จากรีิวิวตอนที่แล้ว ผมพาเที่ยวเมือง Innsbruck เมืองสวยริมแม่น้ำ Inns ที่ยังคงรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้ให้เราได้ชื่นชม … ตามด้วยเส้นทางสวยของ Austrian Alpine Road ที่นำผมและเพื่อน ๆ ผ่านธรรมชาติอันสวยงามสองข้างทาง สู่เมืองเล็กอีกหนึ่งเมืองที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา … Hallstatt
ผมมาเยือน Hallstatt ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ทั้ง ๆ ที่ครั้งก่อนหน้าก็คือเมื่อปีที่ผ่านมานี่เอง … แต่เพื่อน ๆ หลายคนในทริปนี้ยังไม่เคยมา ผมจึงไม่ลังเลที่จะบรรจุ Hallstatt ลงในเมืองที่ต้องแวะพัก เพราะอยากให้เพื่อน ๆ ได้สัมผัสความโรแมนติกของเมืองนี้อย่างที่ผมได้สัมผัสมาแล้ว
ปีก่อนหน้าผมเยือน Hallstatt ในวันที่ 30 เม.ย. แต่ปีนี้ผมมาช้าไปอีกหนึ่งวัน ถึง Hallstatt วันที่ 1 พ.ค. … แต่บรรยากาศนั้นต่างกับปีก่อนหน้าไม่น้อย เพราะปีนี้หิมะเพิ่งจะละลายได้ไม่นานนัก ทำให้น้ำในลำธารที่ไหลผ่านหมู่บ้านเชี่ยวกรากและมีสีขาวขุ่น ต่างจากปีที่แล้วที่ใสสะอาดและไหลเอื่อย ๆ อีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันมากคือดอกไม้ในสวนรอบบ้านสุดแสนน่ารักคุณป้า Lidy ในหุบเขาของ Hallstatt ที่ผมและเพื่อน ๆ พักกัน ปีนี้ดอกไม้เพิ่งจะเริ่มชูยอดเตรียมจะผลิบานในไม่ช้า แต่ปีก่อนหน้าผมมาในช่วงที่ดอกไม้กำลังบานสะพรั่งพอดี ทำให้บรรยากาศปีนี้ดูไม่สดใสเท่าเดิม … แต่สิ่งที่ได้มาชดเชยคืออากาศที่แจ่มใส ไม่มีฝนตก ทำให้ได้ภาพสวย ๆ กลับมาฝากเพื่อน ๆ ไม่น้อยกว่าปีที่แล้วเลย
เช้าตรู่วันที่ 2 พ.ค. ผมตื่นจากผ้าห่มอันแสนอบอุ่นภายในห้องนอนที่ตกแต่งด้วยไม้สนสีนวลตา เปิดม่านดูบรรยากาศภายนอกเล็กน้อยเพื่อให้แน่ใจว่าฝนไม่ตก จึงหยิบกล้องเพื่อเดินไปเก็บภาพบรรยากาศยามเช้าริมทะเลสาบ
เวลาไม่ถึง 6 โมงเช้าแบบนี้ Hallstatt ยิ่งดูเงียบสงบ … ลมเย็น ๆ ไหลปะทะหน้าขณะที่ผมเร่งฝีเท้าเพื่อให้ทันเก็บภาพสายหมอกยามเช้าที่คลอเคลียกับผิวน้ำและหุบเขาโดยรอบ … ราว ๆ 5 นาทีผมก็ถึงยังบริเวณลานจอดรถริมทะเลสาบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่เรียกได้ว่าเป็นมุมมหาชนของ Hallstatt … มีช่างภาพชาวยุโรปอีกคู่ มาถึงก่อนผมแล้ว ผมก็เลยถือโอกาสเก็บภาพน่ารัก ๆ ของคุณลุงคนนี้กับคุณป้าที่มาให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ ซะเลย …
โปรแกรมวันนี้สบาย ๆ ไม่เร่งรีบมากและไม่ซับซ้อน เพราะเดินเที่ยวใน Hallstatt นั้นไม่ใช่เรื่องยาก … เราทานอาหารเช้ากันในห้องทานอาหารอันแสนอบอุ่น โดยมีคุณป้า Lidy มาคอยสอดส่องดูแลและพูดคุยเพื่อให้แน่ใจว่าการบริการอาหารเช้านั้นไม่ขาดตกบกพร่อง … ไข่ต้ม, กาแฟร้อน ๆ กับขนมปังอร่อย ๆ ทำให้บรรยากาศในเมืองนี้รื่นรมย์ขึ้นอีกโขเลย
ระหว่างทางที่เราเดินจากที่พักไปยังตัวเมือง ผ่านบ้านเรือนน่ารัก ๆ ที่ประดับด้วยดอกไม้ และต้นไม้ ซึ่งบ้านหลายหลังก็มีโครงให้ต้นไม้เกาะไปกับตัวบ้าน นับเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ ….
บ้านสวย ๆ ระหว่างทาง
ก่อนจะถึงตัวเมืองเล็กน้อย มีสถานีรถรางเพื่อนำนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวของทะเลสาบ Hallstatt ในมุมสูง รวมถึงเหมืองเกลือในอดีตเป็นเสมือนเหมืองเพชรเพราะเกลือในสมัยนั้นมีค่ามาก
เพื่อน ๆ ในกลุ่มตกลงกันว่าเราจะซื้อตั๋วขึ้นไปชมทะเลสาบในมุมสูงกัน เพราะึอากาศดี ๆ แบบนี้คงจะสวยน่าดู อีกอย่างปีที่แล้วผมก็ยังไม่มีโอกาสได้ชมด้วย อิอิ เลยถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เก็บตกมุมนี้ไปด้วยในตัว … เรารอรถรางไม่นานก็ถึงคิวของพวกเรา รถค่อยๆ พาเราไต่ระดับความสูงขึ้นไปช้า ๆ ทำให้เราค่อย ๆ เห็น Hallstatt ในมุมสูงซึ่งสวยงามไปอีกแบบ … แต่ถ้าใครเป็นโรคกลัวความสูงคงไม่ได้ดูวิวแน่ เพราะทางขึ้นนั้นชันมาก ๆ หากเจอแบบนี้คงต้องหลับตาไปจนถึงยอดเขาเลยทีเดียว
ตั๋วของเราเป็นแบบขึ้น-ลง เพื่อชมวิวเท่านั้น ไม่รวมโปรแกรมเข้าเหมืองเกลือ ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ มีเวลามากพอ ผมแนะนำว่าคุ้มค่าที่จะขึ้นมาชมวิวบนนี้ครับ เพราะสามารถมองเห็นทะเลสาบ บางส่วนของ Hallstatt และเมืองที่อยู่ห่างออกไปอีกเล็กน้อย ถูกเชื่อมกันด้วยถนนสวย ๆ ที่เลาะไปตามริมทะเลสาบ และถูกขนาบด้วยภูเขาสูงที่มีต้นสนสีเขียวขจีปกคลุมอย่างหนาแน่น … ไกลออกไปมีเทือกเขาที่ยังคงปกคลุมด้วยหิมะเป็น background สวยงามมาก
ทางขึ้นจุดชมวิวและวิวสวย ๆ ด้านบน
เราใช้เวลาถ่ายภาพกันด้านบนพักใหญ่ก็นั่งรถรางกลับลงไปที่ด้านล่าง เพื่อเดินเที่ยวในเมือง และเพื่อความสะดวก ผมนำเพื่อน ๆ มุ่งหน้าไปยังจุดชมวิวซึ่งอยู่เกือบสุดถนนก่อนเพื่อถ่ายภาพร่วมกัน และเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะได้ถ่ายภาพร่วมกับมุมมหาชนจุดนี้ … จากนั้นจึงค่อยปล่อยให้แต่ละคนเดินชมเมืองและเลือกซื้อของจากร้านค้าที่ระลึกตลอดสองข้างทางกันตามอัทธยาศัย
วิวสวย ๆ ที่จุดชมวิวในมุมมหาชนของ Hallstatt
หลังจากเก็บภาพในมุมมหาชนแล้ว ผมเดินนำหน้าเพื่อน ๆ มาก่อน โดยเก็บภาพสองข้างทางเป็นระยะ ๆ สังเกตุได้ว่ามีคนไทยมาเที่ยวเมืองนี้ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะได้ยินเสียงพูดคุยกันเป็นระยะ
บรรยากาศโรแมนติกของเมือง Hallstatt
ผมเดินทางกลับบ้านพักเพื่อบอกลาคุณป้า Lidy และนำรถมารับเพื่อน ๆ ณ จุดนัดพบ เพื่อเดินทางไปยังจุดหมายต่อไปของเรา … คงจะไม่เกินเลยไปถ้าผมจะพูดว่าอยากให้เวลาเดินช้าลง เมื่อได้อยู่ที่เมืองน่ารัก ๆ แลโรแมนติกแบบ Hallstatt เพราะมันทำให้เราลืมชีวิตที่เร่งรีบในเืมืองใหญ่ ลืมเรื่องวุ่นวายของชีวิตการทำงาน … คิดไปก็ิแอบอิจฉาคนที่นี่อีกแล้ว ที่ได้มีโอากาสใช้ีชีวิตในเมืองที่สุดแสนจะโรแมนติกแห่งนี้
จุดหมายสำหรับวันนี้ของเราคือเมือง Cesky Krumlov … เมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของสาธารณรัฐเช็ก นับเป็นอีกวันที่ผมจะต้องขับรถข้ามประเทศ … แน่นอนว่ามีเส้นทางให้เลือกหลายเส้น แต่ละเส้นนั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป ซึ่งล้วนแล้วแต่ผ่านทะเลสาบและเมืองสวย ๆ จนได้ชื่อว่าเป็นถนนสายโรแมนติกของออสเตรีย … ทั้งนี้ผมเลือกเส้นทางที่ผ่าน traunsee เพราะอีกเส้นที่ผ่าน Wolfgang see นั้นผมได้มีโอกาสผ่านตอนเดินทางไปเมือง Salzburg เมื่อปีที่แล้ว
เส้นทางสายดังกล่าวนี้ แม้จะไม่ได้กว้างขวางเหมือน Autobahn แต่ก็มีวิวที่สวยสบายตาตลอดสองข้างทาง และมีจุดถ่ายภาพสวย ๆ หลายจุด ซึ่งผมก็หยุดถ่ายภาพบ้างถ้ามีที่สำหรับจอดพักรถ … อาหารเที่ยงของวันนี้เราทานกันช้าหน่อยที่จุดพักรถแห่งหนึ่งริมทะเลสาบ Traun ซึ่งที่จุดนี้มีห้องน้ำบริการฟรี แถมสะอาดอีกด้วย นับว่าเป็นสิ่งต้องชื่นชมประเทศออสเตรียจริง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชน … รวมถึงความมีจิตสาธารณของชาวออสเตรียด้วยที่ช่วยกันรักษาความสะอาดของทรัพย์สินสาธารณะ
หลังจากขับผ่านทะเลสาบ Truan ได้ไม่นาน GPS ก็นำเราเข้าสู่ Autobahn ซึ่งเส้นทางกว้างขวางสะดวกสบาย ไม่แพ้ถนนของเยอรมัน … วิวสองข้างทางแม้ไม่สวยเท่าช่วงแรก แต่ก็ได้เห็นทุ่งดอกไม้สีเหลืองของดอกเรฟซีด ที่เมล็ดของมันถูกนำมาใช้สกัดน้ำมัน กำลังออกดอกเป็นทุ่งงดงามสลับกับทุ่งหญ้าสีเขียวขจีอยู่เป็นระยะ
แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่ประเทศเช็ก เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จนพวกผมแทบทำใจไม่ได้ .. GPS เจ้ากรรมนำเราสู่เมือง Cesky Krumlov โดยผ้านถนนสายเล็ก แบบที่ผมชอบตอนอยู่ในเยอรมันและออสเตรีย แต่สำหรับเช็กมันเหมือนเรากำลังข้ามจากแม่สายไปพม่านี่เอง … เมืองแรกที่เจอเป็นเหมือนตลาดนัดขายของ มีของแบกะดินกับร้านค้าสไตล์จีน จนทีแรกนึกว่าเข้าผิดประเทศด้วยซ้ำ อิอิ …
ยิ่งช่วงท้าย ๆ ก่อนถึงเมือง Cesky Krumlov เล็กน้อย ถนนแคบมาก จนเรียกได้ว่าวิ่งได้คันเดียว แถมไม่มีวี่แววจะมีเมืองเก่าแบบที่เคยเห็นในภาพอยูแถวนี้เลย โชคดีที่ยังไม่มืดค่ำ มิเช่นนั้นผมคงตื่นเต้นกว่านี้ไม่น้อย … แต่รางวัลที่ได้จากการเลือกถนนสายนี้มีช่วงหนึ่งที่มีต้นไม้ใหญ่ขนาบสองข้างทางสวยงามมาก ยิ่งแสงอุ่น ๆ ตอนเย็นแบบนี้ยิ่งทำให้สวยงามยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้ผมลืมความเปลี่ยวของถนนเส้นนี้ไปได้ชั่วครู่
หลุดจากถนนสายสวยมาได้ไม่นาน เราก็เห็นเมือง Cesky Krumlov ปรากฎขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะบ้านเรือนก่อนถึงเมืองไม่มีแนวโน้มว่าจะเป็นเมืองเก่าเลยสักนิด … ที่พักของเราวันนี้อยู่ตรงทางเข้ามเมืองเก่า ซึ่งทำให้เราเดินเที่ยวในเมืองได้อย่างง่ายได้
ที่พัก Cesky Krumlov – Penzion Gardena เป็นตึกเก่าที่นำห้องมาแปลสภาพเป็นโรงแรม โดยยังคงใช้พื้นไม้ดั้งเดิม แต่ปรับปรุงห้องน้ำให้ดูใหม่ทันสมัยและสะดวกสบาย ตัวห้องก็กว้างขวางพอสมควร แต่อุปกรณ์พวกกาต้มน้ำร้อนและ microwave จะต้องใช้ส่วนกลางที่อยู่บริเวณโถงด้านหน้าของแต่ละชั้น หากได้ห้องพักชั้นบนสุดอย่างผมก็ต้องลากกระเป๋าขึ้นบันไดกันพอสมควร ข้อดีของที่นี่คือราคาถูกมาก ราคารวมอาหารเช้า และตั้งอยู่ปากทางเข้าเมืองเก่าเลย สามารถเดินเข้าไปตรงใจกลางเมืองเก่าได้โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ส่วนที่จอดรถก็มีให้จอดฟรี พร้อม WIFI สำหรับคนติด internet
คอยติดตามชมภาพสวย ๆ ของเมือง Cesky Krumlov ได้ในตอนต่อไปครับ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ดีมากจะขอข้อมูลเรื่องจองที่พักตามที่คุณไปเยอรมัน เช็ก ออสเตรีย คือจะไปตามที่คุณไปเลยค่ะ ประมาณเดือนพค.นี้ค่ะ ขออนุญาตินะคะ
โฮ!!! พี่เป็นแรงบรรดาลใจของหนูมากค่ะพี่ ^__^
หลงเข้ามาตอน search google เหนภาพที่พี่ถ่ายแล้ววน้องอยากไปถ่ายรูปบ้างค่ะ
พอดีเรียน แพทย์ขอนแก่น ปี2 แล้วค่ะ 4 ปีต่อจากนี้ไม่มีปิดเทอมแล้วค่ะ มีอีกทีก้ตอนจบปีหก ปิดสามเดือนนนเลยค่ะก่อนทำงาน
ก้เลยวางแผนอยากไปเที่ยวทั่วยุโรป ถ่ายรูป รวมทั้งใช้เวลาสี่ปีนี้หาเงินเก็บไว้ด้วยย(ยากจนค่ะ) และก้ต้องซื้อเลนส์ใหม่
ตอนนี้อยู่ในช่วงหาข้อมูลไปเรื่อยๆค่ะ ดีใจค่ะที่ผ่านมาเจอเว็บดีรูปสวยๆของพี่ ยิ่งกระตุ้นต่อมชอบเที่ยวว
ชอบมากๆๆ ถ่ายรูปสวยจิงๆ ต้องไปบ้างแล้ว ขอข้อมูลการเดินทางบ้างนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าเลยคะ conandoyh@gmail.com
ส่งให้เรียบร้อยแล้วนะครับ
ขอข้อมูลเดินทาง และค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ด้วยคนนะคะ biansa_bqpd@hotmail.com
ฝีมือถ่ายภาพสวยมากๆเลย อยากไปบ้างจัง
ส่งให้ทาง mail แล้วนะครับ