บทความในหมวด : นำเที่ยวภูเก็ต

ครั้งหนึ่งในชีวิตกับ 1 วัน 1 คืนบน Yacht

จั่วหัวซะหรูไม่ใช่เพราะถูกหวยจนเหลือเงินไปนั่งเรือยอร์ชกะเขาหรอกนะครับ แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่โรงแรม Andra ซึ่งผมทำงานอยู่ได้มอบหมายให้ผมเป็นผู้ประสานงานกับบริษัท Helicam ซึ่งรับงานถ่ายภาพและวิดีโอทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ (บังคับวิทยุ) โดยทางโรงแรมได้ว่าจ้างให้ helicam ถ่ายภาพเรือยอร์ชทั้งสองลำของโรงแรมได้แก่ Andara และ Celebrity เพื่อนำไปทำ VDO presentation และผมก็รับหน้าที่ติดต่อประสานงานรวมถึงเป็นช่างถ่ายภาพด้วยอีกตำแหน่ง

ทั้งนี้ตาม concept เราต้องการเก็บภาพบรรยากาศของ Yacht Trip ทั้งวันตั้งแต่รุ่งเช้าจนถึงบรรยากาศโรแมนติกยามค่ำ ทางทีมงานจึงตกลงใจว่าเราจะนอนค้างคืนกันบนเรือเลย เนื่องจากท่าเรือ Yacht Heaven นั้นอยู่ไกลมาก หากต้องเดินทางไปตอนเช้าคงไม่สะดวกแน่ ๆ … ค่ำวันพฤหัสตัวผมและทีมงานจึงลงเรือและออกเดินทางจากท่า ไปลอยลำอยู่หน้าเกาะละวะใหญ่ เพื่อรอแสงแรกของวันรุ่งขึ้นท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดของทะเลอันดามัน

ผมใช้เวลาว่างก่อนนอนถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ ภายแรกเป็น Living area ภายในเรือยอร์ชครับ

ภาพนี้เป็นห้องนอนของผมคืนนี้ครับ หุหุ

แต่ละห้องนอนมีห้องน้ำในตัว สะดวกสบายด้วยน้ำร้อน-น้ำเย็นและสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนโรงแรม 5 ดาว

อย่างที่เห็นในภาพครับ ห้องพักในเรือยอร์ชจะสะดวกสบายไม่ต่างจากห้องพักของโรงแรมเลยแม้แต่น้อย เพราะมีห้องน้ำในตัว, น้ำอุ่น, LCD TV แถมเตียงก็ยังนุ่มและกว้างขวางสะดวกสบาย แต่ผมก็นอนไม่ค่อยจะหลับเพราะค่อนข้างจะแปลกที่ และกังวลว่าจะไม่ตื่นตามเวลาที่ได้นัดหมายกันไว้ตอนตี 5 ครึ่งของวันรุ่งขึ้น … ผมนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ จนกระทั่งเสียงมือถือที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ดังขึ้นตอนตี 5 ตรง … หลังจากจัดการกับภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยก็ออกไปพบกับทีมงานและแอบดีใจไม่น้อยเพราะอากาศวันนี้ค่อนข้างสดใส ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานมีเมฆมากแถมมีฝนตกช่วงกลางคืนด้วย นับว่าเป็นโชคดีของทีมงานจริง ๆ … บรรยากาศยามเช้ากลางทะเล มีลมพัดเอื่อย ๆ กับกาแฟร้อน ๆ และอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ที่น้อง ๆ staff ของเรือยอร์ชนำมาเสิร์ฟนี่มันช่างแสนวิเศษจริง ๆ ผมทานอาหารไปก็แอบจินตนาการว่าเป็นเจ้าของเรือไปด้วย อิอิ

มาชมบรรยากาศยามเช้าหน้าเกาะละวะใหญ่กันดีกว่า

ผมและทีมงานลงเรือเล็ก (dingy) เพื่อเก็บภาพเรือทั้งสองลอยลำท่ามกลางทะเลและแสงแดดยามเช้า

หลังจากรองท้องกันแล้ว ผมกับทีมงานของ Helicam ก็ลงเรือน้อย dingy เพื่อถ่ายภาพเรือทั้งสองลำที่กำลังลอยลำรอพระอาทิตย์ขึ้นมาทักทายเราในเช้าวันใหม่ … เราใช้เวลากันอยู่นานพอสมควรเพื่อเก็บภาพแสงสีทองของเช้าวันใหม่กับเรือทั้งสองลำก่อนที่จะกลับขึ้นเรือเพื่อมุ่งหน้าสู่อ่าวพังงา จุดหมายต่อไปของเรา

การถ่ายภาพจากเฮลิคอปเตอร์นั้นไม่ใช่ง่าย ๆ ทาง Helicam ใช้เจ้าหน้าที่สองคน คนหนึ่งบังคับวิทยุ อีกคนบังคับกล้อง ซึ่งต้องทำหน้าที่ประสานงานกันอย่างดีเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด ตลอดเวลาของการบังคับเห็นได้ชัดว่าคนบังคับนั้นสีหน้าเคร่งเตรียดมิใช่น้อย เพราะคงเป็นห่วงกลัวเจ้าเฮลิคอปเตอร์กับกล้องจะตกทะเลนั่นเอง โดยเราได้ให้เรือทั้งสองลำแล่นคู่ขนานกับไปในท้องทะเลด้วยความเร็วเกือบเต็มสปีด และให้เฮลิคอปเตอร์บินวนเพื่อเก็บบรรยากาศจากมุมสูง โดยแต่ละรอบของการบินจะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีเนื่องจากต้องนำลงมาเปลี่ยนแบตเตอร์รี่นั่นเอง

อุปกรณ์ของทีมงาน Helicam มีเยอะทีเดียวครับ

ดูกันใกล้ ๆ

ทีมงานกำลังทำงานอย่างเคร่งเครียด (คนหนึ่งบังคับเฮลิคอปเตอร์ คนหนึ่งบันทึกภาพ)

เจ้าเฮลิคอปเตอร์กำลังบินถ่ายภาพอยู่เหนือเรือที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง

ภาพนี้ทางทีมงานกำลังบังคับนำเครื่องลง

เรือแล่นไป ถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ ผ่านเกาะพนัก ซึ่งเป็นเกาะที่ทัวร์มักจะหยุดให้นักท่องเที่ยวพายเรือแคนูลอดถ้ำเข้าไปชมความงามด้านใน จากนั้นก็ไปยังเกาะห้อง ซึ่งเป็นอีกจุดที่ทัวร์แคนูทุกรายหยุดให้นักท่องเที่ยวได้นั่งแคนูชมความงามของเกาะแห่งนี้ … เราใช้เวลาในการถ่ายภาพรวมถึงวิดีโอที่บริเวณอ่าวพังงานานพอสมควร เพราะจุดที่เรายร้อมด้วยเขาหินปูนอันงดงามของพังงานั่นเอง

เรือกำลังลอยลำเข้าสู่เขตอ่าวพังงา

อ่าวพังงามีเสน่ห์ที่รูปร่างของเกาะและภูเขาหินปูน ซึ่งมีรูปทรงแปลกตา แต่น้ำบริเวณนี้จะไม่ใส และไม่มีหาดขาว ๆ ที่เหมาะกับการเล่นน้ำ ดังน้้นเราจึงวางแผนกันว่าจะไปถ่ายภาพกันต่อที่เกาะนาคา ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากมีหาดทรายที่ขาวและน้ำใสกว่าที่นี่ … ระหว่างการเดินทางซึ่งใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง เราทานอาหารเที่ยงกันอย่างเอร็ดอร่อยโดยฝีมือของ Chef ประจำเรือ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกค้าที่ใช้บริการ Yacht ทุกคนจึงประทับใจมาก เพราะนอกจากวิวที่งดงาม การบริการท่ี่ประทับใจแล้ว อาหารยังรสชาติอร่อยมากอีกด้วย

ความงดงามของอ่าวพังงา

เรามาถึงเกาะนาคาน้อยหลังเที่ยงเล็กน้อย แดดกำลังดี ฟ้าและน้ำสดใสมาก ผมเองก็ต้องขึ้นเรือลำโน้นที ลำนี้ทีเพื่อถ่ายภาพให้ได้บรรยากาศของเรือทั้งสองลำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และนอกจากเรือแล้วเรามีนางแบบอีกสองคนมาร่วมทริปกับเราด้วย เพื่อให้ภาพที่ออกมาได้บรรกาศที่มีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งนี้ผมและทีมงานได้นั่ง dingy ขึ้นฝั่งไปพร้อมกับนางแบบเพื่อเก็บภาพบรรยากาศบนชายหาดด้วยเช่นกัน

ฟ้าสวยน้ำใสที่เกาะนาคา

มาดูนางแบบของเรากันบ้างดีกว่า อิอิ

ช่วงบ่ายของวันนี้ เรานำเรือออกสู่ท้องทะลเพื่อถ่ายภาพจากมุมสูงอีกครั้ง โดยมีการเปลี่ยนจากกล้องวิดีโอเป็นกล้องถ่ายภาพนี่งบ้าง เพื่อนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน และมีการเปลี่ยนมุมมองของการถ่ายภาพหลาย ๆ แบบเพื่อให้ได้งานที่หลากหลายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งกว่าจะได้ภาพสวยสมความตั้งใจก็ตกเย็นพอดี

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยลงหลังเขา เรือทั้งสองลำก็มุ่งหน้ากลับท่าเรือ yacht heaven และผมก็ใช้เวลาในช่วงนี้บันทึกบรรยากาศช่วงเย็นจากบนเรือ ซึ่งก็ไดแสงสีที่สวยงามไปอีกแบบ แม้ว่าการถ่ายภาพจะค่อนข้างยากเพราะเรือแล่นด้วยความเร็วสูงในขณะที่ shutter speed ต่ำทำให้ภาพมีโอกาสที่จะสั่นไหวได้ง่าย แต่นั่นก็ทำให้ผมได้ภาพบรรยากาศของเรือที่กำลังแล่นไปในท้องทะเลท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของแสงยามค่ำได้อย่างที่ไม่เคยถ่ายภาพแบบนี้มาก่อน

แล่นเรือกลับทางกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น

เรามาถึงท่าเรือตอนแสงเกือบจะหมดจากท้องฟ้าแล้ว … แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยกับการถ่ายภาพกลางแดดทั้งวัน แต่ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมากทีเดียว เพราะนอกจากได้เห็นเบื้องหลังการถ่ายภาพจากเฮลิคอปเตอร์, ได้ชมความงามของหมู่เกาะพังงา และเกาะนาคาแล้ว ยังได้ทดลองรูปแบบการถ่ายภาพใหม่ ๆ ในสถานการณ์ที่ไม่เคยลองมาก่อนด้วย …นับเป็น 1 วัน กับ 1 คืนที่แสนจะคุ้มค่าจริง ๆ

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากมีทริปสุดหรูบนเรือยอร์ชก็ติดต่อได้ครับที่ Andara 076-338777



พักแบบสุดหรูที่ Andara Resort & Villas, Phuket

Andara Resort & Villas เป็น Resort ระดับ 5 ดาวแห่งใหม่ของภูเก็ต  ที่ผมรับรองได้ว่าในไม่ช้าจะเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวอย่างแพร่หลาย  เนื่องด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครของ Resort แห่งนี้นั่นเอง … มาทำความรู้จักกับ Andara Resort & Villas กันคร่าว ๆ ดีกว่าครับ

Andara Resort & Villas ประกอบด้วยห้องพัก 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือเป็นแบบ Pool Villas ซึ่งเป็นบ้านพักขนาดใหญ่ (มาก) พร้อมสระว่ายน้ำในตัว  แต่ละหลังมีพื้นที่ใช้สอยมากมาย  โดยประกอบด้วยห้องนอนแบบ sea view 4-6 ห้องนอน  ทุกห้องมีห้องน้ำในตัว   นอกจากนี้ยังมีห้องนั่งเล่น, ห้องดูทีวีที่ใช้ LCD TV ขนาด 50 นิ้วพร้อมเครื่องเสียงของ Bose ให้ความบันเทิง … ขนาดของห้องนั่งเล่นนั้นใหญ่พอ ๆ กับขนาด Lobby บางโรงแรมเลยทีเดียว  และตลอดช่วงของการพักผ่อนจะมีแม่บ้านและ chef ส่วนตัวให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ห้องพักประเภทต่อมาคือ Residence Suite ทั้งนี้แบ่งย่อยเป็น 3 ประเภทคือ Terrace Suite, Pool Suite และ Pool Suite Penthouse  แต่ละประเภทย่อยนี้ต่างกันตรงที่ Terrace Suite นั้นไม่มีสระว่ายน้ำในตัว  ส่วน Pool Suite มีสระว่ายน้ำที่สามารถเดินออกมาจากห้อง Master bedroom และ ห้องนั่งเล่นได้เลย (ว้าว)  .. ส่วน Pool Suite Penthouse มีสระว่ายน้ำอยู่บนหลังคา  ทำให้ได้ความรู้สึกส่วนตัวมากกว่าและมองเห็นวิวในมุมสูงได้มากกว่า  ทั้งนี้ห้องพักทุกห้องยังคงเน้น Concept ที่เป็น Seaview ทุกหลัง  หากนึกภาพห้องพักไม่ออกให้นึกว่าเหมือน Condo หรู ๆนั่นเอง  เพราะแต่ละห้อง (suite) จะมีห้องนอน (bedroom) ตั้งแต่ 2-4 ห้องนอน  ทุกห้องนอนมีห้องน้ำในตัว  มีบริเวณทานอาหาร และ living room ที่ตกแต่งด้วย LCD TV 50″ & Bose sound system เช่นเดียวกับ Pool Villas .. แม้ห้องพักประเภทนี้ไม่มี chef ประจำให้  แต่ก็มีครัวพร้อมอุปกรณ์ครบครัน  หากท่านต้องการที่จะทำอาหารทานเอง  ทั้งนี้รวมถึงอุปกรณ์ล้างจาน, ซักผ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อีกมากมาย  เสมือนหนึ่ง condo หรู ๆ นั่นเอง

 

สุดท้ายนี้  มีข่าวดีสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหา Promotion สุดคุ้มกับห้องพักสุดหรูในช่วงสงกรานต์ที่ภูเก็ต  ที่ซึ่งเพื่อน ๆจะ สัมผัสที่สุดแห่งประสบการณ์  ณ Andara Resort & Villas, Resort ห้าดาวแห่งใหม่ของภูเก็ต  ที่ได้รับการโหวดจาก TripAdvisor ให้เป็น 1 ใน 3 resort ที่ดีที่สุดของภูเก็ต*

Songkran Celebration Package : (3 วัน 2 คืน พร้อมสปา และทัวร์)

ท่านละ 14,950 บาท เมื่อจองพร้อมกัน 2 ท่าน
ท่านละ 13,300 บาท เมื่อจองพร้อมกัน 3 ท่าน
ท่านละ 11,225 บาท เมื่อจองพร้อมกัน 4 ท่าน

ราคานี้รวม

  • ห้องพักแบบสุดหรูแบบ Pool Suite  2 คืน ซึ่งมีสระว่ายน้ำส่วนตัว, LCD TV ในห้องนอน และ LCD TV 50” ในห้องพักผ่อน, ครัวพร้อมอุปกรณ์ครบครัน
  • อาหารเช้าแบบ Full Breakfast ที่ห้องอาหาร SILK อันเลื่องชื่อ
  • เลือกผ่อนคลายภายใต้บรรยากาศสุดหรู  กับสปาทรีตเมนต์ 1 ชั่วโมงที่ Andara Spa พร้อมรับส่วนลด 10% สำหรับการใช้บริการครั้งต่อไป
  • เลือกสนุกรับสงกรานต์กับทัวร์ได้ 1 อย่างจากรายการต่อไปนี้
    • ภูเก็ตแฟนตาซี + อาหารค่ำ
    • ทัวร์เกาะ พีพี
    • ทัวร์เกา ราชา
  • รถรับ-ส่ง ไป-กลับ สนามบิน
  • ราคานี้เป็นราคาสำหรับการพักห้องนอนละ 2 ท่าน และใช้ห้อง Suite ร่วมกัน  ในกรณีที่พัก 3-4 ท่านจะใช้ห้องพักแบบ Pool Suite 2 ฺำิำBedroom
  • ราคาพิเศษสำหรับการพักในคืนถัดไป
  • ราคานี้รวมภาษีทุกอย่างแล้ว
  • เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี  พักร่วมกับครอบครัวฟรีไม่เกิน 1 คน
  • ราคานี้ไม่รวมอาหารเช้า, สปาและทัวร์สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
  • ราคานี้สำหรับคนไทยหรือผู้ที่ำพำนักถาวรในประเทศไทยเท่านั้น.
  • ราคานี้ใช้ได้ระหว่างวันที่ 10-18 เมษายน 2553 เท่านั้น

 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  คุณมลทิพย์ 076-338777

Monthip@andaraphuket.com

www.andaraphuket.com

* ข้อมูล ณ วันที่ 30 มีนาคม 2552



สุดสัปดาห์ที่เกาะราชา-เกาะเฮ

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ภูเก็ตอากาศดีมากที่เดียว  ผมจึงมิรอช้าใช้โอกาสวันหยุดอาทิตย์ที่ผ่านมาจองทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับกับคุณโอ๋แห่ง yoursvacations บริษัททัวร์ภูเก็ตเจ้าประจำ  และเป้าหมายของผมในวันนี้อยู่ที่เกาะราชาหรือที่บางคนเรียกว่าเกาะรายานั่นเอง  โดยจะแวะเกาะเฮ (coral island) ด้วย

ที่เลือกเกาะราชาก็เพราะท่าเรืออยู่ใกล้บ้านผมนิดเดียว อิอิ … ก่อนขึ้นเรือผมก็แวะทานขนมจีบที่ร้านหยกเยื้อง ๆ โรงพักสภอ. ฉลอง  หลังจากที่ไม่ได้อุดหนุนมานาน  ซึ่งตอนนี้ย้ายร้านห่างจากร้านเดิมเล็กน้อย แต่สไตล์การตกแต่งยังคงสวยงามเหมือนเดิม  ส่วนขนมจีบก็มีให้เลือกมากมายหลาย  เป็นร้านนึงที่แนะนำหากเพื่อน ๆ ต้องมาขึ้นเรือที่ท่าเรืออ่าวฉลอง หรือเป็นทางผ่านไปขึ้นเรือที่ท่าเรือราไวย์

ผมมาถึงก่อนเวลาค่อนข้างเยอะ  จึงถือโอกาสสะพายกล้องไปกดชัตเตอร์บรรยากาศยามเช้า ๆ ที่อ่าวฉลองเพื่อฆ่าเวลา  ซึ่งจุดเด่นของอ่าวฉลองก็คือมีเรือจอดอยู่มากมายทั้งเรือหางยาว สปีดโบ๊ท รวมถึงเรือยอร์ชราคาแพง

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ราว ๆ 9 โมงครึ่งก็ได้เวลาขึ้นเรือ  ซึ่งนักท่องเที่ยวจะถูกแบ่งด้วยสีของสติกเกอร์เพื่อเฉลี่ยจำนวนนักท่องเที่ยวของแต่ละลำให้เท่า ๆ กัน ซึ่งเรือที่เราจะไปด้วยวันนี้เป็น speed boat ขนาด 3  เครื่องยนต์ซึ่งน่าจะบรรจุผู้โดยสารได้ราว ๆ 40 คน

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

หลังจากเรือเริ่มออกเดินทาง  ไกด์ก็แนะนำตัวและโปรแกรมท่องเที่ยววันนี้  ซึ่งจุดหมายแรกของเราวันนี้คือเกาะเฮ  ที่ใช้เวลาเพียง 15 นาทีจากท่าเรืออ่าวฉลองเท่านั้น 

เกาะเฮมีหาดหลัก ๆ อยู่สองหาด  คือหาดกล้วยซึ่งอยู่ทิศตะวันออกของเกาะ และหาดที่เรือของเราแวะซึ่งเป็นที่ตั้งของ coral island resort ทั้งนี้เรือจะจอดให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำ ดูปะการัง และทำกิจกรรมต่าง ๆ 1 ชั่วโมง

เนื่องจากมีเวลาไม่เยอะนักผมจึงตัดสินใจไม่ลงเล่นน้ำ  แต่ใช้เวลาเดินถ่ายภาพบนชายหาดแทนเพราะวันนี้อากาศดีมาก ๆ และน้ำที่นี่ก็ใสเหลือเกิน  ขนาดผมเป็นเด็กเกาะ เห็นทะเลอยู่บ่อย ๆ ยังอดร้องว๊าวเมื่อเห็นน้ำใส ๆ ไม่ได้เลย  จะใสแค่ไหนก็ลองดูกันเลยครับ มีทั้งภาพและวิดีโอมายืนยัน

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

Video ที่ผมลองถ่ายด้วย Nikon D90 ครับ  ยังใช้ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่  ลองดูกันนะครับว่าน้ำใสแค่ไหน

 

ส่งนางแบบลงไปเล่นน้ำ อิอิ

กิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวก็คือ Parasailing ครับ  ดูแล้วน่าสนุกมากแต่ไม่ได้ลองถามราคาดูว่าคนละเท่าไหร่ มาคราวหน้าสงสัยต้องลองสักที

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ลองบันทึกแบบ Video ด้วยเหมือนกัน

นอกจากทะเลจะสวยแล้วก็ยังมีสาว ๆ สวย ๆ มากมายเพราะเกาะแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวญี่ปุ่นมาก (ภาพนี้ซุ่มถ่ายจากระยะไกล หุหุ)

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เมื่อครบหนึ่งชั่วโมงตามที่นัดไว้ก็ได้เวลาขึ้นเรือไปกันต่อครับ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เรือใช้เวลาเดินทางราวครึ่งชั่วโมงเท่านั้นก็ถึงเกาะราชา จุดหมายหลักของเราในวันนี้ โดยเรืออ้อมไปทางหลังเกาะเพื่อให้พวกเราดำน้ำดูปะการังกันก่อน ซึ่ง ณ จุดนี้มีทั้งปะการังและ ปลาสวยงามมากมาย และน้ำที่นี่ก็ใสมากไม่แพ้ที่เกาะเฮเช่นกัน ผมจึงอดไม่ได้ที่จะต้องลงไปเล่นน้ำด้วยหลังจากที่ถ่ายภาพจากบนเรือได้ 5-6 ภาพ

บรรยากาศบริเวณที่เป็นจุดดำน้ำดูปะการัง (Snorkeling)

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เรื่องชูชีพกับหน้ากากดำน้ำไม่ต้องห่วงครับเพราะทางทัวร์เตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ  พร้อมทั้งเครื่องดื่มเย็น ๆ และผลไม้สดหลังจากดำน้ำกันจนเ  หนื่อยแล้ว  ซึ่งที่จุดนี้ทางทัวร์จะให้เวลาเล่นน้ำประมาณครึ่งชั่วโมง

เมื่อได้เวลาเรือจึงนำเรากลับไปยังหาดบาตก  ซึ่งเป็นหาดที่ดังที่สุดของที่นี่และเป็นที่ตั้งของ The Racha Resort อันเป็นความฝันของหลาย ๆ คนว่าจะได้พักที่นี่สักครั้งครับ

เกาะราชามีจุดเด่นมากคือ น้ำใสและสีของน้ำจะเป็นสีฟ้าสวยงามมาก  เรียกได้ว่าสวยงามไม่แพ้มัลดีฟเลยทีเดียว  มาดู video ที่ผมถ่ายไว้ตอนเรือกำลังจะเทียบท่านะครับ

ถึงฝั่งปั๊ปไกด์ก็เดินนำไปยังร้านอาหารซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 10 นาที ส่วนผมใช้เวลาที่แสงกำลังสวยบันทึกภาพเหล่านี้มาฝากเพื่อน ๆ ครับ

 ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

หลังจากกดชัตเตอร์ชนิดไม่ยั้งได้สักพัก ก็ต้องรีบวิ่งตามลูกทัวร์คนอื่นไปเพราะเกรงว่าจะหลงทาง อิอิ … ซึ่งทางเดินจะเลียบไปกับรั้วของ The Racha ก็เลยถ่ายภาพมุมหนึ่งของรีสอร์ทแห่งนี้มาฝากครับ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เดินท่ามกลางแดดร้อนจัดยามเที่ยงได้สักพักก็ถึงร้านอาหารผัดไท ซึ่งทัวร์ได้จัดเตรียมอาหารบุฟเฟ่ต์มาตรฐานทัวร์ภูเก็ตไว้ให้ ประกอบด้วย ข้าวผัด, ต้มยำทะล, สลัด, ผักชุบแป้งทอด, ผัดเปรี้ยวหวาน (ทัวร์อื่น ๆที่ผมไปมาก็คล้าย ๆ กัน) … สำหรับรสชาติอาหารก็อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ครับ ไม่ได้อร่อยมากแต่ก็ไม่ถือว่าแย่ เรื่องปริมาณไม่ต้องห่วงครับมีเติมให้ตลอด น่าจะถูกใจคนกินจุ อิอิ

หลังจากทานข้าวเสร็จผมเลือกที่จะเดินต่อไปอีกหน่อยเพื่อเยือนหาดอีกแห่งหนึ่งของเกาะราชา นั่นคืออ่าวสยาม ซึ่งที่นี่มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าอ่าวบาตกมาก รีสอร์ทที่นี่ดูสบาย ๆ เข้ากับธรรมชาติมากกว่าแต่ก็ไม่หรูหราเท่า The Racha

เสียดายมากที่ตอนที่ผมมาถึงกำลังอยู่ในช่วงน้ำลง บริเวณริมหาดจึงมีหินโผล่ขึ้นมาบ้างทำให้ภาพน้ำทะเลไม่สวยเท่าที่ควร ลองดูก็แล้วกันครับว่าขนาดไม่สวยยังได้ภาพแบบนี้เลย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

และแน่นอนครับ นางแบบสนุกสนานกับ action กับท้องฟ้าสดใสตามเคย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ผมถ่ายภาพไป ดูผลงานไป ชักสนุกอยากมีภาพตัวเองบ้าง เพราะปกติเป็นช่างภาพอย่างเดียว ก็เลยขอเป็นนายแบบบ้าง อิอิ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ถ่ายภาพได้พักใหญ่ก็หาทางเดินกลับไปยังอ่าวบาตก เพราะทัวร์มีเวลา free time ให้กับเราราว 3 ชั่วโมง ซึ่งผมใช้เส้นทางกลับคนละเส้นกับทางที่มา เป็นทางที่ต้องขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อข้ามไปยังหาดอีกฝั่งหนึ่ง ระยะทางก็ใกล้นิดเดียวครับ ก่อนจะลาจากหาดสยามก็แอบเก็บภาพในมุมสูงจากเนินเขาไว้หน่อย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เดินราว ๆ 5 นาที่ก็กลับมาถึงอ่าวบาตกครับ โชคดีที่ผมถ่ายภาพหาดแห่งนี้ไปแล้วตั้งแต่ช่วงเที่ยง เพราะพอเริ่มบ่ายทิศทางของแสงก็ไม่ค่อยเหมาะกับการถ่ายภาพเท่ากับช่วงเที่ยง (ช่วงสาย ๆ ราว 10-11 โมงน่าจะเหมาะสุด) แถมตอนนี้น้ำลงด้วย ผมจึงเดินหามุมนั่งพักผ่อนและเก็บภาพบรรยากาศทั่ว ๆ ไป

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

คณะนักท่องเที่ยวกำลังสนุกกับการดำน้ำดูปลา

 

กิจกรรมหนึ่งที่สนุกมากคือการเล่นกับคลื่นบนท่าเรือทุ่น โดยเฉพาะเมื่อมีคลื่นลูกใหญ่ อธิบายไม่ถูกลองดู Video กันดีกว่าครับ

กิจกรรมนี้จะสนุกมากถ้าวิ่งตามคลื่นไปด้วย เสียดายตอนคลื่นลูกใหญ่ ๆ มาผมไม่ได้บันทึกภาพไว้ครับ

เมื่อได้เวลานัดราวบ่ายสามโมง เรือก็มารับเราที่ท่า และใช้เวลาเดินทางกลับสู่ท่าเรืออ่าวฉลองโดยใช้เวลาราว 35 นาทีเท่านั้น (เมื่อหลายปีก่อนผมเดินทางด้วยเรือหางยาวใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง หุหุ)

สรุปแล้วทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ เกาะเฮ เกาะราชา เป็นทริปที่สนุกมากครับ สถานที่ทั้งสองแห่งสวยงาม น้ำใส ยิ่งถ้าในวันที่อากาศดีรับประกันได้เลยครับว่าไม่ผิดหวัง และที่สำคัญคือไม่เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางมากเพราะเรือใช้เวลาเดินทางไม่นาน แถมกลับถึงภูเก็ตก่อน 4 โมงเย็นซะอีก ทำให้มีเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นในช่วงเย็นต่อได้ เช่นชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรมเทพ หรือหาอาหาร seafood อร่อย ๆ ทานที่ร้านกันเอง หรือร้านต่าง ๆ แถวป่าหล่าย … เอาเป็นว่าเพื่อน ๆ ที่สนใจก็ลองติดต่อกันได้เลยครับที่คุณโอ๋ 089-726-1788, 087- 263-4488 … มีโอกาสเมื่อไหร่ 9MOT จะพาไปเที่ยวอีกนะคร้าบ



Snorkeling Day @ หมู่เกาะสุรินทร์

หลังจากที่ย้ายที่ทำงานใหม่ผมก็แทบจะไม่ว่าง update blog แห่งนี้เลย  เพราะพอถึงบ้านปั๊ปก็อยากจะล้มตัวนอนทันที  ไม่ได้นั่งทำงานต่อตอนกลางคืนเหมือนเมื่อก่อนเนื่องจากเพลียจากการเดินทางในแต่ละวัน  ต้องขออำภัยญาติมิตรที่แวะเข้ามาแล้วม่ายเจออารายใหม่ ๆ เป็นเดือน (หาข้อแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ อิอิ) … หลังจากที่ต้องยกเลิกโปรแกรมท่องเที่ยวแบบไกล ๆ ทุกชนิดด้วยเรื่องหน้าที่การงาน ก็เลยมองหาโปรแกรมท่องเที่ยวแบบใกล้ ๆ แทนตามประสาคนชอบท่องเที่ยว ถ่ายภาพ และแล้วสวรรค์ก็มีตา  เมื่อ  Tour Phuket เจ้าประจำโทรมาบอกว่ามี trip เด็ด ๆ ไปดำดูปะการังน้ำตื้นแบบ one day trip ที่หมู่เกาะสุรินทร์   คนใจง่ายอย่างผมก็เลยตกลงไปในอาทิตย์ถัดมาทันทีพร้อมชวนเพื่อนฝูงรวม 5 ชีวิตร่วมทริปนี้ด้วยกัน

เช้าวันอาทิตย์ผมออกเดินทางจากภูเก็ตตั้งแต่ 6:45 เพราะเวลานัดขึ้นเรือคือ 8:30 ครึ่งที่ท่าเรือทับละมุจังหวัดพังงา ซึ่งอยู่ห่างอีกไกลโขทีเดียว  (ปกติจะต้องไปขึ้นที่ท่าเรือน้ำเค็มซึ่งไกลกว่านี้ แต่วันนี้ที่ท่าเรือดังกล่าวมีการประท้วงจึงใช้ที่นี่แทน)   ทีแรกว่าจะแวะทานขนมจีนเจ้าอร่อยกันที่โคกกลอยซึ่งเป็นทางผ่าน  แต่ปรากฎว่าร้านปิด  จึงเปลี่ยนจุดหมายไปเป็นขนมจีน (อีกเช่นกัน) ที่ท้ายเหมือน  แต่ก็ปิดอีก  (สงสัยจะเป็นวันขนมจีนแห่งชาติ)  ในเมื่อร้านปิดหมดก็เลยต้องไปฝากท้องกันที่ 7 eleven สาขาท่าเรือทับละมุซึ่งอยู่ติด ๆ กับบริษัททัวร์ที่เราจะเดินทางกันในวันนี้พอดี

ก่อนออกเดินทางเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทก็เรียกประชุม เอ้ย! เรียกรวมกลุ่มเพื่ออธิบายแผนการเดินทาง รวมถึงความปลอดภัยในการเดินทาง  และที่ผมชอบมากก็คืออธิบายเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม และรณรงค์ไม่ให้อาหารปลาหรือจับปลา (นีโม) เพราะเป็นการทำลายระบบนิเวศน์ในท้องทะเล

เมื่อ brief เสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินทางกันซะที  ทีแรกผมก็นึกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่เดินนำหน้าผมกำลังจะไปสิมิลัน  ที่ไหนได้ทั้งหมด (น่าจะราวเกือบ 40 คน)  ล้วนเป็นเพื่อนร่วมทางของผมในวันนี้เดินทางสู่หมู่เกาะสุรินทร์กับเจ้า speed boat ลำเบ้อเริ่ม 3 เครื่องยนต์  ซึ่งน่าจะวิ่งเร็วมากทีเดียว

 หมู่เกาะรินทร์

หลังจากที่ทุกคนขึ้นเรือเรียบร้อยก็มีการแจกเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นให้กับทุกคน  และสามารถหยิบเองเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา  จากนั้นก็มีการอธิบายเรื่องความปลอดภัยขณะอยู่บนเรือ  ซึ่งก็ได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้างเพราะเสียงเรือค่อนข้างดัง  แต่ก็ไม่เป็นห่วงมากนักเพราะได้มีการอธิบายรอบหนึ่งแล้วก่อนขึ้นเรือ  ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่ทั้งคนไทยและฝรั่งคอยเข้ามาพูดคุยด้วยเป็นระยะ  ดังนั้นถ้าใคร พูด-ทาย-ม่าย-ค่อย-ทาหนัด ก็ไม่ต้องห่วงครับเพราะมีเจ้าหน้าที่เป็นฝรั่งตัวเป็น ๆ ด้วย …

การเดินทางบนเรือ speed boat แม้ว่าจะเป็นลำใหญ่และความเร็วสูง แต่เนื่องจากระยะทางไกลมาก  จึงต้องใช้เวลาเดินทางราว 1:45 ชม. (วันที่อากาศไม่ดี ลมแรงอาจใช้เวลามากกว่านี้อีก โอ๊วแม่เจ้า) ดังนั้นขอแนะนำว่าเพื่อน ๆ ที่จะมาทริปนี้น่าจะหากิจกรรมฆ่าเวลาติดตัวมาด้วย  อย่างผมเองก็นั่งฟัง ipod เพลินไปเลย  ในขณะที่หลาย ๆ คนเลือกที่จะงีบเอาแรงหลังจากต้องตื่นแต่เช้า

หลังจากแล่นท่ามกลางทะเลที่ค่อนข้างราบเรียบมาได้พักใหญ่  เราก็มาถึงเกาะสุรินทร์ใต้ (หนึ่งในสองเกาะใหญ่ของหมู่เกาะสุรินทร์)   ซึ่งจุดนี้เป็นจุดแรกที่เรือจะลอยลำให้พวกเราได้ลงไป snorkeling กัน   โดยอ่าวแห่งนี้ชื่อ “อ่าวผักกาด”   อันเนื่องมาจากปะการังบริเวณนี้มีลักษณะที่คล้ายผักกาดนั่นเอง .. ผมรอให้เหล่านักท่องเที่ยวทยอยกันลงน้ำเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับถ่ายภาพในมุมต่าง ๆ ได้สะดวก แต่ก็ดูเหมือนแสงจะไม่ค่อยอำนวยเพราะท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆ  ทำให้ถ่ายภาพได้ไม่สดใสเท่าที่ควร  ทั้ง ๆ ที่ความจริงสีน้ำทะเลของเกาะสุรินทร์ก็สวยงามไม่แพ้เกาะอื่น ๆ ในทะเลอันดามัน  ในที่สุดผมก็ต้องลงน้ำเพราะหามุมถ่ายภาพที่ถูกใจไม่ได้ และกลัวว่าอยู่บนเรือจะเมาเรือเสียเปล่า ๆ เพราะใกล้ ๆ ฝั่งคลื่นค่อนข้างแรงทำให้เรือโคลงไปมาพอสมควร

ผมดื่มด่ำกับความงามของปะการังน้ำตื้นของอ่าวผักกาดอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง  เสียดายจริง ๆ ที่ไม่สามารถเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ได้เพราะกล้องของผมไม่มี housing  .. ครั้นจะเอาใส่ถุงพลาสติกใสมัดหนังยางพลาสติกลงไปก็กะไรอยู่เพราะคงได้แค่ 2-3 ภาพหลังจากนั้นก็ต้อง bye bye เจ้า d90 ตัวนี้ไปตลอดกาล … ตอนดูปะการังเห็นคนใช้กล้อง compact ใส่ housing แล้วแสนจะอิจฉาอยากได้บ้าง หุหุ เพราะบรรยากาศใต้น้ำที่นี่สวยงามสมกับเป็นจุดดูปะการังน้ำตื้นที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว

ได้เวเลาขึ้นเรือก็เกือบจะเที่ยงแล้ว เรือจึงนำเราเข้าสู่เกาะสุรินทร์เหนือซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ และแน่นอนมีร้านอาหารซึ่งกำลังรอเหล่านักท่องเที่ยวที่กำลังหิวโซอย่างพวกเราอยู่เช่นกัน อิอิ … ก่อนเรือจะถึงหาด  ผมได้มีโอกาสถ่ายภาพน้ำทะเลใส ๆ ของหมู่เกาะสุรินทร์  หลังจากที่ท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปิดมากขึ้นเรื่อย ๆ นับว่าโชคดีมากทีเดียวที่ได้มีโอกาสแบบนี้แม้ว่าจะยังมีเมฆอยู่บ้างก็ตาม

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์  

หลังจากเรือจอดให้พวกเราขึ้นฝั่งแล้ว  ผมไม่รอช้ารีบเก็บภาพในขณะที่แสงแดดยังคงมีอยู่  ซึ่งหาดด้านตะวันออกที่เรือจอดนี้ก็มีมุมให้ถ่ายภาพหลายมุมทีเดียว …

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ถ่ายภาพได้สักพักก็ได้เวลาเติมพลังกับอาหารเที่ยงที่ห้องอาหารของอุทยาน  ซึ่งกว้างขวางเพียงพอที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้มากมาย  อาหารที่บริษัททัวร์จัดให้ก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว  มีอาหารอยู่ 4 อย่างและผลไม้สดรสชาติอร่อยทุกอย่างครับ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ผมทานอาหารเสร็จก่อนใคร ๆ เพราะตั้งใจจะหามุมถ่ายภาพสวย ๆ ให้เต็มที่   … ผมเลือกเดินขึ้นมุมสูงซึ่งเป็นบ้านพักของอุทยานเพราะกะว่าภาพท้องทะเลจากมุมสูงจะให้สีของน้ำที่สวยกว่าเพราะแสงสะท้อนในน้ำจะน้อย  แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะต้นไม้ที่ร่มรื่นของเกาะแห่งนี้บดบังทัศนียภาพจนทำให้ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพ  จึงต้องเดินลงไปทางอ่าวฝั่งด้านหลังอุทยาน  และก็ไม่ผิดหวังครับ  เพราะที่นี่มุมของแสงกำลังสวยพอดี  ผมจึงเก็บภาพมาฝากหลายภาพเลยครับ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ชายหาดด้านหลังนี้มีเต้นท์กางอยู่ริมทะเลหลายเต้นท์ทีเดียว เรียกได้ว่าบรรยากาศสุดยอดจริง ๆ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

และที่ขาดไม่ได้ก็คือถ่ายภาพบุคคลกันอย่างสนุกสนานกับน้ำทะเลใส ๆ และฟ้าสีครามเข้ม

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ก่อนขึ้นเรือผมกลับมาถ่ายภาพใกล้ ๆ ที่เรือจอดอีกครั้ง เห็นกลุ่มเด็ก ๆ ชาวมอร์แกนกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานจึงบันทึกภาพไว้ เห็นแล้วไม่แปลกใจเลยที่เขาเหล่านี้ว่ายน้ำดำน้ำเก่งทุกคนเพราะอยู่กับทะเลมาตั้งแต่เด็กแบบนี้นี่เอง

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ขึ้นเรือเดินทางกันต่อ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

หลังจากนั้นก็ได้เวลาที่เราเดินทางกันต่อ ซึ่งช่วงบ่ายนี้เรือแล่นออกมาได้ไม่ถึง 5 นาทีก็แวะให้เราดำน้ำกันตรงอ่าวที่ชื่ออ่าวช่องขาดหน้าอุทยานนั่นเอง ซึ่งผมก็ไม่พลาดที่จะลงไปชมความสวยงามเช่นเดิม หลังจากนั้นจึงเดินทางต่อไปอีกหน่อยเพื่อชมจุดดำน้ำที่สุดที่สุด นั่นก็คืออ่าวแม่ยาย ซึ่งอ่าวแห่งนี้มีดอกไม้น้ำและนีโมตัวโต ๆ ให้เห็นมากกว่าสองจุดแรก และมีปะการังสวย ๆ ที่ยังสมบูรณ์มากมาย นอกจากนี้ยังมีฝูงปลาน้อยใหญ่มากมายสวยงามสมกับที่นั่งเรือมาเป็นชั่วโมง ๆ

ผมยังคงไม่สามารถถ่ายภาพใต้น้ำได้เหมือนเดิมจึงนำภาพของน้ำสวย ๆ จากมุมมองบนเรือมาฝากแทน

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

หลังจากผ่านการดำน้ำดูปะการัง 3 จุดแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกลับซึ่งทุกคนแทบจะสลบไสลเพราะเพลียจากแดดและการดำน้ำ แต่ทุกคนก็ต้องตื่นก่อนจะถึงฝั่งเพราะเรือแล่นผ่านกลุ่มฝนทำให้เปียกกันคนละเล็กละน้อยพอชื่นใจ ตอนที่เรือแล่นผ่านกลุ่มฝนก็น่ากลัวเหมือนกันเพราะมันดำทะมึนไปหมด พอเรือผ่านฝนมาได้ก็ค่อยโล่งใจ หันกลับไปดูอีกที่เห็นเรือประมงกำลังมุ่งเข้าสู่กลุ่มฝนจึงบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

เรามาถึงท่าเรือกันราว 5 โมงครึ่งซึ่งบรรยากาศกำลังสวยพอดีผมจึงบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

พวกเรามาถึงฝั่งกันโดยปลอดภัย .. หลังจากนำหน้ากากดำน้ำและ fin ที่ทางทัวร์ให้บริการฟรีไปคืนแล้ว ผมก็พาเพื่อน ๆ ไปแวะทานอาหารเย็นที่ร้านบินหลาหาดท้ายเหมือง ซึ่งเป็นร้านประจำที่อาหารรสชาติถูกปากและราคาถูกมากเมื่อเทียบกับที่ภูเก็ต นับเป็นการปิดทริปดูปะการังน้ำตื้นแบบ one day trip ที่สนุกและประทับใจมากอีกทริปหนึ่ง จึงขอลาเพื่อน ๆ ด้วยภาพแสงสุดท้ายของหาดท้ายเหมืองที่อาจจะเบลอ ๆ หน่อยเพราะไม่ได้เอาขาตั้งกล้องไปด้วย หุหุ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจเดินทางไปทัวร์สนุก ๆ แบบนี้ก็ติดต่อได้ที่คุณโอ๋ yoursvacation โทร 089 726 17 88 ครับผม



ลองร้านใหม่…ปลายแหลมซีฟู้ด

หลังจากที่รับปากไปแล้วว่าจะ review ร้านอาหารใหม่ที่ไปลองมาเมื่อวันแม่ที่ผ่านมา  วันนี้ได้ฤกษ์ซะทีหลังจากที่ดองมานาน อิอิ .. ร้านนี้ได้รับคำแนะนำจากน้องชายของผมเอง ชื่อร้านว่าปลายแหลมซีฟู้ด  ตั้งอยู่ปลายแหลมของเกาะสิเหร่ (พื้นที่ทางด้านตะวันออกของเมืองภูเก็ต  ที่มีลำคลองน้ำกร่อยพาดผ่าน  ทำให้ดูเหมือนเป็นเกาะ) … ผมเองก็เพิ่งจะเคยขับรถมาถึงที่นี่เป็นครั้งแรก  เพราะชายหาดฝั่งนี้ไม่เป็นที่นิยมท่องเที่ยวนักเพราะทะเลจะเป็นโคลนเช่นเดียวกับหาดอื่น ๆ ด้านตะวันออกของภูเก็ต

ผมมาถึงที่นี่ตอนช่วงพระอาทิตย์จะตกพอดี  จึงได้เห็นบรรยากาศที่สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง  คือภาพของทะเลที่มี background เป็นหมู่เกาะต่าง ๆ ด้านตะวันออกของภูเก็ต (เกาะดอกไม้ เกาะพีพี)   มี forground เป็นชาวบ้านที่ใช้เวลาช่วงน้ำลงหาหอย หาปูกัน  จนผมอดไม่ได้ที่จะลงไปบันทึกแสงและบรรยากาศอันงดงามนี้มาฝากเพื่อน ๆ ครับ

ผมไปถึงร้านปลายแหลมซีฟู้ดหลังจากคนอื่น ๆ พอสมควร  จึงทำให้อาหารบนโต๊ะชุดแรกเกือบหมดแล้ว  มีแต่เจ้ากุ้งแช่น้ำปลานี่แหละเหลือให้พอถ่ายภาพได้ เพราะรายการหลังจากนี้แสงไม่พอที่จถ่ายภาพแล้วล่ะครับ  ดังนั้นห้ามบ่นว่าไม่มีภาพอาหารนะครับ เพราะหลังจากถ่ายไม่ถึง 2 นาทีมันก็เหลือแค่จานเปล่า ๆ อิอิ

เนื่องจากร้านเพิ่งจะเปิดใหม่ และวันนี้คงเป็นวันที่ลูกค้าเยอะที่สุดตั้งแต่เปิดร้านมา  ทางร้านจึงทำอาหารไม่ทันกับจำนวนลูกค้า  ทำให้อาหารขาดตอนพอสมควร  แต่รสชาติอาหารก็ถือว่าไม่เลวครับ  คราวหน้าคงต้องมาลองอีกซักครั้งเพื่อเก็บรายละเอียดมาเล่าเพื่อน ๆ อีกที  เพราะรอบนี้ผมทานน้อยจริง ๆ ครับ

จุดเด่นของที่นี่คงเป็นบรรยากาศสบาย ๆ ริมทะเล  สามารถเดินชมวิวได้ทั้งสองฝั่งของแหลม เพราะเดินถึงกันได้โดยใช้เวลาแค่ 4-5 นาที  ผมจึงใช้เวลาช่วงที่แสงยังพอมีอยู่เก็บภาพมาฝากด้วยครับ  แต่ต้องขออภัยด้วยที่ภาพมันดูแตก ๆ ไปหน่อยพราะไม่ได้เอาขาตั้งกล้องติดตัวไปด้วย จึงต้องใช้ ISO สูงในการถ่ายภาพ ยังไงก็หวังว่าเพื่อน ๆ  จะชอบนะครับ  สำหรับแผนที่ร้านตาม link นี้ได้เลยครับ



WordPress Themes