Select Page

#1 เมื่อฝันมันงอก จึงต้องออกไปเก็บฝัน – ขับรถเที่ยวยุโรป ออสเตรีย-อิตาลี-สโลเวเนีย-เยอรมัน ทริปนี้เพื่อเธอ (ทั้ง 2 คน) ปฐมบท

เพื่อน ๆ มีใครเหมือนผมบ้างไหมครับ  เป็นมนุษย์เงินเดือนที่ฝันว่าจะทำงานและหารายได้พิเศษเพื่อให้ได้มีโอกาสท่องเที่ยวต่างประเทศปีละสักครั้งนึง  …  มันไม่ได้เป็นฝันที่ยิ่งใหญ่หรอกและเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงฝันแบบนี้เช่นกัน  สำหรับผมได้ฝันและทำฝันนั้นให้เป็นจริงมาสักพักแล้ว  แต่ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป “ความฝันมันงอก” ผมจึงต้องปฏิบัติภารกิจออกไปตามเก็บฝันอีกครั้ง …เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ

Europe2015

จุดเริ่มต้นของความฝัน (ครั้งใหม่)

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 54 ผมแบ่งเงินจากรายได้ส่วนหนึ่งไว้สำหรับเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อตักตวงประสบการณ์และความทรงจำดี ๆ ในช่วงที่ยังคงมีแรงกายมากพอ ๆ กับแรงใจ  … ยุโรปเป็นจุดหมายที่ผมเลือกในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมืองต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ  เพราะทำให้ผมได้สัมผัสกับภูมิประเทศและบรรยากาศที่แตกต่าง ที่สำคัญมีวิวสวย ๆ ให้คนบ้าถ่ายภาพอย่างผมได้เสพมากมาย  โดยแต่ละทริปผมจะเช่ารถขับกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม  ซึ่งแต่ละปีก็เปลี่ยนจุดหมายไปเรื่อย โดยยังคงวนเวียนอยู่ในโซนยุโรปนี่เอง

กลับมาจากทริปแต่ละครั้ง นอกจากจะเขียนรีวิวใน pantip, blog และลงภาพบน facebook page ของตัวเองแล้ว  ผมก็มักนำภาพถ่ายมาเปิดผ่าน TV ให้พ่อกับแม่ได้ดู  ซึ่งคิดว่าท่านคงมีความสุขไม่น้อยที่ได้เห็นบรรยากาศแปลกใหม่ต่างบ้านต่างเมืองที่เราไปสัมผัสมา  .. จนกระทั่งหลังทริปล่าสุดเมื่อปี 57 ที่ผ่านมา ผมเริ่มรู้สึกว่าจะดีกว่าไหม หากจะพาพ่อกับแม่ไปเที่ยวด้วยกัน เหมือนที่เราเคยไปขับรถต่างจังหวัดด้วยกันสมัยผมเด็ก ๆ แต่คราวนี้ผมเป็นคนพาพ่อกับแม่เที่ยวบ้าง เพื่อให้ท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศจริง ได้เห็นวิวสวย ๆ ด้วยตาตัวเองแบบที่เราเห็นบ้าง  ผมเปรย เรื่องนี้กับน้องชายและก็เห็นตรงกันว่าจะพาพ่อกับแม่และครอบครัวของน้องซึ่งมีหลานสาววัย 5 ขวบกับน้าไปขับรถเที่ยวยุโรปด้วยกัน โดยช่วยกันออกค่าใช้จ่าย … ตั้งแต่วันนั้น  ภารกิจในการออมเงินของผมสำหรับทริปเก็บฝันก็เริ่มขึ้น  ผมแบ่งเงินส่วนหนึ่งจากรายได้พิเศษนอกเหนือจากเงินเดือนมาเข้าบัญชีไว้ ที่เหลือก็นำไปลงทุนตามปกติ  และโชคดีที่ช่วงปลายปี 2014 ผมมีรายได้พิเศษเข้ามาพอสมควร  ทำให้ก้าวแรกของความฝันเริ่มต้นด้วยดี ทีนี้ก็ได้เวลาเลือกจุดหมายกันซะที

จุดหมายในฝัน

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยว 12 วันเต็มในทริปนี้ ผมเลือกให้พ่อกับแม่สัมผัสกับความสวยงามของออสเตรียเป็นหลัก และนั่งรถชมความสวยงามของเทือกเขา Dolomites ทางตอนบนของอิตาลี  นอกจากนี้ก็มีโฉบเข้าไปในสโลเวเนียกับเยอรมนีนิดหน่อย  โดยเน้นไปที่แหล่งท่องเที่ยวในเมืองเล็ก ๆ  ที่ต้องไม่ต้องเดินเท้าไกล ๆ หรือไม่ก็สามารถนั่งชมวิวจากในรถได้เลย … แน่นอนว่ายังคงแวะเมืองหลักสำคัญ ๆ ของออสเตรีย  เพียงแต่ให้นำหนักกับแถบนอกเมืองมากกว่า … และนี่เป็น list ของจุดหมายของทริปนี้ครับ

Hallstatt

H-Hallstatt

Hallstatt เป็นเมืองที่ทำให้ผมอยากจะไปเที่ยวออสเตรียเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผมจึงอยากให้พ่อกับแม่ได้ไปสัมผัสความน่ารักของเมืองริมทะเลสาบท่ามกลางอ้อมกอดของภูเขาแห่งนี้  การเยือน Hallstatt ครั้งนี้  ดอกไม้ในทุ่งหญ้าเกือบไม่มีแล้วเพราะเลยช่วง Spring และกำลังเข้าสู่ Summer แต่ดอกไม้ที่ประดับประดาตามบ้านสวยเหลือเกิน และจุดชมวิวที่เมืองนี้ก็ยังคงมีเสน่ห์ไม่เสื่อมคลายแม้ในวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจนัก

และนี่เป็นภาพหมู่ภาพแรกของทริปที่มีครบทุกคน … ส่วนใหญ่หลังจากนี้ผมจะเป็นคนถ่ายเลยไม่ได้อยู่ในภาพ สำหรับภาพนี้นักท่องเที่ยวชาวจีนถ่ายให้ครับ

Hi-group

Bled

H-Bled

Bled เป็นเพียงเมืองเดียวของประเทศสโลเวเนียที่ผมไปเยือนในทริปนี้   ผมเองก็เพิ่งเคยเที่ยวประเทศนี้เป็นครั้งแรก และยอมรับว่าตกหลุมรักในทันที เพราะนอกจากธรรมชาติที่สวยงามแล้ว  ดูเหมือนค่าครองชีพจะต่ำกว่าประเทศข้างเคียงอีกด้วย

Dolomites-Alpe di Siusi

H-Dolomites

H-AlpediSiusi

สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทย  ชื่อของ Dolomites ซึ่งเป็นกลุ่มเทือกเขาทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีนั้นอาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นหูนัก  แต่เชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ไปเยือนดินแดนแห่งหน้าผาหินปูนแห่งนี้แล้วเป็นต้องหลงรักทุกคน … ผมใช้เวลา 4 วัน 3 คืนในแถบนี้ยังรู้สึกเลยว่าให้เวลากับ Dolomites น้อยเกินไป

Innsbruck-Stubaital-Mittenwald

H-Innsbruck

H-Stubaital

H-Mittenwald

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงคุ้นเคยกับเมืองเก่าริมแม่น้ำ Inn แห่งนี้ดี  ครั้งนี้ผมแวะเที่ยวในตัวเมือง Innsbruck เพียงช่วงสั้น ๆ  แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่กับกิจกรรมใกล้กับที่พักซึ่งตั้งอยู่ในเมืองกลางหุบเขาชื่อ Neustift im Stubaital ที่ห่างจาก Innsbruck ออกมาราว 25 กม.  … ผมรู้จักเมืองนี้โดยบังเอิญ  แต่ที่นี่ถือเป็นหนึ่งใน highlight ของทริปเลยทีเดียว .. นอกจากนี้ผมยังขับรถข้ามชายแดนไปชมเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ Mittenwald ของเยอรมนีด้วย เห็นแล้วคิดถึงปายจริง ๆ

Konigsee & Ramsau

H-Berchtesgaden

หากเอ่ยชื่อ Berchtesgaden ประเทศเยอรมนี   หลาย ๆ คนอาจไม่รู้จัก  แต่ถ้าได้เห็นภาพสถานที่ท่องเที่ยว อันเป็นไอคอนประจำเมืองนี้แล้วล่ะก็ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องร้องอ๋อทันที ผมจึงเลือกพาพ่อกับแม่มาล่องเรือชมโบสถ์หัวหอมริมทะเลสาบ Konigsee แล้วไปทานข้าวเที่ยงกันริมธารน้ำใสที่ Ramasau

Salzburg

H-Salzburg

อีกหนึ่งเมืองที่ต้องแวะของออสเตรีย เพราะนี่คือสถานที่ถ่ายภาพภาพยนตร์ The Sound of Music ที่โด่งดังสมัยพ่อกับแม่ยังรุ่น ๆ  เลยต้องพาไปตามรอยกันหน่อย

Vienna

H-Vienna

เราปิดท้ายทริปกันที่เวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย  เมืองที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะคลาสสิคหลากหลายแขนง  เป็นเมืองที่ผมเป็นห่วงเรื่องการเดินทางของพ่อกับแม่มากที่สุด แต่กลับกลายเป็นว่า ผมนี่เองที่หลงในเวียนนา

กล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพ

ทุกครั้งที่เขียนรีวิวมักมีเพื่อน ๆ ถามเรื่องอุปกรณ์ถ่ายภาพอยู่เสมอ  รอบนี้ขอบอกไว้ก่อนเลยดีกว่า อิอิ …ทริปนี้ขนกล้องพร้อมเลนส์ไปอีก 3 ตัว  และนับเป็นครั้งแรกที่ทั้งหมดเป็นของ Nikon (เข้าสู่โหมดสาวก Nik เต็มตัว)  โดย body เป็น Nikon D750 กับ Lens 20 f1.8, 24-70 f2.8 และ 70-200 f4 ตามลำดับ … ก็ถือว่าครอบคลุมความต้องการครบถ้วนและเมื่อรวมกับขาตั้งกล้องแล้วน้ำหนักไม่มากจนเกินไปสำหรับชายฉกรรจ์ตอนปลายอย่างผม 555

ก่อนจะไปเที่ยวกัน เรามาดูรายละเอียดของทริปกันก่อนนะครับ

โปรแกรมเก็บฝัน

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากทราบโปรแกรมการเดินทางก็ตามนี้เลยครับ  ของจริงต่างไปเล็กน้อยเนื่องด้วยสภาพดินฟ้าอากาศ

  • Fri 19 Jun          BKK (03:30) – VIE (09:40) –     รับรถที่สนามบินแล้วขับไป Hallstatt  พักที่ Hallstatt
  • Sat 20 Jun        ช่วงเช้าเดินเที่ยว Hallstatt  เที่ยงออกเดินทางไป Bled ประเทศ Slovenia
  • Sun 21 Jun        เที่ยวทะเลสาบและปราสาท Bled  ช่วงบ่ายออกเดินทางไป Cortina d’Ampezzo  ในเขต South Tyrol ของอิตาลี  แวะชม Lake Misurina พัก Cortina
  • Mon 22 Jun       เดินทางจาก Cortina -ไป Selva di Val Gardena   ผ่าน pass ต่าง ๆ อาทิ Pass Pordoi
  • Tue 23 Jun        ขึ้นขม Aple Di Siusi กลับมาพัก Selva di Val Gardena
  • Wed 24 Jun       เดินทางจาก Selva di Val Gardena ไป Innsbruck พักที่ Stubai
  • Thu 25 Jun        ช่วงเช้าเที่ยวและทำกิจกรรมในเมือง Stubai ช่วงบ่ายขับรถเข้าเยอรมันไปเที่ยวเมือง  Mittenwald ในเยอรมนี
  • Fri 26 Jun          ออกเดินทางไปพัก Zell am see โดยแวะ shopping ที่ Swarovski world และขึ้นชม Grossglockner
  • Sat 27 Jun        เที่ยว Konigsee และ Ramasu ที่เมือง Berchtesgaden ของเยอรมนี  แล้วไปพักที่เมือง Sazlburg
  • Sun 28 Jun       เที่ยว Salzburg
  • Mon 29 Jun       Salzburg -> Vienna คืนรถที่สนามบิน Vienna  เที่ยวชมเวียนนาช่วงเย็น
  • Tue 30 Jun        Vienna day trip (พระราชวังเชิญบรุนน์ – VIE – BKK

ก่อร่างสร้างฝัน

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าผมไปยุโรปติดต่อกันมา 4 ปีแล้ว  แต่ทริปนี้ไม่ง่ายเหมือนปีก่อน ๆ น่ะสิครับ  เพราะที่ผ่านมาเดินทางกับกลุ่มเพื่อน ๆ แต่รอบนี้มีเด็ก 5 ขวบกับหนุ่มน้อยวัย 72 ปีที่เดินเหินไม่คล่องไปด้วย  แผนการเดินทางจึงต้องทำอย่างรัดกุมกว่าเดิมมากทีเดียว  … ไปดูกันเลยว่าเตรียมตัวยังไงบ้าง

เริ่มจากเที่ยวบิน เลือกจองแบบ direct flight จากกรุงเทพ ฯ ไปลงกรุงเวียนนาของออสเตรียด้วยสายการบิน EVA air (รายละเอียดอยู่ช่วงถัดไป)  … และเนื่องจากพ่อของผมเดินไม่คล่องเพราะเหนื่อยง่ายและเดินขึ้นลงบันไดไม่สะดวกนัก  ผมจึงตัดสินใจว่าจะนำ wheel chair ไปให้คุณพ่อใช้ระหว่างการท่องเที่ยว  เริ่มจากพยายามหาซื้อรุ่นที่น้ำหนักไม่มากเกินไป  ได้เป็นของยี่ห้อ Soma แบบพับได้น้ำหนัก 10 กก. ต้น ๆ … ใช้เวลาพอสมควรในการศึกษาเรื่องการนำ Wheel chair ขึ้นเครื่อง ซึ่งของผมยุ่งยากนิดนึงเพราะมาจากภูเก็ต  จึงต้องมีการ load และ off load ระหว่างเปลี่ยนเครื่องที่สุวรรณภูมิ  ทั้งนี้เราสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตอน check in ได้เลยครับว่าประสงค์จะใช้ wheel chair ของเราเอง  หลังจากมาส่งที่ประตูขึ้นเครื่องแล้วเขาจะนำไปเก็บใต้ท้องเครื่องจากนั้นจะนำมารอรับที่ประตูเครื่องอีกครั้งหลังจากเครื่องลงแล้วทั้งที่สุวรรณภูมิและเวียนนา ส่วนเราจะเป็นคนเข็น Wheel chair หรือให้เจ้าหน้าที่ของสายการบินเข็นให้อันนี้ก็แล้วแต่สะดวกครับ

หมายเหตุ

ต้องนำ Wheel Chair มาติด tag ที่ counter check in ด้วยนะครับ  ทั้งนี้ผมรู้สึกได้เลยว่าผู้โดยสารที่นั่ง Wheel chair จะได้รับการดูแลเอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ตลอดการเดินทาง

สายการบิน

ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองของผมที่ได้ใช้บริการสายการบิน EVA air สัญชาติใต้หวัน … รอบที่แล้วไปลง Amsterdam เมื่อปี 56 … ในครั้งนั้นด้วยความมึนที่ต้องจองตั๋วให้เพื่อนร่วมทริปหลายคน ดันทะลึ่งไปกรอกชื่อกับนามสกุลสลับช่องกัน โทรไปขอเปลี่ยนกับ call center พยายามทำน้ำเสียงอ้อนวอนสุดฤทธิ์ แต่ไม่เป็นผล  ต้องจ่ายค่าเปลี่ยนชื่อคนละเท่าไหร่ไม่รู้ลืมไปแล้ว (ไม่อยากจำ แต่หลักพันต่อคน) … มาปีนี้นอยด์มาก ก่อนกดปุ่มตกลงก็ดูแล้วดูอีกว่าชื่อและนามสกุลตรงกับ  passport … แต่ทว่า เหมือนพระเจ้ากลั่นแกล้ง  นามสกุลของคุณพ่อ (เออหรือพูดอีกอย่างก็นามสกุลผมนั่นแหละ) ที่ปรากฏใน passport เล่มใหม่สะกดไม่เหมือนเล่มเก่าตรงคำว่าแก้ว  เล่มเก่าสะกด Kaew เล่มใหม่สะกด Keaw ส่วนของผมสะกด Kaeo หุหุ (ตอนจองตั๋วยังไม่ได้ต่ออายุ passport จึงใช้ข้อมูลจากเล่มเก่า)  เอาแล้วไง  ผมก็ทำเหมือนเดิมครับ โทรเข้า call center ทำน้ำเสียงให้ดูน่าสงสารที่สุดในชีวิตเพื่อขอแก้ไข แต่คำตอบเหมือนเดิม “ไม่ได้ค่ะ” … รอบนี้จำแม่นเลยครับ เสียไปพันนึง 555  อันที่จริงก็ไม่ได้เป็นความผิดสายการบินหรอกนะครับ แต่ถ้าผมต้องเลือกบินรอบต่อไปอาจแขยง ๆ  EVA หน่อยก็เท่านั้นเอง

สำหรับเรื่องเวลาการเดินทางนั้นออกจากกรุงเทพฯ ตี 3 ครึ่ง  ซึ่งทรมานร่างกายไปหน่อย แต่ขากลับราวทุ่มครึ่งถือว่า ok ครับ เพราะยังได้เที่ยวเวียนนาอีกค่อนวันเลยทีเดียว  … อีกเหตุผลที่จองก็เพราะเป็น flight ตรง ทำให้หลานและผู้สูงอายุไม่เหนื่อยเกินไปครับ

สำหรับการบริการบนเครื่องผมว่า ok นะครับ แม้ที่นั่งจะแคบไปสักนิด  ทั้งนี้ มีน้อง ๆ พนักงานคนไทยให้บริการใน flight นั้น 2-3 คน  ทำให้การสื่อสารกับผู้โดยสารที่ไม่ช่ำชองภาษาอังกฤษสะดวกมากขึ้น

รถเช่า

การเช่ารถขับในยุโรปจะเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับผมทุกครั้ง  เพราะแต่ละทริปจะมีผู้ร่วมทริปราว 6-8 คนซึ่งต้องใช้รถ minivan 7-9 ที่นั่งและต้องเป็นแบบเกียร์ออโต้ด้วยเพื่อลดปัญหาความไม่คุ้นชินของการขับรถด้วยพวงมาลัยฝั่งซ้าย  … ทั้งนี้ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนที่โน่นจึงไม่นิยมใช้รถเกียร์ออโต้สักเท่าไหร่ ยิ่งในกลุ่มรถ 7-9 ที่นั่งยิ่งมีตัวเลือกน้อยและราคาสูง … ปีนี้เป็นอีกปีที่ผมเปรียบเทียบราคาผ่านเวปนายหน้ารวมถึงเวปเจ้าของบริษัทรถเองอยู่พักใหญ่  ในที่สุดลองติดต่อไปทาง facebook ของ Buchbinder (https://www.facebook.com/buchbinder.autovermietung) ซึ่งเป็นบริษัทท้องถิ่นของที่โน่น ได้ราคาพอ ๆ กับในเวปอื่น ๆ แต่ว่ารวมประกันแบบคุ้มครองทั้งหมด (Zero exceed แบบรวมความเสียหายของยางและกระจก)   ซึ่งผมเห็นว่า ok หากหารจำนวนคน 7+1 ใน group ของผม  และไม่ต้องจิตตกกับการตุกติกเรื่องประกันซึ่งเป็นเรื่องขึ้นชื่อสำหรับการเช่ารถขับในยุโรป (ผมเองก็เคยเจอปัญหามาแล้วเมื่อปี 55)

สำหรับรุ่นที่เช่าระบุเป็น Mercedes Vito 9 ที่นั่งหรือเทียบเคียง ซึ่งผมก็ ok เพราะเคยขับแล้วค่อนข้างชอบในสมรรถนะและพื้นที่ใช้สอย  แต่ในวันรับรถจริงได้เป็น Volkswagen Caravelle  9 ที่นั่ง ซึ่งผมประทับใจมากเช่นกันเพราะมีพื้นที่ท้ายรถมากกว่า Vito ซะอีก ทำให้ความกังวลเรื่องที่เก็บสัมภาระรวมถึง Wheel chair หมดไป

GPS

การขับรถเที่ยวในยุโรปนั้น  GPS เป็นสิ่งสำคัญมาก  เพราะช่วยลดอัตราการหลงได้เยอะเลย (ก็ยังหลงนั่นแหละ แต่น้อยลง อิอิ) … ทริปนี้ผมซื้อ option GPS เสริมจากบริษัทรถเช่าวันละ 5 Euro  แค่นั้นไม่พอยังยืม GPS garmin ของเพื่อนแล้วโหลด map ประเทศออสเตรียที่ครอบคลุมไปถึง Slovenia, Italy, Germany ในส่วนที่ผมเดินทางไปด้วย (เอาไว้สำรอง)  นอกจากนี้ก็ยังมีแผน 3 คือ Google map บนมือถือที่ download offline map ของแหล่งท่องเที่ยวไว้แล้ว

ฟังดูอาจเหมือนโรคจิตหน่อย ๆ ที่เตรียมการแบบนี้  แต่ผมเลือกใช้ GPS จากบริษัทรถเช่าเพราะส่วนใหญ่จะมีฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวก เช่นบอกตำแหน่งกล้องจับความเร็ว เป็นต้น (อันนี้ช่วยได้จริงเพราะบางทีเหยียบเพลิน และ GPS ของเพื่อนที่ยืมไปเป็นรุ่น basic ไม่มีฟังก์ชันนี้)   แต่ที่ต้องเตรียมของตัวเองไปด้วยเพราะเคยมีประสบการณ์ว่า GPS ของบริษัทรถเช่าไม่ได้ update มาหลายปีทำให้หาที่พักไม่เจอทำให้เสียเวลามาก ๆ

ที่อยากบอกเพื่อน ๆ คือผมคิดถูกครับ ผมได้ใช้ครบทุกอย่างที่เตรียมไปจริง ๆ  ดังนั้นหากเพื่อน ๆ จะเช่ารถขับก็ต้องแน่ใจว่า GPS ที่ใช้งานนั้นไว้ใจได้นะครับ  … ส่วนสาเหตุที่ผมต้องใช้ทั้ง 3 อย่าง ติดตามอ่านได้ในรีวิวครับ

Internet

เป็นอีกหนึ่งโจทย์ยากของการขับรถเที่ยวหลายๆ ประเทศ เพราะหากใช้บริการ roaming จากเมืองไทยก็ต้องคอยปรับเปลี่ยน network วุ่นวายพอสมควรตอนข้ามประเทศ และไม่รู้ว่าช่วงอยู่ชายแดนมือถือจะเกิดไปจับสัญญาผิดตัวทำให้เสียค่าใช้จ่ายเยอะหรือไม่ (ถ้าให้ดีคงต้องตั้ง Network เป็น manual) ส่วนบริการ pocket wifi ก็ดูเหมือนจะมีให้เลือกน้อยและอ่านจากรีวิวแล้วไม่ค่อยเสถียรนัก … ผมจึงตัดสินใจว่า เอาวะ ไปซื้อที่โน่นก็ได้เพราะเช็คข้อมูลและราคาแล้วถูกกว่า roaming มาก ๆ  โดยอาจจะเลือกซื้อเฉพาะของ Austria ที่เหลือในประเทศอื่น ๆ ก็ค่อยใช้ wifi ที่โรงแรมหรือร้านอาหาร

วันที่ไปถึงสนามบินมีบูธค่ายมือถือมาจัดแคมเปญแนะนำบริการพอดี  แต่เป็น package แบบ 3 GB และราคาสูงกว่าที่ผมหาข้อมูลไว้  ผมจึงตัดสินใจไปหาซื้อเอาตาม super market ระหว่างทาง  แต่แล้วมันเป็นการตัดสินใจที่ผิดมาก เพราะร้านรวงที่โน่นเขาไม่ค่อยมี sim พร้อม package internet ขาย  มีแต่แบบเติม credit สำหรับใช้ service เฉพาะอย่างเช่น facebook, amazon หรือ itune  ผมผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยและแวะร้านต่าง ๆ กว่า 10 ร้าน  ที่ใกล้เคียงที่สุดก็เจอร้านที่ขาย package แบบที่ต้องการ แต่ sim card ไม่มีแบบ nano sim สำหรับใช้กับ iphone หรือ HTC one M8 ของผม … โอ้วพระเจ้า ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าประเทศนี้เขาไม่ใช้ iphone กันหรือไร หรือผมเข้าใจอะไรผิด … สรุปแล้วผมได้ข้อสรุปว่า หากหวังจะซื้อ sim ที่โน่นต้องซื้อที่เมืองใหญ่เท่านั้น เช่น Vienna, Innsbruck, Salzburg เป็นต้น  ถ้าเป็นพวกหมู่บ้านหรือเมืองทางผ่านเล็ก ๆ เลิกคิดเลย

สรุปแล้วทริปนี้ผมใช้ internet free ของร้านอาหารและที่พักเป็นหลัก  ไอ้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เตรียมไว้บน dropbox หรือ save เป็น favorite ในมือถือสำหรับดูระหว่างทางนั้นแทบจะไม่ได้ใช้เลย L

ที่พัก

ที่พักสำหรับทริปนี้จองผ่าน booking.com ส่วนหนึ่งและ Airbnb อีกส่วนหนึ่ง  ยกเว้นที่ Hallstatt จองตรงกับเจ้าของบ้านเพราะไปเป็นครั้งที่ 3 แล้ว … ผมพยายามหาที่พักซึ่งมีครัว เพื่อให้สามารถทำอาหารทานเองได้ และพยายามควบคุมราคาโดยเฉลี่ยไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนต่อคืนเหมือนทุก ๆ ปี  แต่ปรากฏว่าปีนี้สามารถหาที่พักดี ๆ ได้ในราคาเฉลี่ยแค่คนละ 1100 บาทต่อคนต่อคืนเท่านั้นเอง … ผมแทบไม่ได้เก็บภาพของที่พักเลยเพราะเหนื่อยจากการขับรถและต้องวางแผนการเดินทาง  แต่จะใส่ข้อมูลคร่าว ๆ ไว้ในรีวิวของแต่สถานที่ท่องเที่ยวภายหลังนะครับ

อาหารการกิน

ก็อย่างที่ทราบกันดีนะครับ ว่าอาหารตามร้านที่ยุโรปนั้นราคาค่อนข้างสูง มื้อนึงก็ราว 10 Euro ต่อคนสำหรับอาหารธรรมดา  จะให้พ่อกับแม่ทานแต่เบอร์เกอร์ 3-4 Euro ทุกวันก็คงไม่ไหว  ดังนั้นทริปนี้ก็เหมือนทริปอื่น ๆ ของผมที่จะประหยัดค่าใช้จ่าย (จำนวนมหาศาล) ด้วยการทำอาหารทานเองเป็นบางมื้อ (ผมตั้งเป้าไว้ประมาณ 1 ใน 3 ของทริป)  โดยนำหม้อหุงข้าวใบเล็กไปจากเมืองไทย พร้อมอาหารแห้ง, อาหารกระป๋องและอาหารสำเร็จรูปที่เป็นซอง  และขนข้าวสารไปอีก 5 กก. (มาทราบภายหลังว่าข้าวสารที่โน่นไม่ได้หายากอย่างที่คิด  มีขายทั่วไปตาม supermarket  ถ้าราคาไม่แพงจะเป็นของเวียดนาม ซึ่งราคาไม่ต่างกับบ้านเรา แต่ถ้าอยากได้ข้าวหอมมะลิไทยก็แพงหน่อย)   ทั้งนี้ต้องเลือกที่พักประเภทที่เป็น apartment ให้มากที่สุดเพราะจะมีครัวให้ด้วย (ห้องแบ่งเช่าแบบมีที่นั่งเล่นและครัวที่ยุโรปเขาก็มักเรียกว่า apartment นะครับ)  ทั้งนี้จะทำให้ช่วยประหยัดค่าอาหารแต่ละมื้อลงไปได้เยอะครับ  เพราะทานข้างนอกคนละ 350 บาท/มื้อ  ทำกินเองไม่เกิน 50 บาท  ไปกัน 8 คนก็ประหยัดไปมื้อละ 2400 บาทเชียวนะ  ลองคิดดูว่าทั้งทริปประหยัดได้เท่าไหร่

งบประมาณโดยรวม

ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยทั้งหมดสำหรับ 8 คน (เป็นเด็ก 1 คน)  อยู่ที่คนละราว ๆ 65,xxx บาท สำหรับ 12 วันเต็ม (ถ้านับแบบบริษัททัวร์ซึ่งรวมวันเดินทางด้วยก็ 14 วัน 555) อันนี้รวมค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับภูเก็ต-กรุงเทพฯ ของการบินไทยด้วยนะครับ  ส่วนจะกินอยู่กันอย่างลำบากหรือสะดวกสบายขนาดไหนติดตามได้ในรีวิวเลย  สำหรับผมก็ถือว่าค่าใช้จ่ายจริงต่ำกว่าประมาณการที่ตั้งไว้พอสมควรครับ (จ่ายค่าอาหารน้อยกว่าที่ตั้งไว้)  … เห็น budget แล้วเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงมีความหวังขึ้นมานะครับว่าการไปเที่ยวยุโรปนั้น หากวางแผนดี ๆ ก็สามารถไปได้โดยไม่ต้องใช้เงินหลักแสนสำหรับการท่องเที่ยว 10 วัน

โดยสรุปค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนเป็นดังนี้ครับ (เฉลี่ยต่อคนสำหรับการเดินทาง 8 คน ที่อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 37 บาทต่อยูโร)

  • ค่าตั๋วเครื่องบิน 31,200
  • ค่าวีซ่า  3,750
  • ประกันเดินทาง 540
  • เช่ารถ   7,100
  • ที่พัก 10,500
  • ค่าอาหาร 5,000
  • ค่าน้ำมัน 1,800
  • ซื้อของใช้จิปาถะ 1,000
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ 200
  • ค่าทัวร์และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ 4,000

แล้วเริ่มออกเดินทางกันได้ในตอนต่อไปนะครับ

 

รีวิวทั้งหมดในทริปนี้

#3 เมื่อฝันมันงอก จึงต้องออกไปเก็บฝัน – ขับรถเที่ยวยุโรป ออสเตรีย-อิตาลี-สโลเวเนีย-เยอรมัน ทริปนี้เพื่อเธอ (ทั้ง 2 คน) ตอนจบ

เช้าวันนี้เราออกจากเขต Dolomites เพื่อข้ามแดนกลับไปยัง Austria อีกครั้ง แต่มีโปรแกรมแวะซื้อของกันที่ Outlet ตรงชายแดนระหว่างสองประเทศที่ชื่อว่า Outlet Center Brenner ซึ่งเป็น Outlet ที่ไม่ใหญ่นัก เดินแบบเล่น ๆ ไม่แวะร้านไหนนานมากน่าจะใช้เวลาราว 2-3 ชม.ก็เพียงพอแล้ว

read more

#2 เมื่อฝันมันงอก จึงต้องออกไปเก็บฝัน – ขับรถเที่ยวยุโรป ออสเตรีย-อิตาลี-สโลเวเนีย-เยอรมัน ทริปนี้เพื่อเธอ (ทั้ง 2 คน) ตอน “ออกเดินทาง”

การเดินทางราว 12 ชม. โดย EVA air สู่เวียนนาเป็นไปด้วยความราบรื่น เราถึงกันราว 9:40 ในช่วงเช้าของวันที่อากาศค่อนข้างเย็น (คิดในใจ กรรมซะแระบอกลูกทัวร์ว่าไม่ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวไปมากหรอก เพราะกำลังเข้าช่วง summer อากาศกำลังสบาย ^ ^) …

read more

2 Comments

  1. napis

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ ภาพสวยมาก เขียนได้ละเอียดมากค่ะ
    เดี๋ยวจะไปตามรอยนะคะ

  2. nong

    ชื่นชอบมากครับ รบกวนขอลิ้งค์ itinerary สำหรับเดินตามรอยพี่มด นะครับ จักเป็นพระคุณอย่างสูง ขอบคุณครับ
    ปล.ผมลางานยาวหนึ่งเดือน ถ้าขอเพิ่มของสวิสด้วยจะเป็นพระคุณมากครับพี่

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

มีทริปใหม่ๆ อยากให้บอก ... กรอก e-mail ไว้เลยคร้าบ

มีรีวิวใหม่เมื่อไหร่ ไม่พลาดแน่ครับ

Pin It on Pinterest

Share This

ช่วยแชร์บทความนี้ด้วยนะ

หากเห็นว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนคุณด้วยนะครับ ... #นายมด