บทความในหมวด : ชายหาด,เกาะและจุดชมวิว

วันเดียวเที่ยวสี่เกาะ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ภูเก็ตอากาศดีมาก ๆ  ฟ้าใสแจ๋ว  แม้จะมีเมฆบ้างแต่ก็ดูแทบไม่ออกว่ากำลังอยู่ในช่วงฤดูฝน   คงเป็นเพราะโลกของเราเพี้ยนไปแล้วจริง ๆ หุหุ … ฟ้าใสขนาดนี้มีหรือคนบ้างกล้องอย่างผมจะอยู่เฉยได้  ต้องหาเรื่องเที่ยวซักหน่อย  อิอิ   

แต่อย่างว่าแหละครับคนกำลังอยูในวัยทำงานเก็บเงิน (จะพยายามบอกว่าตัวเองอยู่ในช่วงวัยรุ่นว่างั้นเหอะ 555)  จะไปไหนไกล ๆ ก็กลัวโดนเจ้านายปลดจึงต้องหาโปรแกรมทัวร์ใกล้ๆ ประเภท one day trip   ซึ่งเพื่อน ๆ ที่มาเที่ยวภูเก็ตอาจจะเลือกโปรแกรมนี้ได้เช่นเดียวกันนะครับ  เพราะทุกอย่างสะดวกสบายและได้เปลี่ยนบรรยากาศออกนอกเกาะภูเก็ตบ้าง … และโปแกรมที่ผมจะเล่าให้ฟังวันนี้ก็คือโปรแกรมทัวร์เกาะใกล้ ๆ ภูเก็ตนั่นเอง  โดยผมเลือกทัวร์เกาะไข่-เกาะยาวน้อย-เกาะพีพี(s) แอบเติม s ท้ายเกาะพีพีก็เพราะว่าพีพีเป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะโดยมีเกาะที่สำคัญได้แก่เกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเลนั่นเอง  สรุปแล้วทริปนี้ผมได้ไปเยือนถึง 4 เกาะเลยทีเดียว … หลาย ๆ คนอาจมีคำถามว่าแล้วมันจะสนุกเหรอ มีเวลาแค่วันเดียวไปตั้ง 4 แห่ง ? … อยากรู้คำตอบใช่ไหมครับ  คำตอบอยู่ด้านล่างนี้แล้วครับ เชิญติดตามได้เลย

นาฬิกาบอกเวลา 8.45 นาทีไม่ขาดไม่เกิน  รถตู้จากบริษัททัวร์ก็มารับผมตามเวลาที่นัดหมายไว้ที่ lobby ของสุโขสปารีสอร์ท  และใช้เวลาราว 20 นาทีเพื่อรับชาวต่างชาติอีกกลุ่มซึ่งพักอยู่บริเวณถนนถลางเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือแหลมตุ๊กแก  ที่ซึ่งเรือได้จอดเทียบท่ารออยู่แล้ว … ครั้งแรกที่เห็นเรือผมถึงกับร้อง เฮ้ย .. ลำนี้เหรอ  เพราะไม่เคยเห็นเรือลักษณะนี้มาก่อน  เป็นเรือที่มีรูปร่างเป็นแคปซูลยาว ๆ คล้ายเรือดำน้ำแต่หัวเรือแหลม  ถ้าเป็นเครื่องบินก็เหมือนคองคอร์ดเลย หุหุ    ยังแอบคิดในใจเลยว่าซื้อทัวร์ผิดเผลอไปซื้อทริปเรือดำน้ำป่าวฟะ อิอิ

บรรยากาศบริเวณท่าเรือ

khai-phiphi-t1

เรือลำนี้บรรจุผู้โดยสารได้ราว 120 คน  แต่วันนี้นักท่องเที่ยวบางตามีคนร่วมทริปแค่ 24 คนเท่านั้น  ซึ่งผมก็แอบดีใจลึก ๆ เพราะไม่ต้องแย่งกันกินแย่งกันชมนั่นเอง …  หลังจากเรือออกทะเลได้สักพัก  ไกด์ก็เริ่มอธิบายภาพรวมของทริปและให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์รวมถึงแจกอุปกรณ์ snorkel เพื่อใช้ในการดูปะการังน้ำตื้นที่จุดดำน้ำต่าง ๆ ที่เราจะแวะในวันนี้

บรรยากาศในเรือครับ

khai-phiphi-t2

จุดหมายแรกของทริปนี้คือเกาะไข่ (เกาะไข่นอก)  ซึ่งอยู่ห่างจากภูเก็ตไม่มากนัก  และจะใช้เวลาเดินทางราว 20 นาทีจากท่าเรือ  ซึ่งนับว่าเป็นความเร็วที่ใกล้เคียงกับการเดินทางด้วย speed boat  แต่สะดวกสบายกว่า  เพราะนอกจากเรือลำนี้จะมีห้องน้ำ  ของว่างและเครื่องดื่มบริการบนเรือแล้ว  เรือยังวิ่งนิ่มไม่กระแทกกระเทือนเหมือนการนั่ง speed boat ทั่วไป  ซึ่งนับเป็นทางเลือกที่ดีกับผู้ที่กลัว speed boat และกลัวการเมาเรือ

ยืนชมวิวสวย ๆ ที่หัวเรือ

khai-phiphi-t3

เรือค่อย ๆ แล่นผ่านแหลมด้านทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ตที่เรียกว่าเกาะสิเหร่ ออกสู่ทะเลใหญ่  ผมจึงลุกจากที่นั่งมาเก็บภาพตรงหัวเรือเพราะฟ้ากำลังสวยมากทีเดียว … เรือแล่นผ่านเกลียวคลื่นได้ไม่นานก็ถึง “เกาะไข่”   โดยมีเรือหางยาวมารับนักท่องเที่ยวจากเรือลำนี้ไปยังฝั่งเนื่องจากวันนี้คลื่นลมค่อนข้างแรงทำให้ไม่สะดวกในการนำเรือไปจอดที่ชายหาด

วิวสวย ๆ ของเกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

ไกด์แจ้งว่าเรามีเวลา 1 ชั่วโมงบนเกาะไข่   ซึ่งนับว่าเพียงพอสำหรับการเดินถ่ายภาพรอบเกาะที่มีขนาดพอ ๆ กับสนามฟุตบอล  หรือจะเล่นน้ำให้อาหารปลาก็สนุกไปอีกแบบ  แต่ถ้าจะเล่นน้ำด้วย ถ่ายภาพแบบจริงจังด้วยก็คงต้องรีบหน่อยเพราะจุดสวย ๆ ในการถ่ายภาพนั้นมีเยอะเหลือเกิน

ฟ้าสวย น้ำใส

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

โชคดีมากที่ทัวร์บริษัทนี้แวะเกาะไข่ในช่วงเช้า  เพราะทิศทางของแสงเหมาะกับการถ่ายภาพที่เกาะไข่มาก  ทั้งนี้ผมเดินถ่ายภาพไปตามหาดเล็ก ๆ ที่อยู่ติด ๆ กันของเกาะไข่ซึ่งน้ำใสปิ๊ง  มีฝูงปลาตัวน้อย ๆ ว่ายกรูมาหาผมขณะที่เดินลงไปถ่ายภาพในน้ำเพราะมันคงคิดว่ากำลังจะได้ลิ้มรสอาหารเช้านั่นเอง

ฝูงปลาที่เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

 ลักษณะเด่นของเกาะไข่คือน้ำใสมองเห็นเป็นสีฟ้า  ทรายขาวละเอียดเหมาะกับการเล่นน้ำ  แต่ในจุดที่ลึกลงไปจะมีแนวปะการังที่ยังสวยงามพอสมควร ซึ่งน้ำในจุดเหล่านี้เป็นสีครามเข้มตัดกับสีฟ้าใสสวยงามมาก ๆ   นอกจากนี้ยังสามารถเดินขึ้นเนินเขาหลังร้านอาหารเพื่อไปเก็บภาพมุมสูงของเกาะได้อีกด้วย

ภาพมุมสูงของเกาะ

เกาะไข่

เกาะไข่

เวลา 1 ชั่วโมงผ่านไปยังรวดเร็ว   ไกด์เรียกลูกทัวร์กลับขึ้นเรือพร้อมกับแนะนำว่ากำลังเดินทางไปยังเกาะยาวใหญ่เพื่อทานอาหารเที่ยง  ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาทีเราก็ถึงเกาะยาวใหญ่   ซึ่งจุดนี้เป็นชุมชนเล็ก ๆ ของชาวบ้านที่มีอาชีพทำประมงในเขตนี้

บรรยากาศของเกาะยาว

 เกาะไข่

เกาะไข่

อาหารเที่ยงมื้อนี้เราทานกันอย่างง่าย ๆ ที่ร้านอาหารบนเกาะยาวใหญ่  ซึ่งดูแลโดยชาวบ้านบนเกาะ  ซึ่งจุดนี้มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำบริการด้วยสำหรับผู้ที่อยากล้างตัวหลังเล่นน้ำที่เกาะไข่ โดยอาหารวันนี้เสิร์ฟแบบเป็น set menu แบบที่คนไทยคุ้นเคย  พูดง่าย ๆ ก็คือโต๊ะละชุดนั่นเองเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากนัก  แต่ถ้าจำนวนมากกว่านี้ทางร้านก็จะจัดอาหารแบบบุฟเฟ่ต์แทน

หลังจากอิ่มหนำกับอาหารเที่ยงแล้วก็มีบริการแสดงเต้นรำของเด็ก ๆ บนเกาะเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี  ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกับนักท่องเที่ยว  ซึ่งแต่ละคนก็ได้ค่าขนมไปแบ่งกันกันคนละนิดละหน่อย  นับเป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยกระจายรายได้ให้กับชุมชนแห่งนี้  แต่ผมก็ไม่ได้ถามว่าถ้าเป็นวันที่โรงเรียนเปิดไม่ใช่วันอาทิตย์เหมือนวันนี้จะมีการแสดงแบบนี้หรือไม่  ถ้าเพื่อน ๆ ไปแล้วไม่เจอจะว่าผมไม่ได้นะ หุหุ

เกาะไข่

เราพักผ่อนกันที่เกาะยาวใหญ่แห่งนี้เป็นเวลา 1 ชั่วโมงก็ลงเรือเพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะพีพี    โดยช่วงนี้เรือแล่นออกสู่ทะเลนอกซึ่งวันนี้มีคลื่นลมพอสมควร สังเกตได้จากจะเห็นฟองคลื่นสีขาวอยู่ไกล ๆ เป็นระยะ ๆ   ทั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเรือก็มาลอยลำอยู่บริเวณทางเข้าอ่าวมาหยาของเกาะพีพีเล  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพกัน  โดยไกด์แจ้งว่าวันนี้ลมแรงไม่สามารถนำเรือเข้าไปใกล้กว่านี้ได้เราจึงมีเวลาเก็บภาพสวย ๆ ของอ่าวมาหยาจากมุมไกลเพียง 5 นาทีเท่านั้น  แต่ก็นับว่าคุ้มค่าที่ได้เห็นภาพของหาดทรายขาวสะอาด  และแนวหน้าผาอันสูงชันที่โอบล้อมทะเลสีครามเข้มตัดกับสีฟ้าใสบริเวณริมหาด  

ความงดงามของอ่าวมาหยา

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

จากนั้นเรือค่อย ๆ อ้อมไปทางหลังเกาะผ่านแนวหน้าผาที่เป็นภูเขาหินปูนของเกาะพีพีเล   ผ่านอ่าวโละซามะ และอ่าวปิเละ  ซึ่งความจริงแล้วทั้งสองอ่าวสวยและเหมาะกับการถ่ายภาพมากทีเดียวแต่ทัวร์ส่วนใหญ่จะไม่ได้จอดให้ถ่ายภาพเนื่องจากมีเวลาไม่พอและบางจุดน้ำอาจจะตื้นจนเรือเข้าไม่ได้   ผมแนะนำว่าถ้ามีเวลามากควรพักที่เกาะพีพีดอนสักหนึ่งคืนแล้วเช่าเรือหางยาวหรือ speed boat มาจะดีกว่าเพราะทิศของแสงในช่วงเช้าจะเหมาะกับการถ่ายภาพบริเวณนี้มากกว่าช่วงบ่าย ๆ

หลังจากแล่นมาได้สักระยะ  เรือแวะจอดให้ถ่ายภาพที่หน้าถ้ำไวกิ้งซึ่งวันนี้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเนื่องจากแสงแฟลชจากการถ่ายภาพของนักท่องเที่ยวรบกวนการทำรังของนกนางแอ่นซึ่งเป็นแหล่งรายได้ของเจ้าของสัมปทานรักนกที่นี่นั่นเอง

วิวทางด้านทิศตะวันออกของเกาะและบรรยากาศหน้าถ้ำไวกิ้ง

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

จากจุดนี้เรือมุ่งหน้าต่อไปยังเกาะพีพีดอนซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่อึดใจและอาศัยหน้าผาหินปูนหน้าเกาะพีพีดอนเป็นกำบังลมเพื่อจอดเรือให้นักท่องเที่ยวได้ลงไป snorkeling กัน  …. เนื่องจากไม่มีมุมให้ถ่ายภาพมากนัก ผมจึงตัดสินใจลง snorkeling ท่ามกลางแสงแดดช่วงบ่ายสองโมง  ทั้ง ๆ ที่กลัวดำ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลงไปชมแนวปะการังของเกาะพีพี หลังจากที่ไม่ได้มาเที่ยวเกาะพีพีหลายปีแล้ว

แนวปะการังหน้าเกาะพีพีจุดนี้ยังพอมีปะการังที่สมบูรณ์อยู่พอควรโดยเฉพาะที่ระดับน้ำลึก ๆ  แต่บริเวณน้ำตื้นแนวปะการังค่อนข้างจะถูกทำลายไปเยอะ คงเป็นเพราะพิษจากการท่องเที่ยวนั่นเอง

เรือจอดให้พวกเราได้สนุกสนานกันที่นี่ 1 ชั่วโมง  หลังจากนั้นจึงนำเราเข้าสู่ฝั่งของเกาะพีพีดอน เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวบนเกาะ  โดยไกด์แจ้งว่าพวกเรามีเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อเปิดหูเปิดตา

ดูกันชัด ๆ ครับ เรือที่พาเรามายังเกาะพีพี กำลังจอดเทียบท่าที่อ่าวต้นไทร เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เรือหางยาวรอรับนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งดำน้ำและชมวิว

เกาะพีพีดอน

เรือสวยลอยลำหน้าอ่าวต้นไทร

เกาะพีพีดอน

ผมเดินลัดเลาะจากท่าเรือที่อ่าวต้นไทรซึ่งวันนี้ดูแข็งแรงมั่นคงกว่าเมื่อหลายปีที่แล้วมาก  ผ่านร้านค้าชั่วคราวซึ่งยึดครองที่ว่างระหว่างอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม   โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงหาดทรายขาวฝั่งที่เป็นอ่าวโละดาลัมซึ่งมีนักท่องเที่ยวอยู่พอสมควร  แต่ก็ไม่ถึงกับหนาแน่นเนื่องจากช่วงนี้ไม่ใช่ช่วง high season นั่นเอง

ทิวทัศน์ฝั่งอ่าวโละดาลัม

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

ผมเดินเก็บภาพของอ่าวฝั่งนี้อยู่สักพักก็เดินกลับไปยังอ่าวต้นไทร  เพื่อหาอะไรทานเล่นและถือโอกาสเดินชมตลาดของเกาะพีพีด้วย … บนเกาะพีพีมีสิ่งอำนวนความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ธนาคาร ร้านอาหาร ฯลฯ  ซึ่งแม้ว่าจะทำให้บรรยากาศของเกาะแห่งนี้ขาดความสงบและดูพลุกพล่านต่างกับสมัยก่อน  แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับเมื่อเราต้องเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อนำรายได้มาสู่ท้องถิ่น  หวังก็เพียงแต่ว่าชุมชนและผู้ที่มาตักตวงผลประโยชน์จากมรกตแห่งอันดามันชิ้นนี้ช่วยกันรักษาให้เกาะพีพียังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันงดงามตลอดไป … อูย เขียนซะเหมือนจะจบงั้นแหละ  ยังครับ ยังไม่จบ ทัวร์ของเรายังไม่ถึงฝั่งเลย อิอิ

ได้เวลานัดผมจึงเดินกลับไปที่เรือเพื่อเดินทางกลับภูเก็ต  ซึ่งขากลับไกด์แจ้งกับเราว่าจะใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง   และขากลับนี่เองเรือต้องฝ่าคลื่นลมที่ค่อนข้างแรง  ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้านั่ง speed boat จะรู้สึกแย่แค่ไหนเพราะเรือคงต้องกระแทกคลื่นไปตลอดทาง   แต่ด้วยเรือลำนี้ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษทำให้ลดแรงกระแทกไปได้เยอะทีเดียว  แม้จะมีบางจังหวะหวาดเสียวบ้างเมื่อเจอคลื่นลูกใหญ่แต่ก็ไม่โหดร้ายเหมือนนั่ง speed boat ดังนั้นถ้าใครเมาเรือมาก ๆ และกลัว speed boat ก็ลองพิจารณาทัวร์ของบริษัทนี้ดูนะครับน่าจะช่วยได้เยอะเลย หุหุ

เรือมาถึงท่าเรือช้ากว่ากำหนดราว 10 นาที  คงเป็นเพราะคลื่นลมค่อนข้างแรงนั่นเอง  ไกด์คนเก่งของเรากล่าวอำลานักท่องเที่ยวที่ตอนนี้ดูอ่อนเพลียจากการเดินทาง  แต่แววตาของทุกคู่บ่งบอกว่าเพิ่งจากผ่านช่วงเวลาอันมีความสุขทั้งนี้รวมถึงตัวผมด้วยเช่นกัน

รถของบริษัททัวร์มารอรับเราอยู่แล้ว  และนำเรามาส่งยังสุโขสปารีสอร์ทอย่างปลอดภัย  นับเป็นการปิดทริปวันหยุดที่สนุกมากอีกทริปหนึ่งของผมเลยทีเดียว

ข้อมูลการเดินทาง

เนื่องจากทริปนี้เป็น one day trip  ที่รวมค่าบริการทุกอย่างที่ผมเล่าให้ฟังแล้วในราคาเพียง 1,200 บาท  ดังนั้นอย่างเดียวที่ต้องทำคือติดต่อทัวร์ครับ ที่เหลือเขาจัดการให้หมดเลย อิอิ (แบบว่าไม่ต้องใช้ต้องใช้สมอง หุหุ)   ซึ่งผมว่าเป็นทัวร์ที่ลงตัวมากทัวร์หนึ่งครับ  เพราะนอกจากความสะดวกสบายแล้ว  ช่วงเวลานั้นค่อนข้างเหมาะสมและการเดินทางในแต่ละจุดไม่ใช้เวลามากเกินไป  ทำให้มีเวลาท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ  

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจทัวร์ภูเก็ตนี้ลองติดต่อได้ที่  Yours Vacation ที่เบอร์ 0897261788, 0864768976  ได้เลยครับ



กาลครั้งหนึ่งที่เกาะโหลน

ตั้งชื่อซะโบราณกาลเลย อิอิ  ความจริงผมเพิ่งจะไปเยือนเกาะโหลนมาเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านนี่เอง  แต่ที่ใช้คำนี้เพราะก่อนไปพยายามนึกภาพเกาะโหลนที่เคยไปเยือนเมื่อนานมาแล้วไม่ได้ นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกจริง… หรือว่าเราแก่แล้วหว่า หุหุ

เกาะโหลนเป็นเกาะบริวารของภูเก็ต  อยู่ทางทิศตะวันออกของอ่าวฉลอง  สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากท่าเรืออ่าวฉลอง  ใครที่เคยไปทานอาหารร้านกันเองอันเลื่องชื่อของภูเก็ตก็ต้องเห็นเกาะนี้เพราะเป็นเกาะที่อยู่ใกล้ที่สุดนั่นเอง

มองจากท่าเรืออ่าวฉลอง “เกาะโหลน” อยู่ใกล้นิดเดียว

lone9

เกาะโหลนแม้จะไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดัง  เนื่องจากชายหาดอาจจะไม่สวยงามเหมือนกับชายหาดอื่น ๆ หรือเกาะอื่น ๆ ของภูเก็ต  แต่ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้เกาะแห่งนี้มีรีสอร์ทเพียงแห่งเดียว (เท่าที่ผมทราบ) ทำให้เป็นสถานที่พักผ่อนที่สุดแสนจะสงบอย่างแท้จริง …. อยากรู้จักรีสอร์ทนี้แล้วใช่ไหม? ตามผมมาเลยครับ

จากท่าเรืออ่าวฉลอง  ผมนั่งเรือหางยาวของรีสอร์ทพร้อม ๆ กับเพื่อนร่วมเดินทางเกือบ 20 ชีวิต  ผ่านเรือใหญ่น้อยมากมายที่จอดเทียบท่าอยู่บริเวณอ่าวฉลอง และเข้าสู่เขตทะเลใหญ่ได้ไม่นานก็ถึงเกาะโหลน  ใช้เวลารวม ๆ เพียงราว 20 นาทีเท่านั้น

เมื่อเรือมาถึงพนักงานของบ้านไม้คอทเทจ (Baan Mai Cottages & Restaurant ) ก็มายืนยิ้มต้อนรับเราอยู่แล้ว  พวกเราค่อย ๆ ลำเลียงสัมภาระไปยังบ้านพักซึ่งเป็นบังกะโลขนาดย่อม ตั้งอยู่ริมหาด   และมีกลุ่มหนึ่งซึ่งได้พักบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ซึ่งมีสามห้องนอน  ซึ่งกว้างขวางน่าอยู่มาก ๆ  แต่อยู่บนเนินถัดจากบ้านพักริมหาดไปเล็กน้อย

บรรยากาศที่บ้านไม้คอทเทจแห่งนี้ร่มรื่นไปด้วยไม้ท้องถิ่นและไม้สวนที่ปลูกเพิ่มเติม  ริมหาดจะมีต้นไม้ที่ผูกเปลและชิงช้าไว้สำหรับนั่งพักผ่อนเป็นระยะ  ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันที่ทีเห็น … พนักงานที่แสนน่ารักและอัทธยาศัยดีของที่นี่เล่าให้เราฟังว่าในช่วงหน้าแล้งดอกว่านสี่ทิศจะออกดอกบานสะพรั่งสวยงามมาก   แต่พวกเรามาในหน้าฝนจึงเห็นเพียงใบของว่านชนิดนี้เขียวชอุ่มสร้างบรรยาศที่สดชื่นไปอีกแบบ

มาชมบรรยากาศภายในรีสอร์ทกันดีกว่า

แม้ว่าจะเป็นเกาะแต่สิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ก็มีครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร, สระว่ายน้ำสวย ๆ, น้ำจืด, ไฟฟ้า  เรียกได้ว่าสะดวกพอ ๆ กับพักบนฝั่งเลยทีเดียว

จุดเด่นของที่นี่อีกอย่างก็คือเราสามารถหาซื้อของทะเลสด ๆ มาทำบาบีคิวทานได้  เพราะตอนเช้าชาวเรือที่ออกไปหาปู หาปลาจะกลับเข้าฝั่งพร้อมกับสัตว์ทะเลสด ๆ ให้คุณเลือกได้อย่างจุใจ  หรือจะร่วมกิจกรรมไปออกเรือหาปลาก็สามารถติดต่อได้เช่นเดียวกัน

น่าเสียดายที่การเดินทางของผมในครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อทำงานให้กับบริษัท ฯ ไม่ใช่เป็นการมาเที่ยวพักผ่อนซะทีเดียว   จึงไม่มีโอกาสได้ซึมซับบรรยากาศและหาข้อมูลการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่  แต่ก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาพสวย ๆ ของที่นี่มาฝากเพื่อน ๆ หวังว่าเพื่อน ๆ คงได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับที่แห่งนี้บ้างไม่มากก็น้อย … “เกาะโหลน”



กินลม..ชมวิวที่ “ทุ่งคา กาแฟ”

ความจริงว่าจะเขียนเรื่องนี้นานแล้ว  เพราะถ่ายภาพเตรียมไว้ตอนนัดเลี้ยงวันเกิดเพื่อนฝูงสมัยมัธยมเมื่อเกือบสองเดือนก่อน  แต่ช่วงนี้งานมันรัดตัวจริง ๆ ก็เลยไม่ได้เขียนซะที  วันนี้นั่งทำงานจนมึนก็เลยขอเขียนเรื่องนี้คลายเครียดซักหน่อย (แบบว่าดึกแล้วมันหิว ก็เลยนึกถึงเรื่องของกิน อิอิ)

เกริ่นมาซะยาว  ไปหาอะไรกินกันดีกว่าคร้าบ … ความจริงแล้วที่นี่ไม่ได้มีแค่ลมให้กินเหมือนหัวข้อที่จั่วไว้หรอกนะครับ  แต่มีอาหารอร่อย ๆ ให้กินเพียบเลย  ร้านตั้งอยู่ที่บนยอดเขารังซึ่งเป็นจุดชมวิวอันโด่งดังกลางเมืองภูเก็ต  และด้วยทำเลที่เป็นจุดชมวิวนี่เอง คุณจึงสามารถทานอาหารไป ชมวิวไป อร่อยปาก อิ่มใจ อีกต่างหาก

บรรยากาศในร้านยามค่ำคืน  สามารถมองเห็นวิวเมืองภูเก็ตและอ่าวฉลองได้อย่างชัดเจน

บรรยากาศภายในร้านทุ่งคากาแฟ ภูเก็ต

อาหารจานเด็ด  ไก่ห่อใบเตย & น้ำพริกกะปิ

ไก่ห่ภ??บเตย

น้ำพริกกะปิ 

นอกจากอาหารพื้นเมืองภูเก็ต อาทิ น้ำพริกกะปิ และ ซีฟู้ดสด ๆ แล้ว  ที่นี่ยังเป็นต้นตำหรับของกาแฟ รสเลิศ เคยได้ยินว่าเป็นสูตรเดียวกับ black canyon (อันนี้จริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่รสชาติคล้ายกันจริง)   และหลังจากลิ้มรสอาหารคาวแล้ว ยังมีของว่างปิดท้ายเป็นกล้วยชุปแป้งทอด (ไม่เหมือนกล้วยทอดนะครับ) ทานกับน้ำผึ้ง  อาหย่อยอย่าบอกใครทีเดียว 

ของหวานปิดท้าย

น้ำพริกกะปิ

มาเที่ยวภูเก็ตทั้งที ก็อย่าลืมแวะมาที่นี่นะครับ เพราะนอกจากจะได้ชมวิวสวย ๆ ของเมืองภูเก็ตแล้ว ยังได้ลิ้มรสอาหารอร่อยของร้านดั้งเดิมที่อยู่คู่ภูเก็ตมาหลายสิบปีอีกด้วย “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ร้าน” ครับ :)



360 องศาที่จุดชมวิวเขาขาด

จะว่าไปแล้วภูเก็ตมีจุดชมวิวมากมาย  แต่มีเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถชมวิวได้  360 องศา  และบางจุดแม้จะชมวิวได้โดยรอบแต่ว่าวิวนั้นคล้ายกันไปหมดทุกด้านไม่น่าสนใจ  แต่จุดที่ผมกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้แต่ละด้านล้วนมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน และแน่นอนว่าชมวิวได้ 360 องศาอย่างแท้จริง  ที่นี่คือ “จุดชมวิวเขาขาด”

พูดถึงจุดชมวิวแห่งนี้  ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก  ไม่ว่าจะในหมู่นักท่องเที่ยวหรือแม้กระทั่งคนพื้นที่เอง  เพราะเพิ่งจะเปิดได้ไม่นานและตำแหน่งก็อยู่ในโซนที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวอันโด่งดังของภูเก็ต  แต่หลังจากที่ผมได้ไปเยือน (เป็นครั้งแรกเหมือนกัน อิอิ) ก็ต้องยอมรับว่าเป็นมุมมองใหม่ที่มีสเน่ห์ไม่แพ้จุดอื่น ๆของภูเก็ตเลยทีเดียว

จุดชมวิวแห่งนี้สามารถเดินทางมาได้จาก 3 ทาง (เป็นอย่างน้อย)  คือจากเขาขาด, ท่าเรืออ่าวมะขาม และจากถนน (ดูแผนที่ click ที่นี่)

เมื่อมาถึงจุดชมวิวแล้ว  จะมีลานจอดรถและห้องน้ำอยู่ด้านล่าง  ถ้าต้องการจะชมวิวต้องออกแรงเดินเล็กน้อยขึ้นไปบนหอคอย  ซึ่งมี 2 ชั้น  สามารถชมวิวได้คล้าย ๆ กันแต่ชั้นบนจะเห็นชัดเจนกว่า

บรรยากาศอันงดงามยามเย็น

 

มองเห็นท่าเรืออ่าวฉลองอยู่ไกล ๆ

นักท่องเที่ยวกำลังถ่ายภาพเมืองภูเก็ต

วิวแต่ละด้านของจุดชมวิวแห่งนี้จะแตกต่างกันออกไป  โดยทางทิศใต้จะมองเห็นเกาะโหลน และศูนย์ชีววิทยาทางทะเล   ด้านทิศตะวันตกจะมองเห็นอ่าวฉลอง ซึ่งมีเรือจอดอยู่เต็มไปหมด  นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นพระใหญ่ (พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี)  ตั้งตะหง่านอยู่บนเทือกเขานาคเกิดอีกด้วย   ส่วนด้านทิศเหนือจะสามารถมองเห็นตัวเมืองภูเก็ตอย่างชัดเจน  และสุดท้ายด้านทิศตะวันออกสามารถมองเห็นท่าเรือน้ำลึกและเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ด้านเหนือของภุเก็ต ไม่ว่าจะเห็นเกาะดอกไม้, เกาะไม้ท่อน รวมถึงเกาะพีพีด้วย (มองเห็นเฉพาะวันอากาศดี)

พระใหญ่ (พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี) ที่สามารถมองเห็นจากจุดชมวิวด้านทิศตะวันตก

บรรยากาศอันงดงามเมื่อพระอาทิตย์ตก (เขา)

ส่วนภาพนี้เป็นวิวทางด้านทิศตะวันออก

สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วผมแนะนำให้ลองแวะมาที่นี่สักครั้ง  จะมาในช่วงกลางวันหรือจะมาชมบรรยากาศยามเย็นก็สวยงามไม่แพ้ก้น  เสียดายที่จุดชมวิวแห่งนี้ไม่สามารถชมพระอาทิตย์ตกน้ำได้  แต่ถ้าชมพระอาทิตย์ตกเขาล่ะก็ไม่ผิดหวังครับ :)



ตามหาวิถีภูเก็ต ที่อ่าวยน

เมื่อชายหาดสวย ๆ และน้ำทะเลใส ๆ ของภูเก็ตถูกจับจองโดยนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและเทศจนแทบจะไม่เหลือที่ว่างสำหรับคนภูเก็ตอีกแล้ว วิถีชีวิตในวันว่างของคนภูเก็ตจึงเปลี่ยนจากการปูเสื่อนั่งพักผ่อนริมหาดกับครอบครัวไปเป็นการเดินตากแอร์ในห้างสรรพสินค้าแทน  วันนี้ผมหาทำเลถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกจึงนึกถึงเขาขาดเพราะมีต้นโกงกางที่มีฟอร์มสวยงาม  น่าจะเหมาะกับการเป็นฉากหน้าในการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก   แต่ผมไปถึงค่อนข้างเร็วก็เลยขับรถไปเรื่อย ๆ เลยเขาขาดไป  ถึงอ่าวเล็กๆ อ่าวหนึ่งที่ไม่ได้ผ่านมากว่า 10 ปีแล้ว  นั่นก็คือ “อ่าวยน”   ริมหาดผมพบกับครอบครัวคนภูเก็ตนั่งปูเสื่อพูดคุยกันตามประสาญาติพี่น้อง  เด็กๆ วิ่งไล่กันบนชายหาด  บ้างก็ลงไปเล่นน้ำ … ชายหาดที่นี่ไม่มีความสวยงามเลยแม้แต่น้อย  ทะเลก็เต็มไปด้วยหินและโคลน  แต่ที่นี่กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นของครอบครัวที่หาไม่ได้อีกแล้ว ณ ชายหาดอันโด่งดังของภูเก็ต  ความเจริญอย่างรวดเร็วของภูเก็ต ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียวิถีดั้งเดิมที่อบอุ่น  วันนี้แทบจะหาภาพแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว  วันหยุดแต่ละสัปดาห์จะเห็นแต่เด็กวัยรุ่นชวนกันไปเล่นตู้เกมส์, ดูหนังกันในห้าง  มีไม่เยอะนักที่จะเห็นกลุ่มใหญ่ ๆ พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ-แม่-ลูก-พี่-ป้า-น้า-อา เหมือนแต่ก่อน  …

เมื่อเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะลงไปถ่ายภาพ  แต่คงไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่แห่งนี้  คงไม่บอกว่าที่นี่อยู่จุดไหนของภูเก็ต  แค่อยากบันทึกภาพของวิถีแบบดั้งเดิมไว้ ณ Blog แห่งนี้  เพราะปัจจุบันความเจริญกำลังรุกคืบมาที่นี่ด้วยเช่นกัน  อีกไม่นานคงไม่เหลือแม้แต่หาดเล็ก ๆ ไว้ให้ “วิถีภูเก็ต” ได้ดำเนินอีกต่อไป



WordPress Themes