บทความในหมวด : กระบี่

ลองเส้นทางใหม่ ภูเก็ต-เกาะยาว-เกาะห้อง

แม้ว่าจะอยู่ภูเก็ต  แต่นาน ๆ ทีผมจึงมีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาะยาว และเกาะห้อง (จังหวัดกระบี่)  เนื่องจากบริษัททัวร์ที่นี่เน้นไปที่เกาะพีพี, เกาะราชา, เกาะไข่ ซะเป็นส่วนใหญ่  ดังนั้นเมื่อน้องที่บริษัททัวร์โทรมาชวนไปทดลองเส้นทางเปิดใหม่  เกาะยาว-เกาะห้อง ผมก็ไม่รีรอที่จะตกลงแม้ว่าจะรู้ล่วงหน้าแค่เพียงวันเดียว   ผมขออนุญาตวงเล็บ (จังหวัดกระบี่) ไว้หลังเกาะห้องก็เพราะ  มีเกาะห้องที่อ่าวพังงาด้วย  กลัวว่าจะสร้างความสับสนให้กับเพื่อน ๆ

ทริปนี้ของผมก็คล้าย ๆ กับทัวร์อื่น ๆ ที่เดินทางไปอ่าวพังงา  คือเริ่มต้นที่ท่าเรืออ่าวปอ โดยเรือออกประมาณ 9 โมงเช้า  เป็นเรือสองชั้นด่านล่างเป็นห้องครัวและเก็บเรือ kayak ส่วนด้านบนเป็นที่นั่งสำหรับลูกค้า  เหมือนกับเรือที่ใช้ในทริปแคนูอ่าวพังงาทั่ว ๆ ไป … เรือค่อย ๆ แล่นออกจากท่าช้า ๆ มุ่งสู่เกาะยาว  ระหว่างนั้นไกด์ก็บรรยายโปรแกรมประจำวันนี้ให้ฟัง  รวมถึงให้ข้อแนะนำในการท่องเที่ยว  เมื่อบรรยายจบก็ให้ลูกทัวร์ได้นั่งกินลมชมวิว  โดยมีของว่างเตรียมไว้ให้ได้ทานกันตลอดโปรแกรม … เรือใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงก็ถึงท่าเรือเกาะยาวใหญ่  ซึ่งมีรถสามล้อดัดแปลง  มารอรับพวกเราอยู่แล้ว  โดยมีชาวบ้านเป็นผู้ขับเพื่อนำชมธรรมชาติบนเกาะยาวใหญ่และวิถีชีวิตชาวบ้าน  เริ่มตั้นด้วยการวิ่งผ่านหมู่บ้านบนเกาะ  ชมการสาธิตนำใบไม้ในท้องถิ่นมาสานเป็นภาชนะ  ตามด้วยโปรแกรมที่เรียกเสียงปรบมือให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ  ก็คือดูลิงขึ้นมะพร้าว  ซึ่งก็ต้องลุ้นพอสมควรว่ามันจะยอมทำหน้าที่หรือเปล่าเพราะวันนี้้มะพร้าวแก่เกือบจะหมดต้นแล้ว และเจ้าลิงก็ไม่ยอมเก็บลูกที่ยังไม่แก่ซะด้วย  แต่สุดท้ายก็หาเป้าหมายเจอจนได้ไ่ม่งั้นคงไม่ได้ลงจากต้นแน่ หุหุ … จากนั้นก็มีการสาธิตการกรีดยางซึ่งเป็นอาชีพที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนบนเกาะ  งานนี้ฝรั่งตาน้ำข้าวขออาสาลองกรีดดูด้วย  ดูน่ารักไปอีกแบบ

ชมกิจกรรมพื้นบ้านสักพัก ก็นั่งรถสามล้อต่อไปยังปลายแหลมเพื่อกลับขึ้นเรือ  ซึ่งต้องผ่านธรรมชาติที่ยังคงบริสุทธิ์อยู่มาก  แม้บริเวณปลายแหลมจะยังไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ภูมิประเทศบริเวณนั้นก็ทำให้ผมประทับใจจนถ่ายภาพไปเยอะทีเดียว … จากจุดนี้เราึขึ้นเรือหางยาว  โบกมือลาคนขับรถของเราเพื่อกลับขึ้นเรือและมุ่งหน้าไปยังเกาะห้อง  เรามาถึงเกาะห้องเกือบเีที่ยง  ซึ่งเป็นช่วงที่แดดกำลังสวยพอดี  ทั้งนี้เืรือจะจอดลอยลำอยู่ด้านนอกแล้วให้เราพายเรือ kayak เข้าไปสู่ฝั่ง   เกาะห้องเป็นอีกเกาะที่ผมชอบมากเพราะน้ำใส สีเขียวมรกตสวยงามมาก  และมีเวิ้งอ่าวที่มีฟอร์มสวยเหมาะกับการถ่ายภาพ  ผมใช้เวลาถ่ายภาพอยู่พักใหญ่  ทางทัวร์ก็ชวนพาย kayak ไปที่ lagoon กลางเกาะ  ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่ได้ชมหน้าผาและพันธุ์ไม้ท้องถิ่นประเภทกล้วยไม้ รวมถึงนกท้องถิ่นได้อย่างใกล้ชิดได้บรรยากาศไปอีกแบบ  และเมื่อเข้าสู่เวิ้งอ่าวที่เป็น lagoon ก็ได้ชมอีกบรรยากาศที่แตกต่างออกไป  เพราะด้านในจะเป็นน้ำตื้น  มีต้นโกงกางอยู่โดยรอบ  ถ้าวันไหนน้ำใสจะสามารถมองเห็นปลาดาวอยู่ด้านล่างด้วย  ผมใช้เวลาถ่ายภาพอยู่พักใหญ่ก็พายเรือออกมาขึ้นเรือที่ลอยลำรอรับเราอยู่แล้ว … หลังจากที่ออกแรงกันมาพอสมควรก็ได้เวลาทานอาหารเที่ยงพอดี  บรรยากาศดี ๆ บวกกับความเหนื่อยยิ่งทำให้อาหารอร่อยขึ้นอีกเป็นกอง  และทางทัวร์ก็เอาใจเต็มที่โดยนำไปลอยลำอยู่ที่เกาะใกล้ ๆ ที่ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน  ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ทานข้าวท่ามกลางบรรยากาศหาดส่วนตัว หุหุ

หลังจากอิ่มแล้ว  บางคนก็พักผ่อนบนเรือ อ่านหนังสือ บางส่วนลงไปเล่นน้ำตามอัธยาศัย  ส่วนผมก็ว่ายน้ำเล่นขึ้นไปชมบรรยากาศบนฝั่งของเกาะซึ่งทำสัมปทานรังนก ซึ่งพบได้ทั่วไปในเขตจังหวัดกระบี่   ทัวร์ปล่อยให้เราได้พักผ่อนกันพักใหญ่ก็ค่อย ๆ แล่นผ่านหมู่เกาะน้อยใหญ่ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของกระบี่  และยังแวะให้เราได้พาย kayak เล่นอีกรอบ  เื่ื่พื่อเข้าไปชมเกาะแก่งบริเวณนั้น  โดยไกด์แจ้งว่าโปรแกรมส่วนนี้ไม่ได้ fix ตายตัว  แต่จะดูว่าเกาะไหนมีคนน้อย  ก็จะแวะให้ลูกทัวร์ได้แวะเพื่อให้ไม่ต้องไปแย่งพื้นที่กลับกลุ่มอื่น ๆ เจ๋ง จริง ๆ

ประมาณ 3 โมงเศษเรือก็มุ่งหน้ากลับภูเก็ต  ผ่านเส้นทางเดิม  โดยช่วงนี้ลูกทัวร์แต่ละคนก็ได้พักผ่อนก็ตามสบาย แต่ส่วนใหญ่ก็จะงีบหลับด้วยความเพลียจากกิจกรรมตลอดวัน  เพราะลมเย็น ๆ บนชั้นสองของเรือนี่มันช่างทำให้หลับสบายดีจริง ๆ … ผมมารู้สึกตัวอีกทีก็เกือบจะถึงท่าเรือแล้ว ซึ่งนาฬิกาบอกเวลา 5 โมงเศษ ๆ  นับเป็น one day trip ที่เยี่ยมยอดอีก trip หนึ่ง  เพื่อน ๆ ที่มาภูเก็ตและไม่อยากจำเจกับโปรแกรมเดิม ๆ ผมขอแนะนำโปรแกรมนี้ครับ  เพราะมีความหลากหลาย ได้ชมวิถีชาวบ้านและชมธรรมชาติหลากหลายแบบ ทั้งน้ำทะเลใส ๆ, หน้าผา, snorkeling และทะเลแบบป่าโกงกันอันทรงเสน่ห์  … สนใจก็ลองติดต่อได้ที่ Phuket Tour Holiday นะครับ 089 726 17 88, 087 263 44 88, 076-212 488

อ่านมาเยอะแล้ว มาชมภาพสวย ๆ ของทริปนี้กันดีกว่า ..



Happy day @ พีพี – เกาะไข่

ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไงอากาศที่ภูเก็ตเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก วันนี้ฟ้าครึ้ม รุ่งขึ้นฟ้าแจ่ม ฝนตก ๆ หยุด ๆ ทำเอาหลาย ๆ คนออกอาการไม่ค่อยสบาย ผมเองก็เหนื่อยแสนเหนื่อยกับการขับรถวันละ 1 ชม.มาทำงาน ผ่านทะเลสวย ๆ ตรงหาดกะหลิมทุกวัน เห็นแล้วเกิดกิเลสอยากถ่ายภาพแต่ถ้าแวะมีหวังทำงานสายแน่ ๆ ครั้นจะตื่นเช้ากว่านี้ก็ม่ายไหว หุหุ แบบว่าวัยกำลังกินกำลังนอนจะให้พักผ่อนน้อยกว่า 8 ชม.ได้อย่างไร อิอิ

ว่าแล้วก็เลยผุดแผนการเที่ยวแบบใกล้ ๆ คลายเครียด ซะหน่อย … ติ๊กตอก ๆ คิดไป เอาเท้าก่ายหน้าผากไป ก็นึกไม่ออกว่าที่ไหนในระยะการเดินทางแบบ one day trip ที่จะสวยกว่า เกาะไข่ – เกาะพีีพี ไปอีกแล้ว แถมได้ข่าวว่าช่วงนี้ ปลาญี่ปุ่น ปลาจีน ชุกชุม ว่ายน้ำกันขวักไขว่ ก็เลยเลยมิรอช้า โทรหาผู้เชี่ยวชาญเรื่องทัวร์ภูเก็ตเจ้าประจำ จองวันอาทิตย์นั้นเลย พร้อมสั่งการเสร็จสรรพว่ากรุณาอัญเชิญคุณพระอาทิตย์ทำงานด้วย ถ้าฝนตกตรูไม่จ่ายเงินนะเฟ้ย อิอิ พอถึงวันปรากฎว่าได้ผลครับ ฝนไม่ตก แม้จะมีเมฆพอครึ้ม ๆ หน่อยแต่ก็ยังดีกว่าต้องตากฝนเล่นน้ำทะเล 555

ทริปนี้เดินทางด้วย speed boat ลำใหญ่แบบ 3 เครื่องยนต์ บรรทุกคนได้กว่า 40 คน ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องเครื่องยนต์พังกลางทะเลเพราะยังมีมืออีกกว่า 80 มือกับเท้าอีก 40 คู่ช่วยราน้ำ อิอิ … ก่อนเดินทางไกด์รูปหล่อก็บรรยายภาพรวมของทริป ข้อควรปฏิบัติและข้อควรระวังตลอดการเดินทาง พร้อทั้งแจกยาแก้เมาสำหรับคนที่ไม่ค่อยถูกกับคลื่นลมในทะเล ซึ่งนับเป็น first impression เลยทีเดียวเพราะมุขพี่แกเยอะเหลือเกิน ผมเห็นฝรั่งฟังไป หัวเราะไป เกือบนึกว่านั่งอยู่ใน cafe หุหุ

ลูกทัวร์กำลังฟัง guide brief อย่างตั้งอกตั้งใจ

speed boat แบบ 3 เครื่องยนต์

เราออกเดินทางจากท่าเรือแหลมตุ๊กแก ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะภูเก็ตราว ๆ เก้าโมงครึ่ง เรือใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงก็ถึงเกาะพีพีเล และแวะให้เราสัมผัสกับความงามของชายหาดและน้ำใส ๆ ที่อ่าวมาหยา หาดชื่อดังในใช้เป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง The Beach นั่นเอง … วันนี้อ่าวมาหยาีคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่สลับกับขึ้นลงเรือ ทำให้หามุมถ่ายภาพที่ไม่ติดคนยากสักหน่อย กว่าจะได้มุมน้ำทะเลสีฟ้า ตัดกับสีเขียวเข้มก็ต้องแทรกตัวหนีผู้คนพอสมควร

ในวันที่หาดแห่งนี้ไม่มีผู้คนผมคิดว่าคงสวยมาก ๆ ครับ เพราะหาดทรายที่นี่ขาวสะอาด และเม็ดทรายละเอียดมาก น้ำทะเลก็เป็นสีฟ้าใส แต่ถ้ามองไปไกลๆ ก็จะเห็นเป็นสีเขียวมรกต อ่าวเล็ก ๆ แห่งนี้ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูที่มีเสน่ห์ในแบบของเกาะพีพี นับว่าโชคดีมากที่เกาะแห่งนี้ไม่อนุญาตให้สร้างโรงแรมเนื่องจากอยู่ในเขตสัมปทานรังนกนั่นเอง ทำให้ธรรมชาติยังคงอยู่ไม่แตกต่างจากที่ผมเคยมาเมื่อ 10 กว่าปีก่อนมากนัก อ้าว…เวรกรรมเผลบอกเรื่องเวลาไป อย่างงี้ก็เดาอายุผมถูกอ่ะดิ หุหุ

น้ำใส ๆ

มุมนี้ผมจอง หุหุ

ใครมายืนบังกล้องผมอ่ะ

มาดู Video กันบ้าง

เราใช้เวลาเกือบชั่วโมงถ่ายภาพ เล่นน้ำ ชมนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเอเซียเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน (ส่วนใหญ่เป็นอย่างหลัง อิอิ) จนได้เวลานัดก็เดินมาเจอกันที่ speed boat ที่จอดรอเราอยู่ริมหาด …

อำลาอ่าวมาหยา
เรือค่อย ๆ แล่นออกจากอ่าว อ้อมไปด้านหลังเกาะเพื่อนำเราชมความงามรอบ ๆ เกาะพีพีเล โดยเรือนำเราเข้าไปชมความงามของอ่าวปิเละ อ่าวที่ห้อมล้อมไปด้วยหน้าผาหินสูงชัน ด้านในเป็นน้ำใสสีเขียวมรกต มีความลึกไม่มากนัก เหมาะสำหรับการว่ายน้ำเล่นเป็นอย่างยิ่ง

ความงามของอ่าวปิเละ

เรือแล่นเบา ๆ ให้พวกเราตะกายเรือถ่ายภาพกันพอหอมปากหอมคอ ก็นำเราไปยัง ถ้ำไวกิ้ง ซึ่งเป็นจุดที่มีการทำสัมปทานรังนก ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำเงินมหาศาลทีเดียว เสียดายมาทัวร์น่าจะแถมรังนกสักคนละกิโล อิอิ

ออกจากถ้ำไวกิ้ง เรือนำเรามุ่งหน้าสู่เกาะพีพีดอน โดยแวะที่ monkey beach เพราะที่นี่เป็นที่ซึ่งมีฝูงลิงมารอคอยทักทายนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย ว่าไปแล้วก็อิจฉาลิงจริง ๆ ที่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม มีคนตั้งชื่อหาดให้เป็นชื่อของมัน แถมมีคนเอาอาหารมาป้อนถึงที่ น่าอิจฉาซะนี่กะไร ว่าแล้วขอสมัครเป็นลูกสมุนด้วยดีก่า หุหุ หลังจากส่งอาหารให้เจ้าลิงสวาปามจนนึกได้ว่าไม่มีอาหารกินเล่นสำหรับวันนี้แล้ว เรือก็แล่นห่างฝั่งออกมาลอยลำให้พวกเรา snorkeling ชมความงามของปลาและปะการังบริเวณหน้าเกาะพีพีดอน สำหรับคนที่ไม่ประสงค์จะลงน้ำก็สามารถนั่งรอบนเรือได้ แต่อาจจะเมาคลื่นได้เพราะเรือค่อนข้างจะโคลง ดังน้นผมแนะนำเพื่อน ๆ ให้เตรียมพร้อมในการลงน้ำนะครับ เพราะไหน ๆ มาแล้วก็ต้องลงไปชมความงามกันหน่อย

ให้อาหารน้องลิงที่ Monkey Beach

จะ Snorkeling หรือจะพายเรือเล่นก็ได้

เรามีเวลาเล่นน้ำกันที่จุดนี้เกือบ ๆ หนึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาหิวพอดี … บริษัททัวร์ก็แสนจะรู้ใจรีบน้ำเราเข้าเทียบท่าที่ร้านอาหารบริเวณอ่าวต้นไทรของเกาะพีพีดอนโดยมิรอช้า เรียกได้ว่าลงเรือปั๊ปก็เดินเข้าร้านอาหารเล สุดโค่ยจริง ๆ .. และก็ทานอาหารกับบรรยากาศอันงดงามริมทะเลนั่นแหละครับ ซึ่งที่ตั้งของร้านอาหารที่ทางทัวร์เลือกให้นี้อยู่ในทำเลที่ดีมาก เพราะห่างจากท่าเรือใหญ่พอสมควร ทำให้ผู้คนไม่พลุกพล่านมาก และน้ำตรงจุดนี้ก็สวยกว่าตรงท่าเรือด้วย ใครที่ยังเล่นน้ำไม่หนำใจก็เ่ล่นต่อตรงนี้ได้เลย แต่ส่วนผมขอตัวไปทานอาหารเที่ยงดีกว่า ซึ่งอาหารก็จะเป็นแบบบุฟเฟต่ และเครื่องดื่มชากาแฟ แบบบริการตัวเอง รสชาติอาหารก็ไม่เลวทีเดียวโดยเฉพาะตอนที่กำลังหิวเช่นนี้ หุหุ

วิวสวย ๆ ที่หน้าร้านอาหาร

โปรแกรมช่วงบ่ายวันนี้ถือเป็น hi light เพราะเราจะไปแวะเกาะไข่นอก ระหว่างทางขากลับไปยังภูเก็ตนั่นเอง … เกาะไข่เป็นเกาะเล็ก ๆ (เล็กมากจริง ๆ) แต่มีชายหาดที่สวยสุดยอด น้ำใส มีปลาเยอะและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว ซึ่งผมอยากเรียกกว่าปลาตะกละมากกว่า เพราะมันหากินเองไม่เป็น ต้องรออหารจากนักท่องเที่ยวนั่นเอง จะว่าไปแล้วต้องโทษนักท่องเที่ยวรุ่นก่อน ๆ ที่ให้อาหารมันจนเคยตัว หุหุ

ทางทัวร์ให้เราใช้เวลาที่นี่กันเต็มที่ แถมมีเครื่องดื่มและผลไม้สดนำมาบริการให้ถึงบนเกาะ ใครจะเล่นน้ำ ใครจะ snorkeling หรือจะถ่ายภาพก็ตามอัทธยาศัย ส่วนผมกำลังตาลายกับสาว ๆ ที่เดินกันเต็มหาดไปหมด 555 … แอบดีใจลึก ๆ ว่าภูเก็ตเริ่มมีนักท่องเที่ยวกลับมาแล้ว service charge ของผมจะได้มากขึ้นซะที อิอิ

บรรยากาศสวย ๆ ของเกาะไข่ กับกิจกรรมของนักท่องเที่ยว

วันนี้น้ำขึ้นค่อนข้างสูงทำให้พื้นที่บนชายหาดเหลือไม่มากนัก แต่ก็ได้ภาพของใส ๆ มากฝากเพื่อน ๆ หลายภาพทีเดียว หวังว่าคงถูกใจเพื่อน ๆ นะครับ … ผมขอแนะนำเลยว่ามาภูเก็ตทั้งทีต้องมาเกาะไข่ให้ได้นะครับ รับรองไม่ผิดหวัง …

เราออกเดินทางจากเกาะไข่เพื่อเกลับเข้าฝั่งราว 4 โมงเย็น และใช้เวลาอีกราว 20 นาทีก็ถึงฝั่งโดยปลอดภัย จิตใจอิ่มเอมด้วยภาพสาวๆ เอ้ยภาพสวย ๆ ของหมู่เกาะและน้ำทะเลสีคราม ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ …

ทริปนี้ขอขอบคุณ Phuket Tour Holiday ครับที่จัดการเรื่องจองทัวร์ให้ในวันที่ฝนไม่ตก อิอิ จองกับทัวร์อื่นอาจโดนวันฝนตกนะเนี่ย 555 ใครสนใจทริปสนุก ๆ แบบนี้ติดต่อได้ที่ 089 726 17 88, 087 263 44 88 ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากดูทริปอื่น ๆ ก็แวะไปที่เวปเขาได้เลยครับ http://www.phukettourholiday.com/



น้ำตกธารโบกขรณี

วันนี้ผมเดินทางจากภูเก็ตไปงานแต่งงานของลูกพี่ลูกน้องจที่สุราษฎร์  ระหว่างทางขากลับรู้สึกง่วงจึงแวะที่น้ำตกธารโบกขรณี (อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่) ก็เลยเก็บภาพมาฝากครับ   

ทางเข้าตัวน้ำตก มองเห็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ร่มรื่น และภูเขารูปทรงแปลกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอำเภออ่าวลึกและบริวเณใกล้เคียงครับ

tarn-boke0.jpg

ตลอดทางที่ร่มรื่นจะมีสายน้ำตกให้เห็นโดยตลอด บางช่วงทางอุทยานจะอนุญาตให้สามารถลงไปเล่นน้ำได้

tarn-boke1.jpg

ที่จุดสูงสุดจะมีสระขนาดใหญ่ชื่อสระธารโบกขรณี  ซึ่งลึกมากไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ

tarn-boke2.jpg

tarn-boke3.jpg

ช่วงทางขากลับจะมีจุดที่น้ำตกไหลเป็นชั้น ๆ ผ่านต้นไม้อย่างสวยงามหลายจุด  เหมาะมากกับการเล่นน้ำและถ่ายภาพครับ

tarn-boke4.jpg

tarn-boke5.jpg

tarn-boke6.jpg

ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวกระบี่ หรือผ่านอำเภออ่าวลึก ก็อย่าลืมแวะเที่ยวที่น้ำตกธารโบกขรณีนะครับ :)



WordPress Themes