ณ โรงเรียนชนบทที่อยู่ใกล้สวนมะพร้าวและสวนกระท้อน ครูนิดเป็นคนชอบทานกระท้อนมาก ๆ และด.ญ.คำหล้าเป็นเด็กที่ทุบกระท้อนเก่งมาก จนครูนิดต้องให้ทุบกระท้อนให้ทานทุกๆวัน แล้ววันหนึ่งครูนิดก็พูดเหมือนเดิมว่า
ครูนิด - ด.ญ.คำหล้าวันนี้ช่วยทุบกระท้อนให้ครูสัก 3 ลูกนะ
ด.ญ.คำหล้า – วันนี้ครูนิดให้หนูทำอย่างอื่นแทนได้ไหมค่ะ
ครูนิด – ทำไมล่ะเธอทุบกระท้อนหวานอร่อยดีครูชอบ
ด.ญ.คำหล้า – หนูก็อยากทำให้ครูนะคะแต่วันนี้ตอนมาโรงเรียนหนูเดินไม่ทันระวังแก้วมันบาดส้นเท้าหนูค่ะ
ครูนิด – !!!!!!!!!!!!!!!!??????????
Tags: forward mail, ขำขัน, ขำขำ, ขำๆ, คลายเครียด, นิทานตลก, ฮา, ฮาๆ, เรื่องตลก
forward mail, ขำๆ-ทะลึ่ง | thitipong |
June 4, 2009 9:18 am |
Comments (1)
สามีภรรยาคู่หนึ่ง ตกลงกันไว้ว่า หากต้องการมีอะไรกุ๊กกิ๊กกัน ให้ส่งรหัสว่า“พิมพ์ดีด” วันหนึ่งหลังรับประทานอาหารเย็น สามีก็เกิดความต้องการ จึงให้ลูกไปบอกแม่ที่กำลังล้างจานว่า
“ให้รีบล้างจานเร็วหน่อย พ่อจะให้ช่วยพิมพ์ดีด”
แม่กำลังเหนื่อยล้างจานก็ไม่เสร็จจึงให้ลูกไปตอบพ่อว่า
“เครื่องพิมพ์เสีย ซ่อมยังไม่เสร็จ”
จนแม่ล้างจานเสร็จแล้ว หายเหนื่อยแล้ว ก็เกิดสงสารพ่อขึ้นมา จึงให้ลูกไปบอกพ่อว่า ซ่อมเครื่องพิมพ์เสร็จแล้ว ให้พ่อเตรียมงานไว้ เดี๋ยวจะไปช่วยพิมพ์ให้ พ่อตอบมาว่า
“บอกแม่ด้วยนะลูก ไม่ทันแล้วหละ พ่อเขียนด้วยมือเสร็จแล้ว”
Tags: forward mail, ขำขัน, ขำขำ, ขำๆ, คลาดเครียด, ทะลึ่ง, นิทานตลก, ลามก, ฮา, ฮาๆ, เรื่องตลก
forward mail, ขำๆ-ทะลึ่ง | thitipong |
May 27, 2009 9:10 am |
Comments (0)
มีค้างคาวดูดเลือดสามตัวเป็นเพื่อนกันมานาน พากันอาศัยอยู่ในถ้ำเล็กๆแห่งหนึ่ง ในละแวกนั้นมีการแย่งที่อยู่กันมากเนื่องจากปัญหาประชากรที่ไม่ได้มีการวางแผนครอบครัว ดังนั้นพวกมันจึงไม่อาจที่จะละทิ้งถ้ำไว้แล้วออกไปหากินพร้อมกันทั้งสามตัวได้ พวกมันจึงตกลงกันว่าจะผลัดกันออกหากินทีละตัว ตัวละสามชั่วโมง เมื่อทุกตัวยอมรับมติที่ประชุมแล้ว พอตกเย็นเวลาประมาณ 1 ทุ่ม ตัวที่หนึ่งจึงออกไปหากินก่อน แต่มันไปเกินเวลาที่กำหนดไว้ร่วมชั่วโมงทีเดียวเพื่อนที่รอก็พากันหิว จนเวลาห้าทุ่มเศษตัวที่หนึ่งจึงกลับมา มันได้กินแค่นิดเดียว ดูที่ปากแล้วไม่มีรอยเลือดติดอยู่เลย คาดว่าคงกินผลไม้มา พอตัวที่หนึ่งมาถึงตัวที่สองก็ออกไป คราวนี้ มันก็เลยกินเวลาของตัวที่สามบ้าง โดยมันไม่คิดเลยว่าตัวที่สามรอจนไส้กิ่วแล้ว
เวลาประมาณตีหนึ่งกว่าๆ ตัวที่สองจึงกลับมา แต่มันก็ไม่ได้กินมากไปกว่าตัวแรกเท่าใดนัก ตัวที่สามพอเห็นตัวที่สองเข้ามาก็เลยต่อว่า
“ไปยังไงวะ ข้ารอตั้งนาน หิวจนตาลายแล้ว”
พูดจบมันก็รีบรุดออกไป ผ่านไปห้านาที มันก็กลับเข้ามาแถมเอามือเช็ดเลือดที่ติดอยู่ที่ปากท่าทางจะอร่อยน่าดู สร้างความแปลกใจให้กับเพื่อนค้างคาวทั้งสองยิ่งนัก เพราะพวกมันได้กินแต่ผลไม้ จึงพากันถาม
ตัวที่ 1 “แกไปหากินยังไงวะถึงได้เร็วขนาดนั้น แถมได้เลือดมาด้วย”
ตัวที่ 3 ย้อนถาม “พวกแกเห็นต้นไม้ใหญ่หน้าถ้ำไหมวะ?”
ตัวที่ 1 “เห็น”
ตัวที่ 2 “ข้าก็เห็น”
ตัวที่ 3 ” เออ ! นั่นแหละ ข้าไม่เห็น ”
เพื่อนๆ !!!!!!!!!!
Tags: forward mail, ขำขัน, ขำขำ, ขำๆ, คลายเครียด, นิทานตลก, ฮา, ฮาๆ, เรื่องตลก
forward mail, ขำๆ-ทะลึ่ง | thitipong |
March 9, 2009 3:58 am |
Comments (0)
ชายสามคนคุยกันเรื่องประสบการณ์ตื่นเต้นระทึกขวัญของตัวเอง
คนแรกเริ่มเล่า
“เมื่อก่อนผมเป็นตำรวจ มีอยู่หนนึงได้รับมอบหมายให้ไปช่วยรักษาความปลอดภัยในการขนเงินจำนวนมาก ปรากฏว่ามีโจรกลุ่มใหญ่มาดักปล้นรถขนเงิน เกิดการยิงกันอย่างดุเดือด ฝ่ายผมตายไปสอง โจรถูกยิงตายหมดหกคนด้วยกัน”
ชายคนที่สองเล่าบ้าง
“ผมเคยเป็นตำรวจดับเพลิง มีอยู่หนนึงเกิดไฟไหม้ขึ้นบนตึกสูงแห่งหนึ่ง รถดับเพลิงฉีดขึ้นไปไม่ถึงชั้นบนๆ ในขณะที่ไฟลามขึ้นไป คนที่อยู่บนนั้นหมดทางหนี หลายคนกระโดดลงมาหวังเสี่ยงดวง มีอยู่คนนึงตกลงมาแหลกเหลวอยู่ต่อหน้าผมเลย”
ชายคนที่สามเล่าบ้าง
“ผมเคยเป็นสัปเหร่อ มีอยู่คืนนึงผมได้รับแจ้งให้ไปเก็บศพที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่โรงแรมบอกผมว่าศพยังอยู่ใต้ผ้าห่ม ไม่มีใครกล้าไปแตะต้อง เมื่อผมเข้าไปในห้องผมพบว่าศพอยู่ใต้ผ้าห่ม เข้าใจว่าคงเปลือยกาย เพราะอวัยวะของเขาแข็งตัวตุงขึ้นมาตรงกลางผ้าห่ม ผมเดาเอาว่านี่คงเป็นเหตุผลที่คนไม่กล้าเปิดผ้าห่มถึงกับต้องเรียกผมมาจัดการ แต่ผมคิดดูอีกที การจะแบกร่างเขาลงไปทั้งสภาพอย่างนั้นผ่านล็อบบี้โรงแรมคงไม่ใช่ภาพที่น่าดูเท่าไหร่ ผมก็เลยหาไม้กวาดมาอันหนึ่ง แล้วพยายามฟาดให้อวัยวะของเขามันอ่อนตัวลงไป…”
“แล้วมันระทึกขวัญยังไง” ชายที่นั่งฟังอยู่ขัดคอ
“อ๋อ ถึงตอนนั้นผมถึงได้รู้ว่าผมเข้าผิดห้องน่ะ!!!”
Tags: forward mail, ขำขัน, ขำขำ, ขำๆ, คลาดเครียด, ทะลึ่ง, นิทานตลก, ลามก, ฮา, ฮาๆ, เรื่องตลก, เรื่องตื่นเต้น, เรื่องระทึกขวัญ
forward mail, ขำๆ-ทะลึ่ง | thitipong |
March 3, 2009 12:17 am |
Comments (0)
คุณเคยปวดหัวไหม โจมีโรคประจำตัวคือปวดหัวเป็นประจำแต่ว่าไม่เคยไปหาหมอเลย เนื่องจากขาคิดว่าเป็นเพียงแค่การปวดหัวจากการเรียนหนังสืออย่างหนักเท่านั้น ปล่อยไว้เดี๋ยวก็หาย
10 ปีผ่านไป อาการปวดหัวก็ไม่เคยหายไป แม้ว่าบัดนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่ วัยกลางคนแล้วก็ตาม เขาก็ไม่คิดจะไปหาหมอเพราะคิดว่าเป็นเพียงเพราะเครียดจากการทำงาน
อีก 10 ปีต่อมา อาการปวดหัวก็ไม่เคยหายมีแต่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เขาจึงตัดสินใจว่าจะต้องไปหาหมอเสียที หลังจากที่หมอทำการตรวจเรียบร้อย จึงพูดขึ้นว่า
‘ ผมมีข่าวดีและข่าวร้ายครับ ข่าวดีก็คือ ผมสามารถรักษาอาการของคุณได้อย่างหายขาด’
‘ และข่าวร้ายหล่ะครับหมอ’ เขาถามขึ้นอย่างร้อนรน
‘ ข่าวร้ายก็คือว่า ผมต้องทำการตัดไข่คุณทิ้งครับ’ โจเหมือนตกอยู่ในภวังค์
‘คืองี้ครับ’ หมอรีบอธิบายผม
‘อาการของคุณ ถือว่าเป็นเคสที่หาได้ยากมาก ๆเรียกว่า1 ใน 100 ล้านก็ว่าได้ ไข่ทั้งสองข้างของคุณนั้นไปดันลำไส้ให้ไปกดทับเส้นปลายประสาทล่างสุดของกระดูกสันหลัง
การกดทับนี้เองทำให้คุณต้องทรมารกับการปวดหัวอย่างรุนแรงตลอด 20 ปีที่ผ่านมา’
‘ทางเดียวที่จะรักษาได้คือการตัดไข่ครับ’
หมอสรุปสั้น ๆ แต่ทำร้ายจตใจโจยิ่งนัก หมอได้ให้โอกาสเขาตัดสินใจ อย่างไรก็ตามเขารู้สึกหดหู่ยิ่งนัก เขาสู้อุตส่าห์มานะเรียนเพื่อให้ได้ทำงานดีๆ ไม่เคยไปเที่ยวเหลวไหล เธค ผับ ไม่รู้จัก สาวๆไม่เคยสนและเมื่อได้งานแล้ว
เขาก็ได้ทุ่มเทอย่างหนัก เพื่อให้ก้าวหน้าและมีเงินเยอะๆ จนมาวันนี้เขาได้ทุกอย่างที่ต้องการและเขาคิดว่าถ้าได้สิ่งเหล่านี้แล้ว ผู้หญิงมากมายก็จะเข้ามาหาอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทุกสิ่งที่วาดฝันก็พังทลายจากอาการปวดหัวของเขาเอง เขาได้นอนคิดอยู่หลายคืน ถึงแม้จะเศร้าเพียงใด
แต่เขาก็ไม่อยากทรมานเหมือนตกนรกอีกต่อไป เขาไม่กล้าปรึกษาใคร เนื่องจากคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย ดังนั้นวันรุ่งขึ้นเขาจึงไปโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดทันที
หลังจากออกจาก ร.พ ด้วยอาการสมองปลอดโปร่งครั้งแรกในรอบ20 ปี แต่เขาก็รู้สึกเหมือน ขาดบางอย่างที่สำคัญไปในชีวิต เหมือนกลายเป็นอีกคนหนึ่ง แต่เขาก็เข้มแข็งพอและตัดสินใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาจึงเดินเข้าร้านตัดสูทที่แพงที่สุดในนิวยอร์คเพื่อเป็นการปลอบใจและเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ โจกล่าวกับชายแก่เจ้าของร้านหลังเดินเข้ามาต้อนรับ
‘ เอ่อ ผมจะตัดสูทครับ’
‘ ได้ครับ อืมม ขนาด 44 ‘เจ้าของร้านดูโดยไม่ต้องวัด
โจหัวเราะ ‘ถูกแล้ว รู้ได้งัยเนี่ย ‘
‘ เปิดร้านมา60 ปี น่ะครับ’
โจลองสูท ซึ่งใส่ได้สวยและขนาดพอดี
‘ ไม่สนใจลองเสื้อเชิ๊ทมั้งเหรอครับ’ เจ้าของร้านถาม
‘ ก็ดีครับ’โจตอบ
‘ อืมม แขน 34 คอ 16 นิ้วครึ่ง’ เจ้าของร้านดูโดยไม่ต้องวัด
โจชักสงสัย ‘ถูกแล้ว รู้ได้งัยเนี่ย ‘
‘ เปิดร้านมา60 ปี น่ะครับ’
โจลองเสื้อ ซึ่งใส่ได้สวยและขนาดพอดี
‘ รองเท้าสักคู่ดีไหมครับ’
‘ ก็ดีครับ’
‘ อืมม9นิ้วครึ่ง’ เจ้าของร้านดูโดยไม่ต้องวัด
โจรู้สึกแปลกใจมาก ‘ถูกแล้ว รู้ได้งัยเนี่ย ‘
‘ เปิดร้านมา60 ปี น่ะครับ’
โจใส่รองเท้าซึ่งใส่ได้สวยและขนาดพอดี
ขณะที่เขาลองเดินไปทั่วร้าน เจ้าของร้านจึงถามว่า
‘ ลองกางเกงในตัวใหม่สักหน่อยไม๊ครับ’
โจชะงักและหยุดคิดสักครู่ ‘ก็ดีครับ’
‘ อืมม ขนาด 36 พอดี’
คราวนี้โจหัวเราะก้าก ‘ฮ่า เสร็จผมหล่ะ คราวนี้ คุณผิดครับ ผมใส่ 34 ตั้งแต่อายุ 18′
ชายแก่ส่ายหน้า พร้อมกับพูดขึ้นว่า ‘ โอ้ยอย่างคุณ34 ไม่ได้หรอก ทรมานตายห่า เพราะมันจะไปรั้งไข่คุณไปกดลำไส้และทำให้ไปกดทับเส้นประสาทล่างสุดของกระดูกสันหลังอีกที คุณไม่เคยปวดหัวบ้างเลยเหรอ ‘
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. บางปัญหาวิธีแก้ง่ายๆก็มี จงหาต้นเหตุของปัญหาเพราะการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุท่านอาจสูญเสียแบบที่คาดไม่ถึง
2. อย่าเสือกตัดสินใจอะไรโดยไม่เคยหาข้อมูล มิฉะนั้นไซร้ท่านอาจเสียไข่ได้
3. คนที่น่าเชื่อถือบางทีก็ให้คำปรึกษาแบบผิด ๆ ได้ อย่าเชื่อมันไปซะทุกเรื่อง 555
Tags: forward mail, การรักษาอาการปวดหัว, การแก้ปัญหา, ขำขัน, ขำขำ, ขำๆ, คลาดเครียด, ทะลึ่ง, นิทานตลก, ปวดหัวมาก, ลามก, ฮา, ฮาๆ, เรื่องตลก, แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
forward mail, ขำๆ-ทะลึ่ง | thitipong |
February 26, 2009 8:32 am |
Comments (1)