บทความในหมวด : Review โรงแรม/รีสอร์ท

กาลครั้งหนึ่งที่เกาะโหลน

ตั้งชื่อซะโบราณกาลเลย อิอิ  ความจริงผมเพิ่งจะไปเยือนเกาะโหลนมาเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านนี่เอง  แต่ที่ใช้คำนี้เพราะก่อนไปพยายามนึกภาพเกาะโหลนที่เคยไปเยือนเมื่อนานมาแล้วไม่ได้ นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกจริง… หรือว่าเราแก่แล้วหว่า หุหุ

เกาะโหลนเป็นเกาะบริวารของภูเก็ต  อยู่ทางทิศตะวันออกของอ่าวฉลอง  สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากท่าเรืออ่าวฉลอง  ใครที่เคยไปทานอาหารร้านกันเองอันเลื่องชื่อของภูเก็ตก็ต้องเห็นเกาะนี้เพราะเป็นเกาะที่อยู่ใกล้ที่สุดนั่นเอง

มองจากท่าเรืออ่าวฉลอง “เกาะโหลน” อยู่ใกล้นิดเดียว

lone9

เกาะโหลนแม้จะไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดัง  เนื่องจากชายหาดอาจจะไม่สวยงามเหมือนกับชายหาดอื่น ๆ หรือเกาะอื่น ๆ ของภูเก็ต  แต่ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้เกาะแห่งนี้มีรีสอร์ทเพียงแห่งเดียว (เท่าที่ผมทราบ) ทำให้เป็นสถานที่พักผ่อนที่สุดแสนจะสงบอย่างแท้จริง …. อยากรู้จักรีสอร์ทนี้แล้วใช่ไหม? ตามผมมาเลยครับ

จากท่าเรืออ่าวฉลอง  ผมนั่งเรือหางยาวของรีสอร์ทพร้อม ๆ กับเพื่อนร่วมเดินทางเกือบ 20 ชีวิต  ผ่านเรือใหญ่น้อยมากมายที่จอดเทียบท่าอยู่บริเวณอ่าวฉลอง และเข้าสู่เขตทะเลใหญ่ได้ไม่นานก็ถึงเกาะโหลน  ใช้เวลารวม ๆ เพียงราว 20 นาทีเท่านั้น

เมื่อเรือมาถึงพนักงานของบ้านไม้คอทเทจ (Baan Mai Cottages & Restaurant ) ก็มายืนยิ้มต้อนรับเราอยู่แล้ว  พวกเราค่อย ๆ ลำเลียงสัมภาระไปยังบ้านพักซึ่งเป็นบังกะโลขนาดย่อม ตั้งอยู่ริมหาด   และมีกลุ่มหนึ่งซึ่งได้พักบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ซึ่งมีสามห้องนอน  ซึ่งกว้างขวางน่าอยู่มาก ๆ  แต่อยู่บนเนินถัดจากบ้านพักริมหาดไปเล็กน้อย

บรรยากาศที่บ้านไม้คอทเทจแห่งนี้ร่มรื่นไปด้วยไม้ท้องถิ่นและไม้สวนที่ปลูกเพิ่มเติม  ริมหาดจะมีต้นไม้ที่ผูกเปลและชิงช้าไว้สำหรับนั่งพักผ่อนเป็นระยะ  ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันที่ทีเห็น … พนักงานที่แสนน่ารักและอัทธยาศัยดีของที่นี่เล่าให้เราฟังว่าในช่วงหน้าแล้งดอกว่านสี่ทิศจะออกดอกบานสะพรั่งสวยงามมาก   แต่พวกเรามาในหน้าฝนจึงเห็นเพียงใบของว่านชนิดนี้เขียวชอุ่มสร้างบรรยาศที่สดชื่นไปอีกแบบ

มาชมบรรยากาศภายในรีสอร์ทกันดีกว่า

แม้ว่าจะเป็นเกาะแต่สิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ก็มีครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร, สระว่ายน้ำสวย ๆ, น้ำจืด, ไฟฟ้า  เรียกได้ว่าสะดวกพอ ๆ กับพักบนฝั่งเลยทีเดียว

จุดเด่นของที่นี่อีกอย่างก็คือเราสามารถหาซื้อของทะเลสด ๆ มาทำบาบีคิวทานได้  เพราะตอนเช้าชาวเรือที่ออกไปหาปู หาปลาจะกลับเข้าฝั่งพร้อมกับสัตว์ทะเลสด ๆ ให้คุณเลือกได้อย่างจุใจ  หรือจะร่วมกิจกรรมไปออกเรือหาปลาก็สามารถติดต่อได้เช่นเดียวกัน

น่าเสียดายที่การเดินทางของผมในครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อทำงานให้กับบริษัท ฯ ไม่ใช่เป็นการมาเที่ยวพักผ่อนซะทีเดียว   จึงไม่มีโอกาสได้ซึมซับบรรยากาศและหาข้อมูลการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่  แต่ก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาพสวย ๆ ของที่นี่มาฝากเพื่อน ๆ หวังว่าเพื่อน ๆ คงได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับที่แห่งนี้บ้างไม่มากก็น้อย … “เกาะโหลน”



แอบดู CourtYard Kamala

เมื่อวานนี้ (19 พ.ย. 51) ได้รับหน้าที่ให้เข้าไปตรวจสอบงานระบบ  เพื่อเตรียมเปิดสปาในโรงแรม CourtYard Kamala ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวในเครื่อ Mariott ณ หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต   ซึ่งโรงแรม CourtYard ได้เข้ามาเปิดพร้อมกันทีเดียวถึง 3 แห่งในจังหวัดภูเก็ตได้แก่ที่หาดป่าตอง, หาดสุรินทร์ และหาดกมลา   ซึ่งทาง Sukko Spa ได้รับเลือกให้เป็นผู้บริหารสปา ณ สาขากมลาแห่งนี้ โดยใช้ชื่อ Araya Spa ซึ่งเป็น Brand ที่ทางโรงแรมเป็นเจ้าของ

ภาพแรกเป็นป้ายโรงแรมบอกให้ทราบว่าอยู่ในเครือ Mariott ครับ
Courtyard Marriott : Kamala Beach, Phuket

สำหรับความคืบหน้าของโรงแรมนี้ก็ถือว่าเกือบ 100% แล้ว  งานที่เหลือเป็นการเก็บรายละเอียดและงานระบบอีกไม่มาก  ซึ่งคาดว่าสามารถเปิดให้บริการได้ทันวันที่ 15 ธันวาคม ตามกำหนดการแน่นอน    ซึ่งตอนที่เข้าไปตรวจสอบงานผมติดกล้องไปด้วยก็เลยถือโอกาสถ่ายภาพในมุมต่าง ๆ มาฝาก เพราะทางโรงแรมตกแต่งไว้สวยงามมาก  (หรูหราเหมือนกะโรงแรม 5 ดาวเลย หุหุ)   โดยเลือกใช้วัสดุที่เป็นไม้ในสไตล์กึ่ง Modern และมีการใช้แสงเงาเพื่อเน้นลวดลายและพื้นผิวของวัสดุที่เป็นธรรมชาติ  ทำให้ดูสบายตาและผ่อนคลายตั้งแต่ย่างเข้าไปยัง lobby เลยทีเดียว

Couter Reception ที่ Lobboy
Courtyard Marriott : Kamala Beach, Phuket

ภาพนี้น่าจะเป็น Bakery Shop ครับ (ยังไม่มีของวางก็เลยไม่แน่ใจว่าใช่ป่าว อิอิ)
Courtyard Marriott : Kamala Beach, Phuket

ห้องอาหารแบบ Open Air ครับ สามารถมองเห็นสระน้ำด้วย
Courtyard Marriott : Kamala Beach, Phuket

มาดูที่สปากันบ้างครับ
Courtyard Marriott : Kamala Beach, Phuket

มุมสูงขึ้นมาอีกนิดครับ
Courtyard Marriott : Kamala Beach, Phuket

ผนังซึ่งตกแต่งด้วยไม้ไผ่ สวยมากครับ
Courtyard Marriott : Kamala Beach, Phuket

สำหรับ Location ของโรงแรมอาจจะไม่ติดหาด  เพราะต้องเข้าซอยไปเล็กน้อย  แต่ก็สามารถเดินออกมาที่ชายหาดได้โดยใช้เวลาราว ๆ 5 นาที  และบริเวณของหาดที่อยู่ใกล้โรงแรมก็จะเป็นตอนเหนือสุดของหาดกมลาซึ่งค่อนข้างจะเงียบสงบกว่าบริเวณอื่น ๆ ซึ่งพลุกพล่านไปด้วยร้านค้า  แถมยังมีแนวสนให้ร่มเงาสำหรับผู้ที่ไม่ชอบอาบแดดเหมือนฝรั่งด้วย  ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็แวะไปดูที่ website ของโรงแรมนะครับ :)



ทริปนี้สีชมพู

อ่านชื่อ post แล้วไม่ต้องจินตนาการว่าเป็น trip honeymoon หรือเป็น trip แบบหวานแหววนะครับ เพราะที่จริงแล้วเป็นทริปของเหล่าพี่น้องชาวจุฬาฯ ภูเก็ตต่ะหาก  … มีผู้ร่วมทริปทั้งสิ้น 10 คน  แม้จะต่างรุ่น ต่างวัย  แต่หัวใจแห่งการท่องเที่ยวนั้นเท่ากันทู๊กกกคนจริง ๆ

จุดหมายของการเดินทางครั้งนี้อยู่ที่เกาะคอเขา  ซึ่งผมเคยเขียน review ให้เพื่อน ๆไ ด้อ่านกันไปสองครั้งแล้ว  คราวนี้ก็เลยถือโอกาสชวนพี่ ๆ น้อง ๆ ไปเที่ยวกัน  เพราะส่วนใหญ่ยังไม่เคยไป  แถมบางคนยังไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ  และเพื่อให้การเดินทางที่ต้องใช้เวลาจากภูเก็ตผ่านอำเภอท้ายเหมืองของพังงา จนเกือบถึงอำเภอตะกั่วป่าซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางเกือบ ๆ สองชั่วโมง  ผมก็เลยให้ผู้ร่วมเดินทางแบ่งเป็นทีมแข่ง rally หาตัวอักษรระหว่างทางด้วย  เพื่อไม่ให้คนขับต้องขับคนเดียวในขณะที่คนอื่นหลับอย่างสบายใจ (โดยเฉพาะรถของผมเอง อิอิ)

ภาพนี้แวะถ่ายที่หลัก กม. สุดท้ายก่อนข้ามสะพานสารสินออกจากภูเก็ต  โชคดีที่อากาศวันนี้ค่อนข้างดีมากทีเดียว แถมเมฆยังเป็นปุยเหมือนขนแกะ ถูกใจผมจริง ๆ

เราออกเดินทางกันสาย ๆ ก็เลยมาถึงจุดนัดพบที่ร้านยิ้ม ๆ  ร้านอาหารดังเมืองตะกั่วป่าราวเที่ยงพอดี  ปรากฎว่าทั้งสองทีมสามารถหาตัวอักษรได้ครบถ้วน (ง่ายบ้าง หลงทางบ้าง ทุลักทุเลบ้าง )  ไม่เสียชื่อชาวจุฬา ฯ  เป็นตัวอักษร BON VOYAGE ที่หมายถึง “ให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนั่นเอง”  (เป็นการอวยพรไปด้วยในตัว อิอิ) 

สำหรับรสชาติอาหารมื้อเที่ยงที่ร้านยิ้มๆ ก็ไม่ทำให้เสียชื่อคนแนะนำ  เพราะอร่อยและราคาไม่แพง (โดยเฉพาะเทียบกับที่ภูเก็ตถือว่าถูกมากทีเดียว)  พวกเราก็เลยอิ่มหมีพีมันกันทุกคน  จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังท่าเรือเพื่อข้ามไปยังเกาะคอเขาซึ่งอยู่เลยร้านไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

วันนี้ต้องรอเรือข้ามฟากนานกว่าทุกครั้งเพราะช่วงนี้เป็นช่วง Low Season มีเรือบริการเพียงลำเดียวไม่เหมือนช่วง High ที่มีเรือมาจอดคอยเราทุกครั้ง  แถมช่วงนี้น้ำมันขึ้นค่าเรือข้ามฟากก็เลยขึ้นราคาเป็นคันละ 200 บาท (รวมผู้โดยสารทั้งคัน)  แต่ก็ต้องยอมไปล่ะครับ  ไม่งั้นคงต้องว่ายน้ำข้ามไป อิอิ

ขณะนั่งเรือข้ามฟากไปยังเกาะคอเขา

เรามาถึงที่พักซึ่งได้แก่โรงแรมตะโกลารีสอร์ทราวบ่ายสอง  ซึ่งทริปนี้ผมได้ติดต่อขอราคาพิเศษ เพราะมากันหลายคนและผมเองก็บริหารสปาให้กับโรงแรมที่นี่ด้วยทำให้พี่น้องร่วมทริปทั้งหลายยิ้มหน้าบาน เพราะโรงแรมสวยกว่าที่หลายคนคิด (ผมไม่ได้บอกรายละเอียดโรงแรมมากนัก  หลาย ๆ คนก็เลยคิดว่าคงเป็นบังกะโลเล็ก ๆ ริมหาดที่ไม่ค่อยสวย เนื่องจากค่าห้องถูกมาก) 

ผมเองได้ห้องพักที่อยู่ใกล้ชายหาด  เพราะขอเครื่องเสียงสำหรับร้องคาราโอเกะไว้ด้วย  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรมมาเซ็ตไว้ที่ห้องนี้พอดี  อุปกรณ์สำหรับเล่นคาราโอเกะอยู่กับผมทั้งหมด  ก็เลยกลายเป็นว่าห้องนี้เป็นของผมไปเลย หุหุ   

นี่แหละครับห้องพักของผม

 

ลูกสนและใบสนรอบ ๆ ที่พัก

 

 ถ่ายภาพที่บริเวณชายหาดหน้าที่พัก

 

วิญญาณนางแบบเข้าสิง หุหุ

พอตกเย็นหลังจากที่มีกิจกรรมให้พี่ ๆ น้อง ๆ ได้ยืดเส้นยืดสาย และฮากันกระจายกับเกมส์สันทนาการแล้ว  ผมก็นำทุกคนไปยังโรงแรม C&N ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักเพื่อชมพระอาทิตย์ตก    ที่เลือกที่นี่เพราะเขามีศาลาทรงไทยริมหาด และมีต้นมะพร้าวที่เอนลงไปบนหาด  ดูแล้วเก๋ดี … และก็ไม่ผิดหวังครับ  ทุกคนสนุกสนานกับการถ่ายภาพช่วงเย็นกันสุด ๆ  กอรปกับท้องฟ้าและแสงวันนี้สวยเหลือเกิน  ผมเองก็ถ่ายจนเพลิน  คนบ้าง วิวบ้าง แทบจะไม่ได้หยุดเลย เพราะนาน ๆ จะได้มีโอกาสถ่ายภาพกับแสงส้ม ๆ ยามเย็นแบบนี้

ฟ้าสวยได้ใจมัก ๆ

ต้นมะพร้าวเท่ห์ ๆ หน้า C&N

เส้นสายสวย ๆ บนชายหาด

คู่รักหวานแหวว

Action มัน ๆ ยามเย็น

หลังจากหนำใจกับการถ่ายภาพช่วงเย็นแล้วก็เดินทางกลับไปยังรีสอร์ทเพื่อทานอาหารมื้อเย็นซึ่งทางโรงแรมได้จัดเตรียมโต๊ะไว้ให้พวกเราแล้ว  มื้อนี้เราให้เชฟของโรงแรมแสดงฝีมือเต็มที่  ทำอะไรก็ได้ทีเชฟอยากทำ  ซึ่งรสชาติอาหารก็ไม่ผิดหวังครับ  อิ่มอร่อยกันทุกคนทีเดียว

บรรยากาศอาหารมื้อค่ำ


 
หลังจากอาหารมื้อค่ำ  พวกเราก็ไปรวมตัวกันที่ห้องพักของผมเพื่อร้องคาราโอเกะกันอย่างเมามัน ซึ่งเพลงมีตั้งแต่สมัย สุนทราภรณ์ .. แกรนเอ็กซ์ … นิโคล… ไปจนถึง So Cool เรียกได้ว่ามีทุกยุค ทุกสมัยกินกันไม่ลงเลยทีเดียว … เกือบเที่ยงคืนทุกคนจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนผมนอนหลับอย่างสบายใจภายใต้ผ้านวมอันอบอุ่น

เช้าวันรุ่นขึ้น พี่ ๆ น้อง ๆ กลุ่มหนึ่งตื่นแต่เช้ามาเล่นโยคะ  ในขณะที่ผมยังซุกตัวอย่างสบายภายใต้ผ้าห่ม  กว่าจะตื่นก็ปาเข้าไปแปดโมงเศษ ๆ   ซึ่งได้เวลาทานอาหารเช้าพอดี  … หลังจากทานอาหารเช้าแล้วพวกเราจึงเช็คเอาท์แล้วเดินทางต่อไปยังวัดที่อยู่ติดกับรีสอร์ทเพื่อทำบุญถวายสังฆทานและเทียนพรรษา  เรียกได้ว่าทริปนี้ทั้งสนุกและได้บุญด้วย

หลังจากอิ่มบุญแล้วก็เดินทางไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือกลับไปยังฝั่งพังงา … เนื่องจากเวลายังพอมีเหลือเราจึงขับรถกันไปช้า ๆ เพื่อทานข้าวที่ร้านซึ่งผมแนะนำ (ตามเคย) ชื่อร้านบินหลาตั้งอยู่ที่หาดท้ายเหมือง  เป็นร้านธรรมดา ๆ แต่อาหารรสชาติอร่อย ซีฟู้ดสดมาก  ที่สำคัญราคาถูก (ยิ่งกว่ายิ้ม ๆ ซะอีก)  พอเช็คบิลทำเอาหลาย ๆ คนงงไปเลยว่าทำไมมันถูกแบบนี้ (ฟะ)  กินกันเยอะมัก ๆ แต่ราคาถูกกว่าภูเก็ตครึ่งหนึ่งเห็นจะได้  (ทีนี้เข้าใจเลยว่าคนมาเที่ยวภูเก็ต ทำไมเขาบ่นกันจังว่าอาหารแพง)

เนื่องจากยังพอมีเวลาเหลือ และพวกเรายกเลิกโปรกรมล่องแก่งที่สองแพรก (เนื่องจากต้องเดินทางอ้อมค่อนข้างไกล) ก็เลยหาโปรแกรมสำรอง  ซึ่งโชคดีมากที่มีรุ่นพี่จุฬา ฯ ซึ่งมาทำสวนและสร้างบ้านอยู่ที่ทางเข้าน้ำตกลำปีใกล้ ๆ กับหาดท้ายเหมืองนี่เอง  เราจึงไม่รีรอที่จะโทรไปนัด (กึ่งบังคับ)  ขอให้พวกเราเข้าไปเที่ยวที่สวนของพี่เขา  ซึ่งแน่นอนล่ะพี่เขาไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว อิอิ 

เราใช้เวลาเดินทางกันไม่ถึง 20 นาทีก็มาถึงบ้านพี่อนุรักษ์  ซึ่งวันเสาร์อาทิตย์พี่อนุรักษ์จะเดินทางจากภูเก็ตมาพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์ที่นี่ และถือโอกาสมาเยี่ยมลูกชายที่มาทำแปลงปลูกดอกหน้าวัวที่สวนแห่งนี้   หลังจากทักทายพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ  น้องแทนและพี่อนุรักษ์ก็พาเดินชมแปลงดอกหน้าวัวสวย ๆ ซึ่งรอวันที่จะถูกตัดเพื่อส่งไปขายที่ภูเก็ต

ดอกหน้าวัวงาม ๆ

หลังจากชมแปลงดอกหน้าวัวสวย ๆ แล้ว  เราขับรถเลยเข้าไปอีกเล็กน้อยเพื่อไปเที่ยวน้ำตกลำปี  น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของพังงา (ได้ยินมาว่าอย่างนั้น)   ซึ่งช่วงนี้น้ำเยอะเพราะเพิ่งจะผ่านช่วงฝนตกชุกมาหมาด ๆ  แถมน้ำใสแจ๋วไม่เหมือนช่วงฝนตกหนักที่น้ำจะเป็นสีโคลน  ที่น้ำตกแห่งนี้นอกจากผมจะได้ถ่ายภาพน้ำตกอันสวยงามหลายชั้นแล้ว  ยังมีต้นไม้ใบหญ้าสวย ๆ ให้ถ่ายอีกด้วย  บ่งบอกว่าที่นี่ยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่มากทีเดียว

บรรยากาศชุ่มชื่นที่น้ำตกลำปี

หลังจากที่พักผ่อนกันที่น้ำตกลำปีพักใหญ่  พวกเราก็ออกเดินทางต่อเพื่อกลับภูเก็ต  ระหว่างทางก็แวะซื้อขนมบะจ่างและขนมโกซุ้ย (ขนมท้องถิ่นของชาวพังงา/ภูเก็ต)ที่ตลาดท้ายเหมือง  และไปทานกันที่ร้านเรือนไม้แก่น  เพราะยังมีเงินกองกลางเหลือพอสมควร ก็เลยถือโอกาสกินกาแฟ กับเค๊กอร่อย ๆ ที่ร้านแห่งนี้เนื่องจากเป็นร้านที่บรรยากาศดีที่สุดในระหว่างเส้นทางกลับบ้าน 

อิ่มอร่อยส่งท้ายที่เรือนไม้แก่น

หลังจากอิ่ม (อีกแล้ว) พวกเราก็ถือโอกาสอำลากันที่นี่และแยกย้ายกันมุ่งหน้ากลับสู่ภูเก็ตไปพร้อมกับความอิ่มท้อง อิ่มใจกับทริปเล็ก ๆ สีชมพูที่ผมจะต้องบันทึกสิ่งดี ๆ และความสุขที่เกิดขึ้นในสองวันนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป



9mot พาเที่ยว – L Orchidee Phuket

พูดถึงหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต  ชื่อนี้คงเป็นที่คุ้นหูของเพื่อน ๆ ดี  รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย  ว่ากันว่าชื่อหาดป่าตองโด่งดังกว่าชื่อภูเก็ตซะอีก (แต่เท่าที่ฟังดูเหมือนจะดังในแง่ ของแหล่งสารพันบันเทิงยามราตรีมากกว่าความงดงามของชายหาด เศร้าเจง ๆ เยย)  วันนี้ผมขอพาเพื่อน ๆ ไปชมอีกมุมหนึ่งของหาดป่าตองที่ไม่ค่อยมีใครนำเสนอมากนัก  นั่นก็คือ L Orchidee วิลล่าหรูซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาด้านทิศเหนือของหาดป่าตอง  (ทางขึ้นอยู่ใกล้ ๆ กับ Novotel Patong)   เส้นทางสู่วิลล่าแห่งนี้สูงชันเอาการ  ถ้าเดินขึ้นไปก็คงพอ ๆ กับขึ้นซำแฮกของภูกระดึงนั่นแหละครับ  อิอิ   ใจกลางหมู่บ้าน (เรียกแบบไฮโซหน่อยก็วิลล่า)  จะมี Clubhouse ส่วนกลาง  ซึ่งมีสระว่างน้ำและศาลาชมวิวอันงดงาม  จากจุดนี้จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของหาดป่าตองได้อย่างชัดเจน  น้ำในสระสีน้ำเงินเข้มกับสีครามของน้ำทะเลและท้องฟ้าสวยงามมาก 

le-orchide-phuket01.jpg

le-orchide-phuket03.jpg

le-orchide-phuket02.jpg

โดยเฉพาะที่ศาลาชมวิวนั้น  ถ้าตั้งโต๊ะรับประทานอาหารค่ำจะโรแมนติกมากทีเดียวเพราะจะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกอย่างชัดเจน 

วิลล่า L Orchidee นั้นเป็นวิลล่าที่ขายให้กับเศรษฐีกระเป๋าหนัก  ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นชาวต่างชาติที่ซื้อไว้เป็นที่พักตากอากาศ  ในช่วงที่เขาไม่อยู่ก็จะให้ทางโครงการนำวิลล่าเหล่านั้นให้เช่าในสนนราคา 20,000-40,000 บาทต่อหลัง/คืน (ย้ำว่าต่อคืนนะครับ ไม่ใช่ต่อเดือน) แต่ก็ถือว่าไม่แพงมากนักถ้าเทียบกับสิ่งอำนวยความสะดวกเพราะมีหลายห้องนอน มีสระน้ำในตัว รวมถึงมีอุปกรณ์ครบครันเหมือนบ้านเลยทีเดียว  ถ้ามาอยู่กันหลาย ๆ คนก็ดีกว่าไปพักในโรงแรมห้าดาวเสียอีก (แต่ผมคงไม่มีปัญญาหรอก อิอิ)

le-orchide-phuket04.jpg

ถ้าใครสนใจก็ลอง search หาข้อมูลดูทาง internet หรือดู website ได้ที่  www.lorchidee-residences.com  คร้าบ



JW Marriott & Mandara Spa

jw4.jpg

JW Marriott เป็นหนึ่งในโรงแรมที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัดภูเก็ต  จุดเด่นของโรงแรมแห่งนี้คือตั้งอยู่ที่หาดไม้ขาวซึ่งเป็นทำเลที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน และโรงแรมออกแบบอย่างสวยงามหรูหรา (สมราคา อิอิ)

 jw1.jpg

เดินเข้ามาในโรงแรมเลยก็จะพบกับ Lobby แบบ Open air ที่โปร่งโล่งสบาย  มีสระขนาดใหญ่ที่ทอดตัวยาวไปจรดกับน้ำทะเลและเส้นขอบฟ้า ในบางช่วงจะมีการแสดงดนตรีกลางสระแห่งนี้ด้วย

jw6.jpg

jw2.jpgในโรงแรมจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องอาหาร, สระว่ายน้ำ, สปา ซึ่งแต่ละจุดทำให้แขกสามารถใช้เวลาในการพักผ่อนโดยไม่ต้องออกจากโรงแรมเลยทีเดียว  เสียดายที่ผมไม่มีโอกาสได้เข้าไปถ่ายภาพในห้องพักเนื่องจากแขกเต็ม แต่ก็เชื่อแน่ว่าห้องพักคงจะหรูหราสวยงามไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ ของโรงแรมเช่นเดียวกัน

ตลอดสองข้างทางระหว่างการเดินไปยังจุดต่าง ๆ จะมีมุมให้ถ่ายภาพมากมาย  เพราะของที่นำมาประดับล้วนแต่สวยงามทั้งสิ้น  รับรองได้ว่าถูกใจช่างภาพทุกคนแน่นอนครับ  ผมเองก็ถ่ายภาพไว้หลายมุม แต่เสียดายที่ไม่ได้ติดขาตั้งกล้องไปด้วยจึงไม่สามารถถ่ายภาพในบางจุดที่แสงน้อยได้ ไม่งั้นคงมีภาพสวย ๆ มาฝากอีกหลายภาพทีเดียวครับ

นอกจากตัวโรงแรมแล้ว Madara Spa ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของที่นี่   Mandara Spa เป็นสปาที่หรูหราอย่างมาก (ทั้งสถานที่และราคา) ห้องทำ treatment ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม เป็นส่วนตัวมีหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งแบบที่เป็นห้องนวดอย่างเดียวและแบบที่อ่าง Jacuzzi ในห้องด้วย  ที่ผมชอบมากที่สุดเห็นจะเป็นห้อง treatment ที่ใช้ประตูบานใหญ่ และตัวห้องสูงโปร่ง ทำให้ตะลึงจนลืมเรื่องยุ่ง ๆ ในทันที

jw3.jpg

jw7.jpg

ก็ได้ชมภาพกันไปพอหอมปากหอมคอ  ถ้ามีงบประมาณเพียงพอรับรองว่าที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ :)



WordPress Themes