บทความในหมวด : ชายหาด,เกาะและจุดชมวิว

9mot พาเที่ยว – L Orchidee Phuket

พูดถึงหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต  ชื่อนี้คงเป็นที่คุ้นหูของเพื่อน ๆ ดี  รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย  ว่ากันว่าชื่อหาดป่าตองโด่งดังกว่าชื่อภูเก็ตซะอีก (แต่เท่าที่ฟังดูเหมือนจะดังในแง่ ของแหล่งสารพันบันเทิงยามราตรีมากกว่าความงดงามของชายหาด เศร้าเจง ๆ เยย)  วันนี้ผมขอพาเพื่อน ๆ ไปชมอีกมุมหนึ่งของหาดป่าตองที่ไม่ค่อยมีใครนำเสนอมากนัก  นั่นก็คือ L Orchidee วิลล่าหรูซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาด้านทิศเหนือของหาดป่าตอง  (ทางขึ้นอยู่ใกล้ ๆ กับ Novotel Patong)   เส้นทางสู่วิลล่าแห่งนี้สูงชันเอาการ  ถ้าเดินขึ้นไปก็คงพอ ๆ กับขึ้นซำแฮกของภูกระดึงนั่นแหละครับ  อิอิ   ใจกลางหมู่บ้าน (เรียกแบบไฮโซหน่อยก็วิลล่า)  จะมี Clubhouse ส่วนกลาง  ซึ่งมีสระว่างน้ำและศาลาชมวิวอันงดงาม  จากจุดนี้จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของหาดป่าตองได้อย่างชัดเจน  น้ำในสระสีน้ำเงินเข้มกับสีครามของน้ำทะเลและท้องฟ้าสวยงามมาก 

le-orchide-phuket01.jpg

le-orchide-phuket03.jpg

le-orchide-phuket02.jpg

โดยเฉพาะที่ศาลาชมวิวนั้น  ถ้าตั้งโต๊ะรับประทานอาหารค่ำจะโรแมนติกมากทีเดียวเพราะจะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกอย่างชัดเจน 

วิลล่า L Orchidee นั้นเป็นวิลล่าที่ขายให้กับเศรษฐีกระเป๋าหนัก  ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นชาวต่างชาติที่ซื้อไว้เป็นที่พักตากอากาศ  ในช่วงที่เขาไม่อยู่ก็จะให้ทางโครงการนำวิลล่าเหล่านั้นให้เช่าในสนนราคา 20,000-40,000 บาทต่อหลัง/คืน (ย้ำว่าต่อคืนนะครับ ไม่ใช่ต่อเดือน) แต่ก็ถือว่าไม่แพงมากนักถ้าเทียบกับสิ่งอำนวยความสะดวกเพราะมีหลายห้องนอน มีสระน้ำในตัว รวมถึงมีอุปกรณ์ครบครันเหมือนบ้านเลยทีเดียว  ถ้ามาอยู่กันหลาย ๆ คนก็ดีกว่าไปพักในโรงแรมห้าดาวเสียอีก (แต่ผมคงไม่มีปัญญาหรอก อิอิ)

le-orchide-phuket04.jpg

ถ้าใครสนใจก็ลอง search หาข้อมูลดูทาง internet หรือดู website ได้ที่  www.lorchidee-residences.com  คร้าบ



ฟ้าใสแจ๋ว – น้ำใสปิ๊ง ที่เกาะไม้ท่อน

ยังรู้สึกเหมือนผ่านปีใหม่มาไม่นาน  แต่นี่ก็เริ่มเข้าเดือนมีนาคมแล้ว … ฤดู (โคตร) ร้อน ของภูเก็ตกำลังใกล้เข้ามาทุกที (ภูเก็ตมี 3 ฤดูคือ ฤดูฝน, ฤดูร้อนและฤดูโคตรร้อนครับ)  ช่วงนี้อากาศที่ภูเก็ตก็แปรปรวนเสียเหลือเกิน  บางวันร้อนจัด บางวันฝนตก แต่ที่แน่ ๆ ทุกวันจะมีเมฆหมอกเยอะมาก  เหล่านักถ่ายภาพทุกคนคงรู้สึกเหมือนผมคือเซ็งกับอากาศแบบนี้  เพราะถ่ายภาพทะเลออกมาแล้วจะทึม ๆ ไม่สวยเท่าที่ควร … ผมโชคดีที่ขึ้นเดือนใหม่ปุ๊ปก็ได้แว๊ปออกจากเกาะอีกครั้ง  คราวนี้เดินทางไปเกาะใกล้ๆ  ห่างจากภูเก็ตเพียง 20 นาที (เดินทางด้วย speed boat นะครับ  ถ้าเป็นเรือหางยาวก็น่าจะราว ๆ ชั่วโมงนึง)  เกาะที่ว่านี้ไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวคนไทยนัก  เพราะค่อนข้างจะเป็นเกาะปิดเนื่องจากให้บริการกับนักท่องเที่ยวที่จองห้องพักบนเกาะเท่านั้น   เกาะนี้ชื่อเกาะไม้ท่อน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภูเก็ต  สามารถเดินทางได้จากท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต  เป็นเกาะที่มีลักษณะยาวเหมือนท่อนไม้ (สมชื่อ)  มีหาดยาว ๆ 1 หาดซึ่งเป็นที่ตั้งของ Maiton Resort ที่เหลือเป็นหาดเล็ก ๆ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ  จุดเด่นที่สุดของเกาะนี้เห็นจะเป็นน้ำที่ใสปิ๊งราวกับกระจก  (ถ้าใครเคยไปเกาะรายาก็จะคล้าย ๆ กันครับ)  เลยออกจากตัวหาดไปไม่มากจะมีแนวปะการังที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่พอสมควร  นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่ศูนย์อนุรักษณ์พันธุ์สัตว์น้ำนำหอยมือเสือมาเพาะพันธุ์บริเวณหน้าเกาะอีกด้วย (เหมาะสำหรับผู้ชอบดำน้ำลึก)  และที่โชคดีเป็นที่สุดก็คือวันนี้เป็นวันที่ฟ้าใสแจ๋วหลังจากที่วันก่อนหน้านี้ฝนตกเกือบตลอดวัน  แถมมีเมฆเป็นปุย ๆ เหมาะกับการถ่ายภาพจริง ๆ

ร่ายมาซะยาวมาดูภาพกันดีกว่าครับ  ภาพแรกถ่ายที่ท่าเรือบนเกาะครับสนิมเขรอะเลย บ่งบอกว่าใช้งานมานานหลายปี  ที่เห็นด้านหลังลิบ ๆ ก็คือเกาะภูเก็ตนั่นเอง (ต้องเพ่งหน่อยนะจึงจะเห็น)

maiton-island-001.jpg

ส่วนภาพที่ 2 ก็เรือส่วนตัว เอ้ยเรือที่โดยสารมาในวันนี้ครับ  เห็นเกาะเล็ก ๆ ด้านหลังอีกแล้ว  เกาะนี้เรียกว่าเกาะดอกไม้ครับ  เป็นแหล่งดูปะการังน้ำลึก (SCUBA) ที่สวยมาก ๆ แห่งหนึ่ง  มีปะการังหลากหลายสีเหมือนสวนดอกไม้ในน้ำเลยทีเดียว

maiton-island-002.jpg

ภาพนี้มองจากท่าเรือไปยังไม้ท่อนรีสอร์ท  เห็นน้ำใส ๆ และหาดขาว ๆ รออยู่ไม่ไกล

maiton-island-003.jpg

น้ำใสเหมือนกระจกจริง ๆ

maiton-island-004.jpg

maiton-island-005.jpg

maiton-island-006.jpg

มองจาก lobby โรงแรมออกไปก็จะเห็นสะพานทอดยาวไปท่ามกลางทะเลสีเขียวมรกต

maiton-island-007.jpg

ที่พักทรงไทยประยุกต์บนเกาะ

maiton-island-008.jpg

สระว่ายน้ำที่วันนี้ว่างเปล่าปราศจากนักท่องเที่ยว

maiton-island-009.jpg

ปัจจุบันเกาะแห่งนี้เปลี่ยนมือจากเจ้าของชาวต่างชาติมาเป็นของคนไทยแล้ว และอยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในอนาคตอันใกล้นี้  คิดว่าอีกไม่นานเพื่อน ๆ คงมีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เพิ่มขึ้นอีกแห่งเมื่อมาถึงภูเก็ตครับ :)



สุดสัปดาห์กับน้ำใส ทรายขาว สายลม แสงแดด ที่เกาะละวะใหญ่

หลังจากเกริ่นเรื่องเกาะละวะใหญ่ไว้ในบทความ “หนีงานไปเกาะละวะ“ก่อนหน้านี้  วันนี้ขอเล่าเรื่องการเดินทางของผมด้วยภาพถ่ายที่เพิ่งจะโหลดลงเครื่องแบบสด ๆ ร้อน ๆ ครับ

ก่อนถึงท่าเรือคลองหินซึ่งเป็นท่าเรือสำหรับเดินทางไปเกาะละวะใหญ่  เราแวะกันที่ท่าเรือคลองเคียนซึ่งเป็นท่าเรือสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวชมอ่าวพังงา  เป็นท่าเรือที่มีทิวทัศน์สวย  ยิ่งถ้าช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้นหรือตกน่าจะโรแมนติกมากทีเดียว

lawa01.jpg

การเดินทางในครั้งนี้ใช้รถสองแถวแบบดั้งเดิมของภูเก็ต ต่อด้วยเรือหางยาวที่บรรทุกพวกเราเกือบ 20 ชีวิต (ที่แอบลุ้นแทบแย่ว่าจะพาไปถึงเกาะหรือเปล่าเพราะดูแล้วเรือน่าจะบรรทุกได้ไม่เกิน 15 คน)

lawa02.jpg

เมื่อถึงเกาะก็จะพบกับภาพสวยงามแบบนี้ครับ “น้ำใส ทรายขาว สายลม แสงแดด” WOW!!

lawa04.jpg

บางส่วนก็พักที่บ้านพักที่เหลือก็กางเต้นท์นอนกันริมหาดเลย ได้บรรยากาศไปคนและแบบ

lawa05.jpg

ช่วงปลายปีถึงต้นปี ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีพอดี ช่วยแต่งแต้มให้เกาะแห่งนี้มีสีสันสวยมากยิ่งขึ้น

lawa03.jpg

ผืนทรายที่มีชีวิต

 lawa12.jpg

สำหรับผู้รักการถ่ายภาพบุคคล ไม่ว่าภาพเดี่ยว ภาพหมู่ ที่นี่มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายจนหนำใจ

lawa06.jpg

lawa07.jpg

lawa08.jpg

lawa09.jpg

ยามเย็นหรือยามค่ำก็สวยงาม Romantic ไม่แพ้กัน

lawa10.jpg

lawa11.jpg

(** ภาพข้างต้น จัดทำขึ้นเพื่อการถ่ายภาพโดยเฉพาะ นายแบบกะนางแบบมิได้เป็นแฟนกันจริงนะ หุหุ)

ข้อมูลเพิ่มเติม
การเดินทางมาเที่ยวเกาะละวะ สามารถเดินทางจากภูเก็ตหรือพังงามาเที่ยวได้ทั้งแบบ One day trip หรือจะนอนค้างคืนก็ได้  หากเดินทางจากภูเก็ตจะเข้าทางท่าเรือคลองเคียนซึ่งปากทางเข้าอยู่ระหว่างโรงเรียนท่านุ่นและวัดท่านุ่นซึ่งห่างจากสะพานสารสินเพียงไม่ถึง 5 กิโลเมตร  และจากปากทางถึงท่าเรือคลองหินระยะทางประมาณ 30 กม.  ซึ่งต้องขึ้นเรือหางยาวเพื่อข้ามฝั่งค่าเรือประมาณ 300-500 บาทต่อเที่ยวแล้วแต่จำนวนคน  โดยการเดินทางจากท่าเรือคลองหินไปยังเกาะละวะใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น

บนเกาะมีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร  มีบ้านพัก 6 หลัง, มีพื้นที่กางเต้นท์ริมหาดมากมาย, มีบาร์, ห้องอาหาร ที่ไม่สะดวกสักหน่อยก็คือห้องน้ำเนื่องจากน้ำมีจำนวนจำกัดจึงเปิดให้ใช้บริการได้เพียงไม่กี่ห้อง  ใกล้ ๆ กับที่กางเต้นท์จะมีบ่อน้ำบาดาลให้ผู้ที่พักเต้นท์สามารถใช้อาบได้ ซึ่งน้ำก็จืดสนิทไม่กร่อยเหมือนกับบางเกาะ  แต่สำหรับผู้ที่พักในบ้านพักจะมีน้ำให้บริการเป็นช่วง ๆ (เช้า-กลางวัน-เย็น) ไฟฟ้าจะเริ่มเปิดตอนหัวค่ำจนถึง 5 ทุ่ม (ถ้าอยากให้เปิดนานกว่านี้ให้ซื้อน้ำมันไปให้เพื่อใช้เติมเครื่องปั่นไฟ)  

ชายหาดที่เหมาะกับการเล่นน้ำมากที่สุดก็คือด้านหน้าเกาะ  ตรงส่วนที่เป็นดอนทรายยื่นไปในทะเล  โดยเฉพาะช่วงน้ำขึ้นจะเหมาะกับการเล่นน้ำมาก  แต่ถ้าน้ำลงทะเลบางส่วนอาจะเป็นดินเลนและมีหินปะปนอยู่ด้วย  ซึ่งชายหาดจะเงียบสงบมากในช่วงเช้า แต่จะมีนักท่องเที่ยวมานอนอาบแดดเยอะในช่วงบ่าย 2 โมงถึง 4 โมงครึ่ง  เพราะเรือจะนำนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวอ่าวพังงามาแวะอาบแดดที่เกาะแห่งนี้  นอกจากการพักผ่อนในบรรยากาศอันสดใสสวยงามบนเกาะแล้ว ทางอุทยานมีเรือแคนูให้เช่าพายเล่นรอบเกาะด้วยสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังและไม่อยากว่ายน้ำ

สำหรับค่าขึ้นเกาะ (ค่าบำรุงสถานที่), ค่าที่พักและค่าอาหารควรตกลงเรื่องรายละเอียดให้เรียบร้อยก่อนขึ้นเกาะ เพื่อให้ทราบค่าใช้จ่ายที่แน่นอนก่อนออกเดินทางครับ



หนีงานไปเกาะละวะ

“เกาะละวะ” ชื่อนี้อาจคุ้นหูนักท่องเที่ยวหลายคนในฐานะเกาะแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพร  แต่เกาะละวะ ที่ผมจะเล่าให้ฟังวันนี้เป็นเกาะเล็กๆ ของจังหวัดพังงา  ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของท่านุ่น (จุดที่เชื่อมต่อกับเกาะภูเก็ตนั่นเอง)  ที่ได้มาเยือนเกาะแห่งนี้ก็เพราะทางบริษัท ฯกำลังมองหาที่จัดกิจกรรม team building ให้กับเหล่าผู้บริหารที่ทำงานใน office มาทั้งปี  ต้องเปลี่ยนที่ทรมานบ้างจะได้ไม่เบื่อ อิอิ .. ผมกับทีมงานอีก 3 คนก็เลยเสียสละให้คนอื่นอิจฉาเล่นมา survey สถานที่ก่อนที่จะเดินทางกันมาทั้งทีมสุดสัปดาห์นี้ .. ไปดูกันดีกว่าว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง

มองจากฝั่งของพังงาบริเวณท่าเรือจะเห็นเกาะละวะอยู่ไม่ไกล  ชายหาดเต็มไปด้วยหินและต้นโกงกางเป็นระยะ มองไปด้านทิศตะวันออกจะเห็นภูเขาหินปูนอันเป็นเอกลักษณ์ของอ่าวพังงาอยู่ไม่ไกล (ท่าเรือนี้ชื่อท่าเรือคลองหิน-ขับจากภูเก็ตข้ามสะพานสารสินมาไม่กี่กิโลจะเห็นทางเข้าอยู่ทางขวามือข้างวัดป่าท่านุ่น  ระยะทางจากปากทางถึงท่าเรือประมาณ 30 กม.)

koh-la-wa01.jpg

koh-la-wa02.jpg

koh-la-wa03.jpg

koh-la-wa04.jpg

ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงเกาะละวะ  ซึ่งช่วงเที่ยงถึงบ่ายของทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวที่มากับโปรแกรมทัวร์อ่าวพังงา จะขึ้นมาพักผ่อนบนเกาะแห่งนี้ บ้างก็อาบแดด บ้างก็พายเรือแคนู  แม้ชายหาดจะไม่ขาวละเอียดเหมือนหลาย ๆ เกาะ แต่ก็สามารถเล่นน้ำได้อย่างดีโดยเฉพาะเวลาน้ำขึ้นเต็มที่

koh-la-wa05.jpg

koh-la-wa06.jpg

koh-la-wa07.jpg

เนื่องจากเกาะแห่งนี้เป็นเกาะเล็ก ๆ  จึงสามารถเดินรอบเกาะได้ในช่วงที่น้ำลง  ซึ่งรอบเกาะจะมีแนวโขดหินสลับกับชายหาด  หากต้องการหนีผู้คนสามารถเดินวนรอบเกาะไปเล่นน้ำด้านหลังได้ เพราะจะปลอดผู้คนและสามารถเล่นน้ำได้เช่นกัน

koh-la-wa11.jpg

koh-la-wa12.jpg

koh-la-wa13.jpg

นอกจากนี้ก็มีภาพห้องพักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร และพื้นที่ทำกิจกรรมมาให้ชมกันครับ

koh-la-wa08.jpg

koh-la-wa09.jpg

koh-la-wa10.jpg

สำหรับรายละเอียดเรื่องที่พักและข้อมูลอื่น ๆ จะไว้เล่าให้ฟังหลังจากเดินทางไปพักจริง ๆ สุดสัปดาห์นี้นะครับ  วันนี้ขอตัวพักผ่อนก่อนครับเพราะโดนแดดเผามาทั้งวัน :)



วันสุดสัปดาห์ที่หาดปลื้มสุข

ทุกวันนี้วิถีชีวิตของชาวภูเก็ตเปลี่ยนไปมาก  แต่ก่อนวันเสาร์-อาทิตย์ เราจะเห็นชาวภูเก็ตชวนครอบครัวกันไปปูเสื่อนั่งทานอาหารกันที่ริมทะเล  หาดที่เป็นที่นิยมก็ได้แก่ หาดกะตะ, หาดไนยาง, หาดราไวย์ เพราะเหมาะกับการเล่นน้ำและมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาตลอดแนวหาด .. แต่ในปัจจุบันหาดเหล่านี้เป็นพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยวไปเสียแล้ว  คนภูเก็ตก็เลยใช้ชีวิตวันหยุดกันในห้างใหญ่ของภูเก็ต  วันอาทิตย์ถ้าไปเดินในห้างก็จะเจอคนรู้จักเต็มไปหมด ก็เพราะสังคมภูเก็ตเล็กมากนั่นเอง 
วันสุดสัปดาห์นี้อยากไปนั่งริมหาดเงียบ ๆ ก็เลยนึกถึงหาดแห่งหนึ่ง  ที่ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะรู้จัก  วันนี้ผมจะพาไปเที่ยว “หาดปลื้มสุข” กันครับ

“หาดปลื้มสุข”  เป็นหาดทางฝั่งตะวันออกของเกาะภูเก็ต  ซึ่งเป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวไม่นิยมมาเที่ยวกันมากนัก  การเดินทางก็สามารถขับรถจากตัวเมืองภูเก็ตไปถึงตัวหาดโดยใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที  โดยใช้เส้นทางที่ไปเกาะสิเหร่นั่นเอง  เมื่อถึงหาดเกาะสิเหร่แล้วให้ขับเลียบเขาไปอีก 4-5 กิโลเมตรก็จะพบกับป้ายเล็ก ๆ ชี้ทางลงไป “หาดปลื้มสุข”

plumsuk01.jpg

plumsuk04.jpg

บรรยากาศอันร่มรื่นและเงียบสงบของหาดปลื้มสุข

plumsuk02.jpg

จะHonda CRV รุ่นใหม่ล่าสุด หรือ Honda Dream รุ่นเก๋า  ก็สุขใจได้เหมือนกันที่หาดปลื้มสุข

ที่ “หาดปลื้มสุข” จะมีต้นหูกวางและไม้ใหญ่อื่น ๆ อยู่ตลอดแนวหาดคอยให้ความร่มรื่น  มีร้านค้าให้บริการอยู่หนึ่งร้านซึ่งมีอาหารจานเด็ดที่เหมาะกับการนั่งกินลมชมวิวริมทะเลก็คือ ส้มตำ, ไก่ทอด และ ผัดไท ..  นั่นเอง   นอกจากนี้ทางร้านยังมีศาลา และม้านั่งหินให้นั่งทานได้อย่างสบายใจ  หรือครอบครัวไหนอยากนำเสื่อมาปูแล้วขนข้าวปลาอาหารมาทานเองทางร้านก็มิได้ว่าแต่อย่างใด

plumsuk03.jpg

plumsuk06.jpg

 ผัดไท กับ ส้มตำ อาหารจานเด็ดของหาดปลื้มสุข

ในช่วงน้ำขึ้นหาดแห่งนี้สามารถเล่นน้ำได้  แม้หาดทรายจะไม่ขาวสะอาดเหมือนทางด้านฝั่งตะวันตก  แต่ผมรับรองได้ว่าน้ำทะเลนั้นเค็มไม่แพ้กัน อิอิ  …. มองออกไปในทะเลจะสามารถมองเห็นเกาะต่าง ๆ อาทิ เกาะยาวของจังหวัดพังงา และอาจมองเห็นเกาะพี ๆ ด้วยในวันที่ท้องฟ้าไร้ไอหมอก

plumsuk05.jpg

นั่งพักกินลมกันจนหายเหนื่อยแล้วขับรถย้อนกลับมาทางเดิมจะผ่านวัดเกาะสิเหร่  อย่าลืมแวะเข้าไปนมัสการพระพุทธไสยาสน์ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาหลังวัดด้วยนะครับ  บนเนินแห่งนี้นับเป็นจุดชมวิวที่ดีจุดหนึ่งเลยทีเดียว  เพราะสามารถมองเห็นเมืองภูเก็ตได้อย่างชัดเจน เห็นความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าโกงกางที่เกาะสิเหร่อันเป็นที่อยู่อาศัยของลิงแสมนับร้อยชีวิต  หลังจากไหว้พระจนอิ่มบุญแล้ว  ระหว่างทางกลับอย่าลืมแวะให้อาหารลิงด้วยนะครับ เรียกได้ว่าได้บุญสองเด้งเลย….

plumsuk07.jpg

สามารถชมวิวเมืองภูเก็ตได้อย่างชัดเจนจากที่ตั้งพระพุทธไสยาสน์

plumsuk08.jpg

จากจุดชมวิวสามารถมองเห็นป่าโกงกางที่ยังอุดมสมบูรณ์ของเกาะสิเหร่ได้อย่างชัดเจน

ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวและมีเวลาเหลือไม่รู้จะไปไหนก็ลองแวะมาเปลี่ยนบรรยากาศดูที่หาดปลื้มสุขนะครับ  … รับรองว่าความเงียบสงบของหาดแห่งนี้จะทำให้คุณพกความสุขกายสบายใจกลับบ้านได้อย่างแน่นอน



WordPress Themes