บทความในหมวด : ทัวร์ภูเก็ต

สุดสัปดาห์ที่เกาะราชา-เกาะเฮ

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ภูเก็ตอากาศดีมากที่เดียว  ผมจึงมิรอช้าใช้โอกาสวันหยุดอาทิตย์ที่ผ่านมาจองทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับกับคุณโอ๋แห่ง yoursvacations บริษัททัวร์ภูเก็ตเจ้าประจำ  และเป้าหมายของผมในวันนี้อยู่ที่เกาะราชาหรือที่บางคนเรียกว่าเกาะรายานั่นเอง  โดยจะแวะเกาะเฮ (coral island) ด้วย

ที่เลือกเกาะราชาก็เพราะท่าเรืออยู่ใกล้บ้านผมนิดเดียว อิอิ … ก่อนขึ้นเรือผมก็แวะทานขนมจีบที่ร้านหยกเยื้อง ๆ โรงพักสภอ. ฉลอง  หลังจากที่ไม่ได้อุดหนุนมานาน  ซึ่งตอนนี้ย้ายร้านห่างจากร้านเดิมเล็กน้อย แต่สไตล์การตกแต่งยังคงสวยงามเหมือนเดิม  ส่วนขนมจีบก็มีให้เลือกมากมายหลาย  เป็นร้านนึงที่แนะนำหากเพื่อน ๆ ต้องมาขึ้นเรือที่ท่าเรืออ่าวฉลอง หรือเป็นทางผ่านไปขึ้นเรือที่ท่าเรือราไวย์

ผมมาถึงก่อนเวลาค่อนข้างเยอะ  จึงถือโอกาสสะพายกล้องไปกดชัตเตอร์บรรยากาศยามเช้า ๆ ที่อ่าวฉลองเพื่อฆ่าเวลา  ซึ่งจุดเด่นของอ่าวฉลองก็คือมีเรือจอดอยู่มากมายทั้งเรือหางยาว สปีดโบ๊ท รวมถึงเรือยอร์ชราคาแพง

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ราว ๆ 9 โมงครึ่งก็ได้เวลาขึ้นเรือ  ซึ่งนักท่องเที่ยวจะถูกแบ่งด้วยสีของสติกเกอร์เพื่อเฉลี่ยจำนวนนักท่องเที่ยวของแต่ละลำให้เท่า ๆ กัน ซึ่งเรือที่เราจะไปด้วยวันนี้เป็น speed boat ขนาด 3  เครื่องยนต์ซึ่งน่าจะบรรจุผู้โดยสารได้ราว ๆ 40 คน

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

หลังจากเรือเริ่มออกเดินทาง  ไกด์ก็แนะนำตัวและโปรแกรมท่องเที่ยววันนี้  ซึ่งจุดหมายแรกของเราวันนี้คือเกาะเฮ  ที่ใช้เวลาเพียง 15 นาทีจากท่าเรืออ่าวฉลองเท่านั้น 

เกาะเฮมีหาดหลัก ๆ อยู่สองหาด  คือหาดกล้วยซึ่งอยู่ทิศตะวันออกของเกาะ และหาดที่เรือของเราแวะซึ่งเป็นที่ตั้งของ coral island resort ทั้งนี้เรือจะจอดให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำ ดูปะการัง และทำกิจกรรมต่าง ๆ 1 ชั่วโมง

เนื่องจากมีเวลาไม่เยอะนักผมจึงตัดสินใจไม่ลงเล่นน้ำ  แต่ใช้เวลาเดินถ่ายภาพบนชายหาดแทนเพราะวันนี้อากาศดีมาก ๆ และน้ำที่นี่ก็ใสเหลือเกิน  ขนาดผมเป็นเด็กเกาะ เห็นทะเลอยู่บ่อย ๆ ยังอดร้องว๊าวเมื่อเห็นน้ำใส ๆ ไม่ได้เลย  จะใสแค่ไหนก็ลองดูกันเลยครับ มีทั้งภาพและวิดีโอมายืนยัน

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

Video ที่ผมลองถ่ายด้วย Nikon D90 ครับ  ยังใช้ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่  ลองดูกันนะครับว่าน้ำใสแค่ไหน

 

ส่งนางแบบลงไปเล่นน้ำ อิอิ

กิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวก็คือ Parasailing ครับ  ดูแล้วน่าสนุกมากแต่ไม่ได้ลองถามราคาดูว่าคนละเท่าไหร่ มาคราวหน้าสงสัยต้องลองสักที

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ลองบันทึกแบบ Video ด้วยเหมือนกัน

นอกจากทะเลจะสวยแล้วก็ยังมีสาว ๆ สวย ๆ มากมายเพราะเกาะแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวญี่ปุ่นมาก (ภาพนี้ซุ่มถ่ายจากระยะไกล หุหุ)

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เมื่อครบหนึ่งชั่วโมงตามที่นัดไว้ก็ได้เวลาขึ้นเรือไปกันต่อครับ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เรือใช้เวลาเดินทางราวครึ่งชั่วโมงเท่านั้นก็ถึงเกาะราชา จุดหมายหลักของเราในวันนี้ โดยเรืออ้อมไปทางหลังเกาะเพื่อให้พวกเราดำน้ำดูปะการังกันก่อน ซึ่ง ณ จุดนี้มีทั้งปะการังและ ปลาสวยงามมากมาย และน้ำที่นี่ก็ใสมากไม่แพ้ที่เกาะเฮเช่นกัน ผมจึงอดไม่ได้ที่จะต้องลงไปเล่นน้ำด้วยหลังจากที่ถ่ายภาพจากบนเรือได้ 5-6 ภาพ

บรรยากาศบริเวณที่เป็นจุดดำน้ำดูปะการัง (Snorkeling)

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เรื่องชูชีพกับหน้ากากดำน้ำไม่ต้องห่วงครับเพราะทางทัวร์เตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ  พร้อมทั้งเครื่องดื่มเย็น ๆ และผลไม้สดหลังจากดำน้ำกันจนเ  หนื่อยแล้ว  ซึ่งที่จุดนี้ทางทัวร์จะให้เวลาเล่นน้ำประมาณครึ่งชั่วโมง

เมื่อได้เวลาเรือจึงนำเรากลับไปยังหาดบาตก  ซึ่งเป็นหาดที่ดังที่สุดของที่นี่และเป็นที่ตั้งของ The Racha Resort อันเป็นความฝันของหลาย ๆ คนว่าจะได้พักที่นี่สักครั้งครับ

เกาะราชามีจุดเด่นมากคือ น้ำใสและสีของน้ำจะเป็นสีฟ้าสวยงามมาก  เรียกได้ว่าสวยงามไม่แพ้มัลดีฟเลยทีเดียว  มาดู video ที่ผมถ่ายไว้ตอนเรือกำลังจะเทียบท่านะครับ

ถึงฝั่งปั๊ปไกด์ก็เดินนำไปยังร้านอาหารซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 10 นาที ส่วนผมใช้เวลาที่แสงกำลังสวยบันทึกภาพเหล่านี้มาฝากเพื่อน ๆ ครับ

 ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

หลังจากกดชัตเตอร์ชนิดไม่ยั้งได้สักพัก ก็ต้องรีบวิ่งตามลูกทัวร์คนอื่นไปเพราะเกรงว่าจะหลงทาง อิอิ … ซึ่งทางเดินจะเลียบไปกับรั้วของ The Racha ก็เลยถ่ายภาพมุมหนึ่งของรีสอร์ทแห่งนี้มาฝากครับ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เดินท่ามกลางแดดร้อนจัดยามเที่ยงได้สักพักก็ถึงร้านอาหารผัดไท ซึ่งทัวร์ได้จัดเตรียมอาหารบุฟเฟ่ต์มาตรฐานทัวร์ภูเก็ตไว้ให้ ประกอบด้วย ข้าวผัด, ต้มยำทะล, สลัด, ผักชุบแป้งทอด, ผัดเปรี้ยวหวาน (ทัวร์อื่น ๆที่ผมไปมาก็คล้าย ๆ กัน) … สำหรับรสชาติอาหารก็อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ครับ ไม่ได้อร่อยมากแต่ก็ไม่ถือว่าแย่ เรื่องปริมาณไม่ต้องห่วงครับมีเติมให้ตลอด น่าจะถูกใจคนกินจุ อิอิ

หลังจากทานข้าวเสร็จผมเลือกที่จะเดินต่อไปอีกหน่อยเพื่อเยือนหาดอีกแห่งหนึ่งของเกาะราชา นั่นคืออ่าวสยาม ซึ่งที่นี่มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าอ่าวบาตกมาก รีสอร์ทที่นี่ดูสบาย ๆ เข้ากับธรรมชาติมากกว่าแต่ก็ไม่หรูหราเท่า The Racha

เสียดายมากที่ตอนที่ผมมาถึงกำลังอยู่ในช่วงน้ำลง บริเวณริมหาดจึงมีหินโผล่ขึ้นมาบ้างทำให้ภาพน้ำทะเลไม่สวยเท่าที่ควร ลองดูก็แล้วกันครับว่าขนาดไม่สวยยังได้ภาพแบบนี้เลย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

และแน่นอนครับ นางแบบสนุกสนานกับ action กับท้องฟ้าสดใสตามเคย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ผมถ่ายภาพไป ดูผลงานไป ชักสนุกอยากมีภาพตัวเองบ้าง เพราะปกติเป็นช่างภาพอย่างเดียว ก็เลยขอเป็นนายแบบบ้าง อิอิ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ถ่ายภาพได้พักใหญ่ก็หาทางเดินกลับไปยังอ่าวบาตก เพราะทัวร์มีเวลา free time ให้กับเราราว 3 ชั่วโมง ซึ่งผมใช้เส้นทางกลับคนละเส้นกับทางที่มา เป็นทางที่ต้องขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อข้ามไปยังหาดอีกฝั่งหนึ่ง ระยะทางก็ใกล้นิดเดียวครับ ก่อนจะลาจากหาดสยามก็แอบเก็บภาพในมุมสูงจากเนินเขาไว้หน่อย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เดินราว ๆ 5 นาที่ก็กลับมาถึงอ่าวบาตกครับ โชคดีที่ผมถ่ายภาพหาดแห่งนี้ไปแล้วตั้งแต่ช่วงเที่ยง เพราะพอเริ่มบ่ายทิศทางของแสงก็ไม่ค่อยเหมาะกับการถ่ายภาพเท่ากับช่วงเที่ยง (ช่วงสาย ๆ ราว 10-11 โมงน่าจะเหมาะสุด) แถมตอนนี้น้ำลงด้วย ผมจึงเดินหามุมนั่งพักผ่อนและเก็บภาพบรรยากาศทั่ว ๆ ไป

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

คณะนักท่องเที่ยวกำลังสนุกกับการดำน้ำดูปลา

 

กิจกรรมหนึ่งที่สนุกมากคือการเล่นกับคลื่นบนท่าเรือทุ่น โดยเฉพาะเมื่อมีคลื่นลูกใหญ่ อธิบายไม่ถูกลองดู Video กันดีกว่าครับ

กิจกรรมนี้จะสนุกมากถ้าวิ่งตามคลื่นไปด้วย เสียดายตอนคลื่นลูกใหญ่ ๆ มาผมไม่ได้บันทึกภาพไว้ครับ

เมื่อได้เวลานัดราวบ่ายสามโมง เรือก็มารับเราที่ท่า และใช้เวลาเดินทางกลับสู่ท่าเรืออ่าวฉลองโดยใช้เวลาราว 35 นาทีเท่านั้น (เมื่อหลายปีก่อนผมเดินทางด้วยเรือหางยาวใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง หุหุ)

สรุปแล้วทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ เกาะเฮ เกาะราชา เป็นทริปที่สนุกมากครับ สถานที่ทั้งสองแห่งสวยงาม น้ำใส ยิ่งถ้าในวันที่อากาศดีรับประกันได้เลยครับว่าไม่ผิดหวัง และที่สำคัญคือไม่เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางมากเพราะเรือใช้เวลาเดินทางไม่นาน แถมกลับถึงภูเก็ตก่อน 4 โมงเย็นซะอีก ทำให้มีเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นในช่วงเย็นต่อได้ เช่นชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรมเทพ หรือหาอาหาร seafood อร่อย ๆ ทานที่ร้านกันเอง หรือร้านต่าง ๆ แถวป่าหล่าย … เอาเป็นว่าเพื่อน ๆ ที่สนใจก็ลองติดต่อกันได้เลยครับที่คุณโอ๋ 089-726-1788, 087- 263-4488 … มีโอกาสเมื่อไหร่ 9MOT จะพาไปเที่ยวอีกนะคร้าบ



Snorkeling Day @ หมู่เกาะสุรินทร์

หลังจากที่ย้ายที่ทำงานใหม่ผมก็แทบจะไม่ว่าง update blog แห่งนี้เลย  เพราะพอถึงบ้านปั๊ปก็อยากจะล้มตัวนอนทันที  ไม่ได้นั่งทำงานต่อตอนกลางคืนเหมือนเมื่อก่อนเนื่องจากเพลียจากการเดินทางในแต่ละวัน  ต้องขออำภัยญาติมิตรที่แวะเข้ามาแล้วม่ายเจออารายใหม่ ๆ เป็นเดือน (หาข้อแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ อิอิ) … หลังจากที่ต้องยกเลิกโปรแกรมท่องเที่ยวแบบไกล ๆ ทุกชนิดด้วยเรื่องหน้าที่การงาน ก็เลยมองหาโปรแกรมท่องเที่ยวแบบใกล้ ๆ แทนตามประสาคนชอบท่องเที่ยว ถ่ายภาพ และแล้วสวรรค์ก็มีตา  เมื่อ  Tour Phuket เจ้าประจำโทรมาบอกว่ามี trip เด็ด ๆ ไปดำดูปะการังน้ำตื้นแบบ one day trip ที่หมู่เกาะสุรินทร์   คนใจง่ายอย่างผมก็เลยตกลงไปในอาทิตย์ถัดมาทันทีพร้อมชวนเพื่อนฝูงรวม 5 ชีวิตร่วมทริปนี้ด้วยกัน

เช้าวันอาทิตย์ผมออกเดินทางจากภูเก็ตตั้งแต่ 6:45 เพราะเวลานัดขึ้นเรือคือ 8:30 ครึ่งที่ท่าเรือทับละมุจังหวัดพังงา ซึ่งอยู่ห่างอีกไกลโขทีเดียว  (ปกติจะต้องไปขึ้นที่ท่าเรือน้ำเค็มซึ่งไกลกว่านี้ แต่วันนี้ที่ท่าเรือดังกล่าวมีการประท้วงจึงใช้ที่นี่แทน)   ทีแรกว่าจะแวะทานขนมจีนเจ้าอร่อยกันที่โคกกลอยซึ่งเป็นทางผ่าน  แต่ปรากฎว่าร้านปิด  จึงเปลี่ยนจุดหมายไปเป็นขนมจีน (อีกเช่นกัน) ที่ท้ายเหมือน  แต่ก็ปิดอีก  (สงสัยจะเป็นวันขนมจีนแห่งชาติ)  ในเมื่อร้านปิดหมดก็เลยต้องไปฝากท้องกันที่ 7 eleven สาขาท่าเรือทับละมุซึ่งอยู่ติด ๆ กับบริษัททัวร์ที่เราจะเดินทางกันในวันนี้พอดี

ก่อนออกเดินทางเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทก็เรียกประชุม เอ้ย! เรียกรวมกลุ่มเพื่ออธิบายแผนการเดินทาง รวมถึงความปลอดภัยในการเดินทาง  และที่ผมชอบมากก็คืออธิบายเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม และรณรงค์ไม่ให้อาหารปลาหรือจับปลา (นีโม) เพราะเป็นการทำลายระบบนิเวศน์ในท้องทะเล

เมื่อ brief เสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินทางกันซะที  ทีแรกผมก็นึกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่เดินนำหน้าผมกำลังจะไปสิมิลัน  ที่ไหนได้ทั้งหมด (น่าจะราวเกือบ 40 คน)  ล้วนเป็นเพื่อนร่วมทางของผมในวันนี้เดินทางสู่หมู่เกาะสุรินทร์กับเจ้า speed boat ลำเบ้อเริ่ม 3 เครื่องยนต์  ซึ่งน่าจะวิ่งเร็วมากทีเดียว

 หมู่เกาะรินทร์

หลังจากที่ทุกคนขึ้นเรือเรียบร้อยก็มีการแจกเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นให้กับทุกคน  และสามารถหยิบเองเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา  จากนั้นก็มีการอธิบายเรื่องความปลอดภัยขณะอยู่บนเรือ  ซึ่งก็ได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้างเพราะเสียงเรือค่อนข้างดัง  แต่ก็ไม่เป็นห่วงมากนักเพราะได้มีการอธิบายรอบหนึ่งแล้วก่อนขึ้นเรือ  ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่ทั้งคนไทยและฝรั่งคอยเข้ามาพูดคุยด้วยเป็นระยะ  ดังนั้นถ้าใคร พูด-ทาย-ม่าย-ค่อย-ทาหนัด ก็ไม่ต้องห่วงครับเพราะมีเจ้าหน้าที่เป็นฝรั่งตัวเป็น ๆ ด้วย …

การเดินทางบนเรือ speed boat แม้ว่าจะเป็นลำใหญ่และความเร็วสูง แต่เนื่องจากระยะทางไกลมาก  จึงต้องใช้เวลาเดินทางราว 1:45 ชม. (วันที่อากาศไม่ดี ลมแรงอาจใช้เวลามากกว่านี้อีก โอ๊วแม่เจ้า) ดังนั้นขอแนะนำว่าเพื่อน ๆ ที่จะมาทริปนี้น่าจะหากิจกรรมฆ่าเวลาติดตัวมาด้วย  อย่างผมเองก็นั่งฟัง ipod เพลินไปเลย  ในขณะที่หลาย ๆ คนเลือกที่จะงีบเอาแรงหลังจากต้องตื่นแต่เช้า

หลังจากแล่นท่ามกลางทะเลที่ค่อนข้างราบเรียบมาได้พักใหญ่  เราก็มาถึงเกาะสุรินทร์ใต้ (หนึ่งในสองเกาะใหญ่ของหมู่เกาะสุรินทร์)   ซึ่งจุดนี้เป็นจุดแรกที่เรือจะลอยลำให้พวกเราได้ลงไป snorkeling กัน   โดยอ่าวแห่งนี้ชื่อ “อ่าวผักกาด”   อันเนื่องมาจากปะการังบริเวณนี้มีลักษณะที่คล้ายผักกาดนั่นเอง .. ผมรอให้เหล่านักท่องเที่ยวทยอยกันลงน้ำเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับถ่ายภาพในมุมต่าง ๆ ได้สะดวก แต่ก็ดูเหมือนแสงจะไม่ค่อยอำนวยเพราะท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆ  ทำให้ถ่ายภาพได้ไม่สดใสเท่าที่ควร  ทั้ง ๆ ที่ความจริงสีน้ำทะเลของเกาะสุรินทร์ก็สวยงามไม่แพ้เกาะอื่น ๆ ในทะเลอันดามัน  ในที่สุดผมก็ต้องลงน้ำเพราะหามุมถ่ายภาพที่ถูกใจไม่ได้ และกลัวว่าอยู่บนเรือจะเมาเรือเสียเปล่า ๆ เพราะใกล้ ๆ ฝั่งคลื่นค่อนข้างแรงทำให้เรือโคลงไปมาพอสมควร

ผมดื่มด่ำกับความงามของปะการังน้ำตื้นของอ่าวผักกาดอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง  เสียดายจริง ๆ ที่ไม่สามารถเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ได้เพราะกล้องของผมไม่มี housing  .. ครั้นจะเอาใส่ถุงพลาสติกใสมัดหนังยางพลาสติกลงไปก็กะไรอยู่เพราะคงได้แค่ 2-3 ภาพหลังจากนั้นก็ต้อง bye bye เจ้า d90 ตัวนี้ไปตลอดกาล … ตอนดูปะการังเห็นคนใช้กล้อง compact ใส่ housing แล้วแสนจะอิจฉาอยากได้บ้าง หุหุ เพราะบรรยากาศใต้น้ำที่นี่สวยงามสมกับเป็นจุดดูปะการังน้ำตื้นที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว

ได้เวเลาขึ้นเรือก็เกือบจะเที่ยงแล้ว เรือจึงนำเราเข้าสู่เกาะสุรินทร์เหนือซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ และแน่นอนมีร้านอาหารซึ่งกำลังรอเหล่านักท่องเที่ยวที่กำลังหิวโซอย่างพวกเราอยู่เช่นกัน อิอิ … ก่อนเรือจะถึงหาด  ผมได้มีโอกาสถ่ายภาพน้ำทะเลใส ๆ ของหมู่เกาะสุรินทร์  หลังจากที่ท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปิดมากขึ้นเรื่อย ๆ นับว่าโชคดีมากทีเดียวที่ได้มีโอกาสแบบนี้แม้ว่าจะยังมีเมฆอยู่บ้างก็ตาม

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์  

หลังจากเรือจอดให้พวกเราขึ้นฝั่งแล้ว  ผมไม่รอช้ารีบเก็บภาพในขณะที่แสงแดดยังคงมีอยู่  ซึ่งหาดด้านตะวันออกที่เรือจอดนี้ก็มีมุมให้ถ่ายภาพหลายมุมทีเดียว …

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ถ่ายภาพได้สักพักก็ได้เวลาเติมพลังกับอาหารเที่ยงที่ห้องอาหารของอุทยาน  ซึ่งกว้างขวางเพียงพอที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้มากมาย  อาหารที่บริษัททัวร์จัดให้ก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว  มีอาหารอยู่ 4 อย่างและผลไม้สดรสชาติอร่อยทุกอย่างครับ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ผมทานอาหารเสร็จก่อนใคร ๆ เพราะตั้งใจจะหามุมถ่ายภาพสวย ๆ ให้เต็มที่   … ผมเลือกเดินขึ้นมุมสูงซึ่งเป็นบ้านพักของอุทยานเพราะกะว่าภาพท้องทะเลจากมุมสูงจะให้สีของน้ำที่สวยกว่าเพราะแสงสะท้อนในน้ำจะน้อย  แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะต้นไม้ที่ร่มรื่นของเกาะแห่งนี้บดบังทัศนียภาพจนทำให้ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพ  จึงต้องเดินลงไปทางอ่าวฝั่งด้านหลังอุทยาน  และก็ไม่ผิดหวังครับ  เพราะที่นี่มุมของแสงกำลังสวยพอดี  ผมจึงเก็บภาพมาฝากหลายภาพเลยครับ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ชายหาดด้านหลังนี้มีเต้นท์กางอยู่ริมทะเลหลายเต้นท์ทีเดียว เรียกได้ว่าบรรยากาศสุดยอดจริง ๆ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

และที่ขาดไม่ได้ก็คือถ่ายภาพบุคคลกันอย่างสนุกสนานกับน้ำทะเลใส ๆ และฟ้าสีครามเข้ม

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ก่อนขึ้นเรือผมกลับมาถ่ายภาพใกล้ ๆ ที่เรือจอดอีกครั้ง เห็นกลุ่มเด็ก ๆ ชาวมอร์แกนกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานจึงบันทึกภาพไว้ เห็นแล้วไม่แปลกใจเลยที่เขาเหล่านี้ว่ายน้ำดำน้ำเก่งทุกคนเพราะอยู่กับทะเลมาตั้งแต่เด็กแบบนี้นี่เอง

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ขึ้นเรือเดินทางกันต่อ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

หลังจากนั้นก็ได้เวลาที่เราเดินทางกันต่อ ซึ่งช่วงบ่ายนี้เรือแล่นออกมาได้ไม่ถึง 5 นาทีก็แวะให้เราดำน้ำกันตรงอ่าวที่ชื่ออ่าวช่องขาดหน้าอุทยานนั่นเอง ซึ่งผมก็ไม่พลาดที่จะลงไปชมความสวยงามเช่นเดิม หลังจากนั้นจึงเดินทางต่อไปอีกหน่อยเพื่อชมจุดดำน้ำที่สุดที่สุด นั่นก็คืออ่าวแม่ยาย ซึ่งอ่าวแห่งนี้มีดอกไม้น้ำและนีโมตัวโต ๆ ให้เห็นมากกว่าสองจุดแรก และมีปะการังสวย ๆ ที่ยังสมบูรณ์มากมาย นอกจากนี้ยังมีฝูงปลาน้อยใหญ่มากมายสวยงามสมกับที่นั่งเรือมาเป็นชั่วโมง ๆ

ผมยังคงไม่สามารถถ่ายภาพใต้น้ำได้เหมือนเดิมจึงนำภาพของน้ำสวย ๆ จากมุมมองบนเรือมาฝากแทน

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

หลังจากผ่านการดำน้ำดูปะการัง 3 จุดแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกลับซึ่งทุกคนแทบจะสลบไสลเพราะเพลียจากแดดและการดำน้ำ แต่ทุกคนก็ต้องตื่นก่อนจะถึงฝั่งเพราะเรือแล่นผ่านกลุ่มฝนทำให้เปียกกันคนละเล็กละน้อยพอชื่นใจ ตอนที่เรือแล่นผ่านกลุ่มฝนก็น่ากลัวเหมือนกันเพราะมันดำทะมึนไปหมด พอเรือผ่านฝนมาได้ก็ค่อยโล่งใจ หันกลับไปดูอีกที่เห็นเรือประมงกำลังมุ่งเข้าสู่กลุ่มฝนจึงบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

เรามาถึงท่าเรือกันราว 5 โมงครึ่งซึ่งบรรยากาศกำลังสวยพอดีผมจึงบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

พวกเรามาถึงฝั่งกันโดยปลอดภัย .. หลังจากนำหน้ากากดำน้ำและ fin ที่ทางทัวร์ให้บริการฟรีไปคืนแล้ว ผมก็พาเพื่อน ๆ ไปแวะทานอาหารเย็นที่ร้านบินหลาหาดท้ายเหมือง ซึ่งเป็นร้านประจำที่อาหารรสชาติถูกปากและราคาถูกมากเมื่อเทียบกับที่ภูเก็ต นับเป็นการปิดทริปดูปะการังน้ำตื้นแบบ one day trip ที่สนุกและประทับใจมากอีกทริปหนึ่ง จึงขอลาเพื่อน ๆ ด้วยภาพแสงสุดท้ายของหาดท้ายเหมืองที่อาจจะเบลอ ๆ หน่อยเพราะไม่ได้เอาขาตั้งกล้องไปด้วย หุหุ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจเดินทางไปทัวร์สนุก ๆ แบบนี้ก็ติดต่อได้ที่คุณโอ๋ yoursvacation โทร 089 726 17 88 ครับผม



ทริปแคนู ตะลุยฝน

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดไปเที่ยวแบบ one day trip โดยคราวนี้เลือกไปพายแคนูที่อ่าวพังงา เพราะเห็นนักท่องเที่ยวมาภูเก็ตโดยเฉพาะฝรั่งชอบทัวร์แคนูที่อ่าวพังงามาก  ถึงขนาดเป็น things to do อันดับต้น ๆ ใน tripadvisor.com เลยทีเดียว   อีกอย่างทัวร์แคนูจะไปพายที่เกาะห้องซึ่งเป็นเกาะที่ผมอยากไปมานานแล้ว จึงตัดสินใจตีตั๋วแบบกระทันหันและแอบลุ้นนิด ๆ ว่าฝนจะตกหรือเปล่าเพราะช่วงนี้ภูเก็ตฝนตกเกือบทุกวัน

เช้าวันอาทิตย์ผมออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อเดินทางไปยังท่าเรืออ่าวปอซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผมพอสมควร  ความจริงแล้วถ้าผมพักที่โรงแรม ผมสามารถให้บริษัททัวร์มารับที่โรงแรมหรือนัดบริเวณที่รถผ่านก็ได้แต่ผมมีธุระต่อตอนเย็นจึงตัดสินใจขับรถไปแทน … จากอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร  ไปทางป่าคลอกราว 10 กม. ก็จะถึงทางแยกเข้าท่าเรืออ่าวปอ  ขับรถไปบนเส้นทางนี้อีกราว 4 กม.ก็ถึงท่าเรือ  ที่วันนี้ดูแข็งแรงมั่นคงกว่าเมื่อก่อนมาก  สามารถให้รถขนาดใหญ่วิ่งสวนกันได้เพื่อความสะดวกในการรับ-ส่งผู้โดยสาร

เมื่อมาถึงท่าเรือผมออกจะผิดหวังเล็กน้อยเพราะฟ้าหมอง เมฆเต็มไปหมดทุกทิศทุกทาง  เรียกได้ว่าไม่มีโอกาสได้เห็นฟ้าใส ๆ แน่ในวันนี้  ผมจึงถ่ายภาพที่ท่าเรือไว้เพียงไม่กี่ภาพ  แล้วรีบเข้าไปติดต่อบริษัททัวร์แคนู  ซึ่งวันนี้ผมเลือกใช้บริการของ Panwa Canoe เพราะเพื่อนที่รู้จักกันบอกว่าทัวร์นี้ใครมาก็ชมทุกคน  จึงต้องพิสูจน์กันหน่อย หุหุ

อากาศหมองหม่นที่ท่าเรืออ่าวปอ

canoe-Phuket1

ผมนั่งรอกรุ๊ปทัวร์ซึ่งมีทั้งญี่ปุ่น, ฝรั่ง, แขก  ซึ่งรวม ๆ แล้วหลายคนผิดจากที่ผมคาดมากเพราะช่วงนี้เป็นช่วง low season แถมฝนทำท่าจะตกด้วย  ไม่นึกว่าจะมีแขกเยอะขนาดนี้  แสดงว่าของเขาคงดีจริง อิอิ   เมื่อนักท่องเที่ยวมาจนครบแล้วหัวหน้าไกด์จึงเชิญขึ้นรถเพื่อไปลงเรือที่ปลายท่า

นั่งรถสองแถวแบบภูเก็ตไปขึ้นเรือ

canoe-Phuket1

เรือที่นำเราไปยังอ่าวพังงาวันนี้เป็นเรือแบบสองชั้น  โดยชั้นล่างเป็นที่เก็บเรือแคนู, ห้องน้ำ และห้องครัว  รวมถึงที่พักของพนักงานพายเรือ  ส่วนชั้นบนเป็นที่พักของผู้โดยสาร  ซึ่งมีโต๊ะวางอยู่ตรงกลางเพื่อวางของว่างและอาหารมื้อเที่ยง

เรือลำที่โดยสารไป

canoe-Phuket1

เมื่อเรือออกไปได้สักพัก  หัวหน้าไกด์ก็อธิบายกำหนดการคร่าว ๆ ของทัวร์ในวันนี้  ซึ่งจะเริ่มจากการลงพายแคนูกันที่เกาะพนัก  ตามมาด้วยเกาะห้อง และลงไปเที่ยวเขาพิงกันรวมถึงชมเกาะตะปู   สุดท้ายจะปิดทริปด้วยการเล่นน้ำที่เกาะละวะใหญ่

หัวหน้าไกด์คนเก่ง กำลังอธิบายโปรแกรมทัวร์ประกอบแผนที่ผสมมุกตลกให้แขกได้ครื้นเครง

canoe-Phuket1

หลังจากฟังคำอธิบายเสร็จผมก็เดินไปถ่ายภาพที่หัวเรือซึ่งมีมุมให้นักท่องเที่ยวไปยืนทำท่า Jack & Rose แบบในเรื่อง tatanic แต่ก็สุดเสียดายที่วันนี้อากาศไม่ดีจริง ๆ ฟ้าจึงไม่สดใส แต่อย่างไรก็ตามรูปทรงของหมู่เกาะในอ่าวพังงาก็สวยงามจนอดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพอันงดงามไว้

ความงามของหมู่กาะในอ่าวพังงา

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

เรือค่อย ๆ แล่นผ่านทะเลสีเขียวเข้มของอ่าวพังงา  ผ่านเกาะเล็กเกาะน้อยจนมาถึงเกาะพนักซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้  ลักษณะจะเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยหน้าผาหินปูน  มีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์  มีชายหาดบ้างแต่ส่วนใหญ่เป็นชายหาดแคบ ๆ 

เกาะพนัก

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

ไม่นานนักเราก็มาถึงเกาะพนักตรงจุดที่จะปล่อยให้เรานั่งแคนูลอดถ้ำเข้าไปเพื่อชมความงามด้านใน   แต่ผมยังไม่ทันได้ลงจากเรือฝนก็เทลงมาชนิดไม่ลืมหูลืมตา  จนผมต้องช่างใจอยู่นานว่าจะเอากล้องลงไปด้วยหรือไม่ เพราะเสี่ยงมากที่กล้องจะเปียกฝน  แต่สุดท้ายก็ยอมเสี่ยงเอากล้องใส่ถุงพลาสติกดำติดตัวไปด้วย และลงเรือท่ามกลางฝนที่กระหน่ำแบบไม่ลืมหูลืมตา

สำหรับทัวร์แคนูนี้  จะมีพนักงานที่มีความชำนาญช่วยพายเรือให้ หน้าที่ของเราก็คือนั่งชมวิวถ่ายภาพกันได้ตามสบายไม่ต้องเหนื่อยแรง  แต่ถ้าใครอยากจะพายเองก็สามารถทำได้ครับ  โดยเรือแต่ละลำจะมีแขก 2-3 คน + คนพาย 1 คน   ซึ่งอากาศแบบนี้ถ้าไม่ห่วงกล้องผมว่าก็สนุกไปอีกแบบเพราะได้เล่นน้ำฝนแถมไม่ร้อนด้วย

นั่งแคนูท่ามกลางฝนที่กำลังกระหน่ำลงมา

canoe-Phuket1

เรานั่งแคนูจากเรือมุ่งไปยังปากทางเข้าซึ่งเป็นถ้ำทีความสูงของถ้ำขึ้นกับระดับน้ำว่าอยู่ในช่วงน้ำขึ้นหรือน้ำลง  ช่วงที่ผมไปน้ำกำลังขึ้นจึงต้องมีการนอนราบกับเรือเพื่อให้ผ่านถ้ำไปได้ซึ่งก็ได้ลุ้นสนุกไปอีกแบบ  แต่ถ้าใครมาช่วงน้ำลงอาจจะต้องจอดเรือไว้ด้านหน้าแล้วเดินเข้ามาเพราะน้ำจะแห้งจนเหลือแต่พื้นทราย

ถ้ำมีความยาวไม่มากนักและก็แคบด้วย  บางช่วงเรือแคนูที่เข้าออกจึงต้องรอสวนกันเหมือนมีไฟจราจรอยู่ด้านใน  และเมื่อผ่านถ้ำออกมา  ด้านในเป็นทะเลสาบเล็ก ๆ ที่มีลักษณะของป่าโกงกางดูร่มรื่นสวยงาม  แต่ผมแทบไม่มีโอกาสได้ถ่ายภาพเพราะฝนยังคงเทลงมาตลอดเวลา  ต้องคอยหามุมที่มีต้นไม้หรือโขดหินช่วยกันฝนให้เพื่อให้ได้ภาพมาเพียงไม่กี่ภาพ    และเนื่องจากด้านในน้ำไม่ลึกมากนัก หลาย ๆ คนจึงเดินลงจากเรือเพื่อเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน  ส่วนผมสละสิทธิ์ครับเพราะเป็นห่วงกล้อง อิอิ

บรรยากาศภายในของเกาะพนัก

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

เราใช้เวลาชมวิวกันราว 15-20 นาทีก็กลับไปยังเรือเพื่อมุ่งไปยังจุดหมายต่อไป … จากจุดนี้เรือแล่นอีกไม่นานนักก็ถึงเกาะห้องซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาหินและมีถ้ำให้พายเข้าไปชมความงามเหมือนกัน  แต่ผมชอบวิวของที่นี่มากกว่าที่เกาะพนักเพราะมีอ่าวตรงทางเข้าที่ดูสวยงามมาก ๆ และมีมุมให้ถ่ายภาพหลากหลายกว่าที่เกาะพนัก  ซึ่งผมได้ถ่ายภาพที่นี่มากกว่าเพราะฝนเริ่มจะซาลงทำให้เอากล้องออกมาถ่ายได้มากกว่าเดิม

ความงามของเกาะห้อง

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1
 
เราใช้เวลาชมความงามและเก็บภาพที่เกาะห้องกันราว 40 นาทีก็กลับขึ้นเรือ   โดยมีอาหารเที่ยงรอเราอยู่แล้ว  ซึ่งจัดแบบบุฟเฟต์ซึ่งรสชาติอาหาร, ปริมาณ และรูปลักษณ์ถือว่าดีทีเดียวครับ  ทานได้อิ่มอร่อย  จะลำบากหน่อยก็ตรงไม่มีโต๊ะทำให้ต้องมานั่งทานที่เก้าอี้ทำให้ไม่สะดวกเท่าที่ควร  

อาหารเที่ยงของพวกเรา

canoe-Phuket1

จากเกาะห้องเรือก็มุ่งหน้าต่อไปยังเขาพิงกัน/เกาะตะปู  ซึ่งเรือจะจอดห่างจากเกาะเล็กน้อยแล้วมีเรือมาขนถ่ายผู้โดยสารไปอีกที  …  ที่นี่จะมีร้านค้าขายของที่ระลึกและอาหารท้องถิ่นมากมาย  ใครอยากซื้ออะไรก็ต่อรองกันได้ตามอัทธยาศัย  ส่วนผมก็ใช้เวลาที่มีอยู่เดินไปหามุมถ่ายภาพเกาะตะปู และเขาพิงกัน  ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็สามารถเก็บภาพได้ทุกจุดเพราะพื้นที่ไม่มากนัก

บรรยากาศที่เขาพิงกัน/เกาะตะปู (Jamesbond Island)

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

หลังจากกลับขึ้นเรือแล้วเรือก็มุ่งหน้ากลับไปภูเก็ต  โดยเปลี่ยนแผนจากการแวะเล่นน้ำที่เกาะละวะมาเป็นเล่นน้ำที่เกาะพนักใกล้ ๆ กับจุดที่เราพายเรือแคนูจุดแรกแทนเพราะที่เกาะละวะน้ำแห้งมากจนไม่เหมาะที่จะไปเล่นน้ำ … สำหรับช่วงนี้ใครจะว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ, พายเรือแคนูเล่น หรือจะนอนเล่นบนเรือก็แล้วแต่สะดวก   สำหรับผมก็ไม่ไปไหนครับเก็บภาพจากบนเรือไปเรื่อย ๆ ครับ

บรรยากาศที่เกาะพนักช่วง free style ที่แต่ละคนเลือกกิจกรรมได้ตามอัทธยาศัย

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

canoe-Phuket1

หลังจากที่ทุกคนขึ้นเรือครบแล้ว เรือก็แล่นกลับไปยังเกาะภูเก็ต  โดยก่อนถึงภูเก็ตก็มีโชว์มายากลกับการแสดงของพนักงานที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี  ทำให้ผมเข้าใจเลยว่าทำไมนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงชอบเมืองไทยและหลงสเน่ห์นิสัยของคนไทย  ส่วนคำตอบคืออะไรผมไม่มีภาพให้ดูและก็ไม่เฉลยให้หมดสนุกด้วย  คุณคงต้องไปค้นหากันเองด้วยการไปร่วมทริปแคนูที่อ่าวพังงากันสักครั้งนะครับ :)

สำหรับราคาค่าทัวร์ รวมรถรับส่ง (จากโรงแรม), ค่าอาหารว่างตลอดการเดินทาง, อาหารเที่ยง, ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และค่าบริการทุกอย่าง ยกเว้นการช็อปปิ้งส่วนตัวบนเขาพิงกัน อยู่ที่คนละ 1,500 บาท ซึ่งนับว่าคุ้มค่าทีเดียวครับสำหรับความสนุกสนานตลอดวัน สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจก็ลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก Yoursvacation ซึ่งให้บริการทัวร์ภูเก็ตทุกรูปแบบ ติดต่อคุณโอ๋  โทร 086-4768976, 089-7261788ครับ   แล้วพบกันใหม่นะครับ :)



วันเดียวเที่ยวสี่เกาะ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ภูเก็ตอากาศดีมาก ๆ  ฟ้าใสแจ๋ว  แม้จะมีเมฆบ้างแต่ก็ดูแทบไม่ออกว่ากำลังอยู่ในช่วงฤดูฝน   คงเป็นเพราะโลกของเราเพี้ยนไปแล้วจริง ๆ หุหุ … ฟ้าใสขนาดนี้มีหรือคนบ้างกล้องอย่างผมจะอยู่เฉยได้  ต้องหาเรื่องเที่ยวซักหน่อย  อิอิ   

แต่อย่างว่าแหละครับคนกำลังอยูในวัยทำงานเก็บเงิน (จะพยายามบอกว่าตัวเองอยู่ในช่วงวัยรุ่นว่างั้นเหอะ 555)  จะไปไหนไกล ๆ ก็กลัวโดนเจ้านายปลดจึงต้องหาโปรแกรมทัวร์ใกล้ๆ ประเภท one day trip   ซึ่งเพื่อน ๆ ที่มาเที่ยวภูเก็ตอาจจะเลือกโปรแกรมนี้ได้เช่นเดียวกันนะครับ  เพราะทุกอย่างสะดวกสบายและได้เปลี่ยนบรรยากาศออกนอกเกาะภูเก็ตบ้าง … และโปแกรมที่ผมจะเล่าให้ฟังวันนี้ก็คือโปรแกรมทัวร์เกาะใกล้ ๆ ภูเก็ตนั่นเอง  โดยผมเลือกทัวร์เกาะไข่-เกาะยาวน้อย-เกาะพีพี(s) แอบเติม s ท้ายเกาะพีพีก็เพราะว่าพีพีเป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะโดยมีเกาะที่สำคัญได้แก่เกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเลนั่นเอง  สรุปแล้วทริปนี้ผมได้ไปเยือนถึง 4 เกาะเลยทีเดียว … หลาย ๆ คนอาจมีคำถามว่าแล้วมันจะสนุกเหรอ มีเวลาแค่วันเดียวไปตั้ง 4 แห่ง ? … อยากรู้คำตอบใช่ไหมครับ  คำตอบอยู่ด้านล่างนี้แล้วครับ เชิญติดตามได้เลย

นาฬิกาบอกเวลา 8.45 นาทีไม่ขาดไม่เกิน  รถตู้จากบริษัททัวร์ก็มารับผมตามเวลาที่นัดหมายไว้ที่ lobby ของสุโขสปารีสอร์ท  และใช้เวลาราว 20 นาทีเพื่อรับชาวต่างชาติอีกกลุ่มซึ่งพักอยู่บริเวณถนนถลางเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือแหลมตุ๊กแก  ที่ซึ่งเรือได้จอดเทียบท่ารออยู่แล้ว … ครั้งแรกที่เห็นเรือผมถึงกับร้อง เฮ้ย .. ลำนี้เหรอ  เพราะไม่เคยเห็นเรือลักษณะนี้มาก่อน  เป็นเรือที่มีรูปร่างเป็นแคปซูลยาว ๆ คล้ายเรือดำน้ำแต่หัวเรือแหลม  ถ้าเป็นเครื่องบินก็เหมือนคองคอร์ดเลย หุหุ    ยังแอบคิดในใจเลยว่าซื้อทัวร์ผิดเผลอไปซื้อทริปเรือดำน้ำป่าวฟะ อิอิ

บรรยากาศบริเวณท่าเรือ

khai-phiphi-t1

เรือลำนี้บรรจุผู้โดยสารได้ราว 120 คน  แต่วันนี้นักท่องเที่ยวบางตามีคนร่วมทริปแค่ 24 คนเท่านั้น  ซึ่งผมก็แอบดีใจลึก ๆ เพราะไม่ต้องแย่งกันกินแย่งกันชมนั่นเอง …  หลังจากเรือออกทะเลได้สักพัก  ไกด์ก็เริ่มอธิบายภาพรวมของทริปและให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์รวมถึงแจกอุปกรณ์ snorkel เพื่อใช้ในการดูปะการังน้ำตื้นที่จุดดำน้ำต่าง ๆ ที่เราจะแวะในวันนี้

บรรยากาศในเรือครับ

khai-phiphi-t2

จุดหมายแรกของทริปนี้คือเกาะไข่ (เกาะไข่นอก)  ซึ่งอยู่ห่างจากภูเก็ตไม่มากนัก  และจะใช้เวลาเดินทางราว 20 นาทีจากท่าเรือ  ซึ่งนับว่าเป็นความเร็วที่ใกล้เคียงกับการเดินทางด้วย speed boat  แต่สะดวกสบายกว่า  เพราะนอกจากเรือลำนี้จะมีห้องน้ำ  ของว่างและเครื่องดื่มบริการบนเรือแล้ว  เรือยังวิ่งนิ่มไม่กระแทกกระเทือนเหมือนการนั่ง speed boat ทั่วไป  ซึ่งนับเป็นทางเลือกที่ดีกับผู้ที่กลัว speed boat และกลัวการเมาเรือ

ยืนชมวิวสวย ๆ ที่หัวเรือ

khai-phiphi-t3

เรือค่อย ๆ แล่นผ่านแหลมด้านทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ตที่เรียกว่าเกาะสิเหร่ ออกสู่ทะเลใหญ่  ผมจึงลุกจากที่นั่งมาเก็บภาพตรงหัวเรือเพราะฟ้ากำลังสวยมากทีเดียว … เรือแล่นผ่านเกลียวคลื่นได้ไม่นานก็ถึง “เกาะไข่”   โดยมีเรือหางยาวมารับนักท่องเที่ยวจากเรือลำนี้ไปยังฝั่งเนื่องจากวันนี้คลื่นลมค่อนข้างแรงทำให้ไม่สะดวกในการนำเรือไปจอดที่ชายหาด

วิวสวย ๆ ของเกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

ไกด์แจ้งว่าเรามีเวลา 1 ชั่วโมงบนเกาะไข่   ซึ่งนับว่าเพียงพอสำหรับการเดินถ่ายภาพรอบเกาะที่มีขนาดพอ ๆ กับสนามฟุตบอล  หรือจะเล่นน้ำให้อาหารปลาก็สนุกไปอีกแบบ  แต่ถ้าจะเล่นน้ำด้วย ถ่ายภาพแบบจริงจังด้วยก็คงต้องรีบหน่อยเพราะจุดสวย ๆ ในการถ่ายภาพนั้นมีเยอะเหลือเกิน

ฟ้าสวย น้ำใส

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

โชคดีมากที่ทัวร์บริษัทนี้แวะเกาะไข่ในช่วงเช้า  เพราะทิศทางของแสงเหมาะกับการถ่ายภาพที่เกาะไข่มาก  ทั้งนี้ผมเดินถ่ายภาพไปตามหาดเล็ก ๆ ที่อยู่ติด ๆ กันของเกาะไข่ซึ่งน้ำใสปิ๊ง  มีฝูงปลาตัวน้อย ๆ ว่ายกรูมาหาผมขณะที่เดินลงไปถ่ายภาพในน้ำเพราะมันคงคิดว่ากำลังจะได้ลิ้มรสอาหารเช้านั่นเอง

ฝูงปลาที่เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

 ลักษณะเด่นของเกาะไข่คือน้ำใสมองเห็นเป็นสีฟ้า  ทรายขาวละเอียดเหมาะกับการเล่นน้ำ  แต่ในจุดที่ลึกลงไปจะมีแนวปะการังที่ยังสวยงามพอสมควร ซึ่งน้ำในจุดเหล่านี้เป็นสีครามเข้มตัดกับสีฟ้าใสสวยงามมาก ๆ   นอกจากนี้ยังสามารถเดินขึ้นเนินเขาหลังร้านอาหารเพื่อไปเก็บภาพมุมสูงของเกาะได้อีกด้วย

ภาพมุมสูงของเกาะ

เกาะไข่

เกาะไข่

เวลา 1 ชั่วโมงผ่านไปยังรวดเร็ว   ไกด์เรียกลูกทัวร์กลับขึ้นเรือพร้อมกับแนะนำว่ากำลังเดินทางไปยังเกาะยาวใหญ่เพื่อทานอาหารเที่ยง  ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาทีเราก็ถึงเกาะยาวใหญ่   ซึ่งจุดนี้เป็นชุมชนเล็ก ๆ ของชาวบ้านที่มีอาชีพทำประมงในเขตนี้

บรรยากาศของเกาะยาว

 เกาะไข่

เกาะไข่

อาหารเที่ยงมื้อนี้เราทานกันอย่างง่าย ๆ ที่ร้านอาหารบนเกาะยาวใหญ่  ซึ่งดูแลโดยชาวบ้านบนเกาะ  ซึ่งจุดนี้มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำบริการด้วยสำหรับผู้ที่อยากล้างตัวหลังเล่นน้ำที่เกาะไข่ โดยอาหารวันนี้เสิร์ฟแบบเป็น set menu แบบที่คนไทยคุ้นเคย  พูดง่าย ๆ ก็คือโต๊ะละชุดนั่นเองเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากนัก  แต่ถ้าจำนวนมากกว่านี้ทางร้านก็จะจัดอาหารแบบบุฟเฟ่ต์แทน

หลังจากอิ่มหนำกับอาหารเที่ยงแล้วก็มีบริการแสดงเต้นรำของเด็ก ๆ บนเกาะเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี  ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกับนักท่องเที่ยว  ซึ่งแต่ละคนก็ได้ค่าขนมไปแบ่งกันกันคนละนิดละหน่อย  นับเป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยกระจายรายได้ให้กับชุมชนแห่งนี้  แต่ผมก็ไม่ได้ถามว่าถ้าเป็นวันที่โรงเรียนเปิดไม่ใช่วันอาทิตย์เหมือนวันนี้จะมีการแสดงแบบนี้หรือไม่  ถ้าเพื่อน ๆ ไปแล้วไม่เจอจะว่าผมไม่ได้นะ หุหุ

เกาะไข่

เราพักผ่อนกันที่เกาะยาวใหญ่แห่งนี้เป็นเวลา 1 ชั่วโมงก็ลงเรือเพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะพีพี    โดยช่วงนี้เรือแล่นออกสู่ทะเลนอกซึ่งวันนี้มีคลื่นลมพอสมควร สังเกตได้จากจะเห็นฟองคลื่นสีขาวอยู่ไกล ๆ เป็นระยะ ๆ   ทั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเรือก็มาลอยลำอยู่บริเวณทางเข้าอ่าวมาหยาของเกาะพีพีเล  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพกัน  โดยไกด์แจ้งว่าวันนี้ลมแรงไม่สามารถนำเรือเข้าไปใกล้กว่านี้ได้เราจึงมีเวลาเก็บภาพสวย ๆ ของอ่าวมาหยาจากมุมไกลเพียง 5 นาทีเท่านั้น  แต่ก็นับว่าคุ้มค่าที่ได้เห็นภาพของหาดทรายขาวสะอาด  และแนวหน้าผาอันสูงชันที่โอบล้อมทะเลสีครามเข้มตัดกับสีฟ้าใสบริเวณริมหาด  

ความงดงามของอ่าวมาหยา

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

จากนั้นเรือค่อย ๆ อ้อมไปทางหลังเกาะผ่านแนวหน้าผาที่เป็นภูเขาหินปูนของเกาะพีพีเล   ผ่านอ่าวโละซามะ และอ่าวปิเละ  ซึ่งความจริงแล้วทั้งสองอ่าวสวยและเหมาะกับการถ่ายภาพมากทีเดียวแต่ทัวร์ส่วนใหญ่จะไม่ได้จอดให้ถ่ายภาพเนื่องจากมีเวลาไม่พอและบางจุดน้ำอาจจะตื้นจนเรือเข้าไม่ได้   ผมแนะนำว่าถ้ามีเวลามากควรพักที่เกาะพีพีดอนสักหนึ่งคืนแล้วเช่าเรือหางยาวหรือ speed boat มาจะดีกว่าเพราะทิศของแสงในช่วงเช้าจะเหมาะกับการถ่ายภาพบริเวณนี้มากกว่าช่วงบ่าย ๆ

หลังจากแล่นมาได้สักระยะ  เรือแวะจอดให้ถ่ายภาพที่หน้าถ้ำไวกิ้งซึ่งวันนี้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเนื่องจากแสงแฟลชจากการถ่ายภาพของนักท่องเที่ยวรบกวนการทำรังของนกนางแอ่นซึ่งเป็นแหล่งรายได้ของเจ้าของสัมปทานรักนกที่นี่นั่นเอง

วิวทางด้านทิศตะวันออกของเกาะและบรรยากาศหน้าถ้ำไวกิ้ง

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

จากจุดนี้เรือมุ่งหน้าต่อไปยังเกาะพีพีดอนซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่อึดใจและอาศัยหน้าผาหินปูนหน้าเกาะพีพีดอนเป็นกำบังลมเพื่อจอดเรือให้นักท่องเที่ยวได้ลงไป snorkeling กัน  …. เนื่องจากไม่มีมุมให้ถ่ายภาพมากนัก ผมจึงตัดสินใจลง snorkeling ท่ามกลางแสงแดดช่วงบ่ายสองโมง  ทั้ง ๆ ที่กลัวดำ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลงไปชมแนวปะการังของเกาะพีพี หลังจากที่ไม่ได้มาเที่ยวเกาะพีพีหลายปีแล้ว

แนวปะการังหน้าเกาะพีพีจุดนี้ยังพอมีปะการังที่สมบูรณ์อยู่พอควรโดยเฉพาะที่ระดับน้ำลึก ๆ  แต่บริเวณน้ำตื้นแนวปะการังค่อนข้างจะถูกทำลายไปเยอะ คงเป็นเพราะพิษจากการท่องเที่ยวนั่นเอง

เรือจอดให้พวกเราได้สนุกสนานกันที่นี่ 1 ชั่วโมง  หลังจากนั้นจึงนำเราเข้าสู่ฝั่งของเกาะพีพีดอน เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวบนเกาะ  โดยไกด์แจ้งว่าพวกเรามีเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อเปิดหูเปิดตา

ดูกันชัด ๆ ครับ เรือที่พาเรามายังเกาะพีพี กำลังจอดเทียบท่าที่อ่าวต้นไทร เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เรือหางยาวรอรับนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งดำน้ำและชมวิว

เกาะพีพีดอน

เรือสวยลอยลำหน้าอ่าวต้นไทร

เกาะพีพีดอน

ผมเดินลัดเลาะจากท่าเรือที่อ่าวต้นไทรซึ่งวันนี้ดูแข็งแรงมั่นคงกว่าเมื่อหลายปีที่แล้วมาก  ผ่านร้านค้าชั่วคราวซึ่งยึดครองที่ว่างระหว่างอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม   โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงหาดทรายขาวฝั่งที่เป็นอ่าวโละดาลัมซึ่งมีนักท่องเที่ยวอยู่พอสมควร  แต่ก็ไม่ถึงกับหนาแน่นเนื่องจากช่วงนี้ไม่ใช่ช่วง high season นั่นเอง

ทิวทัศน์ฝั่งอ่าวโละดาลัม

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

ผมเดินเก็บภาพของอ่าวฝั่งนี้อยู่สักพักก็เดินกลับไปยังอ่าวต้นไทร  เพื่อหาอะไรทานเล่นและถือโอกาสเดินชมตลาดของเกาะพีพีด้วย … บนเกาะพีพีมีสิ่งอำนวนความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ธนาคาร ร้านอาหาร ฯลฯ  ซึ่งแม้ว่าจะทำให้บรรยากาศของเกาะแห่งนี้ขาดความสงบและดูพลุกพล่านต่างกับสมัยก่อน  แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับเมื่อเราต้องเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อนำรายได้มาสู่ท้องถิ่น  หวังก็เพียงแต่ว่าชุมชนและผู้ที่มาตักตวงผลประโยชน์จากมรกตแห่งอันดามันชิ้นนี้ช่วยกันรักษาให้เกาะพีพียังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันงดงามตลอดไป … อูย เขียนซะเหมือนจะจบงั้นแหละ  ยังครับ ยังไม่จบ ทัวร์ของเรายังไม่ถึงฝั่งเลย อิอิ

ได้เวลานัดผมจึงเดินกลับไปที่เรือเพื่อเดินทางกลับภูเก็ต  ซึ่งขากลับไกด์แจ้งกับเราว่าจะใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง   และขากลับนี่เองเรือต้องฝ่าคลื่นลมที่ค่อนข้างแรง  ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้านั่ง speed boat จะรู้สึกแย่แค่ไหนเพราะเรือคงต้องกระแทกคลื่นไปตลอดทาง   แต่ด้วยเรือลำนี้ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษทำให้ลดแรงกระแทกไปได้เยอะทีเดียว  แม้จะมีบางจังหวะหวาดเสียวบ้างเมื่อเจอคลื่นลูกใหญ่แต่ก็ไม่โหดร้ายเหมือนนั่ง speed boat ดังนั้นถ้าใครเมาเรือมาก ๆ และกลัว speed boat ก็ลองพิจารณาทัวร์ของบริษัทนี้ดูนะครับน่าจะช่วยได้เยอะเลย หุหุ

เรือมาถึงท่าเรือช้ากว่ากำหนดราว 10 นาที  คงเป็นเพราะคลื่นลมค่อนข้างแรงนั่นเอง  ไกด์คนเก่งของเรากล่าวอำลานักท่องเที่ยวที่ตอนนี้ดูอ่อนเพลียจากการเดินทาง  แต่แววตาของทุกคู่บ่งบอกว่าเพิ่งจากผ่านช่วงเวลาอันมีความสุขทั้งนี้รวมถึงตัวผมด้วยเช่นกัน

รถของบริษัททัวร์มารอรับเราอยู่แล้ว  และนำเรามาส่งยังสุโขสปารีสอร์ทอย่างปลอดภัย  นับเป็นการปิดทริปวันหยุดที่สนุกมากอีกทริปหนึ่งของผมเลยทีเดียว

ข้อมูลการเดินทาง

เนื่องจากทริปนี้เป็น one day trip  ที่รวมค่าบริการทุกอย่างที่ผมเล่าให้ฟังแล้วในราคาเพียง 1,200 บาท  ดังนั้นอย่างเดียวที่ต้องทำคือติดต่อทัวร์ครับ ที่เหลือเขาจัดการให้หมดเลย อิอิ (แบบว่าไม่ต้องใช้ต้องใช้สมอง หุหุ)   ซึ่งผมว่าเป็นทัวร์ที่ลงตัวมากทัวร์หนึ่งครับ  เพราะนอกจากความสะดวกสบายแล้ว  ช่วงเวลานั้นค่อนข้างเหมาะสมและการเดินทางในแต่ละจุดไม่ใช้เวลามากเกินไป  ทำให้มีเวลาท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ  

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจทัวร์ภูเก็ตนี้ลองติดต่อได้ที่  Yours Vacation ที่เบอร์ 0897261788, 0864768976  ได้เลยครับ



WordPress Themes