
มีหมู่บ้านเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง หมู่บ้านนี้มีต้นมะพร้าวขึ้นอยู่ริมฝั่งคลองเป็นจำนวนมาก บริเวณนั้นเป็นป่ารก ไม่มีบ้าน ผู้คน มีแต่สัตว์เล็กสัตว์น้อยอาศัยอยู่ เช่น พวกกระรอก กระแต
วันหนึ่งมีมะพร้าวต้นหนึ่งที่ขึ้นอยู่ริมฝั่งคลองนี้ เกิดมีลูกดกมาก ลำต้นของมันทานน้ำหนักลูกไม่ไหวก็เลยค่อยๆ เอนไป จนยอดมะพร้าวไปจรดคลองอีกฝั่ง
กระรอกฝูงหนึ่งเห็นมะพร้าวเอนลงมายังฝั่งของตน หัวหน้ากระรอกจึงพูดขึ้นว่า “โอ้โฮ ! วันนี้พวกเราช่างโชคดีเหลือเกิน ลาภปากแท้ๆ เลย” ”โชคดีอย่างไรล่ะท่านหัวหน้า ช่วยบอกหน่อยซิ” บริวารกระรอกถาม “ก็โน่นไง เห็นมั๊ย มะพร้าวลูกดกเอนมาทางฝั่งเรา” หัวหน้ากระรอกพูดพลางชี้ให้ดู “อย่างนั้น พวกเราก็ไปกินมะพร้าวกันได้สิท่านหัวหน้า” “ได้เลย ไปชวนกันมาเยอะๆ นานๆ จะมีอาหารอันโอชะมาถึงอย่างนี้สักที” หัวหน้าอนุญาต
ว่าแล้วบรรดากระรอกทั้งหลายก็ชวนกันปีนขึ้นไปเจาะกินน้ำมะพร้าว กินกันจนเหลือผลกลวงอยู่บนต้นอย่างเพลิดเพลินอยู่หลายวัน วันละลูกสองลูก โดยไม่ได้ลงมาจากต้นมะพร้าวเลย และ ไม่ได้สังเกตถึงความผิดปรกติของต้นมะพร้าวด้วย กินกันจนหมดต้นเมื่อไรไม่รู้ตัว
เมื่อน้ำมะพร้าวแห้งหมดทุกลูกแล้ว ต้นมะพร้าวก็เอนกลับไปยังที่เดิม พวกกระรอกทั้งหลายก็ติดอยู่บนต้นมะพร้าวนั้น ไม่สามารถกลับไปยังฝั่งเดิมขิงตนเองได้ ครั้นจะว่ายน้ำข้ามไปก็ว่ายไม่เป็น กระรอกทั้งหลายต่างเศร้าโศกเสียใจ นั่งร้องไห้อยู่บนต้นมะพร้าวนั้น
หัวหน้ากระรอกเห็นดังนั้นก็ไม่สบายใจ จึงเรียกบริวารกระรอกมาประชุม ปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไรกันดี จึงจะกลับไปยังฝั่งของตนได้ ต่างแสดงความคิดเห็นกันหลากหลายวิธี แต่ก็ติดขัดตรงที่ทำตามความคิดไม่ได้
ในที่สุดมีกระรอกตัวหนึ่งเสนอความคิดว่า “พวกเราน่าจะช่วยกันลงไปอมน้ำในแม่น้ำ แล้วนำมาหรอกใส่ในลูกมะพร้าวทุกลูก เมื่อมะพร้าวเต็มทุกลูก ต้นมะพร้าวก็จะเอนไปยังฝั่งเราดังเดิม”
ความคิดนี้กระรอกทุกตัวต่างเห็นด้วยว่าน่าจะทดลองทำดู เพราะทำไม่ยาก เพียงแต่กระรอกทุกตัวต้องช่วยกันอย่างเต็มที่เท่านั้น
และแล้วการลำเลียงน้ำของกระรอกทุกตัว โดยการอมน้ำจากแม่น้ำไปกรอกลงในลูกมะพร้าวก็เริ่มขึ้น ในไม่ช้า น้ำในลูกมะพร้าวก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นๆ ทีละน้อยๆ ทำให้ต้นมะพร้าวค่อยๆ โน้มเอนลงไปทีละน้อยเช่นเดียวกัน พวกกระรอกทุกตัวต่างไม่ลดละความพยายาม
จนในที่สุดผลของความเพียรพยายามและความสามัคคีก็มาถึง เมื่อกระรอกช่วยกันอมน้ำไปกรอกในลูกมะพร้าวจนเต็มทุกลูก ต้นมะพร้าวก็โน้มเอนลงไปยังฝั่งที่อยู่ของกระรอกตามเดิม กระรอกทุกตัวต่างก็ดีใจที่ได้กลับมายังฝั่งของตนเองได้อย่างปลอดภัย
แนวคิดในการสอนงาน
ในวันที่มีทรัพยากรณ์ให้ใช้อย่างเหลือเฟือ จงคำนึงถึงวันที่ทรัพยากรณ์จะหมดสิ้นไปด้วยว่าเมือถึงวันนั้นเราจะทำอย่างไร ก่อนจะใช้ทรัพยากรณ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด ลองคิดดูว่าเราจะค่อย ๆ ใช้ทรัพยากรณ์อย่างประหยัด หรือจะใช้แบบไม่ลืมหูลืมตาจนวันหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นมา แต่ในทุก ๆ ปัญหาและอุปสรรคย่อมมีทางออกอยู่เสมอ ขอเพียงทีมมีความสามัคคี และช่วยกันคิดหาทางแก้ไข ไม่เห็นแก่ตัวและเอาตัวรอด หรือวางเฉยต่อปัญหาเท่านั้นเอง … องค์กรอยู่รอดถ้าพวกเราทุกคนช่วยกัน
Tags: forward mail, การแก้ปัญหา, การใช้ทรัพยากรณ์, ความสามัคคี, ช่วยเหลือกัน, นิทานชวนคิด, นิทานสอนงาน, พัฒนาคน สร้างทีม, เรื่องดี ๆ
forward mail, ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ, พัฒนาคน สร้างทีม | thitipong |
January 27, 2009 10:58 pm |
Comments (0)
เมื่อวันรัฐธรรมนูญได้ใช้เวลาวันหยุดไปชมภาพยนต์เรื่อง The day the earth stood still โดยไม่เคยทราบเรื่องย่อมาก่อน แต่อาศัยว่าชอบพระเอก ก็เลยยอมจ่ายตังค์ค่าตั๋วเข้าชม (ไม่ได้ชอบแบบอย่างว่านะตัวเอง อย่าคิดมาก หุหุ) … เนื้อหาของหนังพูดถึงเรื่องพฤติกรรมมนุษย์ที่จะทำให้โลกต้องถึงจุดสูญสิ้น มนุษย์ต่างดาวจึงต้องตัดสินใจทำลายล้างเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ให้สิ้นไปเพื่อปกป้องโลกไว้ แต่ตัวพระเอกของเรื่องซึ่งเข้ามาคลุกคลีกับมนุษย์ได้ค้นพบว่ามนุษย์นั้นมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งคือจะย่อมเปลี่ยนแปลงเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียพูดง่าย ๆ คือจะรู้สึกนึกก็ตอนที่รู้ว่าตัวเองอยู่ใกล้และกำลังจะตกลงจากปากเหวนั่นเอง … ส่วนการสำนึกจะทันการณ์หรือไม่ก็ไปชมกันเองนะครับ ไม่อยากบอกให้เสียอรรถรส
ในส่วนของบทภาพยนต์นั้นพยายามสื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมของมนุษย์ การคิดว่าโลกใบนี้เป็นของมนุษย์ การใช้อำนาจ ความรัก ความผูกพัน แต่ผมว่ามันไม่กินใจและจับใจเท่าที่ควร และอารมณ์ของหนังไม่สามารถนำไปสู่ความรู้สึกที่กำลังจะสูญเสียได้เท่าที่ควรจะเป็น แต่ในส่วนของแนวคิดของหนังนั้นได้ใจผมไปเต็ม ๆ เพราะมันช่างเข้ากับบรรยากาศในชีวิตทุกวันนี้เหลือเกิน เนื่องจากทุกวันนี้มีแต่การทะเลาะ แก่งแย่งช่วงชิงอำนาจ โดยไม่ได้คำนึงถึงความสูญเสียอันใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้น … นอกจากนี้หลาย ๆ องค์กรกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่จากการแก่งแย่งอำนาจในระดับประเทศ หากคนในองค์กรยังคงมัวแต่โทษกันไปโทษกันมา หาคนผิด หาคนรับผิดชอบ แทนที่จะช่วยกันคิดว่าจะนำพาองค์กรให้รอดได้อย่างไร นั่นเท่ากับว่าเขาเหล่านั้นยังไม่รู้ตัวว่ากำลังเดินถอยหลังใกล้ปากเหวเข้าไปทุกที… หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้วิกฤต บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องช่วยกันแบบเป็นทีม เลิกทะเลาะ เลิกนึกถึงตัวเองชั่วคราว แล้วหันมาช่วยกันหาทางรอดให้กับองค์กร … ทุกคนในองค์กรนั้นมีสิทธิ์ และมีหน้าที่ ในวันนี้เป็นวันที่เราต้องยอมเสียสละลดสิทธิ์บางอย่างลงเพื่อให้องค์กรไปได้ แล้วหันมาทำหน้าที่ของบุคคลากรที่ดีในการรักษาองค์กรให้อยู่รอดต่อไป …
เรื่องสิทธิ์และหน้าที่ผมได้เคยเขียนไว้แล้วในตอน “มะม่วงทองคำ” ลองอ่านกันดูนะครับ
เมื่อนานมาแล้ว มีชาวสวนคนหนึ่งมีบุตรชายสามคนปลูกต้นมะม่วงซึ่งผลของมันจะเป็นสีทองอร่ามประดุจทองคำบริสุทธิ์ ที่สำคัญรสชาติของมะม่วงต้นนี้อร่อยกว่ามะม่วงทุกสายพันธ์ในเมืองสยาม มันจึงเป็นผลไม้ที่ทุกคนต้องการ แต่ละปีมะม่วงต้นนี้จะออกผลมากมายกว่า 500 ผล ซึ่งชาวสวนได้ให้สิทธิ์ลูกชายทั้งสามของเขานำมะม่วงนี้ไปทานกันในครอบครัวของตัวเองครอบครัวละ 100 ผล ที่เหลืออีก 200 ผลนำไปขายแล้วนำเงินมาซื้อปุ๋ยพรวนดิน และดูแลรักษาต้นมะม่วงต้นนี้
ปีหนึ่งเกิดภัยพิบัติร้ายแรงฝนไม่ตกตามฤดูกาล ต้นมะม่วงทองคำจึงให้ผลผลิตน้อยกว่าทุกปี แต่ลูก ๆ ทั้งสามก็ยังคงเก็บมะม่วงไปคนละ 100 ผลเท่าเดิม ทำให้บนต้นเหลือมะม่วงเพียง 50 ผลเพื่อนำไปขาย เงินที่ได้มาจึงสามารถซื้อปุ๋ยได้เพียงไม่กี่ถุงเท่านั้น
เพราะต้นมะม่วงได้ปุ๋ยน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ในปีต่อมามันจึงออกผลเพียง 300 ผล ซึ่งลูก ๆ ทั้งสามได้แบ่งไปคนละ 100 ผลเท่าเดิม โดยไม่เหลือไว้ขายแม้แต่ลูกค้าเดียว
เมื่อถึงฤดูกาลเก็บมะม่วงปีต่อมา ลูกชายทั้งสามของชาวสวนเดินทางมาเก็บมะม่วงไปทานเหมือนทุกปี แต่ก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่า ต้นมะม่วงที่เคยให้ผลสีทองอร่าม บัดนี้ได้กลายเป็นตอไม้ที่ไม่เหลือแม้แต่ใบให้ร่มเงาด้วยซ้ำ
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครเห็นชื่อมะม่วงทองคำอยู่ในชื่อผลไม้ของเมืองสยามอีกเลย
…………………………………………………………………………………………………………..
อ่านเรื่องนี้แล้วลองมองดูตัวเรานะครับ
ในระดับชาติ : เราต่างเรียกร้องสิทธิ์มากมายของแต่ละคนแต่ละฝ่าย เพื่อที่จะได้มาในสิ่งที่เราต้องการ แต่เราลืมหน้าที่ของพลเมืองที่ต้องรักษาให้ประเทศนี้อยู่อย่างสงบสุขร่มเย็นกันอยู่หรือเปล่า?
ในระดับองค์กร : เราต่างใช้สิทธิ์กันเต็มที่ หาหนทางให้สิทธิ์นั้นนำมาซึ่งผลประโยชน์กับตัวเรามากที่สุด แต่เรากำลังลืมอีกหน้าที่หนึ่งซึ่งสำคัญคือช่วยกันประหยัดและลดค่าใช้จ่ายเพื่อความอยู่รอดขององค์กรกันอยู่หรือไม่?
หากเราทุกคนรู้จักการใช้สิทธิ์อย่างพอเพียง และสำนึกในหน้าที่ของเรา ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน ชาติหรือองค์กรก็จะผ่านปัญหานั้นไปได้ ในทางตรงข้าม ถ้าทุกคนรู้จักแต่ใช้สิทธิ์ของตัวเองเต็มที่ แต่ลืมหน้าที่อย่างหนึ่งที่ต้องช่วยกันรักษาชาติและองค์กรไว้ด้วยการใช้สิทธิ์แต่พอเพียง เมื่อนั้นชาติหรือองค์กรก็คงเหมือนต้นมะม่วงที่เป็นเพียงตอไม้ซึ่งมีค่าเพียงแค่นิทานเรื่องหนึ่งที่ส่งเป็น forward mail
ผู้บริหารคนใหม่ เพิ่งมารับตำแหน่งฟื้นฟูกิจการที่ตกต่ำของบริษัทเป็นวันแรก เขาเรียกประชุมพนักงานทันที แล้วประกาศ นโยบายแรกซึ่งก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ใครทำงานไม่เต็มที่จะต้องถูกพิจารณาอย่างเด็ดขาด
หลังประชุม เขาออกเดินตรวจตราบริษัทพร้อมกับผู้จัดการแผนกอีก 6-7 คน ความสนใจของเขาเพ่งเล็งอยู่ที่ไอ้หนุ่มคนหนึ่งซึ่งยืนพิงผนังดูคนอื่นทำงานอย่างสบายใจ เขาเดินตรงไปที่ไอ้หนุ่มทันทีแล้วถาม
“เงินเดือนคุณเดือนละเท่าไหร่ ”
“เจ็ดพันครับ” ไอ้หนุ่มตอบอย่างไม่สะทกสะท้านไม่เปลี่ยนแม้แต่ท่ายืนด้วยซ้ำ
เขาควักเงินเจ็ดพันบาทยื่นให้ไอ้หนุ่มทันทีแล้วตะโกนลั่น
“นี่เงินเดือนๆสุดท้ายของคุณแล้วเชิญคุณออกไปเลย ไม่ต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีก”
ไอ้หนุ่มคว้าเงินแล้วโกยแน่บทันที
ในขณะที่เขาหันหลังกลับมาหาพนักงานบริษัทคนอื่น ๆ ที่ตะลึงกันถ้วนหน้า
“ใครตอบผมได้บ้างว่าไอ้หนุ่มนั่นมันทำงานตำแหน่งอะไร” ผู้บริหารใหม่ตะโกนถาม
ความเงียบปกคลุมทั่วสำนักงานเป็นเวลาหลายวินาทีก่อนที่จะมีผู้กล้าพูดออกมา
“เขามาส่งพิซซาครับ!!!”
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : จะเป็นผู้บริหารที่ดีได้ คุณต้องรู้จักพนักงานของคุณดีพอก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการอะไรกับเขา เพราะบางครั้งสิ่งที่คุณเห็นอาจเป็นเพียงด้านหนึ่งที่ไม่ใช่ตัวเขาทั้งหมด ซึ่งการตัดสินใจที่ดูเหมือนจะเด็ดขาดนั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงกับบริษัทได้อย่างที่คุณเองคาดไม่ถึง
Tags: forward mail, ขำขัน, ขำขำ, ขำๆ, คลาดเครียด, ทะลึ่ง, นิทานตลก, ฮา, ฮาๆ, เรื่องตลก
forward mail, ขำๆ-ทะลึ่ง, ข้อคิด-กำลังใจ-เรื่องดีๆ, พัฒนาคน สร้างทีม | 9MOT |
July 2, 2008 2:29 pm |
Comments (3)
ลัà¸à¸©à¸à¸°à¹à¸à¸à¸²à¸°à¸à¸¢à¹à¸²à¸à¸à¸¶à¸à¸à¸à¸à¸¨à¸´à¸¥à¸à¸´à¸à¸à¹à¸à¸·à¸à¸à¹à¸à¸à¸¡à¸à¸à¹à¸¥à¸à¹à¸«à¹à¸¡à¸±à¸à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¹à¸à¹à¸²à¹à¸§à¹Â à¹à¸¡à¹à¸§à¹à¸²à¸à¸à¸à¸à¸£à¸´à¸à¸¡à¸±à¸à¸à¸°à¸à¸µà¹à¹à¸«à¸£à¹à¹à¸à¹à¹à¸«à¸à¸à¹à¸à¸²à¸¡Â à¸à¹à¸²à¸à¸²à¸£à¸¡à¸à¹à¸¨à¸´à¸¥à¸à¸´à¸à¹à¸à¹à¸²à¸ªà¸´à¸à¹à¸¡à¸·à¹à¸à¹à¸«à¸£à¹à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸à¸à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸²à¸¡à¹à¸ªà¸²à¸°à¹à¸ªà¸§à¸à¸«à¸²à¸¡à¸¸à¸¡à¸à¸±à¸à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¹à¸«à¹à¹à¸à¹à¹à¸¡à¸·à¹à¸à¸à¸±à¹à¸ … à¸à¹à¸²à¸à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¸à¸µà¸à¸±à¹à¸à¸à¹à¸à¸à¸¡à¸à¸à¹à¸«à¹à¸à¹à¸à¸ªà¸´à¹à¸à¸à¸µà¹à¸à¸à¸à¸±à¹à¸§à¹à¸à¸¡à¸à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸«à¹à¸à¸«à¸£à¸·à¸à¸¡à¸à¸à¸à¹à¸²à¸¡Â à¹à¸¥à¸°à¸à¹à¹à¸à¹à¸à¸´à¸ªà¸±à¸¢à¹à¸à¸à¸à¸µà¹à¹à¸«à¸¥à¸°à¸à¸°à¸à¸³à¹à¸«à¹à¹à¸£à¸²à¹à¸à¹à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¹à¸à¸¥à¸à¸à¸²à¸ªà¸³à¸«à¸£à¸±à¸à¸à¸à¸à¸±à¹à¸§à¹à¸Â à¹à¸à¹à¸à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸¥à¸à¸à¸±à¸à¸ªà¸²à¸¢à¸à¸²à¸à¸¹à¸à¸¹à¸à¸à¸¹à¹à¸à¸¥à¸à¸à¸µà¹à¸à¸à¸à¸·à¹à¸à¸à¸¹à¹à¸§à¸¥à¸²à¹à¸£à¸²à¸à¹à¸¡ ๠à¹à¸à¸¢ ๠à¸à¹à¸²à¸¢à¸ าà¸à¸à¸°à¹à¸£à¸ªà¸±à¸à¸à¸¢à¹à¸²à¸à¸à¸µà¹à¸à¸¹à¹à¸¥à¹à¸§à¹à¸¡à¹à¸à¹à¸²à¸à¸°à¹à¸à¹à¸²à¸à¹à¸²à¹à¸¥à¸¢
วัà¸à¸à¸µà¹à¸à¸¡à¹à¸à¸²à¸ าà¸à¸¡à¸²à¸à¸²à¸à¸ªà¸à¸à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¸à¹à¸²à¸¢à¹à¸¡à¸·à¹à¸à¸§à¸²à¸à¸à¹à¸§à¸à¸à¸²à¸£à¸¡à¸à¹à¸¨à¸´à¸¥à¸à¸´à¸à¹à¸à¹à¸²à¸ªà¸´à¸ à¹à¸à¸£à¸²à¸°à¸à¸³à¸à¸²à¸à¸à¹à¸§à¸à¸à¸¥à¸²à¸à¸§à¸±à¸à¹à¸«à¸à¸·à¹à¸à¸¢à¸¡à¸²à¸Â à¸à¸à¹à¸¢à¹à¸à¸à¹à¹à¸¥à¸¢à¹à¸à¸´à¸à¹à¸à¸£à¹à¸à¹à¸à¸£à¹à¸«à¸²à¸à¸°à¹à¸£à¸à¹à¸²à¸¢à¸ าà¸à¹à¸à¹à¸£à¸·à¹à¸à¸¢à¹à¸à¸·à¹à¸à¸¢ à¸à¸²à¸£à¸¡à¸à¹à¸à¸£à¸°à¸¡à¸²à¸à¸à¸à¹à¸à¸´à¸à¸«à¸²à¸«à¸±à¸§à¹à¸«à¸§à¸à¹à¸à¸à¸£à¸à¸µà¹à¸à¸³à¸«à¸¥à¹à¸à¸à¸±à¹à¸à¹à¸«à¸¥à¸°Â à¹à¸à¸à¸´à¸à¸ªà¸²à¸¢à¸à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸à¹à¸² ๠à¸à¸µà¹à¸¡à¸µà¹à¸«à¹à¸à¸à¸¶à¹à¸à¸à¸¢à¸¹à¹Â à¸à¹à¹à¸¥à¸¢à¹à¸à¸²à¸à¸¹à¸¡à¸à¹à¸§à¸à¹à¸à¹à¸¥à¸à¸à¸à¸¡à¸²à¸à¹à¸²à¸¢à¹à¸à¸¢à¹à¸¥à¸·à¸à¸à¸£à¸¹à¸£à¸±à¸à¹à¸ªà¸à¸à¸§à¹à¸²à¸à¸ªà¸¸à¸à¹à¸à¸·à¹à¸à¹à¸«à¹à¸ าà¸à¸à¸±à¸à¹à¸à¸à¸²à¸°à¸à¸¸à¸à¸à¸µà¹à¹à¸à¸à¸±à¸ª (à¸à¹à¸²à¸à¸ าà¸à¹à¸à¸²à¹à¸£à¸µà¸¢à¸à¸«à¸¥à¸±à¸à¸à¸£à¸°à¸à¸²à¸¢Â มัà¸à¹à¸à¹à¸à¸±à¸à¸à¸²à¸£à¸à¹à¸²à¸¢à¸ าà¸à¸à¸¸à¸à¸à¸¥ à¹à¸à¹à¸§à¸±à¸à¸à¸µà¹à¸«à¸²à¸à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸à¹à¸à¹à¹à¸¥à¸¢à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸à¸ à¸à¸´à¸à¸´)  à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸²à¸¡à¸«à¸²à¸¡à¸¸à¸¡à¸à¸µà¹à¹à¸à¹à¸à¸²à¸à¸«à¸¥à¸±à¸à¹à¸à¹à¸à¸ªà¸µà¹à¸à¸µà¸¢à¸§à¹à¸à¹à¸¡à¸à¸±à¸à¸à¸±à¸à¸ªà¸µà¸à¸à¸à¹à¸«à¹à¸ หรืà¸à¹à¸¡à¹à¸à¹à¹à¸¥à¸·à¸à¸à¹à¸«à¹à¸¡à¸µ highlight à¸à¹à¸²à¸à¹à¸à¸·à¹à¸à¹à¸«à¹à¸ าà¸à¸à¸¹à¹à¸¥à¹à¸§à¸¡à¸µà¸à¸µà¸§à¸´à¸à¸à¸µà¸§à¸²Â à¸à¸¥à¸à¹à¸à¸à¸à¸¡à¸²à¸à¸¢à¹à¸²à¸à¸à¸µà¹à¹à¸«à¹à¸à¸à¸µà¹à¹à¸«à¸¥à¸°à¸à¸£à¸±à¸Â à¹à¸¡à¹à¹à¸à¹à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¸à¸°à¹à¸£à¸¡à¸²à¸à¸¡à¸²à¸¢ à¹à¸à¹à¸à¹à¸à¸¹à¹à¸¥à¹à¸§à¸ªà¸à¸²à¸¢à¸«à¸¹à¸ªà¸à¸²à¸¢à¸à¸²à¸à¸µ … à¹à¸à¸·à¹à¸à¸ ๠à¸à¸µà¹à¸à¸¢à¸²à¸à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸²à¸à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¸à¸µÂ à¹à¸§à¸¥à¸²à¸¡à¸µà¸à¸¥à¹à¸à¸à¸à¸¢à¸¹à¹à¹à¸à¸¡à¸·à¸ à¸à¹à¸à¸à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸²à¸¡à¸¡à¸à¸à¹à¸«à¹à¹à¸«à¹à¸à¸ªà¸´à¹à¸à¸à¸µà¹à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¸à¸µà¹à¸à¸¢à¸¹à¹à¸£à¸à¸à¸à¹à¸²à¸à¸à¸±à¸§à¹à¸£à¸²à¸à¸°à¸à¸£à¸±à¸Â à¸à¸²à¸à¸à¸£à¸±à¹à¸à¸à¸à¸à¹à¸¥à¹à¸ ๠à¸à¹à¸à¸¢ à¹à¸à¸µà¹à¹à¸£à¸²à¸¡à¸à¸à¸à¹à¸²à¸¡à¸à¸±à¹à¸à¸à¸²à¸à¸¡à¸µà¸¡à¸¸à¸¡à¸à¸µà¹à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡à¸à¹à¸à¸à¸«à¸£à¸·à¸à¹à¸à¸à¸à¸¢à¸¹à¹à¸à¹à¹à¸à¹ à¸à¸¢à¸¹à¹à¸à¸µà¹à¸§à¹à¸²à¹à¸£à¸²à¸à¸°à¸¡à¸à¸à¹à¸«à¹à¸à¸¡à¸±à¸à¸«à¸£à¸·à¸à¹à¸¡à¹à¹à¸à¹à¸à¸±à¹à¸à¹à¸à¸ … à¸à¸°à¸§à¹à¸²à¹à¸à¸à¸²à¸£à¸¡à¸µà¸à¸´à¸ªà¸±à¸¢à¸à¹à¸²à¸à¸ าà¸à¸à¸±à¹à¸à¸ªà¸²à¸¡à¸²à¸£à¸à¸à¸³à¹à¸à¹à¸à¹à¸à¸à¹à¸à¸à¸´à¸à¸à¸µà¹à¸à¸µà¹à¸à¸à¸²à¸£à¸à¸³à¸à¸²à¸à¹à¸à¹à¸à¸µà¸à¸à¹à¸§à¸¢Â à¸à¸·à¸à¹à¸«à¹à¹à¸£à¸²à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸²à¸¡à¸¡à¸à¸à¸«à¸²à¸à¹à¸²à¸à¸à¸µà¹à¸ªà¸§à¸¢à¸à¸²à¸¡ หรืà¸à¸à¹à¸²à¸à¸à¸µà¹à¸à¸µà¸à¸à¸à¹à¸à¸·à¹à¸à¸à¸£à¹à¸§à¸¡à¸à¸²à¸Â à¹à¸£à¸²à¸à¹à¸à¸°à¸à¸³à¸à¸²à¸à¸à¸±à¸à¹à¸à¸²à¹à¸à¹à¸à¸¢à¹à¸²à¸à¸¡à¸µà¸à¸§à¸²à¸¡à¸ªà¸¸à¸ à¹à¸«à¸¡à¸·à¸à¸à¸à¸±à¸à¸à¸µà¹à¸à¸¡à¸¡à¸µà¸à¸§à¸²à¸¡à¸ªà¸¸à¸à¸à¸±à¸à¸à¸²à¸£à¸à¹à¸²à¸¢à¸ าà¸à¸ªà¸à¸à¸ าà¸à¸à¸µà¹à¸à¸£à¸±à¸ … à¸à¸à¹à¸«à¹à¸¡à¸µà¸à¸§à¸²à¸¡à¸ªà¸¸à¸à¸à¸±à¸à¸à¸¸à¸à¸à¸à¸à¸£à¸±à¸

