ลมหายใจแห่ง “ปราก”

ลมหายใจแห่ง “ปราก”

ความเดิมจากตอนที่แล้ว   เราได้ชมความสวยงามในแบบเมืองเล็กเสมือเทพนิยายของเมือง Cesky Krumlov ไปแล้ว … วันนี้เราได้เดินทางมาอีกถึงหนึ่งจุดหมายหลักของทริปนี้  ซึ่งเป็นเมืองที่หลายคนอยากมาเห็นกับตาสักครั้ง  รวมถึงเพื่อน ๆ ร่วมทริปยุโรปปีที่แล้วด้วย  เสียดายที่ตอนนั้นเมืองนี้อยู่นอกเส้นทาง  ผมจึงจำเป็นต้องตัดออกไป  แต่ในปีนี้เมืองใหญ่แห่งนี้ถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมอย่างชนิดที่ขาดไม่ได้  … ผมกำัลังพูดถึง “ปราก” เมืองหลวงแห่งสาธารณรัฐเช็ก  อีกหนึ่งเมืองที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก

 

เนื่องด้วย “ปราก” หรือ “ปราฮา (Praha)” ตามการเรียกในภาษาเช็ก  เคยเป็นถึงเมืองหลวงของแคว้นโบฮีเมียมาก่อน  จึงไม่แปลกเลยที่สิ่งปลูกสร้างในเมืองหลวงแห่งนี้ ยิ่งใหญ่อลังการ เมื่อเทียบกับเมืองอื่น ๆ ที่เราผ่านมาในช่วง 3-4 วันนี้  และแม้ปรากจะผ่านช่วงเวลาแห่งศึกและสงครามทั้งภายในและภายนอกมาตลอดหลายร้อยปี แต่ดูเหมือน “ปราก” ยังคงรักษาความงดงามแห่งสถาปัตยกรรมที่เป็นเสมือนสมุดบันทึกเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ไว้เป็นอย่างดี  และยังคงเป็นลมหายใจที่หล่อเลี้ยงเมืองแห่งนี้ให้ยังคงโดดเด่นงดงามไม่แพ้เมืองอื่น ๆ ในยุโรป

หลังจากนำสัมภาระขึ้นไปเก็บบนห้องพักที่ Happy Prague Apartment กันแล้ว  ผมก็ชวนเพื่อน ๆ ไปเดินชมบรรยากาศยามเย็นที่สะพานชาร์ลตามแผนที่วางไว้  ซึ่งวันนี้นอกจากสะพานชาร์ลแล้ว  ผมมีโปรแกรมที่จะเดินเีที่ยวย่านเมืองเก่าด้วย … จาก Happy Prague Apartment ผมพาเพื่อน ๆ เดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยไม่ถึง 5 นาทีก็มาทะลุถนนที่มุ่งไปยังสะพานชาร์ล  อันที่จริงผมก็ไม่ได้้จำชื่อถนนได้  แต่ดูจากจำนวนผู้คนที่เดินหลั่งไหลบนถนนสายนี้ก็พอจะเดาได้ทันทีว่าเราใกล้สะพานชาร์ลมากแล้ว

เย็นวันนี้สะพานชาร์ล (Charles bridge) คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย  และเหล่าพ่อค้าและเหล่าศิลปินที่มีเปิดแผงขายของกันบนสะพาน  ทุก ๆ ย่างก้าวบนสะพานเต็มไปด้วยความสุนทรีย์ของศิลปะแขนงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียนสวย ๆ, ภาพถ่ายอันงดงามของปรากในมุมต่าง ๆ, ดนตรีคลาสสิค …สิ่งเหล่านี้ประกอบกับทิวทัศน์โดยรอบ  รวมกันเป็นบรรยากาศที่สุดแสนจะลงตัว … แน่นอนว่าสำหรับช่างภาพอย่างผมแล้ว  อาจรู้สึกอึดอัดพอควรที่ไม่สามารถถ่ายภาพสถานที่ได้ง่ายนักเพราะมีผู้คนมากมายเหลือเกิน  แต่หากคุณเป็นช่างภาพแนวสตรีทหรือแนวไลฟ์ผมมั่นใจว่าต้องชอบบรรยากาศที่นี่มาก ๆ

วิวเมื่อเมื่อมองจากสะพานชาร์ลยามเย็น

นอกจากความสวยงามของตัวสะพานที่ดูเก่าแก่คลาสสิค  ซึ่งมีป้อมสูงอยู่ที่ปลายทั้งสองด้านของสะพานแล้ว   บนสะพานชาร์ลยังมีรูปปั้นของเหล่านักบุญต่าง ๆตลอดแนวสองข้างของสะพาน  ซึ่งบางเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ของเมืองแห่งนี้  .. ความเชื่อเรื่องการลูบที่บริเวณรูปปั้นเพื่อขอพรนั้นทำให้ บางส่วนของรูปปั้นสีเ้ข้มเผยให้เห็นสีทองของโลหะด้านในสวยงามไปอีกแบบ

นอกจากนี้เมื่อยืนบนสะพานที่ทอดผ่านแม่น้ำ “วัลทาวา”  ด้านหนึ่งจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของ “ปราสาทปราก”  ซึ่งเป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก    อีกด้านจะเห็นความสวยงามของตึกเก่าในฝั่ง old town  สวยคลาสสิคจริง ๆ

อากาศเย็นวันนี้ค่อนข้างครึ้มฟ้าครึ้มฝน  ผมจึงชวนเพื่อน ๆ เดินย้อนกลับไปทางฝั่ง old town เพื่อไปเที่ยว old town square ตามที่วางแผนไว้  แต่ยังไม่ทันถึงจุดหมาย  ฝนก็ตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องเปลี่ยนแผนกลับที่พักแทน

ที่พักวันนี้เป็นแบบ Apartment ที่มีเครื่องครัวครบครัน   เราจึงทำอาหารค่ำทานกันอย่างสะดวกสบาย  แถมยังมีห้องนั่งนานอาหารเป็นสัดส่วน  นับว่าคุ้มค่ามากกับราคา 30 ยูโร/คน  ที่ได้ห้องพักกว้างขวางและอยู่ในทำเลเยี่ยมแบบนี้

หลังจากทานอาหารค่ำแล้ว ผมเช็คอาการด้านนอกพบว่าฝนเริ่มซาแล้ว จึงหยิบกล้องพร้อมขาตั้งออกไปเก็บบรรยากาศยามค่ำ … ผมเลือกเดินไปเริ่มถ่ายภาพบริเวณทางเดินริมแม่น้ำ  เพื่อให้สามารถเก็บภาพของสะพานชาร์ลยามค่ำที่มีปราสาทปรากเป็นฉากหลังยามค่ำคืน  ซึ่งท้องฟ้าสีน้ำเงินยามนี้ทำให้ตัวปราสาทและสะพานดูสวยงามมากทีเดียว  หลังจากนั้นผมจึงเดินต่อไปถ่ายภาพบนสะพาน  ซึ่งผู้คนแม้จะบางตาลงจากเมื่อตอนเย็นแต่ก็ยังถือว่ายังมีเยอะพอสมควร …  แสงสีของหลอดไฟที่ประดับตามตึกสะท้อนลงบนผิวน้ำสลับกับเรือที่พานักท่องเที่ยวชมปรากในยามราตรีช่างเป็นบรรยากาศที่สวยงามจับใจ  เสียดายที่ผมไม่ได้ชวนเพื่อน ๆ มาด้วยกัน  เพราะเกรงว่าจะไม่สบายจากละอองฝน  จึงทำได้เพียงบันทึกภาพความทรงจำนี้ไปฝากเป็นการทดแทน

ความงดงามของปราสาทปรากและสะพานชาร์ลยามค่ำ

คืนนั้นผมหลับไปด้วยความอ่อนเพลียเช่นเดิม  แต่ก็ตื่นขึ้นโดยอัตโนมัติเหมือนทุกเช้าเพราะวันนี้มีแผนที่จะไปเก็บบรรยากาศตอนเช้าบนสะพานชาร์ลตามที่เพื่อน ๆ เคยแนะนำไว้  … ผมเดินออกจาก apartment ตอนตี 5 ครึ่งแต่แสงนั้นสว่างมากแล้ว  ผมจึงต้องเร่งฝีเท้าเพื่อให้ทันเก็บแสงสวย ๆ ตามที่ตั้งใจไว้ … อากาศวันนี้เรียกได้ว่าดีเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับเมื่อวาน  ฟ้ามีเมฆบ้างแต่ก็ไม่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน  ผมแอบยิ้มในใจเพราะความหวังที่จะได้ภาพสวย ๆ ของปราสาทปรากในเช้าวันนี้คงไม่พลาดแน่แล้ว

ความสวยงามของสะพานชาร์ลยามเช้า

สะพานชาร์ลในช่วงเช้ามีคนน้อยมาก ๆ ส่วนใหญ่เป็นเหล่าช่างภาพที่มาเก็บบรรยากาศกันเพราะคงรู้ดีว่านี่เป็นเวลาที่มีคนน้อยที่สุด  ผมใช้เวลาเก็บภาพทั่ว ๆ ไปอยู่เกือบชั่วโมงจึงเดินทางกลับไปยังที่พัก ซึ่งวันนี้เรามีกำหนดจะเดินเที่ยวสะพานชาร์ลกันอีกครั้งและเข้าชมปราสาทปรากให้เร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงผู้คน … เราใช้เวลาทานอาหารเช้ากันอย่างรวดเร็ว  จากนั้นจึงออกเดินมายังสะพานชาร์ลอีกครั้งเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้เก็บภาพของสะพานชาร์ลในยามเช้ากันอีกครั้ง

ช่วงสาย ๆ นักท่องเที่ยวก็ยังไม่เยอะมาก นับเป็นอีกช่วงที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ

จากนั้นจึงไปขึ้นรถรางฝั่งตรงข้ามเพื่อขึ้นไปยังปราสาท  โดยเราขึ้นรถสาย 22 ตามที่อ่านรีวิวไว้  แต่เจ้ากรรมผมดันนำเพื่อนขึ้นผิดฝั่ง  ก็เลยได้เที่ยวเมืองปรากเพิ่มขึ้นอีกหลายสถานี อิิอิ  ยังดีที่จำชื่อสถานีบางสถานีได้ (ศึกษาไว้เพื่อหาจุดถ่ายภาพ)  จึงทำให้รู้ว่าเราขึ้นผิดฝั่งซะแล้ว

เราถึงปราสาทช้ากว่าที่ตั้งใจไว้เล็กน้อยเพราะหัวหน้าคณะมัวแต่พาไปเที่ยวนอกเส้นทาง  แต่ยังโชคดีที่นักท่องเที่ยวยังไม่ได้แน่นขนัดนัก  สาว ๆ ของเรายังได้ถ่ายภาพกับทหารหน้าปราสาทโดยไม่ต้องต่อคิวนานนัก  หุหุ  นี่ถ้าขนกลับบ้านได้คงขนกลับไปด้วยเพราะแต่ละคนหล่อไม่เบา  สงสัยเหลือเกินว่าเขาคัดเลือกหน้าตาด้วยหรือเปล่า

เราซื้อตัวเข้าชมปราสาทแบบสั้น  ซึ่งรวมการเข้าชม มหาวิหารเซนต์วิตัส (Cathedral of St Vitus) พระราชวังเก่า, เซนต์จอร์จบาซิลลิกา (St George‘s Basilica), ถนนโกเด้นเลนกับหอคอยดาไลบอร์ก้า  โดยจุดหมายแรกของเราวันนี้คือมหาวิหารเซนต์วิตัส …

ต้องยอมรับว่ามหาวิหารแห่งนี้ใหญ่โตสมคำล่ำลือจริง ๆ  ภายนอกดูยิ่งใหญ่อลังการ  แต่ยิ่งอึ้งเมื่อได้สัมผัสกับความงามภายใน  … โชคดีมากที่อนุญาตให้สามารถถ่ายภาพในนี้ได้  จึงได้มีโอกาสนำ่ส่วนหนึ่งของความสวยงามมาฝากเพื่อน ๆ … มหาวิหารแห่งนี้ใช้เวลาสร้างกว่า 500 ปีและเพิ่งจะเสร็จเมื่อต้นศัตวรรษที่ 20 นี่เอง  ศิลปะด้านในจึงดูหลากหลายตั้งแต่แบบโกธิคซึ่งเป็นยุคที่เริ่มสร้างเรื่อยไปจนถึงนีโอโกธิคและเรเนอซองส์ … ภายในจะแบ่งเป็นล็อค ๆ โดยแต่ละล็อคประดับด้วยกระจกสีที่มีลวดลายกราฟิคบ้าง  หรือแม้แต่เป็นภาพเกี่ยวกับศาสนาบ้าง … โดยเฉพาะบ้างด้านนั้นแสงทะลุลงมาสะท้อนบนผนังข้าง ๆ ระยิบระยับสวยงามมาก ๆ

ความสวยงามของมหาวิหารเซนต์วิตัส

ส่วนตัวผมนั้นเป็นช่างภาพที่ชอบแนวธรรมชาติมากกว่าแนวสถาปัตยกรรม  แต่ต้องยอมรับว่ามหาวิหารแห่งนี้ทำให้ผมอึ้งและประทับใจมาก จนใช้เวลาถ่ายภาพในนี้เกือบชั่วโมงเลยทีเดียว …

ถัดจากมหาวิหารเซนต์วิตัสแล้วเราก็ได้เข้าชมพระราชวังเ่ก่าซึ่งห้ามถ่ายภาพ … จากนั้นก็เข้าชมเซนต์จอร์จบาซิลลิกา  ซึ่งดูอึมครึมพอสมควรเพราะเป็นที่ฝังศพของเหล่าอัศวินและคนสำคัญต่าง ๆ มากมาย … โปรแกรมของเราปิดท้ายกันที่ Golden lane หรือหมู่บ้านช่างทองที่มีสีสันสวยงาม และแน่นอนว่าเป็นแหล่งให้ซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เราออกจากปราสาทปากที่ประตูฝั่งที่ติดกับ Golden lane ซึ่งจากจุดนี้ผมได้ศึกษาไว้แล้วว่าสามารถเดินไปยังสวนสาธารณะที่ชื่อ Letna Park  ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นสะพาน 4-5 แห่งทอดข้ามโค้งแม่น้ำสวยงามมาก  … ทั้งนี้เราใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาทีก็ถือจุดชมวิวแห่งนี้  ซึ่งแน่นอนว่าเราใช้เวลาถ่ายภาพกันพักใหญ่ให้คุ้มค่าเหนื่อยที่อุตส่าห์เดินกันมา  ก่อนที่จะนั่งรถกลับไปยังย่าน old town เืพื่อเก็บตกแหล่งท่องเที่ยวฝั่งโน้น

โค้งน้ำกับสะพานอันงดงาม

วิวแบบนี้จาก Letna Park ใกล้กับปราสาทปรากนั่นเอง

ย่าน old town มีจุดที่น่าท่องเที่ยวมากมาย ๆ อาทิ  St. Nicholas Church ,  Týn Cathedral , Old Town Hall ที่เป็นที่ตั้งของ Astronomical Clock ซึ่งบริเวณนี้จะมีนักท่องเที่ยวมากมายๆ ไม่แพ้สะพานชาร์ล  มีรถม้านำเที่ยวช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูคึกคัก  มีดนตรีเปิดหมวกคอยเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชม … ผมชวนเพืื่อน ๆ ขึ้นไปชมวิวสวย ๆ ของฝั่งนี้บน Old Town Hall ซึ่งได้บรรยากาศของปรากในมุมสูงสวยงามไปอีกแบบ  เพราะสามารถชมวิวได้ทั้ง 360 องศา  นอกจากนี้ลิฟท์แก้วที่พาขึ้นยอดหอคอยนั้นเด็ดมากเลย  ไปที่นี่แล้วห้ามพลาดเด็ดขาด

Old Town Square

Týn Cathedral

หลังจากชมเมืองกันแล้วเราก็เลือกร้านอาหารแถวนั้นเป็นมื้อเที่ยงของเรา  ขณะที่รออาหารผมนั่งคุยกับเพื่อนเก่าที่นัดเจอกันที่ปราก ส่วนสาว ๆ ขอตัวออกไปแลกเงินเพื่อเตรียม shopping … แต่แล้วเหล่าสาว ๆ ก็กลับมาด้วยอาการหน้าจ๋อยเพราะเจอพิษร้านแลกเงินของปรากเข้าให้แล้ว … ผมเองก็ลืมเน้นย้ำอีกครั้งให้ระัวังเพราะมัวแต่คุยกับเืพื่อน  ก็เลยโดน rate ที่เรียกว่าโกงกันสุด ๆ คือได้อัตราเพียง 16 CZK ต่อ Euro แทนที่จะเป็น 24 CZK  :( … ทั้งนี้ร้านเหล่านี้จะเป็นร้านที่ดูมาตรฐานและเขียนอัตราแลกเปลี่ยนไว้ด้านหน้า  แต่ rate จะมีสองแบบคือถ้าจะได้ rate สูงต้องแลกเยอะมาก (ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย)  ส่วนแลกน้อยกว่านั้นก็โดนแบบพวกเรานั่นเอง  …

ดังนั้นเพื่อน ๆ ที่จะไปเที่ยวเมืองนี้ขอให้ระมัดระวังนะครับ  ทางทีดีให้แลกที่ร้านขอแนะนำให้คุณใช้บริการของ Xchange ซึ่งอยู่ที่หัวมุมถนน Kaprova กับถนน Maiselova เนื่องจากจะได้ราคาดีที่สุด (ใกล้กับจัตุรัสเมืองเก่า อยู่หลังโบสถ์นักบุญนิโคลัส) หรืออาจใช้บริการธนาคารซึ่งให้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีเช่นกัน และมีค่าคอมมิชชั่นเพียง 2%

แม้จะส่งท้ายโปรแกรมในปรากไม่ค่อยดีนัก  แต่พวกเราก็ถือว่าฟาดเคราะห์ไป  ดีกว่าโดนล้วงกระเป๋าเหมือนที่หลาย ๆ คนโดนที่นี่เช่นกัน  … หลังจากทานอาหารมื้ออร่อยเสร็จผมจึงให้เพื่อน ๆ ได้ช็อปปิ้งกันเพื่อให้ลืมเรื่องเซ็ง ๆ ซึ่งก็นับว่าได้ผลเพราะเมื่อเจอกันอีกครั้งดูเหมือนจะสดใสเหมือนเดิมแล้ว

“ปราก” ทำให้ผมรู้สึกและเข้าใจคำว่า “ศิลปะเป็นสากล”  เพราะแม้ผมจะไม่ได้ร่ำเรียนมาทางศิลปะ  ไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของศิลปะมามากนัก  แต่การได้มาเยือนปราก  เมืองที่ทุกลมหายใจเข้าออกล้วนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของศิลปะ  ทำให้เรารับรู้ได้ถึงความสุนทรีย์อย่างที่ไม่จำเป็นต้องมีใครมาอธิบายด้วยภาษาทางวาจาที่เราคุ้นเคยแม้สักคำเดียว

วันนี้เราออกจากปรากเพื่อเดินทางต่อไปอีกหนึ่งเมืองสวยของเช็ก “Karlovy Vary” เมืองแห่งน้ำแร่และสปา .. คอยติดตามตอนต่อไปนะครับ

 

บทความที่มีเนื้อหาคล้ายกัน

8 Comments

  1. เลขา งามวงษ์

    เห็นภาพแล้ว สวยมากๆ ขอบคุณนะที่แบ่งปันกันดู แต่อ่านคำบรรยายไม่ค่อยชัด คนแก่ตาไม่ค่อยเห็น เนื่องจาก background เป็นสีฟ้าอ่อน ตัวหนังสือเป็นสีขาว จึงอ่านค่อนข้างลำบากสำหรับคนแก่ แต่อย่างไรก็ขอบคุณมากๆ ได้รับภาพมาจากคุณวิภา พูนเพียร ที่ส่งต่อมาให้ดู

  2. 9MOT – ขอบคุณมากครับที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม :)

    เห็นภาพแล้ว สวยมากๆ ขอบคุณนะที่แบ่งปันกันดู แต่อ่านคำบรรยายไม่ค่อยชัด คนแก่ตาไม่ค่อยเห็น เนื่องจาก background เป็นสีฟ้าอ่อน ตัวหนังสือเป็นสีขาว จึงอ่านค่อนข้างลำบากสำหรับคนแก่ แต่อย่างไรก็ขอบคุณมากๆ ได้รับภาพมาจากคุณวิภา พูนเพียร ที่ส่งต่อมาให้ดู

  3. Atipp

    ฝีมือถ่ายภาพเยี่ยมไปเลยค่ะ แสงและองค์ประกอบภาพสมบูรณ์ ชอบรูปที่ถ่ายช่วงหัวค่ำด้วยขยันดี หาข้อมูลจากกูเกิลและเคยอ่านของคุณมดผ่านๆจำไม่ได้ มาค้นข้อมูลจริงจังอีกทีเพิ่งจะมาเจอเว็บนี้ค่ะ อ่านตั้งแต่ มิวนิก ครุมลอฟและฮัลสตัท(ชอบมาก)เดือนหน้าจะไปเที่ยวเองกับเพื่อนๆแล้ว(ไปรถไฟค่ะไม่ได้เช่ารถขับ)จะหามุมถ่ายแบบนี้ได้ไม้นะ
    ขอบคุณที่แบ่งปันภาพและข้อมูลค่ะ

  4. 9MOT: ขอบคุณครับ .. แหม ชมซะตัวลอยเลย … ยังไงก็ขอให้เที่ยวสนุก ได้ภาพสวย ๆ กลับมาเยอะ ๆ นะครับ

    ฝีมือถ่ายภาพเยี่ยมไปเลยค่ะ แสงและองค์ประกอบภาพสมบูรณ์ ชอบรูปที่ถ่ายช่วงหัวค่ำด้วยขยันดี หาข้อมูลจากกูเกิลและเคยอ่านของคุณมดผ่านๆจำไม่ได้ มาค้นข้อมูลจริงจังอีกทีเพิ่งจะมาเจอเว็บนี้ค่ะ อ่านตั้งแต่ มิวนิก ครุมลอฟและฮัลสตัท(ชอบมาก)เดือนหน้าจะไปเที่ยวเองกับเพื่อนๆแล้ว(ไปรถไฟค่ะไม่ได้เช่ารถขับ)จะหามุมถ่ายแบบนี้ได้ไม้นะ
    ขอบคุณที่แบ่งปันภาพและข้อมูลค่ะ

  5. มิ้งค์

    ที่พักที่ปรากหาที่จอดรถง่ายไหมคะ

  6. ขอบคุณคับพี่มด ข้อมูลดีๆทั้งนั้นเลยคับ

  7. ป้านก

    เชคสวยจังเลยค่ะ ฝีมือการถ่ายภาพของนายมดขั้นเทพมั๊กมั๊กค่ะ เห็นแล้วอยากไปเที่ยวซะเดี๋ยวนี้เลย แทบรอทัวร์เดือนตุลาไม่ไหวแล้ววววว ที่บ้านเราจองทัวร์เชค-เยอรมัน-ออสเตรียไว้ค่ะ นี่ถ้าเราจะไปกันเองก่อน เราจะรบกวนขอ Itinerary ของนายมดได้มั๊ยคะ ขอไปเป็นต้นแบบชนิดโคลนนิ่งเลย 555 เราว่าต้องสนุกกว่าไปกับทัวร์แน่ๆ
    นายมดเขียนบล๊อดได้น่าอ่านมากค่ะ เชียร์ให้เขียนหนังสือ”คู่มือนำเที่ยวด้วยตนเองสไตล์นายมด”ออกมาจำหน่ายค่ะ รับรองเราจะเป็นลูกค้าคนแรก และจะซื้ออ่านทุกเล่มทุกประเทศด้วย เราเชื่อว่าจะต้องมีแฟนคลับเยอะแน่ๆ เลย ภาพก็สวยขั้นเทพ สไตล์การเขียนก็น่าติดตาม ข้อมูลเนื้อหาก็เป็นประโยชน์มั๊ก นี่ถ้านายมดเปิดรับสมัครลูกทัวร์เพิ่มสำหรับทริปหน้า เราขอสมัครไปด้วยนะ 4 ชีวิตเอง 555555
    ขอบคุณนะคะ สำหรับภาพสวยๆ และข้อมูลดีดี ที่มาแบ่งปันกัน อ่านเรื่องราวของคุณแล้ว อยากเป็นคนที่หลากหลายความสามารถอย่างคุณจัง น่าทึ่งมากค่ะ

  8. ดีใจที่ชอบรีวิวนะครับ และคิดว่าเดือนตุลาคมคงสวยคลาสิคไปอีกแบบ แต่อย่าลืมว่าเดือนตุลาเป็นหน้าหนาว ฟ้าจะมืดเร็วกว่าฤดูร้อน จะเดินทางแบบผมเป๊ะ ๆ ไม่ได้นะครับ

    เชคสวยจังเลยค่ะ ฝีมือการถ่ายภาพของนายมดขั้นเทพมั๊กมั๊กค่ะ เห็นแล้วอยากไปเที่ยวซะเดี๋ยวนี้เลย แทบรอทัวร์เดือนตุลาไม่ไหวแล้ววววว ที่บ้านเราจองทัวร์เชค-เยอรมัน-ออสเตรียไว้ค่ะ นี่ถ้าเราจะไปกันเองก่อน เราจะรบกวนขอ Itinerary ของนายมดได้มั๊ยคะ ขอไปเป็นต้นแบบชนิดโคลนนิ่งเลย 555 เราว่าต้องสนุกกว่าไปกับทัวร์แน่ๆ …

Trackbacks/Pingbacks

  1. Karlovy Vary เมืองนี้สีลูกกวาด | Blog ท่องเที่ยว - ถ่ายภาพของ "นายมด" - [...] ต่อจากตอนที่แล้ว  พวกเราออกจากปรากในช่วงบ่าย ๆ เพื่อเดินทางสู่อีกหนึ่งเมืองของสาธารณรัฐเช็ก … เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ชื่อ “Karlovy Vary” เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำแร่และสปา  เพราะเมืองแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสปาระดับโลกก็เพราะน้ำแร่ที่เชื่อกันว่าช่วยรักษาและบรรเทาโรคนั่นเอง เมืองแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 (Charles IV) ซึ่งค้นพบสถานที่นี้จากการที่สุนัขล่าเนื้อของพระองค์ตกลงในบ่อน้ำพุร้อน  หลังจากนั้นจึงมีการสร้างเมืองนี้ขึ้นมาในศริสศตวรรษที่ ...

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>