บทความในหมวด : ทัวร์ภูเก็ต

ลองเส้นทางใหม่ ภูเก็ต-เกาะยาว-เกาะห้อง

แม้ว่าจะอยู่ภูเก็ต  แต่นาน ๆ ทีผมจึงมีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาะยาว และเกาะห้อง (จังหวัดกระบี่)  เนื่องจากบริษัททัวร์ที่นี่เน้นไปที่เกาะพีพี, เกาะราชา, เกาะไข่ ซะเป็นส่วนใหญ่  ดังนั้นเมื่อน้องที่บริษัททัวร์โทรมาชวนไปทดลองเส้นทางเปิดใหม่  เกาะยาว-เกาะห้อง ผมก็ไม่รีรอที่จะตกลงแม้ว่าจะรู้ล่วงหน้าแค่เพียงวันเดียว   ผมขออนุญาตวงเล็บ (จังหวัดกระบี่) ไว้หลังเกาะห้องก็เพราะ  มีเกาะห้องที่อ่าวพังงาด้วย  กลัวว่าจะสร้างความสับสนให้กับเพื่อน ๆ

ทริปนี้ของผมก็คล้าย ๆ กับทัวร์อื่น ๆ ที่เดินทางไปอ่าวพังงา  คือเริ่มต้นที่ท่าเรืออ่าวปอ โดยเรือออกประมาณ 9 โมงเช้า  เป็นเรือสองชั้นด่านล่างเป็นห้องครัวและเก็บเรือ kayak ส่วนด้านบนเป็นที่นั่งสำหรับลูกค้า  เหมือนกับเรือที่ใช้ในทริปแคนูอ่าวพังงาทั่ว ๆ ไป … เรือค่อย ๆ แล่นออกจากท่าช้า ๆ มุ่งสู่เกาะยาว  ระหว่างนั้นไกด์ก็บรรยายโปรแกรมประจำวันนี้ให้ฟัง  รวมถึงให้ข้อแนะนำในการท่องเที่ยว  เมื่อบรรยายจบก็ให้ลูกทัวร์ได้นั่งกินลมชมวิว  โดยมีของว่างเตรียมไว้ให้ได้ทานกันตลอดโปรแกรม … เรือใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงก็ถึงท่าเรือเกาะยาวใหญ่  ซึ่งมีรถสามล้อดัดแปลง  มารอรับพวกเราอยู่แล้ว  โดยมีชาวบ้านเป็นผู้ขับเพื่อนำชมธรรมชาติบนเกาะยาวใหญ่และวิถีชีวิตชาวบ้าน  เริ่มตั้นด้วยการวิ่งผ่านหมู่บ้านบนเกาะ  ชมการสาธิตนำใบไม้ในท้องถิ่นมาสานเป็นภาชนะ  ตามด้วยโปรแกรมที่เรียกเสียงปรบมือให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ  ก็คือดูลิงขึ้นมะพร้าว  ซึ่งก็ต้องลุ้นพอสมควรว่ามันจะยอมทำหน้าที่หรือเปล่าเพราะวันนี้้มะพร้าวแก่เกือบจะหมดต้นแล้ว และเจ้าลิงก็ไม่ยอมเก็บลูกที่ยังไม่แก่ซะด้วย  แต่สุดท้ายก็หาเป้าหมายเจอจนได้ไ่ม่งั้นคงไม่ได้ลงจากต้นแน่ หุหุ … จากนั้นก็มีการสาธิตการกรีดยางซึ่งเป็นอาชีพที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนบนเกาะ  งานนี้ฝรั่งตาน้ำข้าวขออาสาลองกรีดดูด้วย  ดูน่ารักไปอีกแบบ

ชมกิจกรรมพื้นบ้านสักพัก ก็นั่งรถสามล้อต่อไปยังปลายแหลมเพื่อกลับขึ้นเรือ  ซึ่งต้องผ่านธรรมชาติที่ยังคงบริสุทธิ์อยู่มาก  แม้บริเวณปลายแหลมจะยังไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ภูมิประเทศบริเวณนั้นก็ทำให้ผมประทับใจจนถ่ายภาพไปเยอะทีเดียว … จากจุดนี้เราึขึ้นเรือหางยาว  โบกมือลาคนขับรถของเราเพื่อกลับขึ้นเรือและมุ่งหน้าไปยังเกาะห้อง  เรามาถึงเกาะห้องเกือบเีที่ยง  ซึ่งเป็นช่วงที่แดดกำลังสวยพอดี  ทั้งนี้เืรือจะจอดลอยลำอยู่ด้านนอกแล้วให้เราพายเรือ kayak เข้าไปสู่ฝั่ง   เกาะห้องเป็นอีกเกาะที่ผมชอบมากเพราะน้ำใส สีเขียวมรกตสวยงามมาก  และมีเวิ้งอ่าวที่มีฟอร์มสวยเหมาะกับการถ่ายภาพ  ผมใช้เวลาถ่ายภาพอยู่พักใหญ่  ทางทัวร์ก็ชวนพาย kayak ไปที่ lagoon กลางเกาะ  ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่ได้ชมหน้าผาและพันธุ์ไม้ท้องถิ่นประเภทกล้วยไม้ รวมถึงนกท้องถิ่นได้อย่างใกล้ชิดได้บรรยากาศไปอีกแบบ  และเมื่อเข้าสู่เวิ้งอ่าวที่เป็น lagoon ก็ได้ชมอีกบรรยากาศที่แตกต่างออกไป  เพราะด้านในจะเป็นน้ำตื้น  มีต้นโกงกางอยู่โดยรอบ  ถ้าวันไหนน้ำใสจะสามารถมองเห็นปลาดาวอยู่ด้านล่างด้วย  ผมใช้เวลาถ่ายภาพอยู่พักใหญ่ก็พายเรือออกมาขึ้นเรือที่ลอยลำรอรับเราอยู่แล้ว … หลังจากที่ออกแรงกันมาพอสมควรก็ได้เวลาทานอาหารเที่ยงพอดี  บรรยากาศดี ๆ บวกกับความเหนื่อยยิ่งทำให้อาหารอร่อยขึ้นอีกเป็นกอง  และทางทัวร์ก็เอาใจเต็มที่โดยนำไปลอยลำอยู่ที่เกาะใกล้ ๆ ที่ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน  ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ทานข้าวท่ามกลางบรรยากาศหาดส่วนตัว หุหุ

หลังจากอิ่มแล้ว  บางคนก็พักผ่อนบนเรือ อ่านหนังสือ บางส่วนลงไปเล่นน้ำตามอัธยาศัย  ส่วนผมก็ว่ายน้ำเล่นขึ้นไปชมบรรยากาศบนฝั่งของเกาะซึ่งทำสัมปทานรังนก ซึ่งพบได้ทั่วไปในเขตจังหวัดกระบี่   ทัวร์ปล่อยให้เราได้พักผ่อนกันพักใหญ่ก็ค่อย ๆ แล่นผ่านหมู่เกาะน้อยใหญ่ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของกระบี่  และยังแวะให้เราได้พาย kayak เล่นอีกรอบ  เื่ื่พื่อเข้าไปชมเกาะแก่งบริเวณนั้น  โดยไกด์แจ้งว่าโปรแกรมส่วนนี้ไม่ได้ fix ตายตัว  แต่จะดูว่าเกาะไหนมีคนน้อย  ก็จะแวะให้ลูกทัวร์ได้แวะเพื่อให้ไม่ต้องไปแย่งพื้นที่กลับกลุ่มอื่น ๆ เจ๋ง จริง ๆ

ประมาณ 3 โมงเศษเรือก็มุ่งหน้ากลับภูเก็ต  ผ่านเส้นทางเดิม  โดยช่วงนี้ลูกทัวร์แต่ละคนก็ได้พักผ่อนก็ตามสบาย แต่ส่วนใหญ่ก็จะงีบหลับด้วยความเพลียจากกิจกรรมตลอดวัน  เพราะลมเย็น ๆ บนชั้นสองของเรือนี่มันช่างทำให้หลับสบายดีจริง ๆ … ผมมารู้สึกตัวอีกทีก็เกือบจะถึงท่าเรือแล้ว ซึ่งนาฬิกาบอกเวลา 5 โมงเศษ ๆ  นับเป็น one day trip ที่เยี่ยมยอดอีก trip หนึ่ง  เพื่อน ๆ ที่มาภูเก็ตและไม่อยากจำเจกับโปรแกรมเดิม ๆ ผมขอแนะนำโปรแกรมนี้ครับ  เพราะมีความหลากหลาย ได้ชมวิถีชาวบ้านและชมธรรมชาติหลากหลายแบบ ทั้งน้ำทะเลใส ๆ, หน้าผา, snorkeling และทะเลแบบป่าโกงกันอันทรงเสน่ห์  … สนใจก็ลองติดต่อได้ที่ Phuket Tour Holiday นะครับ 089 726 17 88, 087 263 44 88, 076-212 488

อ่านมาเยอะแล้ว มาชมภาพสวย ๆ ของทริปนี้กันดีกว่า ..



“เกาะตาชัย” …ในวันที่ฟ้าเป็นใจ

เดือนพฤศจิกายนมาถึงทีไร ก็ทำให้หาเรื่องเที่ยวทุกที เพราะช่วงเวลานี้ทางภาคเหนือของเราก็อากาศเย็นกำลังดี ดอกไม้ออกดอกสวยงาม  ส่วนภาคใต้ก็ฟ้าใสทะเลสวย เหมาะกับการโดดงานเอ้ย! ลางานไปเที่ยวยิ่งนัก หุหุ … แต่มาปีนี้ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาต่อเนื่องมาจนถึงต้นเดือนพฤศจิกากลับมีแต่ข่าวพายุ น้ำท่วมไม่เว้นแต่ละวันทั่วทุกภาครวมถึงภูเก็ตและพังงาใกล้บ้านผมด้วย ทำเอาต่อมเที่ยวผมหดเหี่ยวไปเยอะทีเดียว… แต่แล้วผมก็ได้รับโทรศัพท์เสียงสวรรค์จากน้องโอ๋แห่ง Phuket Tour Holiday บริษัททัวร์นำเที่ยวภูเก็ตเจ้าประจำของผมว่าต้นเดือน พ.ย. นี้จะจัดทริปไป “เกาะตาชัย”  หนึ่งในเกาะภายใต้การดูและของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันที่มีเพียงน้อยคนที่เคยไปสัมผัส  เพราะเกาะนี้ห่างจากเกาะอื่น ๆ ที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยมากโขอยู่  งานนี้ลืมเรื่องข่าวพายุไปชั่วคราวรีบโอนเงินจองทัวร์ไว้ก่อน กลัวว่าที่นั่งจะเต็มเพราะทัวร์รอบนี้มีกลุ่มเพื่อนช่างภาพจากเวป Phuket Neo Photo  ไปร่วมแจมกันด้วยหลายคน ขืนช้ามีหวังไม่มีที่นั่ง อิอิ … แต่แล้วทริปรอคอยในวันที่ 7 พ.ย.  ก็ต้องมีอันถูกเลื่อนเนื่องจากมีข่าว Tsunami และพายุจะเข้าภูเก็ตและพังงาในวันดังกล่าว ทำให้ผู้จัดทัวร์เกรงจะไม่ปลอดภัยกับลูกทัวร์  จึงได้เลื่อนไปเป็นวันที่ 13 พ.ย.  ช้าไปหนึ่งอาทิตย์ที่ทำเอาผมนั่งนับนิ้วมือนิ้วเท้ารอว่าเมื่อไหร่จะถึงซะทีว้าาาา..  ในที่สุดก็ถึงวันนัดหมายและเป็นที่มาของ one day trip ที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟังนี่แหละ  ได้เวลาขึ้นเรือแล้วครับ ตามผมมาเลย …

ลูกทัวร์ทั้งหมดกว่า 30 ชีวิตนัดรวมตัวกันที่สโมสรทหารเรือ  ท่าเรือทับละมุจังหวัดพังงา  โดยมีคุณสตางค์เจ้าของบริษัททัวร์ Love Andaman ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ระหว่างที่ผมตรงเข้าหากาแฟที่ทางบริษัททัวร์เตรียมไว้ให้  คุณสตางค์ก็เิริ่มแนะนำโปรแกรมท่องเที่ยวในวันนี้ รวมถึงข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามต่าง ๆ  ที่สำคัญที่คุณสตางค์ย้ำหนักย้ำหนาก็คือการช่วยกันดูแลและรักษาธรรมชาติของทะเลไทยให้ยังคงอยู่เพื่อลูกหลานของเรา … ต้องขอปรบมือให้ดัง ๆ ครับที่ปลุกจิตสำนึกให้กับนักท่องเที่ยวก่อนที่จะเข้าไปชมความงามของธรรมชาติ

เรือค่อย ๆ แล่นออกจากท่าเรือทับละมุ  โดยทีมงานแจ้งว่าเราจะใช้เวลาเิดินทางกันราว 1 ชั่วโมง 10 นาที   เรื่อมุ่งหน้าสู่ทะเลอันดามันท่ามกลางฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆสีเทา  แม้จะไม่มีฝนแต่สำหรับช่างภาพแล้วนี่เป็นเสมือนศัตรูตัวร้ายในการถ่ายภาพทะเลทีเดียว … แต่เหมือนฟ้ามาโปรดราว 15 นาทีก่อนจะถึงเกาะตาชัย  ฟ้าด้านทิศตะวันออกก็ค่อยเผยโฉมให้เห็นสีครามเข้ม  แต่งแต้มด้วยเส้นสายของเมฆสีขาว  พวกเราจึงลงความเห็นด้วยมติเป็นเอกชัย..เอ้ยเอกฉันท์ว่าจะขึ้นเกาะเพื่อถ่ายภาพกันก่อน โดยโปรแกรม snorkeling จะตามมาภายหลังเพราะทุกคนทราบดีว่า  ฟ้าสวย ๆ แบบนี้อาจจะอยู่กับเราไม่นาน เพราะอีกด้านหนึ่งของเกาะมีเงาเมฆฝนทะมึนอยู่ไกล ๆ …

ทันที่ที่เรือเริ่มเข้าสู่อ่าวหน้าเกาะตาชัย  ลูกทัวร์ทุกคนที่ส่วนใหญ่เป็นชาวภูเก็ตซึ่งเห็นทะเลมาแต่เล็กแต่น้อย  แต่ก็ไม่มีใครเก็บอาการได้สักคน  เสียงชัตเตอร์เริ่มดังเป็นระยะ สลับกับเสียงอู้หู .. โอ้ว สุดยอด … ผมเองก็ไม่ได้หันไปดูว่าคนด้านหลังครางอะไรกัน  แต่ก็คิดว่าคงกำลังตื่นเต้นกับภาพทะเลตรงหน้ามากกว่าเสียงครางอย่างอื่น อิอิ

ผมลง dingy ลำน้อยเข้าสู่ฝั่ง  รีบเก็บภาพอันงดงามตรงหน้าชนิดไม่ยั้งมือ ถ้ากล้องเป็นปื่น เป้าตรงหน้าคงพรุนเลยทีเดียว เพราะแต่ละคนล้วนแต่เป็นช่างภาพทีเหมือนจะเก็บกดมานานทั้งน้าาน  เดินถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนานเพราะทั้งเกาะมีแค่กรุ๊ปของพวกเราเท่านั้น Oh! Gorge มันยอดเจง ๆ

ความสวยความใสของน้ำ  ความขาวของทราย ไม่บรรยายดีกว่าครับ  ดูภาพกันเลยว่าทำไมถึงทำให้เด็กเกาะที่เห็นทะเลมาทั้งชีวิตอย่างผมอดไม่ได้ที่จะพึมพำในใจว่า “โคตรสวยเลย”

ถ่ายภาพกันได้สักพัก  บางกลุ่มก็แยกตัวกันขึ้นเรือเล็กไป Snorkeling ส่วนผมเลือกที่จะถ่ายภาพ portriat สลับกับ landscape แถมด้วย VDO ให้สมกับที่ฟ้าเป็นใจให้  มาดู VDO กันบ้างครับว่าสวยขนาดไหน

 

ได้เวลาอาหารเที่ยง  ทีมงานก็ได้เตรียมอาหารเครื่องดื่มไว้รอพวกเราแบบไม่ต้องกลัวว่าจะต้องแย่งกันทาน  ตักกันได้เต็มที่  แต่แล้วระหว่างที่กำลัง enjoy eating ฝนก็กระหน่ำลงมาอยากหนัก  และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด  ทำเอาผมหมดหวังจะได้ถ่ายภาพสวย ๆ ของทะเลในช่วงบ่ายวันนี้แล้ว แต่ก็มิวายหยิบเอาครีมกันแดดมาทา นัยว่าต้องใช้ไสยศาสตร์เข้าช่วยหุหุ

คุณสตางค์เห็นแล้วคงกลัวพวกเราจะสติแตกมากกว่านี้ จึงชวนพวกเราเดินไปสำรวจป่าใกล้ ๆ ที่ทำการซึ่งเป็นที่อยู่ของปูไก่  ปูขนาดใหญ่ที่กลางคืนจะมีเสียงร้องเหมือนไก่ จนเป็นที่มาของชื่อมันนั่นเอง … เดินเข้าเขตป่าโปร่งไปไม่ถึง 20 ก้าว  พวกเราก็เจอกับปูไก่ หลบอยู่ตามโพรงของต้นไม้เยอะแยะไปหมด เรียกเสียงฮือฮาจากพวกเราได้เป็นอย่างดี  บางคนถ่ายภาพนิ่ง บางคนถ่ายภาพ VDO กันอย่างสนุกสนาน  … เส้นทางนี้จะเลาะไปตามแหล่งน้ำจืดของเกาะซึ่งเป็นที่ชื้นแฉะอันเป็นลักษณะภูมิประเทศที่ปูไก่ชอบอาศัยนั่นเอง

เราใช้เวลาเดินทาง 15 นาทีก็มาทะลุอีกด้านหนึ่งของชายหาดอันขาวสะอาด  และฟ้าก็เป็นใจอีกครั้งเมื่อเมฆสีเทาได้หายไปและกลายเป็นสายเมฆสีขาวสลับท้องฟ้าสีครามเข้ม  ทำให้พวกเราได้่ถ่ายภาพกันสนุกสนานอีกครั้งหนึ่ง  ทั้งวิว, ภาพเดี่ยว, ภาพหมู่, ภาพปู, ภาพหอย … เรียกได้ว่ากดกันไม่ยั้ง  สนุกขนาดไหนชมได้จากบรรยากาศในภาพต่อไปนี้เลยครับ

เราใช้เวลาอยู่บนเกาะกันอย่างสนุกสนานจนถึง 4 โมงเย็นจึงอำลาเกาะตาชัยทั้ง ๆ ที่หลาย ๆ คนยังไม่อยากกลับและอยากจะค้างซะทีนี่ด้วยซ้ำรวมถึงผมด้วย  …  จึงได้แต่หวังว่าอีกไม่นานจะได้มาเยือนอีก และหวังอีกด้วยว่าฟ้าจะเป็นใจให้ผมอีกครั้ง

ข้อมูลการเดินทาง

เกาะตาชัยอยู่ในเขตจังหวัดพังงา  เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน  แต่เกาะตาชัยจะอยู่เลยหมู่เกาะสิมิลันขึ้นไปทางทิศเหนือเกือบจะถึงหมู่เกาะสุรินทร์  ปกติแล้วเกาะตาชัยจะไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยี่ยมชม เว้นเสียแต่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาดำน้ำใกล้ๆ เกาะตาชัยอาจแวะขึ้นฝั่งเพื่อชมความงาม  แต่ในปีนี้บริษัท Love Andaman ได้เปิดเกาะตาชัยเป็นหนึ่งในโปรแกรมท่องเที่ยว  สามารถซื้อทัวร์ได้แบบ One Day Trip  หากท่านเดินทางมาจากภูเก็ต  ผมแนะนำให้ติดต่อคุณโอ๋ Phuket Tour Holiday ตามรายละเอียดด้านล่าง  เพื่อให้จัดโปรแกรมให้จะสะดวกที่สุด  ราคาค่าทัวร์ประมาณ 3,xxx ครับ  ขึ้นอยู่กับจำนวนคน  และรูปแบบการเดินทาง

ถ้าเดินทางจากภูเก็ต  จะใช้เวลาจากภูเก็ตถึงท่าเรือประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษ และจากท่าเรือถึงเกาะตาชัยในวันที่อากาศดีจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกับสิบนาที  แต่ถ้ามีคลื่นก็อาจจะใช้เวลามากกว่านี้ครับ … รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จาก Love Andaman หรือ Phuket Tour Holiday นะครับ

Love Andaman  ดูข้อมูลได้จาก website : http://www.loveandaman.com 

Phuket Tour Holiday : website http://www.phukettourholiday.com/  หรือจะโทรคุยกับคุณโอ๋ก็ได้ที่  089-726 17 88 หรือ 087-263 44 88



ครั้งหนึ่งในชีวิตกับ 1 วัน 1 คืนบน Yacht

จั่วหัวซะหรูไม่ใช่เพราะถูกหวยจนเหลือเงินไปนั่งเรือยอร์ชกะเขาหรอกนะครับ แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่โรงแรม Andra ซึ่งผมทำงานอยู่ได้มอบหมายให้ผมเป็นผู้ประสานงานกับบริษัท Helicam ซึ่งรับงานถ่ายภาพและวิดีโอทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ (บังคับวิทยุ) โดยทางโรงแรมได้ว่าจ้างให้ helicam ถ่ายภาพเรือยอร์ชทั้งสองลำของโรงแรมได้แก่ Andara และ Celebrity เพื่อนำไปทำ VDO presentation และผมก็รับหน้าที่ติดต่อประสานงานรวมถึงเป็นช่างถ่ายภาพด้วยอีกตำแหน่ง

ทั้งนี้ตาม concept เราต้องการเก็บภาพบรรยากาศของ Yacht Trip ทั้งวันตั้งแต่รุ่งเช้าจนถึงบรรยากาศโรแมนติกยามค่ำ ทางทีมงานจึงตกลงใจว่าเราจะนอนค้างคืนกันบนเรือเลย เนื่องจากท่าเรือ Yacht Heaven นั้นอยู่ไกลมาก หากต้องเดินทางไปตอนเช้าคงไม่สะดวกแน่ ๆ … ค่ำวันพฤหัสตัวผมและทีมงานจึงลงเรือและออกเดินทางจากท่า ไปลอยลำอยู่หน้าเกาะละวะใหญ่ เพื่อรอแสงแรกของวันรุ่งขึ้นท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดของทะเลอันดามัน

ผมใช้เวลาว่างก่อนนอนถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ ภายแรกเป็น Living area ภายในเรือยอร์ชครับ

ภาพนี้เป็นห้องนอนของผมคืนนี้ครับ หุหุ

แต่ละห้องนอนมีห้องน้ำในตัว สะดวกสบายด้วยน้ำร้อน-น้ำเย็นและสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนโรงแรม 5 ดาว

อย่างที่เห็นในภาพครับ ห้องพักในเรือยอร์ชจะสะดวกสบายไม่ต่างจากห้องพักของโรงแรมเลยแม้แต่น้อย เพราะมีห้องน้ำในตัว, น้ำอุ่น, LCD TV แถมเตียงก็ยังนุ่มและกว้างขวางสะดวกสบาย แต่ผมก็นอนไม่ค่อยจะหลับเพราะค่อนข้างจะแปลกที่ และกังวลว่าจะไม่ตื่นตามเวลาที่ได้นัดหมายกันไว้ตอนตี 5 ครึ่งของวันรุ่งขึ้น … ผมนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ จนกระทั่งเสียงมือถือที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ดังขึ้นตอนตี 5 ตรง … หลังจากจัดการกับภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยก็ออกไปพบกับทีมงานและแอบดีใจไม่น้อยเพราะอากาศวันนี้ค่อนข้างสดใส ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานมีเมฆมากแถมมีฝนตกช่วงกลางคืนด้วย นับว่าเป็นโชคดีของทีมงานจริง ๆ … บรรยากาศยามเช้ากลางทะเล มีลมพัดเอื่อย ๆ กับกาแฟร้อน ๆ และอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ที่น้อง ๆ staff ของเรือยอร์ชนำมาเสิร์ฟนี่มันช่างแสนวิเศษจริง ๆ ผมทานอาหารไปก็แอบจินตนาการว่าเป็นเจ้าของเรือไปด้วย อิอิ

มาชมบรรยากาศยามเช้าหน้าเกาะละวะใหญ่กันดีกว่า

ผมและทีมงานลงเรือเล็ก (dingy) เพื่อเก็บภาพเรือทั้งสองลอยลำท่ามกลางทะเลและแสงแดดยามเช้า

หลังจากรองท้องกันแล้ว ผมกับทีมงานของ Helicam ก็ลงเรือน้อย dingy เพื่อถ่ายภาพเรือทั้งสองลำที่กำลังลอยลำรอพระอาทิตย์ขึ้นมาทักทายเราในเช้าวันใหม่ … เราใช้เวลากันอยู่นานพอสมควรเพื่อเก็บภาพแสงสีทองของเช้าวันใหม่กับเรือทั้งสองลำก่อนที่จะกลับขึ้นเรือเพื่อมุ่งหน้าสู่อ่าวพังงา จุดหมายต่อไปของเรา

การถ่ายภาพจากเฮลิคอปเตอร์นั้นไม่ใช่ง่าย ๆ ทาง Helicam ใช้เจ้าหน้าที่สองคน คนหนึ่งบังคับวิทยุ อีกคนบังคับกล้อง ซึ่งต้องทำหน้าที่ประสานงานกันอย่างดีเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด ตลอดเวลาของการบังคับเห็นได้ชัดว่าคนบังคับนั้นสีหน้าเคร่งเตรียดมิใช่น้อย เพราะคงเป็นห่วงกลัวเจ้าเฮลิคอปเตอร์กับกล้องจะตกทะเลนั่นเอง โดยเราได้ให้เรือทั้งสองลำแล่นคู่ขนานกับไปในท้องทะเลด้วยความเร็วเกือบเต็มสปีด และให้เฮลิคอปเตอร์บินวนเพื่อเก็บบรรยากาศจากมุมสูง โดยแต่ละรอบของการบินจะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีเนื่องจากต้องนำลงมาเปลี่ยนแบตเตอร์รี่นั่นเอง

อุปกรณ์ของทีมงาน Helicam มีเยอะทีเดียวครับ

ดูกันใกล้ ๆ

ทีมงานกำลังทำงานอย่างเคร่งเครียด (คนหนึ่งบังคับเฮลิคอปเตอร์ คนหนึ่งบันทึกภาพ)

เจ้าเฮลิคอปเตอร์กำลังบินถ่ายภาพอยู่เหนือเรือที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง

ภาพนี้ทางทีมงานกำลังบังคับนำเครื่องลง

เรือแล่นไป ถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ ผ่านเกาะพนัก ซึ่งเป็นเกาะที่ทัวร์มักจะหยุดให้นักท่องเที่ยวพายเรือแคนูลอดถ้ำเข้าไปชมความงามด้านใน จากนั้นก็ไปยังเกาะห้อง ซึ่งเป็นอีกจุดที่ทัวร์แคนูทุกรายหยุดให้นักท่องเที่ยวได้นั่งแคนูชมความงามของเกาะแห่งนี้ … เราใช้เวลาในการถ่ายภาพรวมถึงวิดีโอที่บริเวณอ่าวพังงานานพอสมควร เพราะจุดที่เรายร้อมด้วยเขาหินปูนอันงดงามของพังงานั่นเอง

เรือกำลังลอยลำเข้าสู่เขตอ่าวพังงา

อ่าวพังงามีเสน่ห์ที่รูปร่างของเกาะและภูเขาหินปูน ซึ่งมีรูปทรงแปลกตา แต่น้ำบริเวณนี้จะไม่ใส และไม่มีหาดขาว ๆ ที่เหมาะกับการเล่นน้ำ ดังน้้นเราจึงวางแผนกันว่าจะไปถ่ายภาพกันต่อที่เกาะนาคา ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากมีหาดทรายที่ขาวและน้ำใสกว่าที่นี่ … ระหว่างการเดินทางซึ่งใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง เราทานอาหารเที่ยงกันอย่างเอร็ดอร่อยโดยฝีมือของ Chef ประจำเรือ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกค้าที่ใช้บริการ Yacht ทุกคนจึงประทับใจมาก เพราะนอกจากวิวที่งดงาม การบริการท่ี่ประทับใจแล้ว อาหารยังรสชาติอร่อยมากอีกด้วย

ความงดงามของอ่าวพังงา

เรามาถึงเกาะนาคาน้อยหลังเที่ยงเล็กน้อย แดดกำลังดี ฟ้าและน้ำสดใสมาก ผมเองก็ต้องขึ้นเรือลำโน้นที ลำนี้ทีเพื่อถ่ายภาพให้ได้บรรยากาศของเรือทั้งสองลำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และนอกจากเรือแล้วเรามีนางแบบอีกสองคนมาร่วมทริปกับเราด้วย เพื่อให้ภาพที่ออกมาได้บรรกาศที่มีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งนี้ผมและทีมงานได้นั่ง dingy ขึ้นฝั่งไปพร้อมกับนางแบบเพื่อเก็บภาพบรรยากาศบนชายหาดด้วยเช่นกัน

ฟ้าสวยน้ำใสที่เกาะนาคา

มาดูนางแบบของเรากันบ้างดีกว่า อิอิ

ช่วงบ่ายของวันนี้ เรานำเรือออกสู่ท้องทะลเพื่อถ่ายภาพจากมุมสูงอีกครั้ง โดยมีการเปลี่ยนจากกล้องวิดีโอเป็นกล้องถ่ายภาพนี่งบ้าง เพื่อนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน และมีการเปลี่ยนมุมมองของการถ่ายภาพหลาย ๆ แบบเพื่อให้ได้งานที่หลากหลายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งกว่าจะได้ภาพสวยสมความตั้งใจก็ตกเย็นพอดี

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยลงหลังเขา เรือทั้งสองลำก็มุ่งหน้ากลับท่าเรือ yacht heaven และผมก็ใช้เวลาในช่วงนี้บันทึกบรรยากาศช่วงเย็นจากบนเรือ ซึ่งก็ไดแสงสีที่สวยงามไปอีกแบบ แม้ว่าการถ่ายภาพจะค่อนข้างยากเพราะเรือแล่นด้วยความเร็วสูงในขณะที่ shutter speed ต่ำทำให้ภาพมีโอกาสที่จะสั่นไหวได้ง่าย แต่นั่นก็ทำให้ผมได้ภาพบรรยากาศของเรือที่กำลังแล่นไปในท้องทะเลท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของแสงยามค่ำได้อย่างที่ไม่เคยถ่ายภาพแบบนี้มาก่อน

แล่นเรือกลับทางกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น

เรามาถึงท่าเรือตอนแสงเกือบจะหมดจากท้องฟ้าแล้ว … แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยกับการถ่ายภาพกลางแดดทั้งวัน แต่ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมากทีเดียว เพราะนอกจากได้เห็นเบื้องหลังการถ่ายภาพจากเฮลิคอปเตอร์, ได้ชมความงามของหมู่เกาะพังงา และเกาะนาคาแล้ว ยังได้ทดลองรูปแบบการถ่ายภาพใหม่ ๆ ในสถานการณ์ที่ไม่เคยลองมาก่อนด้วย …นับเป็น 1 วัน กับ 1 คืนที่แสนจะคุ้มค่าจริง ๆ

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากมีทริปสุดหรูบนเรือยอร์ชก็ติดต่อได้ครับที่ Andara 076-338777



สุดสัปดาห์ที่เกาะราชา-เกาะเฮ

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ภูเก็ตอากาศดีมากที่เดียว  ผมจึงมิรอช้าใช้โอกาสวันหยุดอาทิตย์ที่ผ่านมาจองทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับกับคุณโอ๋แห่ง yoursvacations บริษัททัวร์ภูเก็ตเจ้าประจำ  และเป้าหมายของผมในวันนี้อยู่ที่เกาะราชาหรือที่บางคนเรียกว่าเกาะรายานั่นเอง  โดยจะแวะเกาะเฮ (coral island) ด้วย

ที่เลือกเกาะราชาก็เพราะท่าเรืออยู่ใกล้บ้านผมนิดเดียว อิอิ … ก่อนขึ้นเรือผมก็แวะทานขนมจีบที่ร้านหยกเยื้อง ๆ โรงพักสภอ. ฉลอง  หลังจากที่ไม่ได้อุดหนุนมานาน  ซึ่งตอนนี้ย้ายร้านห่างจากร้านเดิมเล็กน้อย แต่สไตล์การตกแต่งยังคงสวยงามเหมือนเดิม  ส่วนขนมจีบก็มีให้เลือกมากมายหลาย  เป็นร้านนึงที่แนะนำหากเพื่อน ๆ ต้องมาขึ้นเรือที่ท่าเรืออ่าวฉลอง หรือเป็นทางผ่านไปขึ้นเรือที่ท่าเรือราไวย์

ผมมาถึงก่อนเวลาค่อนข้างเยอะ  จึงถือโอกาสสะพายกล้องไปกดชัตเตอร์บรรยากาศยามเช้า ๆ ที่อ่าวฉลองเพื่อฆ่าเวลา  ซึ่งจุดเด่นของอ่าวฉลองก็คือมีเรือจอดอยู่มากมายทั้งเรือหางยาว สปีดโบ๊ท รวมถึงเรือยอร์ชราคาแพง

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ราว ๆ 9 โมงครึ่งก็ได้เวลาขึ้นเรือ  ซึ่งนักท่องเที่ยวจะถูกแบ่งด้วยสีของสติกเกอร์เพื่อเฉลี่ยจำนวนนักท่องเที่ยวของแต่ละลำให้เท่า ๆ กัน ซึ่งเรือที่เราจะไปด้วยวันนี้เป็น speed boat ขนาด 3  เครื่องยนต์ซึ่งน่าจะบรรจุผู้โดยสารได้ราว ๆ 40 คน

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

หลังจากเรือเริ่มออกเดินทาง  ไกด์ก็แนะนำตัวและโปรแกรมท่องเที่ยววันนี้  ซึ่งจุดหมายแรกของเราวันนี้คือเกาะเฮ  ที่ใช้เวลาเพียง 15 นาทีจากท่าเรืออ่าวฉลองเท่านั้น 

เกาะเฮมีหาดหลัก ๆ อยู่สองหาด  คือหาดกล้วยซึ่งอยู่ทิศตะวันออกของเกาะ และหาดที่เรือของเราแวะซึ่งเป็นที่ตั้งของ coral island resort ทั้งนี้เรือจะจอดให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำ ดูปะการัง และทำกิจกรรมต่าง ๆ 1 ชั่วโมง

เนื่องจากมีเวลาไม่เยอะนักผมจึงตัดสินใจไม่ลงเล่นน้ำ  แต่ใช้เวลาเดินถ่ายภาพบนชายหาดแทนเพราะวันนี้อากาศดีมาก ๆ และน้ำที่นี่ก็ใสเหลือเกิน  ขนาดผมเป็นเด็กเกาะ เห็นทะเลอยู่บ่อย ๆ ยังอดร้องว๊าวเมื่อเห็นน้ำใส ๆ ไม่ได้เลย  จะใสแค่ไหนก็ลองดูกันเลยครับ มีทั้งภาพและวิดีโอมายืนยัน

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

Video ที่ผมลองถ่ายด้วย Nikon D90 ครับ  ยังใช้ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่  ลองดูกันนะครับว่าน้ำใสแค่ไหน

 

ส่งนางแบบลงไปเล่นน้ำ อิอิ

กิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวก็คือ Parasailing ครับ  ดูแล้วน่าสนุกมากแต่ไม่ได้ลองถามราคาดูว่าคนละเท่าไหร่ มาคราวหน้าสงสัยต้องลองสักที

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ลองบันทึกแบบ Video ด้วยเหมือนกัน

นอกจากทะเลจะสวยแล้วก็ยังมีสาว ๆ สวย ๆ มากมายเพราะเกาะแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวญี่ปุ่นมาก (ภาพนี้ซุ่มถ่ายจากระยะไกล หุหุ)

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เมื่อครบหนึ่งชั่วโมงตามที่นัดไว้ก็ได้เวลาขึ้นเรือไปกันต่อครับ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เรือใช้เวลาเดินทางราวครึ่งชั่วโมงเท่านั้นก็ถึงเกาะราชา จุดหมายหลักของเราในวันนี้ โดยเรืออ้อมไปทางหลังเกาะเพื่อให้พวกเราดำน้ำดูปะการังกันก่อน ซึ่ง ณ จุดนี้มีทั้งปะการังและ ปลาสวยงามมากมาย และน้ำที่นี่ก็ใสมากไม่แพ้ที่เกาะเฮเช่นกัน ผมจึงอดไม่ได้ที่จะต้องลงไปเล่นน้ำด้วยหลังจากที่ถ่ายภาพจากบนเรือได้ 5-6 ภาพ

บรรยากาศบริเวณที่เป็นจุดดำน้ำดูปะการัง (Snorkeling)

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เรื่องชูชีพกับหน้ากากดำน้ำไม่ต้องห่วงครับเพราะทางทัวร์เตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ  พร้อมทั้งเครื่องดื่มเย็น ๆ และผลไม้สดหลังจากดำน้ำกันจนเ  หนื่อยแล้ว  ซึ่งที่จุดนี้ทางทัวร์จะให้เวลาเล่นน้ำประมาณครึ่งชั่วโมง

เมื่อได้เวลาเรือจึงนำเรากลับไปยังหาดบาตก  ซึ่งเป็นหาดที่ดังที่สุดของที่นี่และเป็นที่ตั้งของ The Racha Resort อันเป็นความฝันของหลาย ๆ คนว่าจะได้พักที่นี่สักครั้งครับ

เกาะราชามีจุดเด่นมากคือ น้ำใสและสีของน้ำจะเป็นสีฟ้าสวยงามมาก  เรียกได้ว่าสวยงามไม่แพ้มัลดีฟเลยทีเดียว  มาดู video ที่ผมถ่ายไว้ตอนเรือกำลังจะเทียบท่านะครับ

ถึงฝั่งปั๊ปไกด์ก็เดินนำไปยังร้านอาหารซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 10 นาที ส่วนผมใช้เวลาที่แสงกำลังสวยบันทึกภาพเหล่านี้มาฝากเพื่อน ๆ ครับ

 ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

หลังจากกดชัตเตอร์ชนิดไม่ยั้งได้สักพัก ก็ต้องรีบวิ่งตามลูกทัวร์คนอื่นไปเพราะเกรงว่าจะหลงทาง อิอิ … ซึ่งทางเดินจะเลียบไปกับรั้วของ The Racha ก็เลยถ่ายภาพมุมหนึ่งของรีสอร์ทแห่งนี้มาฝากครับ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เดินท่ามกลางแดดร้อนจัดยามเที่ยงได้สักพักก็ถึงร้านอาหารผัดไท ซึ่งทัวร์ได้จัดเตรียมอาหารบุฟเฟ่ต์มาตรฐานทัวร์ภูเก็ตไว้ให้ ประกอบด้วย ข้าวผัด, ต้มยำทะล, สลัด, ผักชุบแป้งทอด, ผัดเปรี้ยวหวาน (ทัวร์อื่น ๆที่ผมไปมาก็คล้าย ๆ กัน) … สำหรับรสชาติอาหารก็อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ครับ ไม่ได้อร่อยมากแต่ก็ไม่ถือว่าแย่ เรื่องปริมาณไม่ต้องห่วงครับมีเติมให้ตลอด น่าจะถูกใจคนกินจุ อิอิ

หลังจากทานข้าวเสร็จผมเลือกที่จะเดินต่อไปอีกหน่อยเพื่อเยือนหาดอีกแห่งหนึ่งของเกาะราชา นั่นคืออ่าวสยาม ซึ่งที่นี่มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าอ่าวบาตกมาก รีสอร์ทที่นี่ดูสบาย ๆ เข้ากับธรรมชาติมากกว่าแต่ก็ไม่หรูหราเท่า The Racha

เสียดายมากที่ตอนที่ผมมาถึงกำลังอยู่ในช่วงน้ำลง บริเวณริมหาดจึงมีหินโผล่ขึ้นมาบ้างทำให้ภาพน้ำทะเลไม่สวยเท่าที่ควร ลองดูก็แล้วกันครับว่าขนาดไม่สวยยังได้ภาพแบบนี้เลย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

และแน่นอนครับ นางแบบสนุกสนานกับ action กับท้องฟ้าสดใสตามเคย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ผมถ่ายภาพไป ดูผลงานไป ชักสนุกอยากมีภาพตัวเองบ้าง เพราะปกติเป็นช่างภาพอย่างเดียว ก็เลยขอเป็นนายแบบบ้าง อิอิ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ถ่ายภาพได้พักใหญ่ก็หาทางเดินกลับไปยังอ่าวบาตก เพราะทัวร์มีเวลา free time ให้กับเราราว 3 ชั่วโมง ซึ่งผมใช้เส้นทางกลับคนละเส้นกับทางที่มา เป็นทางที่ต้องขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อข้ามไปยังหาดอีกฝั่งหนึ่ง ระยะทางก็ใกล้นิดเดียวครับ ก่อนจะลาจากหาดสยามก็แอบเก็บภาพในมุมสูงจากเนินเขาไว้หน่อย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เดินราว ๆ 5 นาที่ก็กลับมาถึงอ่าวบาตกครับ โชคดีที่ผมถ่ายภาพหาดแห่งนี้ไปแล้วตั้งแต่ช่วงเที่ยง เพราะพอเริ่มบ่ายทิศทางของแสงก็ไม่ค่อยเหมาะกับการถ่ายภาพเท่ากับช่วงเที่ยง (ช่วงสาย ๆ ราว 10-11 โมงน่าจะเหมาะสุด) แถมตอนนี้น้ำลงด้วย ผมจึงเดินหามุมนั่งพักผ่อนและเก็บภาพบรรยากาศทั่ว ๆ ไป

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

คณะนักท่องเที่ยวกำลังสนุกกับการดำน้ำดูปลา

 

กิจกรรมหนึ่งที่สนุกมากคือการเล่นกับคลื่นบนท่าเรือทุ่น โดยเฉพาะเมื่อมีคลื่นลูกใหญ่ อธิบายไม่ถูกลองดู Video กันดีกว่าครับ

กิจกรรมนี้จะสนุกมากถ้าวิ่งตามคลื่นไปด้วย เสียดายตอนคลื่นลูกใหญ่ ๆ มาผมไม่ได้บันทึกภาพไว้ครับ

เมื่อได้เวลานัดราวบ่ายสามโมง เรือก็มารับเราที่ท่า และใช้เวลาเดินทางกลับสู่ท่าเรืออ่าวฉลองโดยใช้เวลาราว 35 นาทีเท่านั้น (เมื่อหลายปีก่อนผมเดินทางด้วยเรือหางยาวใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง หุหุ)

สรุปแล้วทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ เกาะเฮ เกาะราชา เป็นทริปที่สนุกมากครับ สถานที่ทั้งสองแห่งสวยงาม น้ำใส ยิ่งถ้าในวันที่อากาศดีรับประกันได้เลยครับว่าไม่ผิดหวัง และที่สำคัญคือไม่เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางมากเพราะเรือใช้เวลาเดินทางไม่นาน แถมกลับถึงภูเก็ตก่อน 4 โมงเย็นซะอีก ทำให้มีเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นในช่วงเย็นต่อได้ เช่นชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรมเทพ หรือหาอาหาร seafood อร่อย ๆ ทานที่ร้านกันเอง หรือร้านต่าง ๆ แถวป่าหล่าย … เอาเป็นว่าเพื่อน ๆ ที่สนใจก็ลองติดต่อกันได้เลยครับที่คุณโอ๋ 089-726-1788, 087- 263-4488 … มีโอกาสเมื่อไหร่ 9MOT จะพาไปเที่ยวอีกนะคร้าบ



Snorkeling Day @ หมู่เกาะสุรินทร์

หลังจากที่ย้ายที่ทำงานใหม่ผมก็แทบจะไม่ว่าง update blog แห่งนี้เลย  เพราะพอถึงบ้านปั๊ปก็อยากจะล้มตัวนอนทันที  ไม่ได้นั่งทำงานต่อตอนกลางคืนเหมือนเมื่อก่อนเนื่องจากเพลียจากการเดินทางในแต่ละวัน  ต้องขออำภัยญาติมิตรที่แวะเข้ามาแล้วม่ายเจออารายใหม่ ๆ เป็นเดือน (หาข้อแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ อิอิ) … หลังจากที่ต้องยกเลิกโปรแกรมท่องเที่ยวแบบไกล ๆ ทุกชนิดด้วยเรื่องหน้าที่การงาน ก็เลยมองหาโปรแกรมท่องเที่ยวแบบใกล้ ๆ แทนตามประสาคนชอบท่องเที่ยว ถ่ายภาพ และแล้วสวรรค์ก็มีตา  เมื่อ  Tour Phuket เจ้าประจำโทรมาบอกว่ามี trip เด็ด ๆ ไปดำดูปะการังน้ำตื้นแบบ one day trip ที่หมู่เกาะสุรินทร์   คนใจง่ายอย่างผมก็เลยตกลงไปในอาทิตย์ถัดมาทันทีพร้อมชวนเพื่อนฝูงรวม 5 ชีวิตร่วมทริปนี้ด้วยกัน

เช้าวันอาทิตย์ผมออกเดินทางจากภูเก็ตตั้งแต่ 6:45 เพราะเวลานัดขึ้นเรือคือ 8:30 ครึ่งที่ท่าเรือทับละมุจังหวัดพังงา ซึ่งอยู่ห่างอีกไกลโขทีเดียว  (ปกติจะต้องไปขึ้นที่ท่าเรือน้ำเค็มซึ่งไกลกว่านี้ แต่วันนี้ที่ท่าเรือดังกล่าวมีการประท้วงจึงใช้ที่นี่แทน)   ทีแรกว่าจะแวะทานขนมจีนเจ้าอร่อยกันที่โคกกลอยซึ่งเป็นทางผ่าน  แต่ปรากฎว่าร้านปิด  จึงเปลี่ยนจุดหมายไปเป็นขนมจีน (อีกเช่นกัน) ที่ท้ายเหมือน  แต่ก็ปิดอีก  (สงสัยจะเป็นวันขนมจีนแห่งชาติ)  ในเมื่อร้านปิดหมดก็เลยต้องไปฝากท้องกันที่ 7 eleven สาขาท่าเรือทับละมุซึ่งอยู่ติด ๆ กับบริษัททัวร์ที่เราจะเดินทางกันในวันนี้พอดี

ก่อนออกเดินทางเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทก็เรียกประชุม เอ้ย! เรียกรวมกลุ่มเพื่ออธิบายแผนการเดินทาง รวมถึงความปลอดภัยในการเดินทาง  และที่ผมชอบมากก็คืออธิบายเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม และรณรงค์ไม่ให้อาหารปลาหรือจับปลา (นีโม) เพราะเป็นการทำลายระบบนิเวศน์ในท้องทะเล

เมื่อ brief เสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินทางกันซะที  ทีแรกผมก็นึกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่เดินนำหน้าผมกำลังจะไปสิมิลัน  ที่ไหนได้ทั้งหมด (น่าจะราวเกือบ 40 คน)  ล้วนเป็นเพื่อนร่วมทางของผมในวันนี้เดินทางสู่หมู่เกาะสุรินทร์กับเจ้า speed boat ลำเบ้อเริ่ม 3 เครื่องยนต์  ซึ่งน่าจะวิ่งเร็วมากทีเดียว

 หมู่เกาะรินทร์

หลังจากที่ทุกคนขึ้นเรือเรียบร้อยก็มีการแจกเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นให้กับทุกคน  และสามารถหยิบเองเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา  จากนั้นก็มีการอธิบายเรื่องความปลอดภัยขณะอยู่บนเรือ  ซึ่งก็ได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้างเพราะเสียงเรือค่อนข้างดัง  แต่ก็ไม่เป็นห่วงมากนักเพราะได้มีการอธิบายรอบหนึ่งแล้วก่อนขึ้นเรือ  ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่ทั้งคนไทยและฝรั่งคอยเข้ามาพูดคุยด้วยเป็นระยะ  ดังนั้นถ้าใคร พูด-ทาย-ม่าย-ค่อย-ทาหนัด ก็ไม่ต้องห่วงครับเพราะมีเจ้าหน้าที่เป็นฝรั่งตัวเป็น ๆ ด้วย …

การเดินทางบนเรือ speed boat แม้ว่าจะเป็นลำใหญ่และความเร็วสูง แต่เนื่องจากระยะทางไกลมาก  จึงต้องใช้เวลาเดินทางราว 1:45 ชม. (วันที่อากาศไม่ดี ลมแรงอาจใช้เวลามากกว่านี้อีก โอ๊วแม่เจ้า) ดังนั้นขอแนะนำว่าเพื่อน ๆ ที่จะมาทริปนี้น่าจะหากิจกรรมฆ่าเวลาติดตัวมาด้วย  อย่างผมเองก็นั่งฟัง ipod เพลินไปเลย  ในขณะที่หลาย ๆ คนเลือกที่จะงีบเอาแรงหลังจากต้องตื่นแต่เช้า

หลังจากแล่นท่ามกลางทะเลที่ค่อนข้างราบเรียบมาได้พักใหญ่  เราก็มาถึงเกาะสุรินทร์ใต้ (หนึ่งในสองเกาะใหญ่ของหมู่เกาะสุรินทร์)   ซึ่งจุดนี้เป็นจุดแรกที่เรือจะลอยลำให้พวกเราได้ลงไป snorkeling กัน   โดยอ่าวแห่งนี้ชื่อ “อ่าวผักกาด”   อันเนื่องมาจากปะการังบริเวณนี้มีลักษณะที่คล้ายผักกาดนั่นเอง .. ผมรอให้เหล่านักท่องเที่ยวทยอยกันลงน้ำเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับถ่ายภาพในมุมต่าง ๆ ได้สะดวก แต่ก็ดูเหมือนแสงจะไม่ค่อยอำนวยเพราะท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆ  ทำให้ถ่ายภาพได้ไม่สดใสเท่าที่ควร  ทั้ง ๆ ที่ความจริงสีน้ำทะเลของเกาะสุรินทร์ก็สวยงามไม่แพ้เกาะอื่น ๆ ในทะเลอันดามัน  ในที่สุดผมก็ต้องลงน้ำเพราะหามุมถ่ายภาพที่ถูกใจไม่ได้ และกลัวว่าอยู่บนเรือจะเมาเรือเสียเปล่า ๆ เพราะใกล้ ๆ ฝั่งคลื่นค่อนข้างแรงทำให้เรือโคลงไปมาพอสมควร

ผมดื่มด่ำกับความงามของปะการังน้ำตื้นของอ่าวผักกาดอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง  เสียดายจริง ๆ ที่ไม่สามารถเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ได้เพราะกล้องของผมไม่มี housing  .. ครั้นจะเอาใส่ถุงพลาสติกใสมัดหนังยางพลาสติกลงไปก็กะไรอยู่เพราะคงได้แค่ 2-3 ภาพหลังจากนั้นก็ต้อง bye bye เจ้า d90 ตัวนี้ไปตลอดกาล … ตอนดูปะการังเห็นคนใช้กล้อง compact ใส่ housing แล้วแสนจะอิจฉาอยากได้บ้าง หุหุ เพราะบรรยากาศใต้น้ำที่นี่สวยงามสมกับเป็นจุดดูปะการังน้ำตื้นที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว

ได้เวเลาขึ้นเรือก็เกือบจะเที่ยงแล้ว เรือจึงนำเราเข้าสู่เกาะสุรินทร์เหนือซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ และแน่นอนมีร้านอาหารซึ่งกำลังรอเหล่านักท่องเที่ยวที่กำลังหิวโซอย่างพวกเราอยู่เช่นกัน อิอิ … ก่อนเรือจะถึงหาด  ผมได้มีโอกาสถ่ายภาพน้ำทะเลใส ๆ ของหมู่เกาะสุรินทร์  หลังจากที่ท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปิดมากขึ้นเรื่อย ๆ นับว่าโชคดีมากทีเดียวที่ได้มีโอกาสแบบนี้แม้ว่าจะยังมีเมฆอยู่บ้างก็ตาม

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์  

หลังจากเรือจอดให้พวกเราขึ้นฝั่งแล้ว  ผมไม่รอช้ารีบเก็บภาพในขณะที่แสงแดดยังคงมีอยู่  ซึ่งหาดด้านตะวันออกที่เรือจอดนี้ก็มีมุมให้ถ่ายภาพหลายมุมทีเดียว …

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ถ่ายภาพได้สักพักก็ได้เวลาเติมพลังกับอาหารเที่ยงที่ห้องอาหารของอุทยาน  ซึ่งกว้างขวางเพียงพอที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้มากมาย  อาหารที่บริษัททัวร์จัดให้ก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว  มีอาหารอยู่ 4 อย่างและผลไม้สดรสชาติอร่อยทุกอย่างครับ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ผมทานอาหารเสร็จก่อนใคร ๆ เพราะตั้งใจจะหามุมถ่ายภาพสวย ๆ ให้เต็มที่   … ผมเลือกเดินขึ้นมุมสูงซึ่งเป็นบ้านพักของอุทยานเพราะกะว่าภาพท้องทะเลจากมุมสูงจะให้สีของน้ำที่สวยกว่าเพราะแสงสะท้อนในน้ำจะน้อย  แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะต้นไม้ที่ร่มรื่นของเกาะแห่งนี้บดบังทัศนียภาพจนทำให้ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพ  จึงต้องเดินลงไปทางอ่าวฝั่งด้านหลังอุทยาน  และก็ไม่ผิดหวังครับ  เพราะที่นี่มุมของแสงกำลังสวยพอดี  ผมจึงเก็บภาพมาฝากหลายภาพเลยครับ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ชายหาดด้านหลังนี้มีเต้นท์กางอยู่ริมทะเลหลายเต้นท์ทีเดียว เรียกได้ว่าบรรยากาศสุดยอดจริง ๆ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

และที่ขาดไม่ได้ก็คือถ่ายภาพบุคคลกันอย่างสนุกสนานกับน้ำทะเลใส ๆ และฟ้าสีครามเข้ม

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ก่อนขึ้นเรือผมกลับมาถ่ายภาพใกล้ ๆ ที่เรือจอดอีกครั้ง เห็นกลุ่มเด็ก ๆ ชาวมอร์แกนกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานจึงบันทึกภาพไว้ เห็นแล้วไม่แปลกใจเลยที่เขาเหล่านี้ว่ายน้ำดำน้ำเก่งทุกคนเพราะอยู่กับทะเลมาตั้งแต่เด็กแบบนี้นี่เอง

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

ขึ้นเรือเดินทางกันต่อ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

หลังจากนั้นก็ได้เวลาที่เราเดินทางกันต่อ ซึ่งช่วงบ่ายนี้เรือแล่นออกมาได้ไม่ถึง 5 นาทีก็แวะให้เราดำน้ำกันตรงอ่าวที่ชื่ออ่าวช่องขาดหน้าอุทยานนั่นเอง ซึ่งผมก็ไม่พลาดที่จะลงไปชมความสวยงามเช่นเดิม หลังจากนั้นจึงเดินทางต่อไปอีกหน่อยเพื่อชมจุดดำน้ำที่สุดที่สุด นั่นก็คืออ่าวแม่ยาย ซึ่งอ่าวแห่งนี้มีดอกไม้น้ำและนีโมตัวโต ๆ ให้เห็นมากกว่าสองจุดแรก และมีปะการังสวย ๆ ที่ยังสมบูรณ์มากมาย นอกจากนี้ยังมีฝูงปลาน้อยใหญ่มากมายสวยงามสมกับที่นั่งเรือมาเป็นชั่วโมง ๆ

ผมยังคงไม่สามารถถ่ายภาพใต้น้ำได้เหมือนเดิมจึงนำภาพของน้ำสวย ๆ จากมุมมองบนเรือมาฝากแทน

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

หลังจากผ่านการดำน้ำดูปะการัง 3 จุดแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกลับซึ่งทุกคนแทบจะสลบไสลเพราะเพลียจากแดดและการดำน้ำ แต่ทุกคนก็ต้องตื่นก่อนจะถึงฝั่งเพราะเรือแล่นผ่านกลุ่มฝนทำให้เปียกกันคนละเล็กละน้อยพอชื่นใจ ตอนที่เรือแล่นผ่านกลุ่มฝนก็น่ากลัวเหมือนกันเพราะมันดำทะมึนไปหมด พอเรือผ่านฝนมาได้ก็ค่อยโล่งใจ หันกลับไปดูอีกที่เห็นเรือประมงกำลังมุ่งเข้าสู่กลุ่มฝนจึงบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

เรามาถึงท่าเรือกันราว 5 โมงครึ่งซึ่งบรรยากาศกำลังสวยพอดีผมจึงบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

พวกเรามาถึงฝั่งกันโดยปลอดภัย .. หลังจากนำหน้ากากดำน้ำและ fin ที่ทางทัวร์ให้บริการฟรีไปคืนแล้ว ผมก็พาเพื่อน ๆ ไปแวะทานอาหารเย็นที่ร้านบินหลาหาดท้ายเหมือง ซึ่งเป็นร้านประจำที่อาหารรสชาติถูกปากและราคาถูกมากเมื่อเทียบกับที่ภูเก็ต นับเป็นการปิดทริปดูปะการังน้ำตื้นแบบ one day trip ที่สนุกและประทับใจมากอีกทริปหนึ่ง จึงขอลาเพื่อน ๆ ด้วยภาพแสงสุดท้ายของหาดท้ายเหมืองที่อาจจะเบลอ ๆ หน่อยเพราะไม่ได้เอาขาตั้งกล้องไปด้วย หุหุ

Snorkeling ที่หมู่เกาะสุรินทร์

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจเดินทางไปทัวร์สนุก ๆ แบบนี้ก็ติดต่อได้ที่คุณโอ๋ yoursvacation โทร 089 726 17 88 ครับผม



WordPress Themes