ซอยรมณีย์เป็นซอยที่เชื่อมถนนถลางและถนนดีบุกซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขตเมืองเก่าของภูเก็ต อันเป็นที่ตั้งของตึกเก่าศิลปะชิโนโปรตุกีสอันเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของศิลปแบบภูเก็ต โดยเฉพาะที่ซอยรมณีย์ตึกเก่าเหล่านี้ได้รับการบูรณะใหม่โดยใช้สีสันสวยงาม มีทั้งแบบสวยหวานและสดใส รับรองได้ว่าสวยถูกใจนักท่องเที่ยวและช่างภาพทุกคน เพราะบางหลังได้รับการตกแต่งใหม่ในสไตล์ modern หน่อย ๆ, บางหลังตกแต่งแบบจีนดั้งเดิม บางหลังยังคงร่องรอยของการผุพังไปตามกาลเวลาแต่ก็สวยคลาสสิคไปอีกแบบ
ช่วงวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปถ่ายภาพที่นี่ เพราะเพื่อนสนิทขอร้องแกมบังคับให้ช่วยถ่ายรูปเพื่อใช้ทำ presentation ในงานแต่งงานให้ ซอยรมณีย์เป็นจุดหนึ่งที่ผมเลือกไปถ่ายภาพ วันนี้จึงนำภาพบรรยากาศหวาน ๆ ของคู่รักที่กำลังจะแต่งงานมาฝากพร้อม ๆ กับบรรยากาศสวยคลาสสิคของที่แห่งนี้ “ซอยรมณีย์”





สำหรับแผนที่ไปซอยรมณีย์ดูได้ที่นี่ครับ
ช่วงนี้ภูเก็ตมีงานใหญ่ถึงสองงานคืองานวัดฉลอง (วัดไชยธาราราม วัดคู่บ้านคู่เมืองของภูเก็ต) ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในช่วงตรุษจีนถือเป็นงานประเพณีงานใหญ่งานหนึ่งของภูเก็ตทีเดียว แต่ในปีนี้มีอีกงานหนึ่งซึ่งเดิมมักจะจัดช่วงปลายปีหรือต้น ๆ ปี ย้ายมาจัดในช่วงตรุษจีนซึ่งผมก็ว่าดีเหมือนกันเพราะเข้ากับบรรยากาศของงานซึ่งมีกลิ่นไอของความเป็นจีนอยู่ไม่น้อย นั่นก็คืองานย้อนอดีตเมืองภูเก็ต โดยครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 10 แล้ว

เดิมทีงานย้อนอดีตเมืองภูเก็ตจะเน้นให้คนภูเก็ตเองมาร่วมงานเพื่อร่วมลำลึกถึงประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของภูเก็ต แต่ในปีหลัง ๆ มีการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ ประชาชนเองก็เข้ามามีส่วนร่วมกันมากขึ้น จึงทำให้ลักษณะของงานมีสีสันและร่วมสมัยกว่าเดิม โดยเฉพาะในปีนี้จัดงานได้สนุกสนานมาก คนมาเที่ยวงานมีทั้งชาวภูเก็ต นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งบรรยากาศก็ครึกครื้นด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย
ในงานนอกจากตึกรามบ้านช่องที่เป็นศิลปะแบบชิโนโปรตุกีสซึ่งประดับไฟอย่างงดงามแล้ว ตลอดเส้นทางราว 2 กม. จะเต็มไปด้วยอาหารพื้นเมืองอร่อย ๆ ของภูเก็ต ซุ้มขายเสื้อยืดเก๋ๆ รวมถึงซุ้มถ่ายภาพกับบรรยากาศแบบภูเก็ต วงดนตรีของเหล่านักเรียนที่มาแสดงความสามารถกันแทบทุกโรงเรียนทั้งเพลงสากล เพลงแจ๊ส ลูกทุ่ง และสตริง .. เรียกได้ว่างานนี้สนุกได้ทั้งเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ครับ
อ้าว… เกริ่นซะยาวเลยมาชมบรรยากาศเลยดีกว่า อิอิ … เดิมทีผมเตรียมขาตั้งกล้องเพื่อใช้ถ่ายภาพไฟกลางคืนที่ประดับบนอาคารโดยเฉพาะ แต่พอเจอกับฝูงชน (ฝูงชนจริง ๆ ครับ เพราะมากันเป็นฝูงเดินชนผมจนไม่เป็นอันถ่ายภาพเลย หุหุ) ผมก็เลยเปลี่ยนใจถ่ายไปโดยแทบไม่ใช้ขาตั้งกล้องเลย ถ้าเห็นภาพมันเบลอ ๆ ไหว ก็แสดงว่าตั้งใจนะ อิอิ
จุดหนึ่งที่พลาดไม่ได้เมือมางานย้อนอดีตเมืองภูเก็ตก็มือ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ซึ่งรวมภาพสวย ๆ และเรื่องราวในอดีตของเมืองภูเก็ต

ที่ปายมี post card ให้เขียน แต่งานนี้ได้เรียนการเขียนตัวหนังสือด้วยพู่กันจีนครับ

โรงแรมเก๋ ๆ บนถนนถลางแห่งนี้

คนยั้วเยี้ยไปหมด

มีซุ้มถ่ายภาพทั้งแบบฟรีและจ่ายตังค์อยู่หลายซุ้มทีเดียว

น้ำเย็น ๆ ซักแก้วไม๊

หิวละ พักกินก่อนดีกว่า

อิ่มแล้ว เดินกันต่อ คนยังเยอะเหมือนเดิม



มอเตอร์ไซด์ถูกปล่อยให้ผ่านเป็นระยะ ๆ

สาว ๆ แวะชมซุ้มขายของที่ระลึกของคุณยุทธ มีเสื้อกะ post card สวย ๆ มากมาย

วงดนตรีของน้อง ๆ นักเรียน แสดงความสามารถกันตลอดแนวถนนหลายวงทีเดียว

กว่าจะเดินจนครบก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แถมตลอดการเดินก็เจอแต่คนรู้จักเต็มไปหมด เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าภูเก็ตนี่มันเล็กจริง ๆ และไม่ว่ามีงานใดคนภูเก็ตก็จะร่วมแรงร่วมใจกันทุกครั้ง … งานย้อนอดีตเมืองภูเก็ตปีนี้ทำให้ผมประทับใจมากทีเดียวเพราะมันสะท้อนถึงความเป็นตัวตนของภูเก็ตได้อย่างลงตัว ไม่เชย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศและกลิ่นอายของวัฒนธรรมภูเก็ตบ้านเรา ก็ต้องชมเชยทุกหน่วยงานที่ช่วยกันผลักดันงานนี้ รวมถึงชื่นชมน้อง ๆ รุ่นใหม่ที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้ถนนคนเดินแห่งนี้มีสีสัน และสนุกสนานมากยิ่งขึ้นครับ

เมื่อชายหาดสวย ๆ และน้ำทะเลใส ๆ ของภูเก็ตถูกจับจองโดยนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและเทศจนแทบจะไม่เหลือที่ว่างสำหรับคนภูเก็ตอีกแล้ว วิถีชีวิตในวันว่างของคนภูเก็ตจึงเปลี่ยนจากการปูเสื่อนั่งพักผ่อนริมหาดกับครอบครัวไปเป็นการเดินตากแอร์ในห้างสรรพสินค้าแทน วันนี้ผมหาทำเลถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกจึงนึกถึงเขาขาดเพราะมีต้นโกงกางที่มีฟอร์มสวยงาม น่าจะเหมาะกับการเป็นฉากหน้าในการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก แต่ผมไปถึงค่อนข้างเร็วก็เลยขับรถไปเรื่อย ๆ เลยเขาขาดไป ถึงอ่าวเล็กๆ อ่าวหนึ่งที่ไม่ได้ผ่านมากว่า 10 ปีแล้ว นั่นก็คือ “อ่าวยน” ริมหาดผมพบกับครอบครัวคนภูเก็ตนั่งปูเสื่อพูดคุยกันตามประสาญาติพี่น้อง เด็กๆ วิ่งไล่กันบนชายหาด บ้างก็ลงไปเล่นน้ำ … ชายหาดที่นี่ไม่มีความสวยงามเลยแม้แต่น้อย ทะเลก็เต็มไปด้วยหินและโคลน แต่ที่นี่กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นของครอบครัวที่หาไม่ได้อีกแล้ว ณ ชายหาดอันโด่งดังของภูเก็ต ความเจริญอย่างรวดเร็วของภูเก็ต ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียวิถีดั้งเดิมที่อบอุ่น วันนี้แทบจะหาภาพแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว วันหยุดแต่ละสัปดาห์จะเห็นแต่เด็กวัยรุ่นชวนกันไปเล่นตู้เกมส์, ดูหนังกันในห้าง มีไม่เยอะนักที่จะเห็นกลุ่มใหญ่ ๆ พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ-แม่-ลูก-พี่-ป้า-น้า-อา เหมือนแต่ก่อน …
เมื่อเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะลงไปถ่ายภาพ แต่คงไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่แห่งนี้ คงไม่บอกว่าที่นี่อยู่จุดไหนของภูเก็ต แค่อยากบันทึกภาพของวิถีแบบดั้งเดิมไว้ ณ Blog แห่งนี้ เพราะปัจจุบันความเจริญกำลังรุกคืบมาที่นี่ด้วยเช่นกัน อีกไม่นานคงไม่เหลือแม้แต่หาดเล็ก ๆ ไว้ให้ “วิถีภูเก็ต” ได้ดำเนินอีกต่อไป



ทุกวันนี้วิถีชีวิตของชาวภูเก็ตเปลี่ยนไปมาก แต่ก่อนวันเสาร์-อาทิตย์ เราจะเห็นชาวภูเก็ตชวนครอบครัวกันไปปูเสื่อนั่งทานอาหารกันที่ริมทะเล หาดที่เป็นที่นิยมก็ได้แก่ หาดกะตะ, หาดไนยาง, หาดราไวย์ เพราะเหมาะกับการเล่นน้ำและมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาตลอดแนวหาด .. แต่ในปัจจุบันหาดเหล่านี้เป็นพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยวไปเสียแล้ว คนภูเก็ตก็เลยใช้ชีวิตวันหยุดกันในห้างใหญ่ของภูเก็ต วันอาทิตย์ถ้าไปเดินในห้างก็จะเจอคนรู้จักเต็มไปหมด ก็เพราะสังคมภูเก็ตเล็กมากนั่นเอง
วันสุดสัปดาห์นี้อยากไปนั่งริมหาดเงียบ ๆ ก็เลยนึกถึงหาดแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะรู้จัก วันนี้ผมจะพาไปเที่ยว “หาดปลื้มสุข” กันครับ
“หาดปลื้มสุข” เป็นหาดทางฝั่งตะวันออกของเกาะภูเก็ต ซึ่งเป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวไม่นิยมมาเที่ยวกันมากนัก การเดินทางก็สามารถขับรถจากตัวเมืองภูเก็ตไปถึงตัวหาดโดยใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที โดยใช้เส้นทางที่ไปเกาะสิเหร่นั่นเอง เมื่อถึงหาดเกาะสิเหร่แล้วให้ขับเลียบเขาไปอีก 4-5 กิโลเมตรก็จะพบกับป้ายเล็ก ๆ ชี้ทางลงไป “หาดปลื้มสุข”


บรรยากาศอันร่มรื่นและเงียบสงบของหาดปลื้มสุข

จะHonda CRV รุ่นใหม่ล่าสุด หรือ Honda Dream รุ่นเก๋า ก็สุขใจได้เหมือนกันที่หาดปลื้มสุข
ที่ “หาดปลื้มสุข” จะมีต้นหูกวางและไม้ใหญ่อื่น ๆ อยู่ตลอดแนวหาดคอยให้ความร่มรื่น มีร้านค้าให้บริการอยู่หนึ่งร้านซึ่งมีอาหารจานเด็ดที่เหมาะกับการนั่งกินลมชมวิวริมทะเลก็คือ ส้มตำ, ไก่ทอด และ ผัดไท .. นั่นเอง นอกจากนี้ทางร้านยังมีศาลา และม้านั่งหินให้นั่งทานได้อย่างสบายใจ หรือครอบครัวไหนอยากนำเสื่อมาปูแล้วขนข้าวปลาอาหารมาทานเองทางร้านก็มิได้ว่าแต่อย่างใด


ผัดไท กับ ส้มตำ อาหารจานเด็ดของหาดปลื้มสุข
ในช่วงน้ำขึ้นหาดแห่งนี้สามารถเล่นน้ำได้ แม้หาดทรายจะไม่ขาวสะอาดเหมือนทางด้านฝั่งตะวันตก แต่ผมรับรองได้ว่าน้ำทะเลนั้นเค็มไม่แพ้กัน อิอิ …. มองออกไปในทะเลจะสามารถมองเห็นเกาะต่าง ๆ อาทิ เกาะยาวของจังหวัดพังงา และอาจมองเห็นเกาะพี ๆ ด้วยในวันที่ท้องฟ้าไร้ไอหมอก

นั่งพักกินลมกันจนหายเหนื่อยแล้วขับรถย้อนกลับมาทางเดิมจะผ่านวัดเกาะสิเหร่ อย่าลืมแวะเข้าไปนมัสการพระพุทธไสยาสน์ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาหลังวัดด้วยนะครับ บนเนินแห่งนี้นับเป็นจุดชมวิวที่ดีจุดหนึ่งเลยทีเดียว เพราะสามารถมองเห็นเมืองภูเก็ตได้อย่างชัดเจน เห็นความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าโกงกางที่เกาะสิเหร่อันเป็นที่อยู่อาศัยของลิงแสมนับร้อยชีวิต หลังจากไหว้พระจนอิ่มบุญแล้ว ระหว่างทางกลับอย่าลืมแวะให้อาหารลิงด้วยนะครับ เรียกได้ว่าได้บุญสองเด้งเลย….

สามารถชมวิวเมืองภูเก็ตได้อย่างชัดเจนจากที่ตั้งพระพุทธไสยาสน์

จากจุดชมวิวสามารถมองเห็นป่าโกงกางที่ยังอุดมสมบูรณ์ของเกาะสิเหร่ได้อย่างชัดเจน
ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวและมีเวลาเหลือไม่รู้จะไปไหนก็ลองแวะมาเปลี่ยนบรรยากาศดูที่หาดปลื้มสุขนะครับ … รับรองว่าความเงียบสงบของหาดแห่งนี้จะทำให้คุณพกความสุขกายสบายใจกลับบ้านได้อย่างแน่นอน

“เขาโต๊ะแซะ” เป็นเนินเขาไม่สูงมากนักอยู่ในเมืองภูเก็ต (ทางขึ้นอยู่ติดกับศาลากลางจังหวัดภูเก็ต) สำหรับคนภูเก็ต “เขาโต๊ะแซะ” ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแต่เป็นสถานที่ซึ่งหลาย ๆ คนเดินทางไปบนบานศาลกล่าวที่ “ศาลพ่อตาโต๊ะแซะ” ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณทางขึ้น “เขาโต๊ะแซะ” ซึ่งว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์และช่วยดลบันดาลให้หลาย ๆคนสมหวังมาแล้ว ถ้าขับรถเลยจาก “ศาลพ่อตาโต๊ะแซะ” ไปจะเริ่มเป็นทางค่อนข้างสูงชันและแคบ สภาพถนนเป็นถนนลาดยางที่ค่อนข้างเก่าแต่ก็ยังสามารถใช้การได้ดี ขับสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จะเริ่มมองเห็นวิวทะเลด้านทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต ซึ่งเป็นมุมที่หาดูได้ยาก แต่เนื่องจากเขาโต๊ะแซะแห่งนี้ไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวจึงมีต้นไม้บังวิวทิวทัศน์เกือบตลอดเส้นทาง จึงอาจจะไม่เหมาะนักกับการถ่ายภาพ ถ้าจะหามุมจริง ๆ คงต้องบุกป่าฝ่าดงพอสมควร

ขับรถไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ จะผ่านลานออกกำลังกายซึ่งผู้รักสุขภาพจะวิ่งขึ้นเขามาออกกำลังกายกันที่นี่ตอนเช้า ๆ หรือเย็น ๆ เลยจุดนี้ไปเล็กน้อยจะพบฝูงลิงขนาดย่อมอยู่สองข้างทาง เท่าที่คะเนดูด้วยสายตาไม่น่าจะต่ำกว่าร้อยตัวทั้งลูกเล็กเด็กแดงและตัวใหญ่ระดับหัวหน้าแก๊ง ผมเองก็เพิ่งทราบว่ามีลิงอยู่ที่นี่ด้วยเพราะไม่ได้ขึ้นเขาโต๊ะแซะมานานมากแล้ว หากขับรถต่อนไปอีกเล็กน้อยจะเป็นจุดสูงสุดของเขาโต๊ะแซะ ซึ่งก่อนถึงเล็กน้อยจะมีโค้งหักศอก หากขับถึงจุดนี้ก็อย่าลืมให้สัญญาณเผื่อมีรถสวนทางมานะครับ

ที่จุดสูงสุดของเขาโต๊ะแซะจะเป็นศูนย์รวมของเสาส่งสัญญาณโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ รวมถึงเสาสัญญาณมือถือแทบทุกระบบ ทำให้อาจจะไม่มีมุมสำหรับชมทิวทัศน์มากนัก ต้องแหวกพงหญ้าหรือขอขึ้นไปบนดาดฟ้าของสถานีส่งสัญญาณจึงจะมีมุมสวย ๆ ถ้าใจถึงก็ปีนเสาสัญญาณไปเลยครับรับรองมุมสวยแน่ ๆ (อันนี้ล้อเล่น อย่าไปทำนะครับ)
เนื่องจากมีเสาสัญญาณจำนวนมาก ผมจึงมักบอกเพื่อน ๆ ที่มาเที่ยวภูเก็ตเสมอว่า ถ้าจะหาทิศหาทางเข้าเมืองภูเก็ต ก็ให้มองหาภูเขาที่มีเสามือถือเยอะ ๆ แล้วขับรถมาตามเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่ภูเขานั้น รับรองว่าไม่หลงทางแน่นอน
แม้เขาโต๊ะแซะจะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นมากนัก แต่ถ้าหากมีเวลาว่างไม่ทราบจะไปไหนก็ลองแวะขึ้นมาเที่ยวและไหว้ขอพรที่ศาลพ่อตาโต๊ะแซะ แล้วอย่าลืมซื้อข้าวโพดหรือผลไม้ไปฝากฝูงลิงเจ้าถิ่นด้วยนะครับ ลิงที่นี่เชื่อง ไม่เกเร สนุกแถมได้บุญด้วยครับ
