บทความในหมวด : ชายหาด,เกาะและจุดชมวิว

ครั้งหนึ่งในชีวิตกับ 1 วัน 1 คืนบน Yacht

จั่วหัวซะหรูไม่ใช่เพราะถูกหวยจนเหลือเงินไปนั่งเรือยอร์ชกะเขาหรอกนะครับ แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่โรงแรม Andra ซึ่งผมทำงานอยู่ได้มอบหมายให้ผมเป็นผู้ประสานงานกับบริษัท Helicam ซึ่งรับงานถ่ายภาพและวิดีโอทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ (บังคับวิทยุ) โดยทางโรงแรมได้ว่าจ้างให้ helicam ถ่ายภาพเรือยอร์ชทั้งสองลำของโรงแรมได้แก่ Andara และ Celebrity เพื่อนำไปทำ VDO presentation และผมก็รับหน้าที่ติดต่อประสานงานรวมถึงเป็นช่างถ่ายภาพด้วยอีกตำแหน่ง

ทั้งนี้ตาม concept เราต้องการเก็บภาพบรรยากาศของ Yacht Trip ทั้งวันตั้งแต่รุ่งเช้าจนถึงบรรยากาศโรแมนติกยามค่ำ ทางทีมงานจึงตกลงใจว่าเราจะนอนค้างคืนกันบนเรือเลย เนื่องจากท่าเรือ Yacht Heaven นั้นอยู่ไกลมาก หากต้องเดินทางไปตอนเช้าคงไม่สะดวกแน่ ๆ … ค่ำวันพฤหัสตัวผมและทีมงานจึงลงเรือและออกเดินทางจากท่า ไปลอยลำอยู่หน้าเกาะละวะใหญ่ เพื่อรอแสงแรกของวันรุ่งขึ้นท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดของทะเลอันดามัน

ผมใช้เวลาว่างก่อนนอนถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ ภายแรกเป็น Living area ภายในเรือยอร์ชครับ

ภาพนี้เป็นห้องนอนของผมคืนนี้ครับ หุหุ

แต่ละห้องนอนมีห้องน้ำในตัว สะดวกสบายด้วยน้ำร้อน-น้ำเย็นและสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนโรงแรม 5 ดาว

อย่างที่เห็นในภาพครับ ห้องพักในเรือยอร์ชจะสะดวกสบายไม่ต่างจากห้องพักของโรงแรมเลยแม้แต่น้อย เพราะมีห้องน้ำในตัว, น้ำอุ่น, LCD TV แถมเตียงก็ยังนุ่มและกว้างขวางสะดวกสบาย แต่ผมก็นอนไม่ค่อยจะหลับเพราะค่อนข้างจะแปลกที่ และกังวลว่าจะไม่ตื่นตามเวลาที่ได้นัดหมายกันไว้ตอนตี 5 ครึ่งของวันรุ่งขึ้น … ผมนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ จนกระทั่งเสียงมือถือที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ดังขึ้นตอนตี 5 ตรง … หลังจากจัดการกับภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยก็ออกไปพบกับทีมงานและแอบดีใจไม่น้อยเพราะอากาศวันนี้ค่อนข้างสดใส ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานมีเมฆมากแถมมีฝนตกช่วงกลางคืนด้วย นับว่าเป็นโชคดีของทีมงานจริง ๆ … บรรยากาศยามเช้ากลางทะเล มีลมพัดเอื่อย ๆ กับกาแฟร้อน ๆ และอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ที่น้อง ๆ staff ของเรือยอร์ชนำมาเสิร์ฟนี่มันช่างแสนวิเศษจริง ๆ ผมทานอาหารไปก็แอบจินตนาการว่าเป็นเจ้าของเรือไปด้วย อิอิ

มาชมบรรยากาศยามเช้าหน้าเกาะละวะใหญ่กันดีกว่า

ผมและทีมงานลงเรือเล็ก (dingy) เพื่อเก็บภาพเรือทั้งสองลอยลำท่ามกลางทะเลและแสงแดดยามเช้า

หลังจากรองท้องกันแล้ว ผมกับทีมงานของ Helicam ก็ลงเรือน้อย dingy เพื่อถ่ายภาพเรือทั้งสองลำที่กำลังลอยลำรอพระอาทิตย์ขึ้นมาทักทายเราในเช้าวันใหม่ … เราใช้เวลากันอยู่นานพอสมควรเพื่อเก็บภาพแสงสีทองของเช้าวันใหม่กับเรือทั้งสองลำก่อนที่จะกลับขึ้นเรือเพื่อมุ่งหน้าสู่อ่าวพังงา จุดหมายต่อไปของเรา

การถ่ายภาพจากเฮลิคอปเตอร์นั้นไม่ใช่ง่าย ๆ ทาง Helicam ใช้เจ้าหน้าที่สองคน คนหนึ่งบังคับวิทยุ อีกคนบังคับกล้อง ซึ่งต้องทำหน้าที่ประสานงานกันอย่างดีเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด ตลอดเวลาของการบังคับเห็นได้ชัดว่าคนบังคับนั้นสีหน้าเคร่งเตรียดมิใช่น้อย เพราะคงเป็นห่วงกลัวเจ้าเฮลิคอปเตอร์กับกล้องจะตกทะเลนั่นเอง โดยเราได้ให้เรือทั้งสองลำแล่นคู่ขนานกับไปในท้องทะเลด้วยความเร็วเกือบเต็มสปีด และให้เฮลิคอปเตอร์บินวนเพื่อเก็บบรรยากาศจากมุมสูง โดยแต่ละรอบของการบินจะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีเนื่องจากต้องนำลงมาเปลี่ยนแบตเตอร์รี่นั่นเอง

อุปกรณ์ของทีมงาน Helicam มีเยอะทีเดียวครับ

ดูกันใกล้ ๆ

ทีมงานกำลังทำงานอย่างเคร่งเครียด (คนหนึ่งบังคับเฮลิคอปเตอร์ คนหนึ่งบันทึกภาพ)

เจ้าเฮลิคอปเตอร์กำลังบินถ่ายภาพอยู่เหนือเรือที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง

ภาพนี้ทางทีมงานกำลังบังคับนำเครื่องลง

เรือแล่นไป ถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ ผ่านเกาะพนัก ซึ่งเป็นเกาะที่ทัวร์มักจะหยุดให้นักท่องเที่ยวพายเรือแคนูลอดถ้ำเข้าไปชมความงามด้านใน จากนั้นก็ไปยังเกาะห้อง ซึ่งเป็นอีกจุดที่ทัวร์แคนูทุกรายหยุดให้นักท่องเที่ยวได้นั่งแคนูชมความงามของเกาะแห่งนี้ … เราใช้เวลาในการถ่ายภาพรวมถึงวิดีโอที่บริเวณอ่าวพังงานานพอสมควร เพราะจุดที่เรายร้อมด้วยเขาหินปูนอันงดงามของพังงานั่นเอง

เรือกำลังลอยลำเข้าสู่เขตอ่าวพังงา

อ่าวพังงามีเสน่ห์ที่รูปร่างของเกาะและภูเขาหินปูน ซึ่งมีรูปทรงแปลกตา แต่น้ำบริเวณนี้จะไม่ใส และไม่มีหาดขาว ๆ ที่เหมาะกับการเล่นน้ำ ดังน้้นเราจึงวางแผนกันว่าจะไปถ่ายภาพกันต่อที่เกาะนาคา ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากมีหาดทรายที่ขาวและน้ำใสกว่าที่นี่ … ระหว่างการเดินทางซึ่งใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง เราทานอาหารเที่ยงกันอย่างเอร็ดอร่อยโดยฝีมือของ Chef ประจำเรือ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกค้าที่ใช้บริการ Yacht ทุกคนจึงประทับใจมาก เพราะนอกจากวิวที่งดงาม การบริการท่ี่ประทับใจแล้ว อาหารยังรสชาติอร่อยมากอีกด้วย

ความงดงามของอ่าวพังงา

เรามาถึงเกาะนาคาน้อยหลังเที่ยงเล็กน้อย แดดกำลังดี ฟ้าและน้ำสดใสมาก ผมเองก็ต้องขึ้นเรือลำโน้นที ลำนี้ทีเพื่อถ่ายภาพให้ได้บรรยากาศของเรือทั้งสองลำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และนอกจากเรือแล้วเรามีนางแบบอีกสองคนมาร่วมทริปกับเราด้วย เพื่อให้ภาพที่ออกมาได้บรรกาศที่มีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งนี้ผมและทีมงานได้นั่ง dingy ขึ้นฝั่งไปพร้อมกับนางแบบเพื่อเก็บภาพบรรยากาศบนชายหาดด้วยเช่นกัน

ฟ้าสวยน้ำใสที่เกาะนาคา

มาดูนางแบบของเรากันบ้างดีกว่า อิอิ

ช่วงบ่ายของวันนี้ เรานำเรือออกสู่ท้องทะลเพื่อถ่ายภาพจากมุมสูงอีกครั้ง โดยมีการเปลี่ยนจากกล้องวิดีโอเป็นกล้องถ่ายภาพนี่งบ้าง เพื่อนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน และมีการเปลี่ยนมุมมองของการถ่ายภาพหลาย ๆ แบบเพื่อให้ได้งานที่หลากหลายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งกว่าจะได้ภาพสวยสมความตั้งใจก็ตกเย็นพอดี

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยลงหลังเขา เรือทั้งสองลำก็มุ่งหน้ากลับท่าเรือ yacht heaven และผมก็ใช้เวลาในช่วงนี้บันทึกบรรยากาศช่วงเย็นจากบนเรือ ซึ่งก็ไดแสงสีที่สวยงามไปอีกแบบ แม้ว่าการถ่ายภาพจะค่อนข้างยากเพราะเรือแล่นด้วยความเร็วสูงในขณะที่ shutter speed ต่ำทำให้ภาพมีโอกาสที่จะสั่นไหวได้ง่าย แต่นั่นก็ทำให้ผมได้ภาพบรรยากาศของเรือที่กำลังแล่นไปในท้องทะเลท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของแสงยามค่ำได้อย่างที่ไม่เคยถ่ายภาพแบบนี้มาก่อน

แล่นเรือกลับทางกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น

เรามาถึงท่าเรือตอนแสงเกือบจะหมดจากท้องฟ้าแล้ว … แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยกับการถ่ายภาพกลางแดดทั้งวัน แต่ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมากทีเดียว เพราะนอกจากได้เห็นเบื้องหลังการถ่ายภาพจากเฮลิคอปเตอร์, ได้ชมความงามของหมู่เกาะพังงา และเกาะนาคาแล้ว ยังได้ทดลองรูปแบบการถ่ายภาพใหม่ ๆ ในสถานการณ์ที่ไม่เคยลองมาก่อนด้วย …นับเป็น 1 วัน กับ 1 คืนที่แสนจะคุ้มค่าจริง ๆ

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากมีทริปสุดหรูบนเรือยอร์ชก็ติดต่อได้ครับที่ Andara 076-338777



สุดสัปดาห์ที่เกาะราชา-เกาะเฮ

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ภูเก็ตอากาศดีมากที่เดียว  ผมจึงมิรอช้าใช้โอกาสวันหยุดอาทิตย์ที่ผ่านมาจองทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับกับคุณโอ๋แห่ง yoursvacations บริษัททัวร์ภูเก็ตเจ้าประจำ  และเป้าหมายของผมในวันนี้อยู่ที่เกาะราชาหรือที่บางคนเรียกว่าเกาะรายานั่นเอง  โดยจะแวะเกาะเฮ (coral island) ด้วย

ที่เลือกเกาะราชาก็เพราะท่าเรืออยู่ใกล้บ้านผมนิดเดียว อิอิ … ก่อนขึ้นเรือผมก็แวะทานขนมจีบที่ร้านหยกเยื้อง ๆ โรงพักสภอ. ฉลอง  หลังจากที่ไม่ได้อุดหนุนมานาน  ซึ่งตอนนี้ย้ายร้านห่างจากร้านเดิมเล็กน้อย แต่สไตล์การตกแต่งยังคงสวยงามเหมือนเดิม  ส่วนขนมจีบก็มีให้เลือกมากมายหลาย  เป็นร้านนึงที่แนะนำหากเพื่อน ๆ ต้องมาขึ้นเรือที่ท่าเรืออ่าวฉลอง หรือเป็นทางผ่านไปขึ้นเรือที่ท่าเรือราไวย์

ผมมาถึงก่อนเวลาค่อนข้างเยอะ  จึงถือโอกาสสะพายกล้องไปกดชัตเตอร์บรรยากาศยามเช้า ๆ ที่อ่าวฉลองเพื่อฆ่าเวลา  ซึ่งจุดเด่นของอ่าวฉลองก็คือมีเรือจอดอยู่มากมายทั้งเรือหางยาว สปีดโบ๊ท รวมถึงเรือยอร์ชราคาแพง

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ราว ๆ 9 โมงครึ่งก็ได้เวลาขึ้นเรือ  ซึ่งนักท่องเที่ยวจะถูกแบ่งด้วยสีของสติกเกอร์เพื่อเฉลี่ยจำนวนนักท่องเที่ยวของแต่ละลำให้เท่า ๆ กัน ซึ่งเรือที่เราจะไปด้วยวันนี้เป็น speed boat ขนาด 3  เครื่องยนต์ซึ่งน่าจะบรรจุผู้โดยสารได้ราว ๆ 40 คน

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

หลังจากเรือเริ่มออกเดินทาง  ไกด์ก็แนะนำตัวและโปรแกรมท่องเที่ยววันนี้  ซึ่งจุดหมายแรกของเราวันนี้คือเกาะเฮ  ที่ใช้เวลาเพียง 15 นาทีจากท่าเรืออ่าวฉลองเท่านั้น 

เกาะเฮมีหาดหลัก ๆ อยู่สองหาด  คือหาดกล้วยซึ่งอยู่ทิศตะวันออกของเกาะ และหาดที่เรือของเราแวะซึ่งเป็นที่ตั้งของ coral island resort ทั้งนี้เรือจะจอดให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำ ดูปะการัง และทำกิจกรรมต่าง ๆ 1 ชั่วโมง

เนื่องจากมีเวลาไม่เยอะนักผมจึงตัดสินใจไม่ลงเล่นน้ำ  แต่ใช้เวลาเดินถ่ายภาพบนชายหาดแทนเพราะวันนี้อากาศดีมาก ๆ และน้ำที่นี่ก็ใสเหลือเกิน  ขนาดผมเป็นเด็กเกาะ เห็นทะเลอยู่บ่อย ๆ ยังอดร้องว๊าวเมื่อเห็นน้ำใส ๆ ไม่ได้เลย  จะใสแค่ไหนก็ลองดูกันเลยครับ มีทั้งภาพและวิดีโอมายืนยัน

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

Video ที่ผมลองถ่ายด้วย Nikon D90 ครับ  ยังใช้ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่  ลองดูกันนะครับว่าน้ำใสแค่ไหน

 

ส่งนางแบบลงไปเล่นน้ำ อิอิ

กิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวก็คือ Parasailing ครับ  ดูแล้วน่าสนุกมากแต่ไม่ได้ลองถามราคาดูว่าคนละเท่าไหร่ มาคราวหน้าสงสัยต้องลองสักที

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ลองบันทึกแบบ Video ด้วยเหมือนกัน

นอกจากทะเลจะสวยแล้วก็ยังมีสาว ๆ สวย ๆ มากมายเพราะเกาะแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวญี่ปุ่นมาก (ภาพนี้ซุ่มถ่ายจากระยะไกล หุหุ)

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เมื่อครบหนึ่งชั่วโมงตามที่นัดไว้ก็ได้เวลาขึ้นเรือไปกันต่อครับ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เรือใช้เวลาเดินทางราวครึ่งชั่วโมงเท่านั้นก็ถึงเกาะราชา จุดหมายหลักของเราในวันนี้ โดยเรืออ้อมไปทางหลังเกาะเพื่อให้พวกเราดำน้ำดูปะการังกันก่อน ซึ่ง ณ จุดนี้มีทั้งปะการังและ ปลาสวยงามมากมาย และน้ำที่นี่ก็ใสมากไม่แพ้ที่เกาะเฮเช่นกัน ผมจึงอดไม่ได้ที่จะต้องลงไปเล่นน้ำด้วยหลังจากที่ถ่ายภาพจากบนเรือได้ 5-6 ภาพ

บรรยากาศบริเวณที่เป็นจุดดำน้ำดูปะการัง (Snorkeling)

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เรื่องชูชีพกับหน้ากากดำน้ำไม่ต้องห่วงครับเพราะทางทัวร์เตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ  พร้อมทั้งเครื่องดื่มเย็น ๆ และผลไม้สดหลังจากดำน้ำกันจนเ  หนื่อยแล้ว  ซึ่งที่จุดนี้ทางทัวร์จะให้เวลาเล่นน้ำประมาณครึ่งชั่วโมง

เมื่อได้เวลาเรือจึงนำเรากลับไปยังหาดบาตก  ซึ่งเป็นหาดที่ดังที่สุดของที่นี่และเป็นที่ตั้งของ The Racha Resort อันเป็นความฝันของหลาย ๆ คนว่าจะได้พักที่นี่สักครั้งครับ

เกาะราชามีจุดเด่นมากคือ น้ำใสและสีของน้ำจะเป็นสีฟ้าสวยงามมาก  เรียกได้ว่าสวยงามไม่แพ้มัลดีฟเลยทีเดียว  มาดู video ที่ผมถ่ายไว้ตอนเรือกำลังจะเทียบท่านะครับ

ถึงฝั่งปั๊ปไกด์ก็เดินนำไปยังร้านอาหารซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 10 นาที ส่วนผมใช้เวลาที่แสงกำลังสวยบันทึกภาพเหล่านี้มาฝากเพื่อน ๆ ครับ

 ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

หลังจากกดชัตเตอร์ชนิดไม่ยั้งได้สักพัก ก็ต้องรีบวิ่งตามลูกทัวร์คนอื่นไปเพราะเกรงว่าจะหลงทาง อิอิ … ซึ่งทางเดินจะเลียบไปกับรั้วของ The Racha ก็เลยถ่ายภาพมุมหนึ่งของรีสอร์ทแห่งนี้มาฝากครับ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เดินท่ามกลางแดดร้อนจัดยามเที่ยงได้สักพักก็ถึงร้านอาหารผัดไท ซึ่งทัวร์ได้จัดเตรียมอาหารบุฟเฟ่ต์มาตรฐานทัวร์ภูเก็ตไว้ให้ ประกอบด้วย ข้าวผัด, ต้มยำทะล, สลัด, ผักชุบแป้งทอด, ผัดเปรี้ยวหวาน (ทัวร์อื่น ๆที่ผมไปมาก็คล้าย ๆ กัน) … สำหรับรสชาติอาหารก็อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ครับ ไม่ได้อร่อยมากแต่ก็ไม่ถือว่าแย่ เรื่องปริมาณไม่ต้องห่วงครับมีเติมให้ตลอด น่าจะถูกใจคนกินจุ อิอิ

หลังจากทานข้าวเสร็จผมเลือกที่จะเดินต่อไปอีกหน่อยเพื่อเยือนหาดอีกแห่งหนึ่งของเกาะราชา นั่นคืออ่าวสยาม ซึ่งที่นี่มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าอ่าวบาตกมาก รีสอร์ทที่นี่ดูสบาย ๆ เข้ากับธรรมชาติมากกว่าแต่ก็ไม่หรูหราเท่า The Racha

เสียดายมากที่ตอนที่ผมมาถึงกำลังอยู่ในช่วงน้ำลง บริเวณริมหาดจึงมีหินโผล่ขึ้นมาบ้างทำให้ภาพน้ำทะเลไม่สวยเท่าที่ควร ลองดูก็แล้วกันครับว่าขนาดไม่สวยยังได้ภาพแบบนี้เลย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

และแน่นอนครับ นางแบบสนุกสนานกับ action กับท้องฟ้าสดใสตามเคย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ผมถ่ายภาพไป ดูผลงานไป ชักสนุกอยากมีภาพตัวเองบ้าง เพราะปกติเป็นช่างภาพอย่างเดียว ก็เลยขอเป็นนายแบบบ้าง อิอิ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ถ่ายภาพได้พักใหญ่ก็หาทางเดินกลับไปยังอ่าวบาตก เพราะทัวร์มีเวลา free time ให้กับเราราว 3 ชั่วโมง ซึ่งผมใช้เส้นทางกลับคนละเส้นกับทางที่มา เป็นทางที่ต้องขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อข้ามไปยังหาดอีกฝั่งหนึ่ง ระยะทางก็ใกล้นิดเดียวครับ ก่อนจะลาจากหาดสยามก็แอบเก็บภาพในมุมสูงจากเนินเขาไว้หน่อย

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

เดินราว ๆ 5 นาที่ก็กลับมาถึงอ่าวบาตกครับ โชคดีที่ผมถ่ายภาพหาดแห่งนี้ไปแล้วตั้งแต่ช่วงเที่ยง เพราะพอเริ่มบ่ายทิศทางของแสงก็ไม่ค่อยเหมาะกับการถ่ายภาพเท่ากับช่วงเที่ยง (ช่วงสาย ๆ ราว 10-11 โมงน่าจะเหมาะสุด) แถมตอนนี้น้ำลงด้วย ผมจึงเดินหามุมนั่งพักผ่อนและเก็บภาพบรรยากาศทั่ว ๆ ไป

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

ภูเก็ต-เกาะราชา-เกาะเฮ

คณะนักท่องเที่ยวกำลังสนุกกับการดำน้ำดูปลา

 

กิจกรรมหนึ่งที่สนุกมากคือการเล่นกับคลื่นบนท่าเรือทุ่น โดยเฉพาะเมื่อมีคลื่นลูกใหญ่ อธิบายไม่ถูกลองดู Video กันดีกว่าครับ

กิจกรรมนี้จะสนุกมากถ้าวิ่งตามคลื่นไปด้วย เสียดายตอนคลื่นลูกใหญ่ ๆ มาผมไม่ได้บันทึกภาพไว้ครับ

เมื่อได้เวลานัดราวบ่ายสามโมง เรือก็มารับเราที่ท่า และใช้เวลาเดินทางกลับสู่ท่าเรืออ่าวฉลองโดยใช้เวลาราว 35 นาทีเท่านั้น (เมื่อหลายปีก่อนผมเดินทางด้วยเรือหางยาวใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง หุหุ)

สรุปแล้วทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ เกาะเฮ เกาะราชา เป็นทริปที่สนุกมากครับ สถานที่ทั้งสองแห่งสวยงาม น้ำใส ยิ่งถ้าในวันที่อากาศดีรับประกันได้เลยครับว่าไม่ผิดหวัง และที่สำคัญคือไม่เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางมากเพราะเรือใช้เวลาเดินทางไม่นาน แถมกลับถึงภูเก็ตก่อน 4 โมงเย็นซะอีก ทำให้มีเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นในช่วงเย็นต่อได้ เช่นชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรมเทพ หรือหาอาหาร seafood อร่อย ๆ ทานที่ร้านกันเอง หรือร้านต่าง ๆ แถวป่าหล่าย … เอาเป็นว่าเพื่อน ๆ ที่สนใจก็ลองติดต่อกันได้เลยครับที่คุณโอ๋ 089-726-1788, 087- 263-4488 … มีโอกาสเมื่อไหร่ 9MOT จะพาไปเที่ยวอีกนะคร้าบ



วันเดียวเที่ยวสี่เกาะ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ภูเก็ตอากาศดีมาก ๆ  ฟ้าใสแจ๋ว  แม้จะมีเมฆบ้างแต่ก็ดูแทบไม่ออกว่ากำลังอยู่ในช่วงฤดูฝน   คงเป็นเพราะโลกของเราเพี้ยนไปแล้วจริง ๆ หุหุ … ฟ้าใสขนาดนี้มีหรือคนบ้างกล้องอย่างผมจะอยู่เฉยได้  ต้องหาเรื่องเที่ยวซักหน่อย  อิอิ   

แต่อย่างว่าแหละครับคนกำลังอยูในวัยทำงานเก็บเงิน (จะพยายามบอกว่าตัวเองอยู่ในช่วงวัยรุ่นว่างั้นเหอะ 555)  จะไปไหนไกล ๆ ก็กลัวโดนเจ้านายปลดจึงต้องหาโปรแกรมทัวร์ใกล้ๆ ประเภท one day trip   ซึ่งเพื่อน ๆ ที่มาเที่ยวภูเก็ตอาจจะเลือกโปรแกรมนี้ได้เช่นเดียวกันนะครับ  เพราะทุกอย่างสะดวกสบายและได้เปลี่ยนบรรยากาศออกนอกเกาะภูเก็ตบ้าง … และโปแกรมที่ผมจะเล่าให้ฟังวันนี้ก็คือโปรแกรมทัวร์เกาะใกล้ ๆ ภูเก็ตนั่นเอง  โดยผมเลือกทัวร์เกาะไข่-เกาะยาวน้อย-เกาะพีพี(s) แอบเติม s ท้ายเกาะพีพีก็เพราะว่าพีพีเป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะโดยมีเกาะที่สำคัญได้แก่เกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเลนั่นเอง  สรุปแล้วทริปนี้ผมได้ไปเยือนถึง 4 เกาะเลยทีเดียว … หลาย ๆ คนอาจมีคำถามว่าแล้วมันจะสนุกเหรอ มีเวลาแค่วันเดียวไปตั้ง 4 แห่ง ? … อยากรู้คำตอบใช่ไหมครับ  คำตอบอยู่ด้านล่างนี้แล้วครับ เชิญติดตามได้เลย

นาฬิกาบอกเวลา 8.45 นาทีไม่ขาดไม่เกิน  รถตู้จากบริษัททัวร์ก็มารับผมตามเวลาที่นัดหมายไว้ที่ lobby ของสุโขสปารีสอร์ท  และใช้เวลาราว 20 นาทีเพื่อรับชาวต่างชาติอีกกลุ่มซึ่งพักอยู่บริเวณถนนถลางเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือแหลมตุ๊กแก  ที่ซึ่งเรือได้จอดเทียบท่ารออยู่แล้ว … ครั้งแรกที่เห็นเรือผมถึงกับร้อง เฮ้ย .. ลำนี้เหรอ  เพราะไม่เคยเห็นเรือลักษณะนี้มาก่อน  เป็นเรือที่มีรูปร่างเป็นแคปซูลยาว ๆ คล้ายเรือดำน้ำแต่หัวเรือแหลม  ถ้าเป็นเครื่องบินก็เหมือนคองคอร์ดเลย หุหุ    ยังแอบคิดในใจเลยว่าซื้อทัวร์ผิดเผลอไปซื้อทริปเรือดำน้ำป่าวฟะ อิอิ

บรรยากาศบริเวณท่าเรือ

khai-phiphi-t1

เรือลำนี้บรรจุผู้โดยสารได้ราว 120 คน  แต่วันนี้นักท่องเที่ยวบางตามีคนร่วมทริปแค่ 24 คนเท่านั้น  ซึ่งผมก็แอบดีใจลึก ๆ เพราะไม่ต้องแย่งกันกินแย่งกันชมนั่นเอง …  หลังจากเรือออกทะเลได้สักพัก  ไกด์ก็เริ่มอธิบายภาพรวมของทริปและให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์รวมถึงแจกอุปกรณ์ snorkel เพื่อใช้ในการดูปะการังน้ำตื้นที่จุดดำน้ำต่าง ๆ ที่เราจะแวะในวันนี้

บรรยากาศในเรือครับ

khai-phiphi-t2

จุดหมายแรกของทริปนี้คือเกาะไข่ (เกาะไข่นอก)  ซึ่งอยู่ห่างจากภูเก็ตไม่มากนัก  และจะใช้เวลาเดินทางราว 20 นาทีจากท่าเรือ  ซึ่งนับว่าเป็นความเร็วที่ใกล้เคียงกับการเดินทางด้วย speed boat  แต่สะดวกสบายกว่า  เพราะนอกจากเรือลำนี้จะมีห้องน้ำ  ของว่างและเครื่องดื่มบริการบนเรือแล้ว  เรือยังวิ่งนิ่มไม่กระแทกกระเทือนเหมือนการนั่ง speed boat ทั่วไป  ซึ่งนับเป็นทางเลือกที่ดีกับผู้ที่กลัว speed boat และกลัวการเมาเรือ

ยืนชมวิวสวย ๆ ที่หัวเรือ

khai-phiphi-t3

เรือค่อย ๆ แล่นผ่านแหลมด้านทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ตที่เรียกว่าเกาะสิเหร่ ออกสู่ทะเลใหญ่  ผมจึงลุกจากที่นั่งมาเก็บภาพตรงหัวเรือเพราะฟ้ากำลังสวยมากทีเดียว … เรือแล่นผ่านเกลียวคลื่นได้ไม่นานก็ถึง “เกาะไข่”   โดยมีเรือหางยาวมารับนักท่องเที่ยวจากเรือลำนี้ไปยังฝั่งเนื่องจากวันนี้คลื่นลมค่อนข้างแรงทำให้ไม่สะดวกในการนำเรือไปจอดที่ชายหาด

วิวสวย ๆ ของเกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

ไกด์แจ้งว่าเรามีเวลา 1 ชั่วโมงบนเกาะไข่   ซึ่งนับว่าเพียงพอสำหรับการเดินถ่ายภาพรอบเกาะที่มีขนาดพอ ๆ กับสนามฟุตบอล  หรือจะเล่นน้ำให้อาหารปลาก็สนุกไปอีกแบบ  แต่ถ้าจะเล่นน้ำด้วย ถ่ายภาพแบบจริงจังด้วยก็คงต้องรีบหน่อยเพราะจุดสวย ๆ ในการถ่ายภาพนั้นมีเยอะเหลือเกิน

ฟ้าสวย น้ำใส

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

โชคดีมากที่ทัวร์บริษัทนี้แวะเกาะไข่ในช่วงเช้า  เพราะทิศทางของแสงเหมาะกับการถ่ายภาพที่เกาะไข่มาก  ทั้งนี้ผมเดินถ่ายภาพไปตามหาดเล็ก ๆ ที่อยู่ติด ๆ กันของเกาะไข่ซึ่งน้ำใสปิ๊ง  มีฝูงปลาตัวน้อย ๆ ว่ายกรูมาหาผมขณะที่เดินลงไปถ่ายภาพในน้ำเพราะมันคงคิดว่ากำลังจะได้ลิ้มรสอาหารเช้านั่นเอง

ฝูงปลาที่เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

 ลักษณะเด่นของเกาะไข่คือน้ำใสมองเห็นเป็นสีฟ้า  ทรายขาวละเอียดเหมาะกับการเล่นน้ำ  แต่ในจุดที่ลึกลงไปจะมีแนวปะการังที่ยังสวยงามพอสมควร ซึ่งน้ำในจุดเหล่านี้เป็นสีครามเข้มตัดกับสีฟ้าใสสวยงามมาก ๆ   นอกจากนี้ยังสามารถเดินขึ้นเนินเขาหลังร้านอาหารเพื่อไปเก็บภาพมุมสูงของเกาะได้อีกด้วย

ภาพมุมสูงของเกาะ

เกาะไข่

เกาะไข่

เวลา 1 ชั่วโมงผ่านไปยังรวดเร็ว   ไกด์เรียกลูกทัวร์กลับขึ้นเรือพร้อมกับแนะนำว่ากำลังเดินทางไปยังเกาะยาวใหญ่เพื่อทานอาหารเที่ยง  ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาทีเราก็ถึงเกาะยาวใหญ่   ซึ่งจุดนี้เป็นชุมชนเล็ก ๆ ของชาวบ้านที่มีอาชีพทำประมงในเขตนี้

บรรยากาศของเกาะยาว

 เกาะไข่

เกาะไข่

อาหารเที่ยงมื้อนี้เราทานกันอย่างง่าย ๆ ที่ร้านอาหารบนเกาะยาวใหญ่  ซึ่งดูแลโดยชาวบ้านบนเกาะ  ซึ่งจุดนี้มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำบริการด้วยสำหรับผู้ที่อยากล้างตัวหลังเล่นน้ำที่เกาะไข่ โดยอาหารวันนี้เสิร์ฟแบบเป็น set menu แบบที่คนไทยคุ้นเคย  พูดง่าย ๆ ก็คือโต๊ะละชุดนั่นเองเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากนัก  แต่ถ้าจำนวนมากกว่านี้ทางร้านก็จะจัดอาหารแบบบุฟเฟ่ต์แทน

หลังจากอิ่มหนำกับอาหารเที่ยงแล้วก็มีบริการแสดงเต้นรำของเด็ก ๆ บนเกาะเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี  ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกับนักท่องเที่ยว  ซึ่งแต่ละคนก็ได้ค่าขนมไปแบ่งกันกันคนละนิดละหน่อย  นับเป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยกระจายรายได้ให้กับชุมชนแห่งนี้  แต่ผมก็ไม่ได้ถามว่าถ้าเป็นวันที่โรงเรียนเปิดไม่ใช่วันอาทิตย์เหมือนวันนี้จะมีการแสดงแบบนี้หรือไม่  ถ้าเพื่อน ๆ ไปแล้วไม่เจอจะว่าผมไม่ได้นะ หุหุ

เกาะไข่

เราพักผ่อนกันที่เกาะยาวใหญ่แห่งนี้เป็นเวลา 1 ชั่วโมงก็ลงเรือเพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะพีพี    โดยช่วงนี้เรือแล่นออกสู่ทะเลนอกซึ่งวันนี้มีคลื่นลมพอสมควร สังเกตได้จากจะเห็นฟองคลื่นสีขาวอยู่ไกล ๆ เป็นระยะ ๆ   ทั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเรือก็มาลอยลำอยู่บริเวณทางเข้าอ่าวมาหยาของเกาะพีพีเล  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพกัน  โดยไกด์แจ้งว่าวันนี้ลมแรงไม่สามารถนำเรือเข้าไปใกล้กว่านี้ได้เราจึงมีเวลาเก็บภาพสวย ๆ ของอ่าวมาหยาจากมุมไกลเพียง 5 นาทีเท่านั้น  แต่ก็นับว่าคุ้มค่าที่ได้เห็นภาพของหาดทรายขาวสะอาด  และแนวหน้าผาอันสูงชันที่โอบล้อมทะเลสีครามเข้มตัดกับสีฟ้าใสบริเวณริมหาด  

ความงดงามของอ่าวมาหยา

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

จากนั้นเรือค่อย ๆ อ้อมไปทางหลังเกาะผ่านแนวหน้าผาที่เป็นภูเขาหินปูนของเกาะพีพีเล   ผ่านอ่าวโละซามะ และอ่าวปิเละ  ซึ่งความจริงแล้วทั้งสองอ่าวสวยและเหมาะกับการถ่ายภาพมากทีเดียวแต่ทัวร์ส่วนใหญ่จะไม่ได้จอดให้ถ่ายภาพเนื่องจากมีเวลาไม่พอและบางจุดน้ำอาจจะตื้นจนเรือเข้าไม่ได้   ผมแนะนำว่าถ้ามีเวลามากควรพักที่เกาะพีพีดอนสักหนึ่งคืนแล้วเช่าเรือหางยาวหรือ speed boat มาจะดีกว่าเพราะทิศของแสงในช่วงเช้าจะเหมาะกับการถ่ายภาพบริเวณนี้มากกว่าช่วงบ่าย ๆ

หลังจากแล่นมาได้สักระยะ  เรือแวะจอดให้ถ่ายภาพที่หน้าถ้ำไวกิ้งซึ่งวันนี้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเนื่องจากแสงแฟลชจากการถ่ายภาพของนักท่องเที่ยวรบกวนการทำรังของนกนางแอ่นซึ่งเป็นแหล่งรายได้ของเจ้าของสัมปทานรักนกที่นี่นั่นเอง

วิวทางด้านทิศตะวันออกของเกาะและบรรยากาศหน้าถ้ำไวกิ้ง

เกาะไข่

เกาะไข่

เกาะไข่

จากจุดนี้เรือมุ่งหน้าต่อไปยังเกาะพีพีดอนซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่อึดใจและอาศัยหน้าผาหินปูนหน้าเกาะพีพีดอนเป็นกำบังลมเพื่อจอดเรือให้นักท่องเที่ยวได้ลงไป snorkeling กัน  …. เนื่องจากไม่มีมุมให้ถ่ายภาพมากนัก ผมจึงตัดสินใจลง snorkeling ท่ามกลางแสงแดดช่วงบ่ายสองโมง  ทั้ง ๆ ที่กลัวดำ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลงไปชมแนวปะการังของเกาะพีพี หลังจากที่ไม่ได้มาเที่ยวเกาะพีพีหลายปีแล้ว

แนวปะการังหน้าเกาะพีพีจุดนี้ยังพอมีปะการังที่สมบูรณ์อยู่พอควรโดยเฉพาะที่ระดับน้ำลึก ๆ  แต่บริเวณน้ำตื้นแนวปะการังค่อนข้างจะถูกทำลายไปเยอะ คงเป็นเพราะพิษจากการท่องเที่ยวนั่นเอง

เรือจอดให้พวกเราได้สนุกสนานกันที่นี่ 1 ชั่วโมง  หลังจากนั้นจึงนำเราเข้าสู่ฝั่งของเกาะพีพีดอน เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวบนเกาะ  โดยไกด์แจ้งว่าพวกเรามีเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อเปิดหูเปิดตา

ดูกันชัด ๆ ครับ เรือที่พาเรามายังเกาะพีพี กำลังจอดเทียบท่าที่อ่าวต้นไทร เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เรือหางยาวรอรับนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งดำน้ำและชมวิว

เกาะพีพีดอน

เรือสวยลอยลำหน้าอ่าวต้นไทร

เกาะพีพีดอน

ผมเดินลัดเลาะจากท่าเรือที่อ่าวต้นไทรซึ่งวันนี้ดูแข็งแรงมั่นคงกว่าเมื่อหลายปีที่แล้วมาก  ผ่านร้านค้าชั่วคราวซึ่งยึดครองที่ว่างระหว่างอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม   โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงหาดทรายขาวฝั่งที่เป็นอ่าวโละดาลัมซึ่งมีนักท่องเที่ยวอยู่พอสมควร  แต่ก็ไม่ถึงกับหนาแน่นเนื่องจากช่วงนี้ไม่ใช่ช่วง high season นั่นเอง

ทิวทัศน์ฝั่งอ่าวโละดาลัม

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีดอน

ผมเดินเก็บภาพของอ่าวฝั่งนี้อยู่สักพักก็เดินกลับไปยังอ่าวต้นไทร  เพื่อหาอะไรทานเล่นและถือโอกาสเดินชมตลาดของเกาะพีพีด้วย … บนเกาะพีพีมีสิ่งอำนวนความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ธนาคาร ร้านอาหาร ฯลฯ  ซึ่งแม้ว่าจะทำให้บรรยากาศของเกาะแห่งนี้ขาดความสงบและดูพลุกพล่านต่างกับสมัยก่อน  แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับเมื่อเราต้องเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อนำรายได้มาสู่ท้องถิ่น  หวังก็เพียงแต่ว่าชุมชนและผู้ที่มาตักตวงผลประโยชน์จากมรกตแห่งอันดามันชิ้นนี้ช่วยกันรักษาให้เกาะพีพียังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันงดงามตลอดไป … อูย เขียนซะเหมือนจะจบงั้นแหละ  ยังครับ ยังไม่จบ ทัวร์ของเรายังไม่ถึงฝั่งเลย อิอิ

ได้เวลานัดผมจึงเดินกลับไปที่เรือเพื่อเดินทางกลับภูเก็ต  ซึ่งขากลับไกด์แจ้งกับเราว่าจะใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง   และขากลับนี่เองเรือต้องฝ่าคลื่นลมที่ค่อนข้างแรง  ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้านั่ง speed boat จะรู้สึกแย่แค่ไหนเพราะเรือคงต้องกระแทกคลื่นไปตลอดทาง   แต่ด้วยเรือลำนี้ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษทำให้ลดแรงกระแทกไปได้เยอะทีเดียว  แม้จะมีบางจังหวะหวาดเสียวบ้างเมื่อเจอคลื่นลูกใหญ่แต่ก็ไม่โหดร้ายเหมือนนั่ง speed boat ดังนั้นถ้าใครเมาเรือมาก ๆ และกลัว speed boat ก็ลองพิจารณาทัวร์ของบริษัทนี้ดูนะครับน่าจะช่วยได้เยอะเลย หุหุ

เรือมาถึงท่าเรือช้ากว่ากำหนดราว 10 นาที  คงเป็นเพราะคลื่นลมค่อนข้างแรงนั่นเอง  ไกด์คนเก่งของเรากล่าวอำลานักท่องเที่ยวที่ตอนนี้ดูอ่อนเพลียจากการเดินทาง  แต่แววตาของทุกคู่บ่งบอกว่าเพิ่งจากผ่านช่วงเวลาอันมีความสุขทั้งนี้รวมถึงตัวผมด้วยเช่นกัน

รถของบริษัททัวร์มารอรับเราอยู่แล้ว  และนำเรามาส่งยังสุโขสปารีสอร์ทอย่างปลอดภัย  นับเป็นการปิดทริปวันหยุดที่สนุกมากอีกทริปหนึ่งของผมเลยทีเดียว

ข้อมูลการเดินทาง

เนื่องจากทริปนี้เป็น one day trip  ที่รวมค่าบริการทุกอย่างที่ผมเล่าให้ฟังแล้วในราคาเพียง 1,200 บาท  ดังนั้นอย่างเดียวที่ต้องทำคือติดต่อทัวร์ครับ ที่เหลือเขาจัดการให้หมดเลย อิอิ (แบบว่าไม่ต้องใช้ต้องใช้สมอง หุหุ)   ซึ่งผมว่าเป็นทัวร์ที่ลงตัวมากทัวร์หนึ่งครับ  เพราะนอกจากความสะดวกสบายแล้ว  ช่วงเวลานั้นค่อนข้างเหมาะสมและการเดินทางในแต่ละจุดไม่ใช้เวลามากเกินไป  ทำให้มีเวลาท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ  

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจทัวร์ภูเก็ตนี้ลองติดต่อได้ที่  Yours Vacation ที่เบอร์ 0897261788, 0864768976  ได้เลยครับ



กาลครั้งหนึ่งที่เกาะโหลน

ตั้งชื่อซะโบราณกาลเลย อิอิ  ความจริงผมเพิ่งจะไปเยือนเกาะโหลนมาเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านนี่เอง  แต่ที่ใช้คำนี้เพราะก่อนไปพยายามนึกภาพเกาะโหลนที่เคยไปเยือนเมื่อนานมาแล้วไม่ได้ นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกจริง… หรือว่าเราแก่แล้วหว่า หุหุ

เกาะโหลนเป็นเกาะบริวารของภูเก็ต  อยู่ทางทิศตะวันออกของอ่าวฉลอง  สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากท่าเรืออ่าวฉลอง  ใครที่เคยไปทานอาหารร้านกันเองอันเลื่องชื่อของภูเก็ตก็ต้องเห็นเกาะนี้เพราะเป็นเกาะที่อยู่ใกล้ที่สุดนั่นเอง

มองจากท่าเรืออ่าวฉลอง “เกาะโหลน” อยู่ใกล้นิดเดียว

lone9

เกาะโหลนแม้จะไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดัง  เนื่องจากชายหาดอาจจะไม่สวยงามเหมือนกับชายหาดอื่น ๆ หรือเกาะอื่น ๆ ของภูเก็ต  แต่ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้เกาะแห่งนี้มีรีสอร์ทเพียงแห่งเดียว (เท่าที่ผมทราบ) ทำให้เป็นสถานที่พักผ่อนที่สุดแสนจะสงบอย่างแท้จริง …. อยากรู้จักรีสอร์ทนี้แล้วใช่ไหม? ตามผมมาเลยครับ

จากท่าเรืออ่าวฉลอง  ผมนั่งเรือหางยาวของรีสอร์ทพร้อม ๆ กับเพื่อนร่วมเดินทางเกือบ 20 ชีวิต  ผ่านเรือใหญ่น้อยมากมายที่จอดเทียบท่าอยู่บริเวณอ่าวฉลอง และเข้าสู่เขตทะเลใหญ่ได้ไม่นานก็ถึงเกาะโหลน  ใช้เวลารวม ๆ เพียงราว 20 นาทีเท่านั้น

เมื่อเรือมาถึงพนักงานของบ้านไม้คอทเทจ (Baan Mai Cottages & Restaurant ) ก็มายืนยิ้มต้อนรับเราอยู่แล้ว  พวกเราค่อย ๆ ลำเลียงสัมภาระไปยังบ้านพักซึ่งเป็นบังกะโลขนาดย่อม ตั้งอยู่ริมหาด   และมีกลุ่มหนึ่งซึ่งได้พักบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ซึ่งมีสามห้องนอน  ซึ่งกว้างขวางน่าอยู่มาก ๆ  แต่อยู่บนเนินถัดจากบ้านพักริมหาดไปเล็กน้อย

บรรยากาศที่บ้านไม้คอทเทจแห่งนี้ร่มรื่นไปด้วยไม้ท้องถิ่นและไม้สวนที่ปลูกเพิ่มเติม  ริมหาดจะมีต้นไม้ที่ผูกเปลและชิงช้าไว้สำหรับนั่งพักผ่อนเป็นระยะ  ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันที่ทีเห็น … พนักงานที่แสนน่ารักและอัทธยาศัยดีของที่นี่เล่าให้เราฟังว่าในช่วงหน้าแล้งดอกว่านสี่ทิศจะออกดอกบานสะพรั่งสวยงามมาก   แต่พวกเรามาในหน้าฝนจึงเห็นเพียงใบของว่านชนิดนี้เขียวชอุ่มสร้างบรรยาศที่สดชื่นไปอีกแบบ

มาชมบรรยากาศภายในรีสอร์ทกันดีกว่า

แม้ว่าจะเป็นเกาะแต่สิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ก็มีครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร, สระว่ายน้ำสวย ๆ, น้ำจืด, ไฟฟ้า  เรียกได้ว่าสะดวกพอ ๆ กับพักบนฝั่งเลยทีเดียว

จุดเด่นของที่นี่อีกอย่างก็คือเราสามารถหาซื้อของทะเลสด ๆ มาทำบาบีคิวทานได้  เพราะตอนเช้าชาวเรือที่ออกไปหาปู หาปลาจะกลับเข้าฝั่งพร้อมกับสัตว์ทะเลสด ๆ ให้คุณเลือกได้อย่างจุใจ  หรือจะร่วมกิจกรรมไปออกเรือหาปลาก็สามารถติดต่อได้เช่นเดียวกัน

น่าเสียดายที่การเดินทางของผมในครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อทำงานให้กับบริษัท ฯ ไม่ใช่เป็นการมาเที่ยวพักผ่อนซะทีเดียว   จึงไม่มีโอกาสได้ซึมซับบรรยากาศและหาข้อมูลการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่  แต่ก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาพสวย ๆ ของที่นี่มาฝากเพื่อน ๆ หวังว่าเพื่อน ๆ คงได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับที่แห่งนี้บ้างไม่มากก็น้อย … “เกาะโหลน”



กินลม..ชมวิวที่ “ทุ่งคา กาแฟ”

ความจริงว่าจะเขียนเรื่องนี้นานแล้ว  เพราะถ่ายภาพเตรียมไว้ตอนนัดเลี้ยงวันเกิดเพื่อนฝูงสมัยมัธยมเมื่อเกือบสองเดือนก่อน  แต่ช่วงนี้งานมันรัดตัวจริง ๆ ก็เลยไม่ได้เขียนซะที  วันนี้นั่งทำงานจนมึนก็เลยขอเขียนเรื่องนี้คลายเครียดซักหน่อย (แบบว่าดึกแล้วมันหิว ก็เลยนึกถึงเรื่องของกิน อิอิ)

เกริ่นมาซะยาว  ไปหาอะไรกินกันดีกว่าคร้าบ … ความจริงแล้วที่นี่ไม่ได้มีแค่ลมให้กินเหมือนหัวข้อที่จั่วไว้หรอกนะครับ  แต่มีอาหารอร่อย ๆ ให้กินเพียบเลย  ร้านตั้งอยู่ที่บนยอดเขารังซึ่งเป็นจุดชมวิวอันโด่งดังกลางเมืองภูเก็ต  และด้วยทำเลที่เป็นจุดชมวิวนี่เอง คุณจึงสามารถทานอาหารไป ชมวิวไป อร่อยปาก อิ่มใจ อีกต่างหาก

บรรยากาศในร้านยามค่ำคืน  สามารถมองเห็นวิวเมืองภูเก็ตและอ่าวฉลองได้อย่างชัดเจน

บรรยากาศภายในร้านทุ่งคากาแฟ ภูเก็ต

อาหารจานเด็ด  ไก่ห่อใบเตย & น้ำพริกกะปิ

ไก่ห่ภ??บเตย

น้ำพริกกะปิ 

นอกจากอาหารพื้นเมืองภูเก็ต อาทิ น้ำพริกกะปิ และ ซีฟู้ดสด ๆ แล้ว  ที่นี่ยังเป็นต้นตำหรับของกาแฟ รสเลิศ เคยได้ยินว่าเป็นสูตรเดียวกับ black canyon (อันนี้จริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่รสชาติคล้ายกันจริง)   และหลังจากลิ้มรสอาหารคาวแล้ว ยังมีของว่างปิดท้ายเป็นกล้วยชุปแป้งทอด (ไม่เหมือนกล้วยทอดนะครับ) ทานกับน้ำผึ้ง  อาหย่อยอย่าบอกใครทีเดียว 

ของหวานปิดท้าย

น้ำพริกกะปิ

มาเที่ยวภูเก็ตทั้งที ก็อย่าลืมแวะมาที่นี่นะครับ เพราะนอกจากจะได้ชมวิวสวย ๆ ของเมืองภูเก็ตแล้ว ยังได้ลิ้มรสอาหารอร่อยของร้านดั้งเดิมที่อยู่คู่ภูเก็ตมาหลายสิบปีอีกด้วย “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ร้าน” ครับ :)



WordPress Themes