ความจริงว่าจะเขียนเรื่องนี้นานแล้ว เพราะถ่ายภาพเตรียมไว้ตอนนัดเลี้ยงวันเกิดเพื่อนฝูงสมัยมัธยมเมื่อเกือบสองเดือนก่อน แต่ช่วงนี้งานมันรัดตัวจริง ๆ ก็เลยไม่ได้เขียนซะที วันนี้นั่งทำงานจนมึนก็เลยขอเขียนเรื่องนี้คลายเครียดซักหน่อย (แบบว่าดึกแล้วมันหิว ก็เลยนึกถึงเรื่องของกิน อิอิ)
เกริ่นมาซะยาว ไปหาอะไรกินกันดีกว่าคร้าบ … ความจริงแล้วที่นี่ไม่ได้มีแค่ลมให้กินเหมือนหัวข้อที่จั่วไว้หรอกนะครับ แต่มีอาหารอร่อย ๆ ให้กินเพียบเลย ร้านตั้งอยู่ที่บนยอดเขารังซึ่งเป็นจุดชมวิวอันโด่งดังกลางเมืองภูเก็ต และด้วยทำเลที่เป็นจุดชมวิวนี่เอง คุณจึงสามารถทานอาหารไป ชมวิวไป อร่อยปาก อิ่มใจ อีกต่างหาก
บรรยากาศในร้านยามค่ำคืน สามารถมองเห็นวิวเมืองภูเก็ตและอ่าวฉลองได้อย่างชัดเจน

อาหารจานเด็ด ไก่ห่อใบเตย & น้ำพริกกะปิ

นอกจากอาหารพื้นเมืองภูเก็ต อาทิ น้ำพริกกะปิ และ ซีฟู้ดสด ๆ แล้ว ที่นี่ยังเป็นต้นตำหรับของกาแฟ รสเลิศ เคยได้ยินว่าเป็นสูตรเดียวกับ black canyon (อันนี้จริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่รสชาติคล้ายกันจริง) และหลังจากลิ้มรสอาหารคาวแล้ว ยังมีของว่างปิดท้ายเป็นกล้วยชุปแป้งทอด (ไม่เหมือนกล้วยทอดนะครับ) ทานกับน้ำผึ้ง อาหย่อยอย่าบอกใครทีเดียว
ของหวานปิดท้าย

มาเที่ยวภูเก็ตทั้งที ก็อย่าลืมแวะมาที่นี่นะครับ เพราะนอกจากจะได้ชมวิวสวย ๆ ของเมืองภูเก็ตแล้ว ยังได้ลิ้มรสอาหารอร่อยของร้านดั้งเดิมที่อยู่คู่ภูเก็ตมาหลายสิบปีอีกด้วย “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ร้าน” ครับ
Tags: ทุ่งคากาแฟ, นำเที่ยวภูเก็ต, ภูเก็ต, ร้านอร่อย, ร้านอาหารภูเก็ต, อาหารภูเก็ต, เขารัง
ชายหาด,เกาะและจุดชมวิว, นำเที่ยวภูเก็ต, ร้านอาหารอร่อยที่ภูเก็ต | 9MOT |
June 15, 2008 4:35 pm |
Comments (2)
จะว่าไปแล้วภูเก็ตมีจุดชมวิวมากมาย แต่มีเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถชมวิวได้ 360 องศา และบางจุดแม้จะชมวิวได้โดยรอบแต่ว่าวิวนั้นคล้ายกันไปหมดทุกด้านไม่น่าสนใจ แต่จุดที่ผมกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้แต่ละด้านล้วนมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน และแน่นอนว่าชมวิวได้ 360 องศาอย่างแท้จริง ที่นี่คือ “จุดชมวิวเขาขาด”
พูดถึงจุดชมวิวแห่งนี้ ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ไม่ว่าจะในหมู่นักท่องเที่ยวหรือแม้กระทั่งคนพื้นที่เอง เพราะเพิ่งจะเปิดได้ไม่นานและตำแหน่งก็อยู่ในโซนที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวอันโด่งดังของภูเก็ต แต่หลังจากที่ผมได้ไปเยือน (เป็นครั้งแรกเหมือนกัน อิอิ) ก็ต้องยอมรับว่าเป็นมุมมองใหม่ที่มีสเน่ห์ไม่แพ้จุดอื่น ๆของภูเก็ตเลยทีเดียว
จุดชมวิวแห่งนี้สามารถเดินทางมาได้จาก 3 ทาง (เป็นอย่างน้อย) คือจากเขาขาด, ท่าเรืออ่าวมะขาม และจากถนน (ดูแผนที่ click ที่นี่)
เมื่อมาถึงจุดชมวิวแล้ว จะมีลานจอดรถและห้องน้ำอยู่ด้านล่าง ถ้าต้องการจะชมวิวต้องออกแรงเดินเล็กน้อยขึ้นไปบนหอคอย ซึ่งมี 2 ชั้น สามารถชมวิวได้คล้าย ๆ กันแต่ชั้นบนจะเห็นชัดเจนกว่า
บรรยากาศอันงดงามยามเย็น

มองเห็นท่าเรืออ่าวฉลองอยู่ไกล ๆ

นักท่องเที่ยวกำลังถ่ายภาพเมืองภูเก็ต

วิวแต่ละด้านของจุดชมวิวแห่งนี้จะแตกต่างกันออกไป โดยทางทิศใต้จะมองเห็นเกาะโหลน และศูนย์ชีววิทยาทางทะเล ด้านทิศตะวันตกจะมองเห็นอ่าวฉลอง ซึ่งมีเรือจอดอยู่เต็มไปหมด นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นพระใหญ่ (พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี) ตั้งตะหง่านอยู่บนเทือกเขานาคเกิดอีกด้วย ส่วนด้านทิศเหนือจะสามารถมองเห็นตัวเมืองภูเก็ตอย่างชัดเจน และสุดท้ายด้านทิศตะวันออกสามารถมองเห็นท่าเรือน้ำลึกและเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ด้านเหนือของภุเก็ต ไม่ว่าจะเห็นเกาะดอกไม้, เกาะไม้ท่อน รวมถึงเกาะพีพีด้วย (มองเห็นเฉพาะวันอากาศดี)
พระใหญ่ (พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี) ที่สามารถมองเห็นจากจุดชมวิวด้านทิศตะวันตก

บรรยากาศอันงดงามเมื่อพระอาทิตย์ตก (เขา)

ส่วนภาพนี้เป็นวิวทางด้านทิศตะวันออก

สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วผมแนะนำให้ลองแวะมาที่นี่สักครั้ง จะมาในช่วงกลางวันหรือจะมาชมบรรยากาศยามเย็นก็สวยงามไม่แพ้ก้น เสียดายที่จุดชมวิวแห่งนี้ไม่สามารถชมพระอาทิตย์ตกน้ำได้ แต่ถ้าชมพระอาทิตย์ตกเขาล่ะก็ไม่ผิดหวังครับ

เมื่อชายหาดสวย ๆ และน้ำทะเลใส ๆ ของภูเก็ตถูกจับจองโดยนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและเทศจนแทบจะไม่เหลือที่ว่างสำหรับคนภูเก็ตอีกแล้ว วิถีชีวิตในวันว่างของคนภูเก็ตจึงเปลี่ยนจากการปูเสื่อนั่งพักผ่อนริมหาดกับครอบครัวไปเป็นการเดินตากแอร์ในห้างสรรพสินค้าแทน วันนี้ผมหาทำเลถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกจึงนึกถึงเขาขาดเพราะมีต้นโกงกางที่มีฟอร์มสวยงาม น่าจะเหมาะกับการเป็นฉากหน้าในการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก แต่ผมไปถึงค่อนข้างเร็วก็เลยขับรถไปเรื่อย ๆ เลยเขาขาดไป ถึงอ่าวเล็กๆ อ่าวหนึ่งที่ไม่ได้ผ่านมากว่า 10 ปีแล้ว นั่นก็คือ “อ่าวยน” ริมหาดผมพบกับครอบครัวคนภูเก็ตนั่งปูเสื่อพูดคุยกันตามประสาญาติพี่น้อง เด็กๆ วิ่งไล่กันบนชายหาด บ้างก็ลงไปเล่นน้ำ … ชายหาดที่นี่ไม่มีความสวยงามเลยแม้แต่น้อย ทะเลก็เต็มไปด้วยหินและโคลน แต่ที่นี่กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นของครอบครัวที่หาไม่ได้อีกแล้ว ณ ชายหาดอันโด่งดังของภูเก็ต ความเจริญอย่างรวดเร็วของภูเก็ต ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียวิถีดั้งเดิมที่อบอุ่น วันนี้แทบจะหาภาพแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว วันหยุดแต่ละสัปดาห์จะเห็นแต่เด็กวัยรุ่นชวนกันไปเล่นตู้เกมส์, ดูหนังกันในห้าง มีไม่เยอะนักที่จะเห็นกลุ่มใหญ่ ๆ พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ-แม่-ลูก-พี่-ป้า-น้า-อา เหมือนแต่ก่อน …
เมื่อเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะลงไปถ่ายภาพ แต่คงไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่แห่งนี้ คงไม่บอกว่าที่นี่อยู่จุดไหนของภูเก็ต แค่อยากบันทึกภาพของวิถีแบบดั้งเดิมไว้ ณ Blog แห่งนี้ เพราะปัจจุบันความเจริญกำลังรุกคืบมาที่นี่ด้วยเช่นกัน อีกไม่นานคงไม่เหลือแม้แต่หาดเล็ก ๆ ไว้ให้ “วิถีภูเก็ต” ได้ดำเนินอีกต่อไป



พูดถึงหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ชื่อนี้คงเป็นที่คุ้นหูของเพื่อน ๆ ดี รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย ว่ากันว่าชื่อหาดป่าตองโด่งดังกว่าชื่อภูเก็ตซะอีก (แต่เท่าที่ฟังดูเหมือนจะดังในแง่ ของแหล่งสารพันบันเทิงยามราตรีมากกว่าความงดงามของชายหาด เศร้าเจง ๆ เยย) วันนี้ผมขอพาเพื่อน ๆ ไปชมอีกมุมหนึ่งของหาดป่าตองที่ไม่ค่อยมีใครนำเสนอมากนัก นั่นก็คือ L Orchidee วิลล่าหรูซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาด้านทิศเหนือของหาดป่าตอง (ทางขึ้นอยู่ใกล้ ๆ กับ Novotel Patong) เส้นทางสู่วิลล่าแห่งนี้สูงชันเอาการ ถ้าเดินขึ้นไปก็คงพอ ๆ กับขึ้นซำแฮกของภูกระดึงนั่นแหละครับ อิอิ ใจกลางหมู่บ้าน (เรียกแบบไฮโซหน่อยก็วิลล่า) จะมี Clubhouse ส่วนกลาง ซึ่งมีสระว่างน้ำและศาลาชมวิวอันงดงาม จากจุดนี้จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของหาดป่าตองได้อย่างชัดเจน น้ำในสระสีน้ำเงินเข้มกับสีครามของน้ำทะเลและท้องฟ้าสวยงามมาก



โดยเฉพาะที่ศาลาชมวิวนั้น ถ้าตั้งโต๊ะรับประทานอาหารค่ำจะโรแมนติกมากทีเดียวเพราะจะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกอย่างชัดเจน
วิลล่า L Orchidee นั้นเป็นวิลล่าที่ขายให้กับเศรษฐีกระเป๋าหนัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นชาวต่างชาติที่ซื้อไว้เป็นที่พักตากอากาศ ในช่วงที่เขาไม่อยู่ก็จะให้ทางโครงการนำวิลล่าเหล่านั้นให้เช่าในสนนราคา 20,000-40,000 บาทต่อหลัง/คืน (ย้ำว่าต่อคืนนะครับ ไม่ใช่ต่อเดือน) แต่ก็ถือว่าไม่แพงมากนักถ้าเทียบกับสิ่งอำนวยความสะดวกเพราะมีหลายห้องนอน มีสระน้ำในตัว รวมถึงมีอุปกรณ์ครบครันเหมือนบ้านเลยทีเดียว ถ้ามาอยู่กันหลาย ๆ คนก็ดีกว่าไปพักในโรงแรมห้าดาวเสียอีก (แต่ผมคงไม่มีปัญญาหรอก อิอิ)

ถ้าใครสนใจก็ลอง search หาข้อมูลดูทาง internet หรือดู website ได้ที่ www.lorchidee-residences.com คร้าบ
ยังรู้สึกเหมือนผ่านปีใหม่มาไม่นาน แต่นี่ก็เริ่มเข้าเดือนมีนาคมแล้ว … ฤดู (โคตร) ร้อน ของภูเก็ตกำลังใกล้เข้ามาทุกที (ภูเก็ตมี 3 ฤดูคือ ฤดูฝน, ฤดูร้อนและฤดูโคตรร้อนครับ) ช่วงนี้อากาศที่ภูเก็ตก็แปรปรวนเสียเหลือเกิน บางวันร้อนจัด บางวันฝนตก แต่ที่แน่ ๆ ทุกวันจะมีเมฆหมอกเยอะมาก เหล่านักถ่ายภาพทุกคนคงรู้สึกเหมือนผมคือเซ็งกับอากาศแบบนี้ เพราะถ่ายภาพทะเลออกมาแล้วจะทึม ๆ ไม่สวยเท่าที่ควร … ผมโชคดีที่ขึ้นเดือนใหม่ปุ๊ปก็ได้แว๊ปออกจากเกาะอีกครั้ง คราวนี้เดินทางไปเกาะใกล้ๆ ห่างจากภูเก็ตเพียง 20 นาที (เดินทางด้วย speed boat นะครับ ถ้าเป็นเรือหางยาวก็น่าจะราว ๆ ชั่วโมงนึง) เกาะที่ว่านี้ไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวคนไทยนัก เพราะค่อนข้างจะเป็นเกาะปิดเนื่องจากให้บริการกับนักท่องเที่ยวที่จองห้องพักบนเกาะเท่านั้น เกาะนี้ชื่อเกาะไม้ท่อน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภูเก็ต สามารถเดินทางได้จากท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เป็นเกาะที่มีลักษณะยาวเหมือนท่อนไม้ (สมชื่อ) มีหาดยาว ๆ 1 หาดซึ่งเป็นที่ตั้งของ Maiton Resort ที่เหลือเป็นหาดเล็ก ๆ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ จุดเด่นที่สุดของเกาะนี้เห็นจะเป็นน้ำที่ใสปิ๊งราวกับกระจก (ถ้าใครเคยไปเกาะรายาก็จะคล้าย ๆ กันครับ) เลยออกจากตัวหาดไปไม่มากจะมีแนวปะการังที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่พอสมควร นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่ศูนย์อนุรักษณ์พันธุ์สัตว์น้ำนำหอยมือเสือมาเพาะพันธุ์บริเวณหน้าเกาะอีกด้วย (เหมาะสำหรับผู้ชอบดำน้ำลึก) และที่โชคดีเป็นที่สุดก็คือวันนี้เป็นวันที่ฟ้าใสแจ๋วหลังจากที่วันก่อนหน้านี้ฝนตกเกือบตลอดวัน แถมมีเมฆเป็นปุย ๆ เหมาะกับการถ่ายภาพจริง ๆ
ร่ายมาซะยาวมาดูภาพกันดีกว่าครับ ภาพแรกถ่ายที่ท่าเรือบนเกาะครับสนิมเขรอะเลย บ่งบอกว่าใช้งานมานานหลายปี ที่เห็นด้านหลังลิบ ๆ ก็คือเกาะภูเก็ตนั่นเอง (ต้องเพ่งหน่อยนะจึงจะเห็น)

ส่วนภาพที่ 2 ก็เรือส่วนตัว เอ้ยเรือที่โดยสารมาในวันนี้ครับ เห็นเกาะเล็ก ๆ ด้านหลังอีกแล้ว เกาะนี้เรียกว่าเกาะดอกไม้ครับ เป็นแหล่งดูปะการังน้ำลึก (SCUBA) ที่สวยมาก ๆ แห่งหนึ่ง มีปะการังหลากหลายสีเหมือนสวนดอกไม้ในน้ำเลยทีเดียว

ภาพนี้มองจากท่าเรือไปยังไม้ท่อนรีสอร์ท เห็นน้ำใส ๆ และหาดขาว ๆ รออยู่ไม่ไกล

น้ำใสเหมือนกระจกจริง ๆ



มองจาก lobby โรงแรมออกไปก็จะเห็นสะพานทอดยาวไปท่ามกลางทะเลสีเขียวมรกต

ที่พักทรงไทยประยุกต์บนเกาะ

สระว่ายน้ำที่วันนี้ว่างเปล่าปราศจากนักท่องเที่ยว

ปัจจุบันเกาะแห่งนี้เปลี่ยนมือจากเจ้าของชาวต่างชาติมาเป็นของคนไทยแล้ว และอยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในอนาคตอันใกล้นี้ คิดว่าอีกไม่นานเพื่อน ๆ คงมีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เพิ่มขึ้นอีกแห่งเมื่อมาถึงภูเก็ตครับ