินทางไปเยี่ยมเยียนคู่หมั้นสาวให้หายคิดถึง เย็นวันนั้นหนุ่มบอกกับแม่ของเขาว่า กางเกงในที่ใส่อยู่มันเก่ามากแล้ว ใส่มา 3 เดือนยังไม่เคยเปลี่ยนเลย แม่ช่วยไปซื้อผ้ามาตัดให้ใหม่ที แม่ของหนุ่มรีบรุดออกไปตลาดซื้อผ้าใหม่มา 5 เมตร และ ตัดเย็บกางเกงในอย่างประณีตสุดฝีมือให้ไอ้หนุ่มของเรา โดยใช้ผ้าหมดไป 2 เมตร ยังเหลือเก็บไว้อีก 3 เมตร รุ่งเช้าหนุ่มชาวเขาของเราก็รีบใส่กางเกงในตัวใหม่เอี่ยมแล้วสวมผ้าเตี่ยวทับ และออกเดินทางไปหาคู่หมั้นสาวทันทีมิรีรอ ระหว่างทางเกิดปวดท้องหนักกะทันหัน ต้องแวะป่าข้างทางเพื่อปลดทุกข์ ไอ้หนุ่มกลัวกางเกงในใหม่จะเปื้อนจึงถอดแขวนไว้กับกิ่งไม้ แต่ด้วยอารามรีบร้อนอยากพบหน้าคู่หมั้นสาว เมื่อเสร็จภารกิจก็รีบออกเดินทางในทันที &#8230; อนิจจา ไอ้หนุ่มของเราลืมใส่กางเกงในที่แขวนไว้กับกิ่งไม้ไปด้วย เมื่อเดินทางไปถึงบ้านคู่หมั้นสาวในตอนเย็น ว่าที่พ่อตาได้จัดให้มีงานเลี้ยงต้อนรับที่บ้าน โดยทุกคนนั่งล้อมวงรับประทานอาหารเย็น ไอ้หนุ่มของเราเลือกนั่งตรงข้ามกับคู่หมั้นสาวเพื่อจะโชว์กางเกงในตัวใหม่ของเขาให้คู่หมั้นสาวดู ไอ้หนุ่มพยายามนั่งกางขาอย่างเต็มที่เพื่อให้คู่หมั้นสาวได้เห็นกางเกงในตัวใหม่ของเขาได้ชัดๆ เต็มตา  เมื่อคู่หมั้นสาวได้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในผ้าเตี่ยว&#8230;..ก็เกิดอาการช็อคอ้าปากค้าง&#8230;.. &#8230;.ไอ้หนุ่มกระหยิ่มในใจคิดว่าคู่หมั้นสาวประทับใจในกางเกงในตัวใหม่ของเขา จึงลองถามออกไปว่า.. &#8220;ชอบไหมจ๊ะที่รัก&#8230;ผมยังเหลืออีกตั้งสามเมตรเก็บไว้ที่บ้านนะ&#8221; คู่หมั้นสาวเป็นลมหงายหลังตึงในทันที&#8230;&#8230;. บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกันJuly 3, 2009 -- ยาแก้ (0)June [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เล่าเรื่องเครียด ๆ ไปก่อนหน้านี้ รู้สึกผิดก็เลยหาเรื่องขำ ๆ มาให้อ่านกันเป็นการไถ่โทษ อิอิ</p>
<p>หนุ่มน้อยชาวเขาเผ่าหนึ่ง ซึ่งได้หมั้นหมายกับสาวน้อยแรกรุ่นต่างเผ่า<br />
ด้วยความคิดถึงทรวดทรงอันอวบอิ่ม สมวัยแรกสาวบานสะพรุ่งของคู่หมั้นหมาย&#8230;.หนุ่มชาวเขาตั้งใจว่าวันรุ่งขึ้นจะออกเดินทางไปเยี่ยมเยียนคู่หมั้นสาวให้หายคิดถึง<br />
เย็นวันนั้นหนุ่มบอกกับแม่ของเขาว่า กางเกงในที่ใส่อยู่มันเก่ามากแล้ว ใส่มา 3 เดือนยังไม่เคยเปลี่ยนเลย แม่ช่วยไปซื้อผ้ามาตัดให้ใหม่ที<br />
แม่ของหนุ่มรีบรุดออกไปตลาดซื้อผ้าใหม่มา 5 เมตร และ ตัดเย็บกางเกงในอย่างประณีตสุดฝีมือให้ไอ้หนุ่มของเรา โดยใช้ผ้าหมดไป 2 เมตร ยังเหลือเก็บไว้อีก 3 เมตร<br />
รุ่งเช้าหนุ่มชาวเขาของเราก็รีบใส่กางเกงในตัวใหม่เอี่ยมแล้วสวมผ้าเตี่ยวทับ และออกเดินทางไปหาคู่หมั้นสาวทันทีมิรีรอ ระหว่างทางเกิดปวดท้องหนักกะทันหัน ต้องแวะป่าข้างทางเพื่อปลดทุกข์ ไอ้หนุ่มกลัวกางเกงในใหม่จะเปื้อนจึงถอดแขวนไว้กับกิ่งไม้ แต่ด้วยอารามรีบร้อนอยากพบหน้าคู่หมั้นสาว เมื่อเสร็จภารกิจก็รีบออกเดินทางในทันที &#8230; อนิจจา ไอ้หนุ่มของเราลืมใส่กางเกงในที่แขวนไว้กับกิ่งไม้ไปด้วย</p>
<p>เมื่อเดินทางไปถึงบ้านคู่หมั้นสาวในตอนเย็น ว่าที่พ่อตาได้จัดให้มีงานเลี้ยงต้อนรับที่บ้าน โดยทุกคนนั่งล้อมวงรับประทานอาหารเย็น ไอ้หนุ่มของเราเลือกนั่งตรงข้ามกับคู่หมั้นสาวเพื่อจะโชว์กางเกงในตัวใหม่ของเขาให้คู่หมั้นสาวดู ไอ้หนุ่มพยายามนั่งกางขาอย่างเต็มที่เพื่อให้คู่หมั้นสาวได้เห็นกางเกงในตัวใหม่ของเขาได้ชัดๆ เต็มตา  เมื่อคู่หมั้นสาวได้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในผ้าเตี่ยว&#8230;..ก็เกิดอาการช็อคอ้าปากค้าง&#8230;..<br />
&#8230;.ไอ้หนุ่มกระหยิ่มในใจคิดว่าคู่หมั้นสาวประทับใจในกางเกงในตัวใหม่ของเขา จึงลองถามออกไปว่า..</p>
<p><span style="color: #008080;">&#8220;ชอบไหมจ๊ะที่รัก&#8230;ผมยังเหลืออีกตั้งสามเมตรเก็บไว้ที่บ้านนะ&#8221;</span></p>
<p>คู่หมั้นสาวเป็นลมหงายหลังตึงในทันที&#8230;&#8230;.</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>July 3, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/07/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89/" title="ยาแก้">ยาแก้</a> (0)</li><li>June 21, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/06/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5/" title="เจอของดี">เจอของดี</a> (3)</li><li>May 27, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/05/%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-2/" title="รหัสลับ">รหัสลับ</a> (0)</li><li>April 19, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/04/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/" title="ใครเป็นพ่อเด็ก">ใครเป็นพ่อเด็ก</a> (0)</li><li>March 3, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/03/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d/" title="เรื่องระทึกขวัญ">เรื่องระทึกขวัญ</a> (0)</li><li>February 26, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97/" title="สาเหตุแห่งอาการปวดหัวที่คุณต้องอึ้งกับวิธีการรักษา">สาเหตุแห่งอาการปวดหัวที่คุณต้องอึ้งกับวิธีการรักษา</a> (1)</li><li>February 17, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5/" title="พ่อพันธุ์ชั้นดี">พ่อพันธุ์ชั้นดี</a> (1)</li><li>February 13, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99/" title="ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน???">ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน???</a> (0)</li><li>December 27, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/12/%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/" title="กะเหรี่ยงจดทะเบียน">กะเหรี่ยงจดทะเบียน</a> (2)</li><li>November 20, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5/" title="จะให้หมอบอกยังไงดี?">จะให้หมอบอกยังไงดี?</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2009/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลิงกับลา</title>
		<link>http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Feb 2009 04:33:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thitipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคน สร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[นายกับลูกน้อง]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานสอนหัวหน้างาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานสอนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[บทความดี ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคนสร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[สอนงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สอนนาย]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องดี ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้นดีๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/?p=719</guid>
		<description><![CDATA[หญิงชาวบ้านคนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อม ด้วยความเหงานางจึงหาสัตว์มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัวคือ ลิงและลา วันหนึ่งหญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร ก่อนออกจากบ้านเธอได้เอาเชือกมาผูกคอลิงแล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้งสองตัวเดินย่ำไปมาในกระท่อมจนทำให้ข้าวของต่างๆ ได้รับความเสียหาย ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซนเป็นคุณลักษณะประจำตัวก็ค่อยๆ คลายปมเชือกออกจากคอของมัน อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้แก่ลาอีกด้วย หลังจากนั้นเจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้นห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อมจนทำให้ข้าว ของต่างๆ ล้มระเนระนาดกระจัดกระจายไปทั่ว อีกทั้งยังซุกซนรื้อค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านมาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดี ในขณะที่ลาได้แต่มองดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉยๆสักครู่หนึ่ง หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาด เจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลจากทางหน้าต่างก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้ อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบนิ่ง  ฝ่ายหญิงชาวบ้านเมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามาเห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้น กระจุยกระจายเช่นนั้นก็เกิดโทสะขึ้นทันที หันมองลิงและลาเพื่อดูว่าใครเป็นผู้ก่อเรื่อง และเห็นว่าลาไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม เธอก็คิดเอาเองว่าเจ้าลานี่เองคือตัวปัญหา ทำให้กระท่อมของเธอมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บขยะ ดังนั้นหญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมาทุบตีลาอย่างรุนแรง   ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสารก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนสิ้นใจโดยไม่สามารถทำ อะไรได้เลย    คุณหลายคนคงไม่ค่อยชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นัก เพราะสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรแต่กลับถูกเจ้าของทำโทษจนตาย   ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นต้นเหตุแท้ๆ กลับรอดพ้น และไม่ได้รับผลกรรมใดๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนิทานเรื่องนี้ต้องการชี้ให้เห็นถึง ความเป็นผู้นำ ของหญิงชาวบ้านที่ไม่พิจารณาเหตุการณ์ให้ถ่องแท้  เชื่อแค่สิ่งที่ตนเห็นแล้วลงโทษไปตามความรู้สึกและประสพการณ์ส่วนตัว  เธอมองเห็นข้าวของเสียหายและมองเห็นลาที่หลุดออกมาจากเชือก แล้วตัดสินว่าลาคงเป็นผู้กระทำ  แต่ไม่ได้มองว่าลาไม่มีปัญญาจะแก้เชือก และไม่มีนิสัยชอบรื้อทำลาย เธอมองเห็นลิงยังถูกเชือกล่ามอยู่ก็คิดว่าลิงคงไม่ใช่ผู้กระทำ แต่มองไม่ออกว่าผู้น่าจะแก้ปมเชือกได้และมีนิสัยชอบรื้อทำลายนั้นคือ ลิงความจริงถ้าเธอรู้จักสำรวจร่องรอยความเสียหายเสียสักเล็กน้อย เธอก็จะพบรอยเท้าและฟันของลิงกระจายไปทั่วห้อง แต่ไม่พบรอยเท้าของลาเลยเพราะลาไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน     เหตุที่องค์กรของเราต้องเหน็ดเหนื่อยทรมานกันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะความสะเพร่าของผู้นำ ที่&#8221;ปล่อยให้ลิงสร้างปัญหา แต่ลารับเคราะห์&#8221;   ลาก็เหมือนกับคนที่ปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่ แต่ไม่ค่อยมีปากมีเสียงพูดจาตรงไปตรงมาแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยม    ลิงก็เหมือนกับคนที่ฉลาดแกมโกง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-full wp-image-720 alignleft" style="margin-right: 5px; border: black 1px solid;" title="monkey-centerfold" src="http://www.9mot.com/wp-content/uploads/2009/02/monkey-centerfold.jpg" alt="monkey-centerfold" width="300" height="207" /></p>
<p>หญิงชาวบ้านคนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อม ด้วยความเหงานางจึงหาสัตว์มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัวคือ ลิงและลา วันหนึ่งหญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร ก่อนออกจากบ้านเธอได้เอาเชือกมาผูกคอลิงแล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้งสองตัวเดินย่ำไปมาในกระท่อมจนทำให้ข้าวของต่างๆ ได้รับความเสียหาย</p>
<p>ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซนเป็นคุณลักษณะประจำตัวก็ค่อยๆ คลายปมเชือกออกจากคอของมัน อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้แก่ลาอีกด้วย หลังจากนั้นเจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้นห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อมจนทำให้ข้าว ของต่างๆ ล้มระเนระนาดกระจัดกระจายไปทั่ว อีกทั้งยังซุกซนรื้อค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านมาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดี ในขณะที่ลาได้แต่มองดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉยๆสักครู่หนึ่ง หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาด เจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลจากทางหน้าต่างก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้ อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบนิ่ง </p>
<p>ฝ่ายหญิงชาวบ้านเมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามาเห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้น กระจุยกระจายเช่นนั้นก็เกิดโทสะขึ้นทันที หันมองลิงและลาเพื่อดูว่าใครเป็นผู้ก่อเรื่อง และเห็นว่าลาไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม เธอก็คิดเอาเองว่าเจ้าลานี่เองคือตัวปัญหา ทำให้กระท่อมของเธอมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บขยะ ดังนั้นหญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมาทุบตีลาอย่างรุนแรง   ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสารก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนสิ้นใจโดยไม่สามารถทำ อะไรได้เลย   </p>
<p>คุณหลายคนคงไม่ค่อยชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นัก เพราะสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรแต่กลับถูกเจ้าของทำโทษจนตาย   ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นต้นเหตุแท้ๆ กลับรอดพ้น และไม่ได้รับผลกรรมใดๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนิทานเรื่องนี้ต้องการชี้ให้เห็นถึง ความเป็นผู้นำ ของหญิงชาวบ้านที่ไม่พิจารณาเหตุการณ์ให้ถ่องแท้  เชื่อแค่สิ่งที่ตนเห็นแล้วลงโทษไปตามความรู้สึกและประสพการณ์ส่วนตัว  เธอมองเห็นข้าวของเสียหายและมองเห็นลาที่หลุดออกมาจากเชือก แล้วตัดสินว่าลาคงเป็นผู้กระทำ  แต่ไม่ได้มองว่าลาไม่มีปัญญาจะแก้เชือก และไม่มีนิสัยชอบรื้อทำลาย เธอมองเห็นลิงยังถูกเชือกล่ามอยู่ก็คิดว่าลิงคงไม่ใช่ผู้กระทำ แต่มองไม่ออกว่าผู้น่าจะแก้ปมเชือกได้และมีนิสัยชอบรื้อทำลายนั้นคือ ลิงความจริงถ้าเธอรู้จักสำรวจร่องรอยความเสียหายเสียสักเล็กน้อย เธอก็จะพบรอยเท้าและฟันของลิงกระจายไปทั่วห้อง แต่ไม่พบรอยเท้าของลาเลยเพราะลาไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน    </p>
<p>เหตุที่องค์กรของเราต้องเหน็ดเหนื่อยทรมานกันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะความสะเพร่าของผู้นำ ที่&#8221;ปล่อยให้ลิงสร้างปัญหา แต่ลารับเคราะห์&#8221;   ลาก็เหมือนกับคนที่ปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่ แต่ไม่ค่อยมีปากมีเสียงพูดจาตรงไปตรงมาแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยม    ลิงก็เหมือนกับคนที่ฉลาดแกมโกง พูดมากพรีเซ็นต์เก่ง อ้างอิงตำราได้สารพัดแต่ไม่เคยทำงานจริง   นายที่ดีไม่ควรปล่อยให้ลิงหลงระเริงว่าทำผิดเท่าไหร่นายก็ไม่มีทางรู้  </p>
<p>ผู้เป็นนายไม่ควรยึดติดความสบาย  นั่งขึ้นอืดรอฟังแต่รายงานในห้องประชุม  รู้จักยอมเสียสละตนสละเวลาอีกเล็กน้อยเพื่อค้นหาความจริงเพื่อควบคุมเจ้าลิง เพราะไม่เช่นนั้น องค์กรก็จะทุกข์ทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าลิงสงบได้องค์กรก็จะพลอยสบายและมีความสุขอย่างยั่งยืนไปด้วย</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>September 10, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81/" title="เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ">เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ</a> (0)</li><li>November 14, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b/" title="ใครเอาเนยแข็งของฉันไป">ใครเอาเนยแข็งของฉันไป</a> (1)</li><li>May 28, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2/" title="คุณค่า">คุณค่า</a> (0)</li><li>October 30, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a1/" title="เรื่องของเด็กน้อย  กับหมา">เรื่องของเด็กน้อย  กับหมา</a> (0)</li><li>June 4, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/06/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/" title="ความลับ&#8230;ความรัก">ความลับ&#8230;ความรัก</a> (0)</li><li>May 18, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/" title="เพื่อน">เพื่อน</a> (1)</li><li>April 19, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/value-of-lif/" title="มูลค่าของชีวิต">มูลค่าของชีวิต</a> (2)</li><li>March 13, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9/" title="ถ้าคุณได้ยักษ์มาทำงานให้คุณทุกอย่าง">ถ้าคุณได้ยักษ์มาทำงานให้คุณทุกอย่าง</a> (0)</li><li>May 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/" title="เกมส์แห่งความรัก">เกมส์แห่งความรัก</a> (0)</li><li>May 2, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a5/" title="เล่านิทานสอนงานทีม &#8211; ตอน &#8220;ชอบกินหัวปลา&#8221;">เล่านิทานสอนงานทีม &#8211; ตอน &#8220;ชอบกินหัวปลา&#8221;</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความสำเร็จสูงสุดของคนคนหนึ่ง</title>
		<link>http://www.9mot.com/2009/01/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2009/01/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2009 02:35:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thitipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[ขำๆ-ทะลึ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ขำขัน]]></category>
		<category><![CDATA[ขำขำ]]></category>
		<category><![CDATA[ขำๆ]]></category>
		<category><![CDATA[คลายเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานตลก]]></category>
		<category><![CDATA[ฮา]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาๆ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องตลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/?p=649</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อแรกเกิด ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง เมื่ออายุได้ 1 ขวบ ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน เมื่ออายุได้ 2 ขวบ ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถเดินได้ เมื่ออายุได้ 4 ขวบ ความสำเร็จสูงสุดคือ ไม่ฉี่รดที่นอน เมื่ออายุได้ 15 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ มีเพื่อนฝูงมากมาย เมื่ออายุได้ 20 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ เรื่องบนเตียง เมื่ออายุได้ 30 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ มีความมั่นคงในชีวิต เมื่ออายุได้ 50 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ เรื่องบนเตียง เมื่ออายุได้ 60 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ มีเพื่อนฝูงมากมาย เมื่ออายุได้ 65 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ ไม่ฉี่รดที่นอน เมื่ออายุได้ 70 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถเดินได้ เมื่ออายุได้ 75 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อแรกเกิด ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง<br />
เมื่ออายุได้ 1 ขวบ ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน<br />
เมื่ออายุได้ 2 ขวบ ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถเดินได้<br />
เมื่ออายุได้ 4 ขวบ ความสำเร็จสูงสุดคือ ไม่ฉี่รดที่นอน<br />
เมื่ออายุได้ 15 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ มีเพื่อนฝูงมากมาย<br />
เมื่ออายุได้ 20 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ เรื่องบนเตียง<br />
เมื่ออายุได้ 30 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ มีความมั่นคงในชีวิต<br />
เมื่ออายุได้ 50 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ เรื่องบนเตียง<br />
เมื่ออายุได้ 60 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ มีเพื่อนฝูงมากมาย<br />
เมื่ออายุได้ 65 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ ไม่ฉี่รดที่นอน<br />
เมื่ออายุได้ 70 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถเดินได้<br />
เมื่ออายุได้ 75 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน<br />
เมื่ออายุได้ 80 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>September 17, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/joke/" title="เธอคงเหนื่อย">เธอคงเหนื่อย</a> (1)</li><li>September 8, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2/" title="ผู้ชายผิดสัญญา">ผู้ชายผิดสัญญา</a> (0)</li><li>August 17, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/08/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2/" title="ช่วยเพื่อนสร่างเมา">ช่วยเพื่อนสร่างเมา</a> (0)</li><li>June 8, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/06/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81/" title="เรียกพ่อสิลูก">เรียกพ่อสิลูก</a> (1)</li><li>June 4, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/06/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2/" title="เด็กหญิงคำหล้า">เด็กหญิงคำหล้า</a> (1)</li><li>March 25, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/03/%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1/" title="เผยเบื้องหลังเหตุไฟใหม้ซานติก้า">เผยเบื้องหลังเหตุไฟใหม้ซานติก้า</a> (0)</li><li>March 9, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/03/%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/" title="ค้างคาวดูดเลือด">ค้างคาวดูดเลือด</a> (0)</li><li>February 5, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9-2/" title="ตะเกียงวิเศษ">ตะเกียงวิเศษ</a> (0)</li><li>January 16, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/01/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99/" title="คางคกข้ามถนน">คางคกข้ามถนน</a> (0)</li><li>December 12, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/12/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/" title="คู่แข่งหน้าใหม่">คู่แข่งหน้าใหม่</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2009/01/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระรอกกับมะพร้าว</title>
		<link>http://www.9mot.com/2009/01/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2009/01/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2009 04:58:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thitipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคน สร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[การแก้ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้ทรัพยากรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความสามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือกัน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานชวนคิด]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานสอนงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องดี ๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/?p=646</guid>
		<description><![CDATA[มีหมู่บ้านเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง หมู่บ้านนี้มีต้นมะพร้าวขึ้นอยู่ริมฝั่งคลองเป็นจำนวนมาก บริเวณนั้นเป็นป่ารก ไม่มีบ้าน ผู้คน มีแต่สัตว์เล็กสัตว์น้อยอาศัยอยู่ เช่น พวกกระรอก กระแต  วันหนึ่งมีมะพร้าวต้นหนึ่งที่ขึ้นอยู่ริมฝั่งคลองนี้ เกิดมีลูกดกมาก ลำต้นของมันทานน้ำหนักลูกไม่ไหวก็เลยค่อยๆ เอนไป จนยอดมะพร้าวไปจรดคลองอีกฝั่ง กระรอกฝูงหนึ่งเห็นมะพร้าวเอนลงมายังฝั่งของตน หัวหน้ากระรอกจึงพูดขึ้นว่า &#8220;โอ้โฮ ! วันนี้พวกเราช่างโชคดีเหลือเกิน ลาภปากแท้ๆ เลย&#8221;  &#8221;โชคดีอย่างไรล่ะท่านหัวหน้า ช่วยบอกหน่อยซิ&#8221; บริวารกระรอกถาม &#8220;ก็โน่นไง เห็นมั๊ย มะพร้าวลูกดกเอนมาทางฝั่งเรา&#8221; หัวหน้ากระรอกพูดพลางชี้ให้ดู &#8220;อย่างนั้น พวกเราก็ไปกินมะพร้าวกันได้สิท่านหัวหน้า&#8221;  &#8220;ได้เลย ไปชวนกันมาเยอะๆ นานๆ จะมีอาหารอันโอชะมาถึงอย่างนี้สักที&#8221; หัวหน้าอนุญาต ว่าแล้วบรรดากระรอกทั้งหลายก็ชวนกันปีนขึ้นไปเจาะกินน้ำมะพร้าว  กินกันจนเหลือผลกลวงอยู่บนต้นอย่างเพลิดเพลินอยู่หลายวัน วันละลูกสองลูก โดยไม่ได้ลงมาจากต้นมะพร้าวเลย และ ไม่ได้สังเกตถึงความผิดปรกติของต้นมะพร้าวด้วย กินกันจนหมดต้นเมื่อไรไม่รู้ตัว เมื่อน้ำมะพร้าวแห้งหมดทุกลูกแล้ว ต้นมะพร้าวก็เอนกลับไปยังที่เดิม พวกกระรอกทั้งหลายก็ติดอยู่บนต้นมะพร้าวนั้น ไม่สามารถกลับไปยังฝั่งเดิมขิงตนเองได้ ครั้นจะว่ายน้ำข้ามไปก็ว่ายไม่เป็น กระรอกทั้งหลายต่างเศร้าโศกเสียใจ นั่งร้องไห้อยู่บนต้นมะพร้าวนั้น หัวหน้ากระรอกเห็นดังนั้นก็ไม่สบายใจ จึงเรียกบริวารกระรอกมาประชุม ปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไรกันดี จึงจะกลับไปยังฝั่งของตนได้ ต่างแสดงความคิดเห็นกันหลากหลายวิธี แต่ก็ติดขัดตรงที่ทำตามความคิดไม่ได้  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-647" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px; border: black 1px solid;" title="squirrel" src="http://www.9mot.com/wp-content/uploads/2009/01/squirrel.jpg" alt="" width="320" height="240" /></p>
<p>มีหมู่บ้านเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง หมู่บ้านนี้มีต้นมะพร้าวขึ้นอยู่ริมฝั่งคลองเป็นจำนวนมาก บริเวณนั้นเป็นป่ารก ไม่มีบ้าน ผู้คน มีแต่สัตว์เล็กสัตว์น้อยอาศัยอยู่ เช่น พวกกระรอก กระแต </p>
<p>วันหนึ่งมีมะพร้าวต้นหนึ่งที่ขึ้นอยู่ริมฝั่งคลองนี้ เกิดมีลูกดกมาก ลำต้นของมันทานน้ำหนักลูกไม่ไหวก็เลยค่อยๆ เอนไป จนยอดมะพร้าวไปจรดคลองอีกฝั่ง</p>
<p>กระรอกฝูงหนึ่งเห็นมะพร้าวเอนลงมายังฝั่งของตน หัวหน้ากระรอกจึงพูดขึ้นว่า &#8220;โอ้โฮ ! วันนี้พวกเราช่างโชคดีเหลือเกิน ลาภปากแท้ๆ เลย&#8221;  &#8221;โชคดีอย่างไรล่ะท่านหัวหน้า ช่วยบอกหน่อยซิ&#8221; บริวารกระรอกถาม &#8220;ก็โน่นไง เห็นมั๊ย มะพร้าวลูกดกเอนมาทางฝั่งเรา&#8221; หัวหน้ากระรอกพูดพลางชี้ให้ดู &#8220;อย่างนั้น พวกเราก็ไปกินมะพร้าวกันได้สิท่านหัวหน้า&#8221;  &#8220;ได้เลย ไปชวนกันมาเยอะๆ นานๆ จะมีอาหารอันโอชะมาถึงอย่างนี้สักที&#8221; หัวหน้าอนุญาต</p>
<p>ว่าแล้วบรรดากระรอกทั้งหลายก็ชวนกันปีนขึ้นไปเจาะกินน้ำมะพร้าว  กินกันจนเหลือผลกลวงอยู่บนต้นอย่างเพลิดเพลินอยู่หลายวัน วันละลูกสองลูก โดยไม่ได้ลงมาจากต้นมะพร้าวเลย และ ไม่ได้สังเกตถึงความผิดปรกติของต้นมะพร้าวด้วย กินกันจนหมดต้นเมื่อไรไม่รู้ตัว</p>
<p>เมื่อน้ำมะพร้าวแห้งหมดทุกลูกแล้ว ต้นมะพร้าวก็เอนกลับไปยังที่เดิม พวกกระรอกทั้งหลายก็ติดอยู่บนต้นมะพร้าวนั้น ไม่สามารถกลับไปยังฝั่งเดิมขิงตนเองได้ ครั้นจะว่ายน้ำข้ามไปก็ว่ายไม่เป็น กระรอกทั้งหลายต่างเศร้าโศกเสียใจ นั่งร้องไห้อยู่บนต้นมะพร้าวนั้น<br />
หัวหน้ากระรอกเห็นดังนั้นก็ไม่สบายใจ จึงเรียกบริวารกระรอกมาประชุม ปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไรกันดี จึงจะกลับไปยังฝั่งของตนได้ ต่างแสดงความคิดเห็นกันหลากหลายวิธี แต่ก็ติดขัดตรงที่ทำตามความคิดไม่ได้ </p>
<p>ในที่สุดมีกระรอกตัวหนึ่งเสนอความคิดว่า &#8220;พวกเราน่าจะช่วยกันลงไปอมน้ำในแม่น้ำ แล้วนำมาหรอกใส่ในลูกมะพร้าวทุกลูก เมื่อมะพร้าวเต็มทุกลูก ต้นมะพร้าวก็จะเอนไปยังฝั่งเราดังเดิม&#8221;</p>
<p>ความคิดนี้กระรอกทุกตัวต่างเห็นด้วยว่าน่าจะทดลองทำดู เพราะทำไม่ยาก เพียงแต่กระรอกทุกตัวต้องช่วยกันอย่างเต็มที่เท่านั้น<br />
และแล้วการลำเลียงน้ำของกระรอกทุกตัว โดยการอมน้ำจากแม่น้ำไปกรอกลงในลูกมะพร้าวก็เริ่มขึ้น ในไม่ช้า น้ำในลูกมะพร้าวก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นๆ ทีละน้อยๆ ทำให้ต้นมะพร้าวค่อยๆ โน้มเอนลงไปทีละน้อยเช่นเดียวกัน พวกกระรอกทุกตัวต่างไม่ลดละความพยายาม<br />
จนในที่สุดผลของความเพียรพยายามและความสามัคคีก็มาถึง เมื่อกระรอกช่วยกันอมน้ำไปกรอกในลูกมะพร้าวจนเต็มทุกลูก ต้นมะพร้าวก็โน้มเอนลงไปยังฝั่งที่อยู่ของกระรอกตามเดิม กระรอกทุกตัวต่างก็ดีใจที่ได้กลับมายังฝั่งของตนเองได้อย่างปลอดภัย</p>
<p><strong>แนวคิดในการสอนงาน<br />
</strong>ในวันที่มีทรัพยากรณ์ให้ใช้อย่างเหลือเฟือ  จงคำนึงถึงวันที่ทรัพยากรณ์จะหมดสิ้นไปด้วยว่าเมือถึงวันนั้นเราจะทำอย่างไร  ก่อนจะใช้ทรัพยากรณ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด  ลองคิดดูว่าเราจะค่อย ๆ ใช้ทรัพยากรณ์อย่างประหยัด หรือจะใช้แบบไม่ลืมหูลืมตาจนวันหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นมา   แต่ในทุก ๆ ปัญหาและอุปสรรคย่อมมีทางออกอยู่เสมอ  ขอเพียงทีมมีความสามัคคี และช่วยกันคิดหาทางแก้ไข ไม่เห็นแก่ตัวและเอาตัวรอด หรือวางเฉยต่อปัญหาเท่านั้นเอง &#8230; องค์กรอยู่รอดถ้าพวกเราทุกคนช่วยกัน</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>September 10, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81/" title="เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ">เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ</a> (0)</li><li>February 26, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97/" title="สาเหตุแห่งอาการปวดหัวที่คุณต้องอึ้งกับวิธีการรักษา">สาเหตุแห่งอาการปวดหัวที่คุณต้องอึ้งกับวิธีการรักษา</a> (1)</li><li>May 28, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2/" title="คุณค่า">คุณค่า</a> (0)</li><li>May 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/" title="เกมส์แห่งความรัก">เกมส์แห่งความรัก</a> (0)</li><li>May 2, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a5/" title="เล่านิทานสอนงานทีม &#8211; ตอน &#8220;ชอบกินหัวปลา&#8221;">เล่านิทานสอนงานทีม &#8211; ตอน &#8220;ชอบกินหัวปลา&#8221;</a> (0)</li><li>April 19, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/value-of-lif/" title="มูลค่าของชีวิต">มูลค่าของชีวิต</a> (2)</li><li>March 17, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d/" title="ขอให้รักจงเจริญ">ขอให้รักจงเจริญ</a> (0)</li><li>September 17, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/joke/" title="เธอคงเหนื่อย">เธอคงเหนื่อย</a> (1)</li><li>September 8, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2/" title="ผู้ชายผิดสัญญา">ผู้ชายผิดสัญญา</a> (0)</li><li>August 17, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/08/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2/" title="ช่วยเพื่อนสร่างเมา">ช่วยเพื่อนสร่างเมา</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2009/01/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The day the earth stood still : ได้ใจ แต่ไม่จับใจ</title>
		<link>http://www.9mot.com/2008/12/the-day-the-earth-stood-still-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2008/12/the-day-the-earth-stood-still-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2008 06:47:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thitipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคน สร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤต]]></category>
		<category><![CDATA[เสียสละ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/?p=499</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันรัฐธรรมนูญได้ใช้เวลาวันหยุดไปชมภาพยนต์เรื่อง The day the earth stood still โดยไม่เคยทราบเรื่องย่อมาก่อน แต่อาศัยว่าชอบพระเอก ก็เลยยอมจ่ายตังค์ค่าตั๋วเข้าชม (ไม่ได้ชอบแบบอย่างว่านะตัวเอง อย่าคิดมาก หุหุ)  &#8230; เนื้อหาของหนังพูดถึงเรื่องพฤติกรรมมนุษย์ที่จะทำให้โลกต้องถึงจุดสูญสิ้น  มนุษย์ต่างดาวจึงต้องตัดสินใจทำลายล้างเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ให้สิ้นไปเพื่อปกป้องโลกไว้ แต่ตัวพระเอกของเรื่องซึ่งเข้ามาคลุกคลีกับมนุษย์ได้ค้นพบว่ามนุษย์นั้นมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งคือจะย่อมเปลี่ยนแปลงเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียพูดง่าย ๆ คือจะรู้สึกนึกก็ตอนที่รู้ว่าตัวเองอยู่ใกล้และกำลังจะตกลงจากปากเหวนั่นเอง &#8230; ส่วนการสำนึกจะทันการณ์หรือไม่ก็ไปชมกันเองนะครับ  ไม่อยากบอกให้เสียอรรถรส  ในส่วนของบทภาพยนต์นั้นพยายามสื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมของมนุษย์  การคิดว่าโลกใบนี้เป็นของมนุษย์ การใช้อำนาจ ความรัก ความผูกพัน แต่ผมว่ามันไม่กินใจและจับใจเท่าที่ควร และอารมณ์ของหนังไม่สามารถนำไปสู่ความรู้สึกที่กำลังจะสูญเสียได้เท่าที่ควรจะเป็น  แต่ในส่วนของแนวคิดของหนังนั้นได้ใจผมไปเต็ม ๆ เพราะมันช่างเข้ากับบรรยากาศในชีวิตทุกวันนี้เหลือเกิน เนื่องจากทุกวันนี้มีแต่การทะเลาะ แก่งแย่งช่วงชิงอำนาจ โดยไม่ได้คำนึงถึงความสูญเสียอันใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้น &#8230; นอกจากนี้หลาย ๆ องค์กรกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่จากการแก่งแย่งอำนาจในระดับประเทศ  หากคนในองค์กรยังคงมัวแต่โทษกันไปโทษกันมา หาคนผิด หาคนรับผิดชอบ แทนที่จะช่วยกันคิดว่าจะนำพาองค์กรให้รอดได้อย่างไร  นั่นเท่ากับว่าเขาเหล่านั้นยังไม่รู้ตัวว่ากำลังเดินถอยหลังใกล้ปากเหวเข้าไปทุกที&#8230; หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้วิกฤต บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องช่วยกันแบบเป็นทีม เลิกทะเลาะ เลิกนึกถึงตัวเองชั่วคราว แล้วหันมาช่วยกันหาทางรอดให้กับองค์กร &#8230; ทุกคนในองค์กรนั้นมีสิทธิ์ และมีหน้าที่  ในวันนี้เป็นวันที่เราต้องยอมเสียสละลดสิทธิ์บางอย่างลงเพื่อให้องค์กรไปได้ แล้วหันมาทำหน้าที่ของบุคคลากรที่ดีในการรักษาองค์กรให้อยู่รอดต่อไป &#8230; เรื่องสิทธิ์และหน้าที่ผมได้เคยเขียนไว้แล้วในตอน &#8220;มะม่วงทองคำ&#8221;  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.9mot.com/wp-content/uploads/2008/12/the-day.jpg" rel="lightbox[499]"><img class="alignleft size-full wp-image-501" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px; border: black 1px solid;" title="the-day" src="http://www.9mot.com/wp-content/uploads/2008/12/the-day.jpg" alt="" width="200" height="392" /></a>เมื่อวันรัฐธรรมนูญได้ใช้เวลาวันหยุดไปชมภาพยนต์เรื่อง The day the earth stood still โดยไม่เคยทราบเรื่องย่อมาก่อน แต่อาศัยว่าชอบพระเอก ก็เลยยอมจ่ายตังค์ค่าตั๋วเข้าชม (ไม่ได้ชอบแบบอย่างว่านะตัวเอง อย่าคิดมาก หุหุ)  &#8230; เนื้อหาของหนังพูดถึงเรื่องพฤติกรรมมนุษย์ที่จะทำให้โลกต้องถึงจุดสูญสิ้น  มนุษย์ต่างดาวจึงต้องตัดสินใจทำลายล้างเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ให้สิ้นไปเพื่อปกป้องโลกไว้ แต่ตัวพระเอกของเรื่องซึ่งเข้ามาคลุกคลีกับมนุษย์ได้ค้นพบว่ามนุษย์นั้นมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งคือจะย่อมเปลี่ยนแปลงเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียพูดง่าย ๆ คือจะรู้สึกนึกก็ตอนที่รู้ว่าตัวเองอยู่ใกล้และกำลังจะตกลงจากปากเหวนั่นเอง &#8230; ส่วนการสำนึกจะทันการณ์หรือไม่ก็ไปชมกันเองนะครับ  ไม่อยากบอกให้เสียอรรถรส </p>
<p>ในส่วนของบทภาพยนต์นั้นพยายามสื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมของมนุษย์  การคิดว่าโลกใบนี้เป็นของมนุษย์ การใช้อำนาจ ความรัก ความผูกพัน แต่ผมว่ามันไม่กินใจและจับใจเท่าที่ควร และอารมณ์ของหนังไม่สามารถนำไปสู่ความรู้สึกที่กำลังจะสูญเสียได้เท่าที่ควรจะเป็น  แต่ในส่วนของแนวคิดของหนังนั้นได้ใจผมไปเต็ม ๆ เพราะมันช่างเข้ากับบรรยากาศในชีวิตทุกวันนี้เหลือเกิน เนื่องจากทุกวันนี้มีแต่การทะเลาะ แก่งแย่งช่วงชิงอำนาจ โดยไม่ได้คำนึงถึงความสูญเสียอันใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้น &#8230; นอกจากนี้หลาย ๆ องค์กรกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่จากการแก่งแย่งอำนาจในระดับประเทศ  หากคนในองค์กรยังคงมัวแต่โทษกันไปโทษกันมา หาคนผิด หาคนรับผิดชอบ แทนที่จะช่วยกันคิดว่าจะนำพาองค์กรให้รอดได้อย่างไร  นั่นเท่ากับว่าเขาเหล่านั้นยังไม่รู้ตัวว่ากำลังเดินถอยหลังใกล้ปากเหวเข้าไปทุกที&#8230; หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้วิกฤต บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องช่วยกันแบบเป็นทีม เลิกทะเลาะ เลิกนึกถึงตัวเองชั่วคราว แล้วหันมาช่วยกันหาทางรอดให้กับองค์กร &#8230; ทุกคนในองค์กรนั้นมีสิทธิ์ และมีหน้าที่  ในวันนี้เป็นวันที่เราต้องยอมเสียสละลดสิทธิ์บางอย่างลงเพื่อให้องค์กรไปได้ แล้วหันมาทำหน้าที่ของบุคคลากรที่ดีในการรักษาองค์กรให้อยู่รอดต่อไป &#8230;</p>
<p>เรื่องสิทธิ์และหน้าที่ผมได้เคยเขียนไว้แล้วในตอน &#8220;<a title="มะม่วงทองคำ" href="http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3/">มะม่วงทองคำ&#8221;</a>  ลองอ่านกันดูนะครับ</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>September 10, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81/" title="เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ">เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ</a> (0)</li><li>February 26, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b2/" title="ลิงกับลา">ลิงกับลา</a> (0)</li><li>November 14, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b/" title="ใครเอาเนยแข็งของฉันไป">ใครเอาเนยแข็งของฉันไป</a> (1)</li><li>June 4, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/06/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/" title="ความลับ&#8230;ความรัก">ความลับ&#8230;ความรัก</a> (0)</li><li>May 28, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2/" title="คุณค่า">คุณค่า</a> (0)</li><li>May 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/" title="เกมส์แห่งความรัก">เกมส์แห่งความรัก</a> (0)</li><li>May 18, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/" title="เพื่อน">เพื่อน</a> (1)</li><li>May 2, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a5/" title="เล่านิทานสอนงานทีม &#8211; ตอน &#8220;ชอบกินหัวปลา&#8221;">เล่านิทานสอนงานทีม &#8211; ตอน &#8220;ชอบกินหัวปลา&#8221;</a> (0)</li><li>April 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่</a> (0)</li><li>April 19, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/value-of-lif/" title="มูลค่าของชีวิต">มูลค่าของชีวิต</a> (2)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2008/12/the-day-the-earth-stood-still-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มะม่วงทองคำ</title>
		<link>http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Nov 2008 05:21:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thitipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคน สร้างทีม]]></category>
		<category><![CDATA[รักชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[รักองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าที่]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องดีๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/?p=468</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อนานมาแล้ว  มีชาวสวนคนหนึ่งมีบุตรชายสามคนปลูกต้นมะม่วงซึ่งผลของมันจะเป็นสีทองอร่ามประดุจทองคำบริสุทธิ์  ที่สำคัญรสชาติของมะม่วงต้นนี้อร่อยกว่ามะม่วงทุกสายพันธ์ในเมืองสยาม  มันจึงเป็นผลไม้ที่ทุกคนต้องการ แต่ละปีมะม่วงต้นนี้จะออกผลมากมายกว่า 500 ผล  ซึ่งชาวสวนได้ให้สิทธิ์ลูกชายทั้งสามของเขานำมะม่วงนี้ไปทานกันในครอบครัวของตัวเองครอบครัวละ 100 ผล ที่เหลืออีก 200 ผลนำไปขายแล้วนำเงินมาซื้อปุ๋ยพรวนดิน  และดูแลรักษาต้นมะม่วงต้นนี้ ปีหนึ่งเกิดภัยพิบัติร้ายแรงฝนไม่ตกตามฤดูกาล  ต้นมะม่วงทองคำจึงให้ผลผลิตน้อยกว่าทุกปี  แต่ลูก ๆ ทั้งสามก็ยังคงเก็บมะม่วงไปคนละ 100 ผลเท่าเดิม  ทำให้บนต้นเหลือมะม่วงเพียง 50 ผลเพื่อนำไปขาย  เงินที่ได้มาจึงสามารถซื้อปุ๋ยได้เพียงไม่กี่ถุงเท่านั้น เพราะต้นมะม่วงได้ปุ๋ยน้อยกว่าที่ควรจะเป็น  ในปีต่อมามันจึงออกผลเพียง 300 ผล  ซึ่งลูก ๆ ทั้งสามได้แบ่งไปคนละ 100 ผลเท่าเดิม  โดยไม่เหลือไว้ขายแม้แต่ลูกค้าเดียว   เมื่อถึงฤดูกาลเก็บมะม่วงปีต่อมา  ลูกชายทั้งสามของชาวสวนเดินทางมาเก็บมะม่วงไปทานเหมือนทุกปี  แต่ก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่า  ต้นมะม่วงที่เคยให้ผลสีทองอร่าม บัดนี้ได้กลายเป็นตอไม้ที่ไม่เหลือแม้แต่ใบให้ร่มเงาด้วยซ้ำ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา  ก็ไม่มีใครเห็นชื่อมะม่วงทองคำอยู่ในชื่อผลไม้ของเมืองสยามอีกเลย &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..  อ่านเรื่องนี้แล้วลองมองดูตัวเรานะครับ ในระดับชาติ : เราต่างเรียกร้องสิทธิ์มากมายของแต่ละคนแต่ละฝ่าย  เพื่อที่จะได้มาในสิ่งที่เราต้องการ  แต่เราลืมหน้าที่ของพลเมืองที่ต้องรักษาให้ประเทศนี้อยู่อย่างสงบสุขร่มเย็นกันอยู่หรือเปล่า?  ในระดับองค์กร : เราต่างใช้สิทธิ์กันเต็มที่  หาหนทางให้สิทธิ์นั้นนำมาซึ่งผลประโยชน์กับตัวเรามากที่สุด แต่เรากำลังลืมอีกหน้าที่หนึ่งซึ่งสำคัญคือช่วยกันประหยัดและลดค่าใช้จ่ายเพื่อความอยู่รอดขององค์กรกันอยู่หรือไม่? หากเราทุกคนรู้จักการใช้สิทธิ์อย่างพอเพียง  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-full wp-image-469 alignleft" style="margin: 5px;" title="golden-mango" src="http://www.9mot.com/wp-content/uploads/2008/11/golden-mango.jpg" alt="" width="145" height="200" />เมื่อนานมาแล้ว  มีชาวสวนคนหนึ่งมีบุตรชายสามคนปลูกต้นมะม่วงซึ่งผลของมันจะเป็นสีทองอร่ามประดุจทองคำบริสุทธิ์  ที่สำคัญรสชาติของมะม่วงต้นนี้อร่อยกว่ามะม่วงทุกสายพันธ์ในเมืองสยาม  มันจึงเป็นผลไม้ที่ทุกคนต้องการ แต่ละปีมะม่วงต้นนี้จะออกผลมากมายกว่า 500 ผล  ซึ่งชาวสวนได้ให้สิทธิ์ลูกชายทั้งสามของเขานำมะม่วงนี้ไปทานกันในครอบครัวของตัวเองครอบครัวละ 100 ผล ที่เหลืออีก 200 ผลนำไปขายแล้วนำเงินมาซื้อปุ๋ยพรวนดิน  และดูแลรักษาต้นมะม่วงต้นนี้</p>
<p>ปีหนึ่งเกิดภัยพิบัติร้ายแรงฝนไม่ตกตามฤดูกาล  ต้นมะม่วงทองคำจึงให้ผลผลิตน้อยกว่าทุกปี  แต่ลูก ๆ ทั้งสามก็ยังคงเก็บมะม่วงไปคนละ 100 ผลเท่าเดิม  ทำให้บนต้นเหลือมะม่วงเพียง 50 ผลเพื่อนำไปขาย  เงินที่ได้มาจึงสามารถซื้อปุ๋ยได้เพียงไม่กี่ถุงเท่านั้น</p>
<p>เพราะต้นมะม่วงได้ปุ๋ยน้อยกว่าที่ควรจะเป็น  ในปีต่อมามันจึงออกผลเพียง 300 ผล  ซึ่งลูก ๆ ทั้งสามได้แบ่งไปคนละ 100 ผลเท่าเดิม  โดยไม่เหลือไว้ขายแม้แต่ลูกค้าเดียว  </p>
<p>เมื่อถึงฤดูกาลเก็บมะม่วงปีต่อมา  ลูกชายทั้งสามของชาวสวนเดินทางมาเก็บมะม่วงไปทานเหมือนทุกปี  แต่ก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่า  ต้นมะม่วงที่เคยให้ผลสีทองอร่าม บัดนี้ได้กลายเป็นตอไม้ที่ไม่เหลือแม้แต่ใบให้ร่มเงาด้วยซ้ำ</p>
<p>ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา  ก็ไม่มีใครเห็นชื่อมะม่วงทองคำอยู่ในชื่อผลไม้ของเมืองสยามอีกเลย</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p> อ่านเรื่องนี้แล้วลองมองดูตัวเรานะครับ</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">ในระดับชาติ</span></strong> : เราต่างเรียกร้อง<span style="color: #ff6600;">สิทธิ์</span>มากมายของแต่ละคนแต่ละฝ่าย  เพื่อที่จะได้มาในสิ่งที่เราต้องการ  แต่เราลืม<span style="color: #99cc00;">หน้าที่</span>ของพลเมืองที่ต้องรักษาให้ประเทศนี้อยู่อย่างสงบสุขร่มเย็นกันอยู่หรือเปล่า? </p>
<p><span style="color: #008080;"><strong>ในระดับองค์กร</strong></span> : เราต่างใช้<span style="color: #ff6600;">สิทธิ์</span>กันเต็มที่  หาหนทางให้สิทธิ์นั้นนำมาซึ่งผลประโยชน์กับตัวเรามากที่สุด แต่เรากำลังลืมอีก<span style="color: #99cc00;">หน้าที่</span>หนึ่งซึ่งสำคัญคือช่วยกันประหยัดและลดค่าใช้จ่ายเพื่อความอยู่รอดขององค์กรกันอยู่หรือไม่?</p>
<p>หากเราทุกคนรู้จักการ<span style="color: #ff6600;">ใช้สิทธิ์อย่างพอเพียง  </span>และ<span style="color: #99cc00;">สำนึกในหน้าที่</span>ของเรา  ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน  ชาติหรือองค์กรก็จะผ่านปัญหานั้นไปได้   ในทางตรงข้าม ถ้าทุกคนรู้จักแต่ใช้สิทธิ์ของตัวเองเต็มที่ แต่ลืมหน้าที่อย่างหนึ่งที่ต้องช่วยกันรักษาชาติและองค์กรไว้ด้วยการใช้สิทธิ์แต่พอเพียง  เมื่อนั้นชาติหรือองค์กรก็คงเหมือนต้นมะม่วงที่เป็นเพียงตอไม้ซึ่งมีค่าเพียงแค่นิทานเรื่องหนึ่งที่ส่งเป็น forward mail</p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>September 10, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81/" title="เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ">เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ</a> (0)</li><li>June 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/06/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2-2/" title="คุณค่า">คุณค่า</a> (0)</li><li>May 7, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%98/" title="ยิ่งเธอโกหก  ผมยิ่งรักเธอ">ยิ่งเธอโกหก  ผมยิ่งรักเธอ</a> (2)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใครเอาเนยแข็งของฉันไป</title>
		<link>http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 Nov 2008 02:17:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thitipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[บทความดี ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[สอนงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องดี ๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/?p=416</guid>
		<description><![CDATA[ที่มา: นายแพทย์สเปนเซอร์ จอห์นสัน ได้เขียนหนังสือชื่อ WHO MOVED MY CHEESE? สิ่งมีชีวิต 4 ตัว วิ่งวนอยู่ในเขาวงกต ซึ่งสลับซับซ้อนแห่งหนึ่ง เพื่อเสาะหาเนยแข็งอันเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต ในนี้มีสองชีวิตเป็นหนู ตัวหนึ่งชื่อ &#8216;สนิฟฟ์&#8217; กับ&#8217;สเคอร์รี่&#8217; ส่วนมนุษย์แคระอีกสองคนชื่อ &#8216;เฮ็ม&#8217;กับ &#8216;ฮอว์&#8217;  ทั้งสี่ชีวิตใช้เวลาในแต่ละวันในการวิ่งหาเนยแข็งในเขาวงกตนั้น เจ้าหนู สนิฟฟ์ และ สเคอร์รี่ ใช้วิธีลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ โดยใช้จมูกเป็นเครื่องนำทาง  พวกมันจะจำทางที่ไม่มีเนยแข็งไว้ แล้ววิ่งไปทางอื่นจนถูกทาง ส่วนคนแคระ เฮ็ม กับ ฮอว์ ก็ใช้ความรู้และประสบการณ์ในอดีตเข้าช่วย ในที่สุดทั้ง 4 ชีวิต ได้พบกับคลังเนยแข็งขนาดใหญ่ ที่ดูเหมือนมีเนยเพียงพอที่ให้กินไปได้ตลอดชีวิต พวกเขาได้พบแหล่งอาหารอันวิเศษที่แสนสะดวกสบาย และไม่ต้องวิ่งตระเวนหาอีกต่อไป เวลาผ่านไปจนมาถึงเช้าวันหนึ่ง ทั้ง 4 ชีวิต ได้พบว่าเนยแข็งกำลังจะหมดไป เจ้า สนิฟฟ์ เห็นเช่นนั้นก็ไม่เสียเวลาวิเคราะห์ มันออกวิ่งค้นหาเนยแข็งก้อนใหม่ทันที ส่วนเจ้า สเคอร์รี่ เห็นเช่นนั้นก็วิ่งตามโดยไม่รอช้า สนิฟฟ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-418" title="cheese" src="http://www.9mot.com/wp-content/uploads/2008/11/cheese.jpg" alt="" width="500" height="376" /><a href="http://www.9mot.com/wp-content/uploads/2008/11/mouse.jpg" rel="lightbox[416]"></a></p>
<p>ที่มา: นายแพทย์สเปนเซอร์ จอห์นสัน ได้เขียนหนังสือชื่อ WHO MOVED MY CHEESE?</p>
<p>สิ่งมีชีวิต 4 ตัว วิ่งวนอยู่ในเขาวงกต ซึ่งสลับซับซ้อนแห่งหนึ่ง เพื่อเสาะหาเนยแข็งอันเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต ในนี้มีสองชีวิตเป็นหนู ตัวหนึ่งชื่อ &#8216;สนิฟฟ์&#8217; กับ&#8217;สเคอร์รี่&#8217; ส่วนมนุษย์แคระอีกสองคนชื่อ &#8216;เฮ็ม&#8217;กับ &#8216;ฮอว์&#8217;  ทั้งสี่ชีวิตใช้เวลาในแต่ละวันในการวิ่งหาเนยแข็งในเขาวงกตนั้น</p>
<p>เจ้าหนู สนิฟฟ์ และ สเคอร์รี่ ใช้วิธีลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ โดยใช้จมูกเป็นเครื่องนำทาง  พวกมันจะจำทางที่ไม่มีเนยแข็งไว้ แล้ววิ่งไปทางอื่นจนถูกทาง ส่วนคนแคระ เฮ็ม กับ ฮอว์ ก็ใช้ความรู้และประสบการณ์ในอดีตเข้าช่วย ในที่สุดทั้ง 4 ชีวิต ได้พบกับคลังเนยแข็งขนาดใหญ่ ที่ดูเหมือนมีเนยเพียงพอที่ให้กินไปได้ตลอดชีวิต<br />
พวกเขาได้พบแหล่งอาหารอันวิเศษที่แสนสะดวกสบาย และไม่ต้องวิ่งตระเวนหาอีกต่อไป</p>
<p>เวลาผ่านไปจนมาถึงเช้าวันหนึ่ง ทั้ง 4 ชีวิต ได้พบว่าเนยแข็งกำลังจะหมดไป เจ้า สนิฟฟ์ เห็นเช่นนั้นก็ไม่เสียเวลาวิเคราะห์ มันออกวิ่งค้นหาเนยแข็งก้อนใหม่ทันที ส่วนเจ้า สเคอร์รี่ เห็นเช่นนั้นก็วิ่งตามโดยไม่รอช้า สนิฟฟ์ ไปถึงไหน สเคอร์รี่ ก็ไปที่นั่น</p>
<p>คนแคระ เฮ็ม กับ ฮอว์ ไม่คาดมาก่อนว่าเนยแข็งจะหมดไป เฮ็ม ถึงกับตีโพยตีพายกล่าวโทษเทวดาฟ้าดินว่า ไม่ยุติธรรมกับเขา แล้ววิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ว่าเนยแข็งควรจะกลับมาหาเขาอีก แต่ ฮอว์ ดูจะยอมรับความจริงได้มากกว่า เขาเริ่มคิดว่า เขาควรทำการเปลี่ยนแปลง เขาจึงชวน เฮ็ม<br />
ให้ออกไปหาเนยแข็งใหม่แบบที่หนูสองตัวกำลังทำอยู่ ปรากฏว่า เฮ็ม ไม่ยอมรับฟัง ฮอว์ จึงไปสู่เขาวงกตตามลำพัง</p>
<p>และแล้วเจ้าหนูทั้งสองก็ได้พบคลังเนยแข็งแห่งใหม่ที่ดีและใหญ่กว่าเดิม</p>
<p>ฮอว์นั้นแม้จะออกมาช้ากว่าเจ้าหนูทั้งสอง แต่ในที่สุดเขาก็ได้พบคลังเนยแข็งใหม่ เช่นกัน เขาจึงกลับไปชวน เฮ็ม ให้ออกมาจากสถานการณ์ที่ไม่มีเนยแข็งเหลืออยู่ แต่ เฮ็ม กลับปฏิเสธ ทั้งยังไม่ยอมรับเนยแข็งที่ ฮอว์ อุตส่าห์เอาไปฝาก ฮอว์ จึงจำใจต้องปล่อยเพื่อนไว้เช่นนั้น</p>
<p>ระหว่างที่ ฮอว์ ออกมาเผชิญโชคครั้งใหม่ ความคิดของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ทีละน้อย เขาสรุปสัจธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเขียนไว้บนกำแพงเป็นระยะๆ &#8216;ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลง คุณอาจจะสูญพันธุ์&#8217;</p>
<p>ฮอว์ สุขสบายอยู่ในคลังเนยแข็งใหม่ แต่ก็ยังคิดและหวังว่า เฮ็มเพื่อนรักจะตามมาตามลายแทง และข้อคิดที่เขาบอกทางไว้ให้ แล้ววันหนึ่ง ฮอว์ ก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากทางเดินข้างนอก นั่นอาจจะเป็น เฮ็ม ก็ได้ใครจะรู้</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<p>4 ชีวิตเป็นตัวแทนแห่งสัญชาตญาณและความคิดในการตอบโต้ต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง</p>
<p><span style="color: #3366ff;">สนิฟฟ์</span> เป็นผู้ดมกลิ่นการเปลี่ยนแปลงได้ก่อนใคร จึงนำออกไปก่อน</p>
<p><span style="color: #3366ff;">สเคอร์รี่</span> ไม่คิดอะไรเลย วิ่งตามกระแสอย่างเดียว</p>
<p><span style="color: #33cccc;"><span style="color: #3366ff;">เฮ็ม</span> </span>เป็นผู้ปฏิเสธและต่อต้านการเปลี่ยนแปลง โดยคิดว่าการเปลี่ยนแปลงจะปรากฏโฉมในทางเลวร้ายกว่าเดิม</p>
<p><span style="color: #3366ff;">ฮอว์ </span>เป็นคนเรียนรู้และปรับตัวตามยุคสมัย เมื่อเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า</p>
<p><span style="color: #3366ff;">ในโลกแห่งธุรกิจ และโลกแห่งการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย  นิทานเรื่องนี้อาจให้แง่คิดที่เตือนให้ผู้คนมองเห็น การเปลี่ยนแปลง  และเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาด </span></p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>September 10, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/09/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81/" title="เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ">เล่านิทานสอนงานทีม : คนก่ออิฐ</a> (0)</li><li>February 26, 2009 -- <a href="http://www.9mot.com/2009/02/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b2/" title="ลิงกับลา">ลิงกับลา</a> (0)</li><li>May 28, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2/" title="คุณค่า">คุณค่า</a> (0)</li><li>June 4, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/06/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/" title="ความลับ&#8230;ความรัก">ความลับ&#8230;ความรัก</a> (0)</li><li>May 18, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/" title="เพื่อน">เพื่อน</a> (1)</li><li>October 30, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a1/" title="เรื่องของเด็กน้อย  กับหมา">เรื่องของเด็กน้อย  กับหมา</a> (0)</li><li>May 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/" title="เกมส์แห่งความรัก">เกมส์แห่งความรัก</a> (0)</li><li>May 2, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/05/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a5/" title="เล่านิทานสอนงานทีม &#8211; ตอน &#8220;ชอบกินหัวปลา&#8221;">เล่านิทานสอนงานทีม &#8211; ตอน &#8220;ชอบกินหัวปลา&#8221;</a> (0)</li><li>April 21, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ถังรั่วใบใหญ่</a> (0)</li><li>April 19, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/04/value-of-lif/" title="มูลค่าของชีวิต">มูลค่าของชีวิต</a> (2)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธรรมะสำหรับคนทำงาน</title>
		<link>http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Nov 2008 02:34:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thitipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[forward mail]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิดในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะดิลิเวอร์รี่]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะสอนงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะสำหรับคนทำงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9mot.com/?p=405</guid>
		<description><![CDATA[ความสุข ๒ ชั้น : โดยพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต อาตมาอ่านเจอกลอนในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่ผู้เขียนระบายไว้ได้สาแก่ใจมากเลย เร็ว ก็หาว่าล้ำหน้า ช้า ก็หาว่าอืดอาด โง่ ก็ถูกตวาด พอฉลาด ก็ถูกระแวง ทำก่อน บอกไม่ได้สั่ง ทำทีหลัง บอกไม่มีหัวคิด เฮ้อ นี่แหละชีวิตคนทำงาน ข้างต้น น่าจะเป็นกลอนที่โดนใจบรรดาคนทำงานหลายๆ คน เพราะสะท้อนความรู้สึกกดดันอย่างชัดเจน  ซึ่งจากการได้พูดคุยกับโยมที่เข้ามาปรึกษาหารือถึงสาเหตุที่ทำงานกันอย่างไม่มีความสุขก็มีปัจจัยมากมาย เช่น ทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด ทำงานที่ไม่ชอบ โดนหัวหน้างานกดขี่ หรือรู้สึกว่าหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายนั้นต่ำต้อย ฯลฯ โดยจะว่าไปแล้ว บริษัทก็เหมือนกับบ้านหลังที่สองของเรา บางคนใช้ชีวิตในบริษัทมากกว่าที่บ้านซะอีก เพราะต้องตื่นขึ้นมาทำงานตั้งแต่ตี ๔ ตี ๕ กลับถึงบ้านก็ ๒-๓ ทุ่ม วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง หากต้องใช้ชีวิตในการทำงาน (รวมนั่งรถไป-กลับ) วันละ ๑๐ กว่าชั่วโมงแล้ว ถ้าโยมไม่มีความสุขกับงานที่ทำ จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมากๆ อาตมาชอบใจคุณยามที่บริษัทแห่งหนึ่งมาก เคยถามเขาว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"><strong>ความสุข ๒ ชั้น : โดยพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต </strong></span></p>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">อาตมาอ่านเจอกลอนในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่ผู้เขียนระบายไว้ได้สาแก่ใจมากเลย </span></p>
<blockquote><p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">เร็ว ก็หาว่าล้ำหน้า<br />
ช้า ก็หาว่าอืดอาด<br />
โง่ ก็ถูกตวาด<br />
พอฉลาด ก็ถูกระแวง<br />
ทำก่อน บอกไม่ได้สั่ง<br />
ทำทีหลัง บอกไม่มีหัวคิด<br />
เฮ้อ นี่แหละชีวิตคนทำงาน</span></p></blockquote>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">ข้างต้น น่าจะเป็นกลอนที่โดนใจบรรดาคนทำงานหลายๆ คน เพราะสะท้อนความรู้สึกกดดันอย่างชัดเจน  ซึ่งจากการได้พูดคุยกับโยมที่เข้ามาปรึกษาหารือถึงสาเหตุที่ทำงานกันอย่างไม่มีความสุขก็มีปัจจัยมากมาย เช่น ทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด ทำงานที่ไม่ชอบ โดนหัวหน้างานกดขี่ หรือรู้สึกว่าหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายนั้นต่ำต้อย ฯลฯ </span></p>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">โดยจะว่าไปแล้ว บริษัทก็เหมือนกับบ้านหลังที่สองของเรา บางคนใช้ชีวิตในบริษัทมากกว่าที่บ้านซะอีก เพราะต้องตื่นขึ้นมาทำงานตั้งแต่ตี ๔ ตี ๕ กลับถึงบ้านก็ ๒-๓ ทุ่ม วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง หากต้องใช้ชีวิตในการทำงาน (รวมนั่งรถไป-กลับ) วันละ ๑๐ กว่าชั่วโมงแล้ว ถ้าโยมไม่มีความสุขกับงานที่ทำ จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมากๆ </span></p>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">อาตมาชอบใจคุณยามที่บริษัทแห่งหนึ่งมาก เคยถามเขาว่า ไม่เบื่อเหรอ เปิดประตูทั้งวัน เขาตอบกลับอย่างฉะฉานว่า </span></p>
<blockquote><p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">ไม่เบื่อหรอกครับท่าน เพราะคนจะเข้าไปที่นี่ได้หรือไม่ได้ มันอยู่ที่ผม ถ้าผมไม่เปิดประตู ไม่อนุญาตหรือบอกไม่ให้เข้า เขาก็ไม่ได้เข้านะ อย่างพระอาจารย์มาบรรยายที่นี่ ผมไม่ให้เข้าก็ได้ &#8230; แต่ผมให้เข้าครับ ( แล้วไป) </span></p></blockquote>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">อาตมาจึงไม่แปลกใจเลย เวลาไปทำธุระที่บริษัทนี้ทีไร มักเห็นเจ้าหมอนี่ ทำหน้าที่ตัวเองอย่างกระตือรือร้น ก็เพราะเขามีทัศนคติที่ดีต่อหน้าที่ เห็นความสำคัญของตัวเอง จึงทำให้เขาทำงานได้อย่างมีความสุข (แถมมีมุขอำกลับอาตมาอีกต่างหาก) </span></p>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">ดังนั้นอาตมาจึงอยากจะหนุนใจญาติโยมที่กำลังรู้สึกย่ำแย่กับงานของตัวเองว่า </span></p>
<blockquote><p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">ถ้าเราทำงานจนเมื่อยมือเหลือเกิน<br />
ก็จงดีใจเถอะ ที่มีมือให้เมื่อย<br />
ถ้าเราเดินไปเดินมาจนปวดขาเหลือเกิน<br />
ก็จงดีใจเถอะ ที่มีขาให้ปวด<br />
ถ้าเราเห็นหัวหน้า แล้วเซ็งเหลือเกิน<br />
ก็จงดีใจเถอะ ที่มีหัวหน้าให้เซ็ง<br />
ถ้าเราเห็นงาน แล้วเราเบื่องานเหลือเกิน<br />
ก็จงดีใจเถอะ ที่มีงานให้เบื่อ </span></p></blockquote>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">เพราะหลายคนพอไม่มีงานให้ทำ ก็จะประท้วงกัน อยากทำงาน ! อยากทำงาน ! ดังนั้นเมื่อคุณโยมมีโอกาสทำแล้ว ก็จงทำให้ดีที่สุด เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนทัศนคติต่องานที่ทำก่อน เห็นความสำคัญของหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ได้ ทำมันอย่างเต็มที่และดีที่สุด เหมือนดั่งคุณยามที่อาตมายกมาเป็นตัวอย่างข้างต้น </span></p>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">อาตมาเคยอ่านเจอคำแนะนำของท่านพระธรรมปิฎก (ป.อ.ประยุตฺโต) ในหนังสือเล่มหนึ่ง ท่านเขียนชี้แนะไว้ว่า </span></p>
<blockquote><p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">งานมีผลตอบแทนสองชั้นด้วยกัน ผลตอบแทนชั้นที่ ๑ คือ ตอนเงินเดือนออก นี่คือความสุขชั้นที่หนึ่ง ซึ่งหลายๆ คนมีความสุขในการทำงานแค่วันนั้นวันเดียว แต่ถ้าเราสามารถพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับงานได้ มันก็จะก้าวไปสู่อีกระดับ อันนำมาซึ่งผลตอบแทนหรือความสุขชั้นที่ ๒ นั่นเอง  หนึ่งเดือน คุณโยมอยากมีความสุขเพียง ๑ ชั้น หรือ ๒ ชั้น ก็เลือกเอาตามใจชอบเลย </span></p></blockquote>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">เจริญพร&#8230; </span></p>
<h3  class="related_post_title">บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน</h3><ul class="related_post"><li>March 3, 2008 -- <a href="http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/" title="ถ้วยกาแฟ">ถ้วยกาแฟ</a> (0)</li><li>December 3, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1/" title="เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม: ตอนมุมมองของปัญหาและอุปสรรค</a> (4)</li><li>December 1, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/12/5-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3/" title="5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน">5 ทัศนคติที่ควรมีในที่ทำงาน</a> (1)</li><li>November 21, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/11/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99/" title="เล่านิทานสอนงานทีมตอน : กำแพงอิฐ">เล่านิทานสอนงานทีมตอน : กำแพงอิฐ</a> (2)</li><li>October 31, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : อุปสรรค</a> (0)</li><li>October 27, 2007 -- <a href="http://www.9mot.com/2007/10/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b9/" title="เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ตะปู">เล่านิทานสอนงานทีม ตอน : ตะปู</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9mot.com/2008/11/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

