ภาพถ่ายขบวนแห่พระ “เทศกาลกินเจภูเก็ต 2550″ (2)




ท้าย ๆ ขบวนมีแห่มังกรด้วย

ม้าทรงกำลังทำพิธีที่โต๊ะบูชา

นอกจากแนวหวาดเสียวแล้วก็มีแนวน่ารักด้วยครับ (พระจีนเด็ก)








ท้าย ๆ ขบวนมีแห่มังกรด้วย

ม้าทรงกำลังทำพิธีที่โต๊ะบูชา

นอกจากแนวหวาดเสียวแล้วก็มีแนวน่ารักด้วยครับ (พระจีนเด็ก)




ตามที่สัญญาไว้ครับว่าจะถ่ายภาพขบวนแห่พระจีนมาฝากเพื่อน ๆ วันนี้ก็เลยตื่นแต่เช้าเข้าเมืองไปถ่ายภาพขบวนแห่พระของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีพระจีนร่วมเดินขบวนแห่มากที่สุด กว่าจะขับรถฝ่าฝูงชนและหาที่จอดรถได้ก็แทบแย่ครับ ผมเลือกดูขบวนแห่พระที่หอนาฬิกา เพราะเป็นจุดที่ชมขบวนได้ทั้งขาไปและขากลับ กว่าผมจะไปถึงจุดหมาย วงเวียนหอนาฬิกาก็คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่สวมชุดขาวมารอต้อนรับขบวนแห่พระ ส่วนหนึ่งก็เตรียมโต๊ะบูชา เพื่อให้พระจีนมาทำพิธีให้พร …
ภาพที่นำมาลงนี้อาจจะดูหวาดเสียวพอสมควร ถ้าใครไม่ชอบภาพแนวนี้ก็ไม่แนะนำให้ดูนะครับ เดี๋ยวจะทานข้าวไม่ลง หรือเป็นลมไปจะมาว่ากันไม่ได้นะคร้าบ
ประชาชนมาเฝ้ารอต้อนรับขบวนพระ และรอรับของแจกจากพระ (สายสิญ, ยันต์, ผลไม้, ลูกอม ฯลฯ)



หลากหลายบรรยากาศ ความศรัทธา, ความสงสัย, ความกลัว, ความหวาดเสียว

เหล่าม้าทรงที่ใช้ของแหลมและของมีคม แทงตามร่างกาย

ม้าทรงบางคนก็ใช้มีดหรือขวานแล่ที่ลิ้น




วันนี้ช่วงบ่ายมีธุระในตัวเมือง ก็เลยติดกล้องไปด้วยตั้งใจว่าจะไปถ่ายภาพแถว ๆ ศาลเจ้าต่าง ๆ เพื่อเก็บภาพพิธีกรรมที่น่าสนใจ บังเอิญรถติดเนื่องจากมีขบวนแห่งพระรอบเมืองภูเก็ต ก็เลยรีบหาที่จอดถ่ายภาพมาฝาก แต่เนื่องจากเป็นท้ายขบวนแล้วก็เลยได้ภาพไม่มากนัก แค่พอเป็นน้ำจิ้มให้เห็นบรรยากาศครับ อีก 2-3 วันจะเริ่มมีขบวนแห่พระที่ยิ่งใหญ่กว่านี้จะเก็บมาฝากกันอีกครั้งหนึ่งครับ







เทศกาลกินเจหรือกินผักของจังหวัดภูเก็ต เป็นประเพณีที่สืบต่อกันมายาวนาน โดยจะมีการอัญเชิญเทพเจ้ามาสักการะบูชาเพื่อปกป้องตนเอง ครอบครัว และท้องถิ่น ในแต่ละปีชาวภูเก็ตส่วนใหญ่จะพร้อมใจกันถือศีลกินเจอย่างพร้อมเพรียงเป็นเวลา 9 วัน หรือบางคนอาจมากกว่านั้นเพราะต้องกินก่อนล่วงหน้า 1-3 วันเพื่อเป็นการล้างท้อง (ต้องการให้การกินเจบริสุทธิ์จริง ๆ) สำหรับบางครอบครัวที่เคร่งครัดมาก ๆ ก็จะล้างทำความสะอาดเครื่องครัวและเครื่องใช้ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจว่าสะอาดจากเนื้อสัตว์จริง ๆ

ในระว่างเทศกาลกินเจ ศาลเจ้าต่าง ๆ จะมีพิธีตลอด 9 วัน โดยแต่ละศาลเจ้าจะทำอาหารเลี้ยงประชาชนฟรีตลอดระยะเวลากินเจ นอกจากนี้หน้าศาลเจ้าทุกแห่งจะมีร้านค้าเรียงรายให้เลือกทานมากมาย ในช่วงปีหลัง ๆ มานี้อาหารเจรสชาติอร่อยเหมือนอาหารทั่วไป และมีความหลากหลายมากขึ้น เพราะมีเนื้อเทียมสารพัดให้เลือกทาน ไม่ว่าจะเป็น เป็ด, ปลาเค็ม, ใส้, หมูแดง บางครั้งถ้าไม่บอกแทบจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเป็นเนื้อเทียม


สิ่งหนึ่งที่ชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวเฝ้ารอชมในเทศกาลกินเจคือขบวนแห่พระ (จีน) ซึ่งจะเริ่มในช่วง 5 วันสุดท้ายของพิธีกินเจ แต่ละศาลเจ้าจะเดินขบวนแห่ผ่านกลางเมืองภูเก็ต ตลอดสองข้างทางจะเต็มไปด้วยโต๊ะบูชาที่เจ้าของบ้าน หรือร้านค้านำออกมาวางหน้าบ้านเพื่อบูชาและให้พระจีนทำพิธีให้พร ในระหว่างการแห่ขบวนจะมีการจุดประทัดตลอดสองข้างทางเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เพื่อต้อนรับขบวนพระ(จีน) ที่จะแสดงอิทธิฤทธิ์นำของแหลมหรือของมีคมทิ่มแทงที่แก้ม หรือฟันบริเวณลำตัว หากใครเป็นคนขวัญอ่อนไม่แนะนำให้ดูพิธีนี้เด็ดขาด ในระยะหลังจำนวนพระ(จีน) มีมากขึ้น และมีการแสงอิทธิฤทธิ์ในรูปแบบที่ดูหวือวามากจนชาวภูเก็ตเองเริ่มเป็นห่วงว่าพิธีกินเจกำลังถูกเบี่ยงเบนเพื่อเรียกร้องความสนใจมากเกินไป ทั้งๆ ที่แก่นแท้ของพิธีนี้เพื่อเป็นการถือศีล ละเว้นการฆ่าสัตว์เพื่อสร้างบุญกุศลอันใหญ่มากกว่า ดังนั้นในช่วงปีหรือสองปีที่ผ่านมาจึงมีการขอร้องจากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขจัดภาพเหล่านี้ให้หมดไป เพื่อให้พิธีกินเจเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์และเติบโตด้วยความความศรัทธาในเรื่องบุญมากกว่าเรื่องอิทธิฤทธิ์อภินิหาร … หากคุณยังไม่เคยกินเจ ปีนี้ลองตั้งจิตให้บริสุทธิ์ถือศีลกินเจดูนะครับ จะ 3 วัน 5 วันหรือ 9 วันก็ได้ เพราะผู้กินเจหนึ่งคนอาจช่วยชีวิตอื่น ๆ ได้นับร้อยนับพันครับ
สำหรับภาพขบวนแห่และพิธีกรรม ผมจะนำมาลงให้อีกครั้งครับ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ประเพณีกินเจแล้วครับ
สำหรับข้อมูลโดยละเอียดของพิธีกินเจที่ภูเก็ต ลองแวะชมที่นี่นะครับมีข้อมูลสมบูรณ์มากทีเดียว
สำหรับผู้ที่มองหาที่พักในเมืองลองดูข้อมูลที่พักได้ที่นี่ครับ
ในช่วงสารทจีน พี่น้องชาวภูเก็ตเชื้อสายจีน ต่างก็พากันกราบไหว้วิญญาณบรรพบุรุษ และบรรดาผีไม่มีญาติ (เชื่อกันว่าเป็นวันที่วิญญาณได้รับการปลดปล่อย ให้กลับมาเยี่ยมเยียนบ้าน และญาติพี่น้อง) สำหรับวันสารทจีน หรือที่เรียกกันว่าไหว้กับข้าว ที่บางเหนียวและตลาดสด (บ้านซ่าน) ก็จะมีการจัดงานพ้อต่อ ซึ่งเป็นเทศกาลที่จัดสืบต่อกันมาหลายยุคหลายสมัย โดยจัดเป็นเทศกาล ที่สนุกสนาน น่าเที่ยวอีกเทศกาลหนึ่งของภูเก็ต และจากการค้นคว้าหาข้อมูล ตามหนังสือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเพณีในภูเก็ต ก็พอที่จะได้ข้อมูลคร่าวๆ มาให้ได้อ่านกัน ดังนี้
ประเพณีพ้อต่อเป็นประเพณีที่มีขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7 ตามปฏิทินจีน เพื่อบูชา และเซ่นไหว้บรรพบุรุษ รวมถึงบรรดาผีไม่มีญาติ ประเพณีนี้เป็นประเพณีที่เกิดขึ้น และปฏิบัติต่อกันมานานแล้ว จึงไม่อาจระบุแน่ชัดได้ว่าเริ่มขึ้นเมื่อใด หากแต่พอจะทราบว่า เป็นประเพณีที่สืบเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่า ในเดือนเจ็ด เริ่มตั้งแต่เวลาหลังเที่ยงคืน ของวันที่สามสิบ เดือนหกนั้น ประตูผีจะเปิดออก เหล่าดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับที่อยู่ในเมืองผี จะกลับมาเยี่ยม โลกมนุษย์ และดวงวิญญาณเหล่านี้ จะท่องเที่ยวอยู่ในโลกมนุษย์เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ฉะนั้นในช่วงดังกล่าว เมื่อยามตะวันลับขอบฟ้า ผู้คนก็จะกลับมาอยู่ในบ้าน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยง เคราะห์หามยามร้าย ที่อาจเกิดขึ้น หากถูกดวงวิญญาณเหล่านั้น ชง (ทำให้เกิดสิ่งไม่ดี) ได้การจัดโต๊ะเพื่อเซ่นไหว้ บูชา บรรพบุรุษนี้ โดยทั่วไปแล้วจะทำกันในตอนบ่ายของวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7 ตามปฏิทินจีน ทุกๆครัวเรือนจะจัดเตรียมอาหารเซ่นไหว้ ประกอบด้วย ปลา หมู เป็ด ไก่ ผัก ผลไม้ และขนมต่างๆ ซึ่งข้าวของที่ตั้งบนโต๊ะบูชาทุกอย่าง จะต้องมีธูปปักไว้อย่างละ 1 เล่ม เมื่อเซ่นไหว้แล้ว ก็จะทำการเผากระดาษเงิน อันหมายถึงการแจกจ่ายค่าเดินทาง ให้แก่เหล่าดวงวิญญาณ

นอกจากนี้ตามความเชื่อตามศาสนาเต๋าของจีน และศาสนาพุทธนิกายมหายาน ต่างถือว่า วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ตามปฏิทินจีน เป็นวันสารทจีน โดยความเชื่อทางศาสนาเต๋าเชื่อว่า วันนี้เป็นวันประสูติของ “เต่ ก้วน ไต่ เต่” ซึ่งเป็นพระที่คอยควบคุม สอดส่องความประพฤติชั่วดีของมนุษย์ ในวันนี้ชาวจีน ต้องเตรียมข้าวปลาอาหาร มาเซ่นไหว้ เหล่าดวงวิญญาณที่อดอยาก ทางด้านศาสนาพุทธ ก็เชื่อว่าวันนี้เป็นวันที่เหล่าพุทธศาสนิกชน จะนำถ้วยจานภาชนะต่างๆ ใส่ข้าวปลาอาหาร มาถวายแก่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้พระองค์ทรงปลดความอดอยาก ของวิญญาณผู้ล่วงลับ

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในพิธีพ้อต่อนั่นก็คือ เต่าสีแดง(อ่างกู้) ซึ่งจัดเป็นเครื่องบวงสรวง ทำด้วยแป้งข้าวสาลี ผสมกับน้ำตาล ปั้นเป็นตัว หรือเข้าพิมพ์อัดเป็นรูปเต่า ขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง ตามใจชอบ แล้วย้อมด้วยสีแดง ซึ่งการบวงสรวงด้วยเต่านั้น มีที่มาจากตำนานที่ว่า เมื่อครั้งพระถังซำจั๋ง ไปอัญเชิญ พระไตรปิฎก ที่เกาะลังกาขณะนั่งเรือสำเภา ได้เกิดมีพายุใหญ่ เรือจวนเจียน จะอับปางลง จึงตั้งจิตอธิฐานก็ปรากฏเต่าตัวมหึมา ว่ายน้ำนำทาง ให้กับเรือสำเภา จนสามารถไปถึงเกาะลังกาได้ อีกความเชื่อก็คือ คนจีนนั้นนิยมว่า เต่าเป็นสัตว์อายุยืน การทำพิธีต่างๆ จึงนิยมนำเต่ามาเป็นส่วนหนึ่ง ของพิธีด้วย นัยว่าจะทำให้อายุยืนเหมือนเต่านั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก PhuketIndex.com
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเขียนโดย Yut Phuket