พูดถึงหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ชื่อนี้คงเป็นที่คุ้นหูของเพื่อน ๆ ดี รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย ว่ากันว่าชื่อหาดป่าตองโด่งดังกว่าชื่อภูเก็ตซะอีก (แต่เท่าที่ฟังดูเหมือนจะดังในแง่ ของแหล่งสารพันบันเทิงยามราตรีมากกว่าความงดงามของชายหาด เศร้าเจง ๆ เยย) วันนี้ผมขอพาเพื่อน ๆ ไปชมอีกมุมหนึ่งของหาดป่าตองที่ไม่ค่อยมีใครนำเสนอมากนัก นั่นก็คือ L Orchidee วิลล่าหรูซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาด้านทิศเหนือของหาดป่าตอง (ทางขึ้นอยู่ใกล้ ๆ กับ Novotel Patong) เส้นทางสู่วิลล่าแห่งนี้สูงชันเอาการ ถ้าเดินขึ้นไปก็คงพอ ๆ กับขึ้นซำแฮกของภูกระดึงนั่นแหละครับ อิอิ ใจกลางหมู่บ้าน (เรียกแบบไฮโซหน่อยก็วิลล่า) จะมี Clubhouse ส่วนกลาง ซึ่งมีสระว่างน้ำและศาลาชมวิวอันงดงาม จากจุดนี้จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของหาดป่าตองได้อย่างชัดเจน น้ำในสระสีน้ำเงินเข้มกับสีครามของน้ำทะเลและท้องฟ้าสวยงามมาก



โดยเฉพาะที่ศาลาชมวิวนั้น ถ้าตั้งโต๊ะรับประทานอาหารค่ำจะโรแมนติกมากทีเดียวเพราะจะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกอย่างชัดเจน
วิลล่า L Orchidee นั้นเป็นวิลล่าที่ขายให้กับเศรษฐีกระเป๋าหนัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นชาวต่างชาติที่ซื้อไว้เป็นที่พักตากอากาศ ในช่วงที่เขาไม่อยู่ก็จะให้ทางโครงการนำวิลล่าเหล่านั้นให้เช่าในสนนราคา 20,000-40,000 บาทต่อหลัง/คืน (ย้ำว่าต่อคืนนะครับ ไม่ใช่ต่อเดือน) แต่ก็ถือว่าไม่แพงมากนักถ้าเทียบกับสิ่งอำนวยความสะดวกเพราะมีหลายห้องนอน มีสระน้ำในตัว รวมถึงมีอุปกรณ์ครบครันเหมือนบ้านเลยทีเดียว ถ้ามาอยู่กันหลาย ๆ คนก็ดีกว่าไปพักในโรงแรมห้าดาวเสียอีก (แต่ผมคงไม่มีปัญญาหรอก อิอิ)

ถ้าใครสนใจก็ลอง search หาข้อมูลดูทาง internet หรือดู website ได้ที่ www.lorchidee-residences.com คร้าบ
ยังรู้สึกเหมือนผ่านปีใหม่มาไม่นาน แต่นี่ก็เริ่มเข้าเดือนมีนาคมแล้ว … ฤดู (โคตร) ร้อน ของภูเก็ตกำลังใกล้เข้ามาทุกที (ภูเก็ตมี 3 ฤดูคือ ฤดูฝน, ฤดูร้อนและฤดูโคตรร้อนครับ) ช่วงนี้อากาศที่ภูเก็ตก็แปรปรวนเสียเหลือเกิน บางวันร้อนจัด บางวันฝนตก แต่ที่แน่ ๆ ทุกวันจะมีเมฆหมอกเยอะมาก เหล่านักถ่ายภาพทุกคนคงรู้สึกเหมือนผมคือเซ็งกับอากาศแบบนี้ เพราะถ่ายภาพทะเลออกมาแล้วจะทึม ๆ ไม่สวยเท่าที่ควร … ผมโชคดีที่ขึ้นเดือนใหม่ปุ๊ปก็ได้แว๊ปออกจากเกาะอีกครั้ง คราวนี้เดินทางไปเกาะใกล้ๆ ห่างจากภูเก็ตเพียง 20 นาที (เดินทางด้วย speed boat นะครับ ถ้าเป็นเรือหางยาวก็น่าจะราว ๆ ชั่วโมงนึง) เกาะที่ว่านี้ไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวคนไทยนัก เพราะค่อนข้างจะเป็นเกาะปิดเนื่องจากให้บริการกับนักท่องเที่ยวที่จองห้องพักบนเกาะเท่านั้น เกาะนี้ชื่อเกาะไม้ท่อน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภูเก็ต สามารถเดินทางได้จากท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เป็นเกาะที่มีลักษณะยาวเหมือนท่อนไม้ (สมชื่อ) มีหาดยาว ๆ 1 หาดซึ่งเป็นที่ตั้งของ Maiton Resort ที่เหลือเป็นหาดเล็ก ๆ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ จุดเด่นที่สุดของเกาะนี้เห็นจะเป็นน้ำที่ใสปิ๊งราวกับกระจก (ถ้าใครเคยไปเกาะรายาก็จะคล้าย ๆ กันครับ) เลยออกจากตัวหาดไปไม่มากจะมีแนวปะการังที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่พอสมควร นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่ศูนย์อนุรักษณ์พันธุ์สัตว์น้ำนำหอยมือเสือมาเพาะพันธุ์บริเวณหน้าเกาะอีกด้วย (เหมาะสำหรับผู้ชอบดำน้ำลึก) และที่โชคดีเป็นที่สุดก็คือวันนี้เป็นวันที่ฟ้าใสแจ๋วหลังจากที่วันก่อนหน้านี้ฝนตกเกือบตลอดวัน แถมมีเมฆเป็นปุย ๆ เหมาะกับการถ่ายภาพจริง ๆ
ร่ายมาซะยาวมาดูภาพกันดีกว่าครับ ภาพแรกถ่ายที่ท่าเรือบนเกาะครับสนิมเขรอะเลย บ่งบอกว่าใช้งานมานานหลายปี ที่เห็นด้านหลังลิบ ๆ ก็คือเกาะภูเก็ตนั่นเอง (ต้องเพ่งหน่อยนะจึงจะเห็น)

ส่วนภาพที่ 2 ก็เรือส่วนตัว เอ้ยเรือที่โดยสารมาในวันนี้ครับ เห็นเกาะเล็ก ๆ ด้านหลังอีกแล้ว เกาะนี้เรียกว่าเกาะดอกไม้ครับ เป็นแหล่งดูปะการังน้ำลึก (SCUBA) ที่สวยมาก ๆ แห่งหนึ่ง มีปะการังหลากหลายสีเหมือนสวนดอกไม้ในน้ำเลยทีเดียว

ภาพนี้มองจากท่าเรือไปยังไม้ท่อนรีสอร์ท เห็นน้ำใส ๆ และหาดขาว ๆ รออยู่ไม่ไกล

น้ำใสเหมือนกระจกจริง ๆ



มองจาก lobby โรงแรมออกไปก็จะเห็นสะพานทอดยาวไปท่ามกลางทะเลสีเขียวมรกต

ที่พักทรงไทยประยุกต์บนเกาะ

สระว่ายน้ำที่วันนี้ว่างเปล่าปราศจากนักท่องเที่ยว

ปัจจุบันเกาะแห่งนี้เปลี่ยนมือจากเจ้าของชาวต่างชาติมาเป็นของคนไทยแล้ว และอยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในอนาคตอันใกล้นี้ คิดว่าอีกไม่นานเพื่อน ๆ คงมีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เพิ่มขึ้นอีกแห่งเมื่อมาถึงภูเก็ตครับ
หลังจากเกริ่นเรื่องเกาะละวะใหญ่ไว้ในบทความ “หนีงานไปเกาะละวะ“ก่อนหน้านี้ วันนี้ขอเล่าเรื่องการเดินทางของผมด้วยภาพถ่ายที่เพิ่งจะโหลดลงเครื่องแบบสด ๆ ร้อน ๆ ครับ
ก่อนถึงท่าเรือคลองหินซึ่งเป็นท่าเรือสำหรับเดินทางไปเกาะละวะใหญ่ เราแวะกันที่ท่าเรือคลองเคียนซึ่งเป็นท่าเรือสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวชมอ่าวพังงา เป็นท่าเรือที่มีทิวทัศน์สวย ยิ่งถ้าช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้นหรือตกน่าจะโรแมนติกมากทีเดียว

การเดินทางในครั้งนี้ใช้รถสองแถวแบบดั้งเดิมของภูเก็ต ต่อด้วยเรือหางยาวที่บรรทุกพวกเราเกือบ 20 ชีวิต (ที่แอบลุ้นแทบแย่ว่าจะพาไปถึงเกาะหรือเปล่าเพราะดูแล้วเรือน่าจะบรรทุกได้ไม่เกิน 15 คน)

เมื่อถึงเกาะก็จะพบกับภาพสวยงามแบบนี้ครับ “น้ำใส ทรายขาว สายลม แสงแดด” WOW!!

บางส่วนก็พักที่บ้านพักที่เหลือก็กางเต้นท์นอนกันริมหาดเลย ได้บรรยากาศไปคนและแบบ

ช่วงปลายปีถึงต้นปี ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีพอดี ช่วยแต่งแต้มให้เกาะแห่งนี้มีสีสันสวยมากยิ่งขึ้น

ผืนทรายที่มีชีวิต

สำหรับผู้รักการถ่ายภาพบุคคล ไม่ว่าภาพเดี่ยว ภาพหมู่ ที่นี่มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายจนหนำใจ




ยามเย็นหรือยามค่ำก็สวยงาม Romantic ไม่แพ้กัน


(** ภาพข้างต้น จัดทำขึ้นเพื่อการถ่ายภาพโดยเฉพาะ นายแบบกะนางแบบมิได้เป็นแฟนกันจริงนะ หุหุ)
ข้อมูลเพิ่มเติม
การเดินทางมาเที่ยวเกาะละวะ สามารถเดินทางจากภูเก็ตหรือพังงามาเที่ยวได้ทั้งแบบ One day trip หรือจะนอนค้างคืนก็ได้ หากเดินทางจากภูเก็ตจะเข้าทางท่าเรือคลองเคียนซึ่งปากทางเข้าอยู่ระหว่างโรงเรียนท่านุ่นและวัดท่านุ่นซึ่งห่างจากสะพานสารสินเพียงไม่ถึง 5 กิโลเมตร และจากปากทางถึงท่าเรือคลองหินระยะทางประมาณ 30 กม. ซึ่งต้องขึ้นเรือหางยาวเพื่อข้ามฝั่งค่าเรือประมาณ 300-500 บาทต่อเที่ยวแล้วแต่จำนวนคน โดยการเดินทางจากท่าเรือคลองหินไปยังเกาะละวะใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น
บนเกาะมีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร มีบ้านพัก 6 หลัง, มีพื้นที่กางเต้นท์ริมหาดมากมาย, มีบาร์, ห้องอาหาร ที่ไม่สะดวกสักหน่อยก็คือห้องน้ำเนื่องจากน้ำมีจำนวนจำกัดจึงเปิดให้ใช้บริการได้เพียงไม่กี่ห้อง ใกล้ ๆ กับที่กางเต้นท์จะมีบ่อน้ำบาดาลให้ผู้ที่พักเต้นท์สามารถใช้อาบได้ ซึ่งน้ำก็จืดสนิทไม่กร่อยเหมือนกับบางเกาะ แต่สำหรับผู้ที่พักในบ้านพักจะมีน้ำให้บริการเป็นช่วง ๆ (เช้า-กลางวัน-เย็น) ไฟฟ้าจะเริ่มเปิดตอนหัวค่ำจนถึง 5 ทุ่ม (ถ้าอยากให้เปิดนานกว่านี้ให้ซื้อน้ำมันไปให้เพื่อใช้เติมเครื่องปั่นไฟ)
ชายหาดที่เหมาะกับการเล่นน้ำมากที่สุดก็คือด้านหน้าเกาะ ตรงส่วนที่เป็นดอนทรายยื่นไปในทะเล โดยเฉพาะช่วงน้ำขึ้นจะเหมาะกับการเล่นน้ำมาก แต่ถ้าน้ำลงทะเลบางส่วนอาจะเป็นดินเลนและมีหินปะปนอยู่ด้วย ซึ่งชายหาดจะเงียบสงบมากในช่วงเช้า แต่จะมีนักท่องเที่ยวมานอนอาบแดดเยอะในช่วงบ่าย 2 โมงถึง 4 โมงครึ่ง เพราะเรือจะนำนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวอ่าวพังงามาแวะอาบแดดที่เกาะแห่งนี้ นอกจากการพักผ่อนในบรรยากาศอันสดใสสวยงามบนเกาะแล้ว ทางอุทยานมีเรือแคนูให้เช่าพายเล่นรอบเกาะด้วยสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังและไม่อยากว่ายน้ำ
สำหรับค่าขึ้นเกาะ (ค่าบำรุงสถานที่), ค่าที่พักและค่าอาหารควรตกลงเรื่องรายละเอียดให้เรียบร้อยก่อนขึ้นเกาะ เพื่อให้ทราบค่าใช้จ่ายที่แน่นอนก่อนออกเดินทางครับ
“เกาะละวะ” ชื่อนี้อาจคุ้นหูนักท่องเที่ยวหลายคนในฐานะเกาะแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพร แต่เกาะละวะ ที่ผมจะเล่าให้ฟังวันนี้เป็นเกาะเล็กๆ ของจังหวัดพังงา ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของท่านุ่น (จุดที่เชื่อมต่อกับเกาะภูเก็ตนั่นเอง) ที่ได้มาเยือนเกาะแห่งนี้ก็เพราะทางบริษัท ฯกำลังมองหาที่จัดกิจกรรม team building ให้กับเหล่าผู้บริหารที่ทำงานใน office มาทั้งปี ต้องเปลี่ยนที่ทรมานบ้างจะได้ไม่เบื่อ อิอิ .. ผมกับทีมงานอีก 3 คนก็เลยเสียสละให้คนอื่นอิจฉาเล่นมา survey สถานที่ก่อนที่จะเดินทางกันมาทั้งทีมสุดสัปดาห์นี้ .. ไปดูกันดีกว่าว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง
มองจากฝั่งของพังงาบริเวณท่าเรือจะเห็นเกาะละวะอยู่ไม่ไกล ชายหาดเต็มไปด้วยหินและต้นโกงกางเป็นระยะ มองไปด้านทิศตะวันออกจะเห็นภูเขาหินปูนอันเป็นเอกลักษณ์ของอ่าวพังงาอยู่ไม่ไกล (ท่าเรือนี้ชื่อท่าเรือคลองหิน-ขับจากภูเก็ตข้ามสะพานสารสินมาไม่กี่กิโลจะเห็นทางเข้าอยู่ทางขวามือข้างวัดป่าท่านุ่น ระยะทางจากปากทางถึงท่าเรือประมาณ 30 กม.)




ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงเกาะละวะ ซึ่งช่วงเที่ยงถึงบ่ายของทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวที่มากับโปรแกรมทัวร์อ่าวพังงา จะขึ้นมาพักผ่อนบนเกาะแห่งนี้ บ้างก็อาบแดด บ้างก็พายเรือแคนู แม้ชายหาดจะไม่ขาวละเอียดเหมือนหลาย ๆ เกาะ แต่ก็สามารถเล่นน้ำได้อย่างดีโดยเฉพาะเวลาน้ำขึ้นเต็มที่



เนื่องจากเกาะแห่งนี้เป็นเกาะเล็ก ๆ จึงสามารถเดินรอบเกาะได้ในช่วงที่น้ำลง ซึ่งรอบเกาะจะมีแนวโขดหินสลับกับชายหาด หากต้องการหนีผู้คนสามารถเดินวนรอบเกาะไปเล่นน้ำด้านหลังได้ เพราะจะปลอดผู้คนและสามารถเล่นน้ำได้เช่นกัน



นอกจากนี้ก็มีภาพห้องพักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร และพื้นที่ทำกิจกรรมมาให้ชมกันครับ



สำหรับรายละเอียดเรื่องที่พักและข้อมูลอื่น ๆ จะไว้เล่าให้ฟังหลังจากเดินทางไปพักจริง ๆ สุดสัปดาห์นี้นะครับ วันนี้ขอตัวพักผ่อนก่อนครับเพราะโดนแดดเผามาทั้งวัน
ทุกวันนี้วิถีชีวิตของชาวภูเก็ตเปลี่ยนไปมาก แต่ก่อนวันเสาร์-อาทิตย์ เราจะเห็นชาวภูเก็ตชวนครอบครัวกันไปปูเสื่อนั่งทานอาหารกันที่ริมทะเล หาดที่เป็นที่นิยมก็ได้แก่ หาดกะตะ, หาดไนยาง, หาดราไวย์ เพราะเหมาะกับการเล่นน้ำและมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาตลอดแนวหาด .. แต่ในปัจจุบันหาดเหล่านี้เป็นพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยวไปเสียแล้ว คนภูเก็ตก็เลยใช้ชีวิตวันหยุดกันในห้างใหญ่ของภูเก็ต วันอาทิตย์ถ้าไปเดินในห้างก็จะเจอคนรู้จักเต็มไปหมด ก็เพราะสังคมภูเก็ตเล็กมากนั่นเอง
วันสุดสัปดาห์นี้อยากไปนั่งริมหาดเงียบ ๆ ก็เลยนึกถึงหาดแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะรู้จัก วันนี้ผมจะพาไปเที่ยว “หาดปลื้มสุข” กันครับ
“หาดปลื้มสุข” เป็นหาดทางฝั่งตะวันออกของเกาะภูเก็ต ซึ่งเป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวไม่นิยมมาเที่ยวกันมากนัก การเดินทางก็สามารถขับรถจากตัวเมืองภูเก็ตไปถึงตัวหาดโดยใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที โดยใช้เส้นทางที่ไปเกาะสิเหร่นั่นเอง เมื่อถึงหาดเกาะสิเหร่แล้วให้ขับเลียบเขาไปอีก 4-5 กิโลเมตรก็จะพบกับป้ายเล็ก ๆ ชี้ทางลงไป “หาดปลื้มสุข”


บรรยากาศอันร่มรื่นและเงียบสงบของหาดปลื้มสุข

จะHonda CRV รุ่นใหม่ล่าสุด หรือ Honda Dream รุ่นเก๋า ก็สุขใจได้เหมือนกันที่หาดปลื้มสุข
ที่ “หาดปลื้มสุข” จะมีต้นหูกวางและไม้ใหญ่อื่น ๆ อยู่ตลอดแนวหาดคอยให้ความร่มรื่น มีร้านค้าให้บริการอยู่หนึ่งร้านซึ่งมีอาหารจานเด็ดที่เหมาะกับการนั่งกินลมชมวิวริมทะเลก็คือ ส้มตำ, ไก่ทอด และ ผัดไท .. นั่นเอง นอกจากนี้ทางร้านยังมีศาลา และม้านั่งหินให้นั่งทานได้อย่างสบายใจ หรือครอบครัวไหนอยากนำเสื่อมาปูแล้วขนข้าวปลาอาหารมาทานเองทางร้านก็มิได้ว่าแต่อย่างใด


ผัดไท กับ ส้มตำ อาหารจานเด็ดของหาดปลื้มสุข
ในช่วงน้ำขึ้นหาดแห่งนี้สามารถเล่นน้ำได้ แม้หาดทรายจะไม่ขาวสะอาดเหมือนทางด้านฝั่งตะวันตก แต่ผมรับรองได้ว่าน้ำทะเลนั้นเค็มไม่แพ้กัน อิอิ …. มองออกไปในทะเลจะสามารถมองเห็นเกาะต่าง ๆ อาทิ เกาะยาวของจังหวัดพังงา และอาจมองเห็นเกาะพี ๆ ด้วยในวันที่ท้องฟ้าไร้ไอหมอก

นั่งพักกินลมกันจนหายเหนื่อยแล้วขับรถย้อนกลับมาทางเดิมจะผ่านวัดเกาะสิเหร่ อย่าลืมแวะเข้าไปนมัสการพระพุทธไสยาสน์ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาหลังวัดด้วยนะครับ บนเนินแห่งนี้นับเป็นจุดชมวิวที่ดีจุดหนึ่งเลยทีเดียว เพราะสามารถมองเห็นเมืองภูเก็ตได้อย่างชัดเจน เห็นความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าโกงกางที่เกาะสิเหร่อันเป็นที่อยู่อาศัยของลิงแสมนับร้อยชีวิต หลังจากไหว้พระจนอิ่มบุญแล้ว ระหว่างทางกลับอย่าลืมแวะให้อาหารลิงด้วยนะครับ เรียกได้ว่าได้บุญสองเด้งเลย….

สามารถชมวิวเมืองภูเก็ตได้อย่างชัดเจนจากที่ตั้งพระพุทธไสยาสน์

จากจุดชมวิวสามารถมองเห็นป่าโกงกางที่ยังอุดมสมบูรณ์ของเกาะสิเหร่ได้อย่างชัดเจน
ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวและมีเวลาเหลือไม่รู้จะไปไหนก็ลองแวะมาเปลี่ยนบรรยากาศดูที่หาดปลื้มสุขนะครับ … รับรองว่าความเงียบสงบของหาดแห่งนี้จะทำให้คุณพกความสุขกายสบายใจกลับบ้านได้อย่างแน่นอน